Developed by JoomVision.com

MOTO ZONE

MOTO ZONE : โค้งสุดท้าย! อีกเพียง 7 วันเท่านั้นกับการสมัครร่วมกิจกรรมเสริมทักษะ การขับขี่มอเตอร์ไซค์ระดับตำนานใน BMW Motorrad Track Experience Powered by California Superbike School

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทยนับถอยหลังสู่สัปดาห์สุดท้ายของการเปิดรับสมัครลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมสุดพิเศษ BMW Motorrad Track Experience Powered by California Superbike School ซึ่งนับเป็นโอกาสหายากที่นักบิดมากมายต่างใฝ่ฝันถึงในการร่วมเรียนรู้และพัฒนาเทคนิคการขับขี่มอเตอร์ไซค์อย่างถูกต้องและปลอดภัยกับสถาบันระดับโลกในตำนานอย่าง California Superbike School โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้จะได้เป็นลูกค้ากลุ่มแรกที่ได้สัมผัสมอเตอร์ไซค์โรดสเตอร์รุ่นเรือธงบีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RRใหม่ล่าสุดอย่างเต็มสมรรถนะก่อนใคร ท้าลองความเร็วบนสนามแข่งมาตรฐานระดับโลกอย่างสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ในวันที่ 11 – 12 กุมภาพันธ์ 2563นี้

   ความพิเศษของกิจกรรมในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการพัฒนาทักษะการควบคุมและขับขี่รถมอเตอร์ไซค์อย่างปลอดภัยแม่นยำในสถานการณ์สุดท้าทายซึ่งลูกค้าสามารถเลือกเข้าร่วมได้ใน 3 ระดับด้วยกัน กิจกรรมBMW Motorrad Track Experience Powered by California Superbike School  ยังมอบประสบการณ์ครั้งสำคัญในชีวิตที่ผู้หลงใหลในบิ้กไบค์จะได้เรียนรู้ทักษะการขับขี่แบบเข้มข้นจากผู้ฝึกสอนมืออาชีพที่ได้ปลุกปั้นนักบิดดีกรีแชมป์โลกผู้คว้าชัยในศึกการแข่งขันครั้งสำคัญของวงการมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ซานโดร คอร์เตส แชมป์นักบิดจากการแข่งขันโมโตทรี หรือเบ็น สปายส์ ผู้ครองตำแหน่งแชมป์โลกในรายการเวิล์ด ซูเปอร์ไบค์ และที่เอ็กซ์คลูซีฟสุด ๆ สำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมคือการได้เป็นนักบิดกลุ่มแรกของไทยที่จะได้ทดสอบความเร้าใจของบีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RRใหม่ขุมพลังสปอร์ตในตำนานรุ่นล่าสุดจากบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดที่การันตีได้ถึงความเร็ว ความแรง และความเร้าใจอย่างเต็มพิกัดตลอดกิจกรรมการขับขี่อย่างแน่นอน

   อีกเพียงหนึ่งสัปดาห์สุดท้ายเท่านั้นกับโอกาสในการร่วมสร้างประสบการณ์ครั้งสำคัญในชีวิต ผู้ที่สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมและสมัครร่วมกิจกรรมได้ทาง https://www.bmw-motorrad.co.th/(เฉพาะผู้ที่เป็นเจ้าของมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดทุกรุ่นที่ซื้อรถกับผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดอย่างเป็นทางการเท่านั้น) หรือรับชมวีดีโอแนะนำกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/2uidxflโดยมีค่าใช้จ่าย 16,000 บาท ครอบคลุมสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ดังนี้

1.    สิทธิ์ในการร่วมกิจกรรม BMW Motorrad Track Experience Powered by California Superbike School ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้

2.    ค่าเช่ามอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ใหม่

3.    ค่าที่พักห้องเดี่ยวจำนวน 1 คืนที่โรงแรม Modena by Fraser Buriramรวมอาหารเช้า (เข้าพักก่อนวันที่ท่านเลือกกิจกรรม)

4.    ค่าอาหารมื้อกลางวัน และอาหารว่างระหว่างกิจกรรม

5.    ค่าเสื้อเจอร์ซี่สำหรับกิจกรรม จำนวน 1 ตัว

 

MOTO ZONE : อาปิโก ไฮเทค จับมือโซจิทสึ บุกตลาดรถมอเตอร์ไซค์ พร้อมทำตลาดแบรนด์ บาจาจ เคทีเอ็ม และฮัสกวานา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน) และกลุ่มบริษัทโซจิทสึ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ประกาศความร่วมมือทางธุรกิจเตรียมรุกตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยในปีพ.ศ. 2563ด้วย      งบลงทุน 400 ล้านบาทพร้อมร่วมจัดตั้งบริษัท วรูม จำกัด (Vroom Co., Ltd.) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย  รถมอเตอร์ไซค์แบรนด์ บาจาจ (Bajaj) เคทีเอ็ม (KTM) และฮัสกวานา (Husqvarna) ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

   บาจาจ ในฐานะแบรนด์รถจักรยานยนต์อันดับ 3 ของโลก มีโรงงานผลิตทั้งในประเทศอินเดียและทั่วโลกที่ได้มาตรฐานสากล โดยมีสำนักงานในกว่า 70 ประเทศ มียอดจำหน่ายรถมอเตอร์ไซค์ในปีที่ผ่านมา ทั้งหมดกว่า 4.2 ล้านคัน โดยจำนวน 1.7 ล้านคันส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ สร้างรายได้รวมถึง 4.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ  ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับประเทศไทยในฐานะตลาดหลักของบริษัทฯ และได้วางแผนที่จะย้ายสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคเอเชีย และเปิดศูนย์การออกแบบในกรุงเทพฯ ในปีพ.ศ. 2563

   เคทีเอ็ม อินดัสตรีส์ เอจี ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์เคทีเอ็ม และฮัสกวานาจากประเทศออสเตรีย และยังเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจกับบาจาจร่วมกันออกแบบและผลิตรถมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ โดยเคทีเอ็มไม่เพียงเป็นผู้ผลิตรถจักรยานยนต์รายใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป แต่ยังเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการผลิตรถมอเตอร์ไซค์ออฟโรดและสปอร์ตของโลก โดยในปีพ.ศ. 2561 บริษัทฯ มียอดจำหน่ายรถมอเตอร์ไซค์รวมทั้ง 2 แบรนด์ทั่วโลกอยู่ที่ 261,454 คัน (เคทีเอ็ม 212,899 คัน และฮัสกวานา 48,555 คัน) สะท้อนการเติบโตขึ้นร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และมีรายได้สูงถึง 1,560 ล้านยูโร (หรือประมาณ 52,260 ล้านบาท) ทำสถิติรายได้สูง 8 ปีติดต่อกัน

   ทั้งนี้ รถมอเตอร์ไซค์เคทีเอ็มมีชื่อเสียงในฐานะรถออฟโรดทรงสปอร์ตที่ทรงพลัง และคล่องตัว ในขณะที่ฮัสกวานา     แบรนด์จากประเทศสวีเดนได้รับการยอมรับในเรื่องของความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมของรถมอเตอร์ไซค์ประเภทกระบอกสูบเดียว และประเภทออฟโรดจากทั่วโลก

   “เราเชื่อว่าตลาดประเทศไทยนั้นมีศักยภาพโดยเฉพาะในกลุ่มรถจักรยานยนต์สปอร์ต และเรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัทที่มีประสบการณ์ และประสบความสำเร็จอย่างสูงในอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย ซึ่งการแต่งตั้งผู้จัดจำหน่ายรายใหม่ พร้อมกับการมีพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่งอย่างบาจาจ จะช่วยสร้างแบรนด์ของเราในตลาด ซึ่งเป็นการสนับสนุนกลยุทธ์ระยะยาวของบริษัทฯ” มร. ลูก้า มาร์ติน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เคทีเอ็ม เอเชีย กล่าวเสริม

   “แม้ว่าตลาดโดยรวมของรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยจะชะลอตัวลงนับจากปีพ.ศ. 2555ที่มียอดขายสูงถึง 2.13 ล้านคัน แต่เรามั่นใจว่าด้วยรถมอเตอร์ไซค์สปอร์ตที่เราจะแนะนำเข้าสู่ตลาดจากทั้ง 3 แบรนด์นี้จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีโดยเฉพาะในกลุ่มคนรักบิ๊กไบค์” มร.โยชิอากิ อิชิมูระประธาน บริษัท โซจิทสึ ออทรานส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัทในเครือกลุ่มบริษัทโซจิทสึ กล่าว

   “อาปิโก รู้สึกตื่นเต้นกับความท้าทายใหม่ของการร่วมทุนครั้งนี้ เรามองไปข้างหน้าในการปรับเปลี่ยนธุรกิจของบริษัทฯ จากอุตสาหกรรมยานยนต์สู่ธุรกิจรถจักรยานยนต์ในปี 2563เราเชื่อมั่นว่าด้วยความสัมพันธ์ทางธุรกิจอันยาวนานกับ       โซจิทสึ คอร์ปอเรชั่น ผนวกกับประสบการณ์ของเราและทีมงานคุณภาพของวรูม จะทำให้อาปิโกประสบความสำเร็จและสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้แก่บริษัทฯ อย่างแน่นอน  และเรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจาก      บาจาจ และเคทีเอ็ม อินดัสตรีส์ให้มีส่วนช่วยเสริมสร้างแบรนด์ในประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น” มร. เย็บ ซู ชวน ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน) กล่าว

   บริษัท วรูม จำกัด ได้แต่งตั้ง มร.ฮิเดกิ ยานากิซาวะ อดีตประธานบริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร พร้อมด้วยนายวรท กมลโชติรส ดำรงตำแหน่ง รองประธานกรรมการบริหาร

   “วรูม มุ่งมั่นที่จะเป็นบริษัทที่รู้จักและเข้าใจลูกค้า ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดของเราคือการสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้าผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์รถมอเตอร์ไซค์รุ่นต่างๆ ที่เป็นที่ต้องการของลูกค้า และการบริการหลังการขายที่มีคุณภาพ โดยเน้นเรื่องการส่งมอบชิ้นส่วนอะไหล่อย่างรวดเร็วและการซ่อมบำรุงที่ตรงเวลา  ปัจจุบัน เรากำลังมองหาพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อสร้างเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายที่มีประสิทธิภาพและครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อเป็นการตอกย้ำพันธสัญญาของเรา” มร. ฮิเดกิ ยานากิซาวะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วรูม จำกัด กล่าวทิ้งท้าย

   ทั้งนี้ บริษัทฯ กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างแฟลกชิพโชว์รูมปากซอยลาดพร้าว 122 และคาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการในเดือนมีนาคม 2563 ก่อนการเปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์รุ่นต่างๆ ของแบรนด์บาจาจ เคทีเอ็ม และฮัสกวานาในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ในเดือนมีนาคม 2563

 

 

MOTO ZONE : บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย ร่วมซุ่มฝึกซ้อมสามนักบิด ทีมประเทศไทย เตรียมพร้อมชิงแชมป์ระดับโลกในการแข่งขัน International GS Trophy 2020 ณ ประเทศนิวซีแลนด์

 

 

 

 

 

 

 

 

   บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย ร่วมเตรียมความพร้อมทีมประเทศไทยสู่การแข่งขันมอเตอร์ไซค์เอ็นดูโร่ระดับสากล International GS Trophy 2020 ณ ประเทศนิวซีแลนด์ ระหว่างวันที่ 9-16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 จัดคอร์สเข้มข้นเต็มรูปแบบตลอด 4 วันเต็ม เพื่อฝึกซ้อมสามนักบิดผู้คว้าชัยจาก GS Trophy Thailand 2019 ณ เอ็นดูโร พาร์ค ประเทศไทย จังหวัดชลบุรี ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่บนเส้นทางออฟโรดระยะไกล สถานีทดสอบทักษะต่าง ๆ เช่น การขับขี่ การหาพิกัด ทดสอบทักษะเชิงช่าง ทดสอบสมรรถนะทางกาย เป็นต้น โดยทีมนักบิดตัวแทนประเทศไทยต้องฝ่าภารกิจสุดท้าทายภายใต้สถานการณ์จำลอง รวมถึงแรงกดดันเพื่อสร้างเสริมประสบการณ์ที่ใกล้เคียงกับการแข่งขันจริง

   มร.อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยกล่าวว่า “ปีนี้ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ International GS Trophy ที่ประเทศไทยจะเข้าร่วมการแข่งขันในฐานะทีมตัวแทนประเทศ หลังจากที่เราเคยร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทางบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทยจึงเห็นความสำคัญของการเตรียมความพร้อมในทุก ๆ ด้านให้แก่ทีมประเทศไทย และร่วมสนับสนุนการฝึกซ้อมทั้งสามนักบิดเพื่อยกระดับศักยภาพของทีมสู่การชิงชัยในสนามระดับสากล”

   การฝึกซ้อมในครั้งนี้ ทางบีเอ็มดับเบิลยูมอเตอร์ราด ประเทศไทยเลือกใช้บีเอ็มดับเบิลยูF 850 GS ซึ่งเป็นมอเตอร์ไซค์ออฟโรดขนาดกลางพร้อมเครื่องยนต์สองสูบแถวเรียง ทรงพลังด้วยกำลัง 95 แรงม้า โหมดการขับขี่แบบ Pro และล้อหน้าขนาด 21 นิ้ว พร้อมพานักบิดตัวแทนประเทศทุกคนพิชิตสนามแข่งในประเทศนิวซีแลนด์จากเกาะเหนือสู่เกาะใต้ตลอดระยะเวลาของการแข่งขันแปดวัน

   สำหรับทีมผู้ฝึก นำทีมโดย มร.ทอม วูล์ฟ เจ้าของฉายา Mr. GS Trophy ในตำนานผู้ริเริ่มกิจกรรมการแข่งขัน International GS Trophy และเป็นบุคคลสำคัญที่วางรากฐานการพัฒนาทักษะการขับขี่บิ๊กไบค์สไตล์แอดเวนเจอร์ให้กับบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ร่วมทีมด้วยครูฝึกผู้เชี่ยวชาญจากเอ็นดูโร พาร์ค ประเทศไทย นอกจากนี้ ทีมประเทศไทยยังได้มีโอกาสแบ่งปันประสบการณ์และฝึกซ้อมร่วมกันกับทีมประเทศอินเดีย ซึ่งถือเป็นทีมคู่แข่งที่จะต้องชิงชัยกันอีกด้วย

   “การเข้าร่วมแข่งใน International GS Trophy นี้ถือเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตของนักบิดสไตล์แอดเวนเจอร์ แต่การแข่งขันนี้ไม่ได้เน้นเพียงแค่การประลองความเร็ว แต่หัวใจสำคัญคือความสามัคคีของทีม รวมไปถึงทักษะทุกรูปแบบที่เกี่ยวข้องกับมอเตอร์ไซค์ เมื่อกิจกรรมการฝึกซ้อมเสร็จสิ้นลง เชื่อว่านักแข่งจากทั้งสองทีมจะได้เรียนรู้มากมาย ทั้งจากประสบการณ์ของเหล่าครูฝึกที่มาร่วมแบ่งปัน และนำไปปรับปรุงและพัฒนาทีมให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นต่อไป” มร. ทอม วูล์ฟ เน้นย้ำ

   นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ได้จัดกิจกรรม International GS Trophy ทุกๆ สองปี ซึ่งเป็นกิจกรรมสำหรับผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์เอ็นดูโร่ที่ได้รับความนิยมจากผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ในตระกูล GS ทั่วโลก เป็นการแข่งขันแบบทีมที่รวมทั้งการท่องเที่ยว การผจญภัย และความท้าทายไว้ในที่เดียวกัน โดยทุกทีมจะออกเดินทางด้วยรถมอเตอร์ไซค์ตระกูล GS ด้วยระยะเวลาราว 7-8 วันบนเส้นทางออฟโรดกว่า 2,000 กิโลเมตร ที่ผ่านมา กิจกรรม International GS Trophy เคยจัดมาแล้วในประเทศตูนิเซีย  ประเทศแอฟริกาใต้ ภูมิภาคพาตาโกเนียในอเมริกาใต้ ประเทศแคนาดา รวมทั้งประเทศไทย และล่าสุดในปีพ.ศ. 2561 ที่ประเทศมองโกเลีย สำหรับปีนี้จะจัดขึ้นในประเทศนิวซีแลนด์ที่มีภูมิประเทศหลากหลายและท้าทาย ทั้งป่าฝน ธารน้ำแข็ง พื้นที่ราบสูง ยอดเขา ภูมิทัศน์ของฟยอร์ด เนินเขาและป่าไม้ เหมาะสำหรับการแข่งขันสไตล์เอ็นดูโร่อย่างแท้จริง

   ติดตามความเคลื่อนไหวและกิจกรรมต่างๆ ของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย ได้ที่เว็บไซต์ http://www.BMW-Motorrad.co.thและแฟนเพจ http://www.facebook.com/BMWMotorradTH

 

MOTO ZONE : ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ต้อนรับศักราชใหม่ด้วยกิจกรรมสุดเร้าใจ “FREEDOM ON TOUR THAILAND 2020” กลับมาอีกครั้งกับโร้ดโชว์ทดสอบสมรรถนะมอเตอร์ไซค์ฮาร์ลีย์รุ่นใหม่ พบกัน 8 เมืองใหญ่ทั่วไทย 12 มกราคม – 31 พฤษภาคม 2563

   ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ประเทศไทยจัดกิจกรรมโร้ดโชว์สุดยิ่งใหญ่ FREEDOM ON TOUR THAILAND 2020”ครั้งที่ 2 โดยกำหนดกิจกรรมตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม 2563 เป็นต้นไป นำเสนอสุดยอดสมรรถนะของมอเตอร์ไซค์ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™รุ่นใหม่ เปิดโอกาสให้แฟน ๆ ฮาร์ลีย์ในเมืองไทยได้สัมผัสมอเตอร์ไซค์ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™กันอย่างใกล้ชิด ทั้งตระกูลทัวร์ริ่ง (Touring) และ ซอฟเทล (Softail™) และเลือกมอเตอร์ไซค์ในฝันคันใหม่ได้ตรงใจและสื่อถึงตัวตนได้มากที่สุด

   หนึ่งในความพิเศษของกิจกรรมทัวร์ครั้งนี้ คือราคามอเตอร์ไซค์ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ตระกูลทัวร์ริ่งรุ่นปี 2020 ซึ่งประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อตุลาคมที่ผ่านมา โดยเฉพาะรุ่นไฮไลต์อย่าง อิเล็กตร้า ไกลด์ สแตนดาร์ด (Electra Glide™ Standard)มอบการขับขี่ที่ทรงพลังพร้อมดีไซน์เพื่อนักขี่ทางไกลตัวจริง ซึ่งต้องการเพลิดเพลินกับประสบการณ์การเดินทางที่แท้จริงโดยไร้สิ่งปรุงแต่งใด ๆ นำเสนอโทนสีดำVivid Black ในราคาเริ่มต้น 1,299,000 บาท

   หนึ่งในฟีเจอร์การทำงานหลักในมอเตอร์ไซค์ตระกูลทัวร์ริ่งรุ่นปี 2020 คือ Reflex™ Defensive Rider System* ซึ่งเป็นชุดเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อผสานสมรรถนะของมอเตอร์ไซค์ให้สอดคล้องกับการยึดเกาะถนนในขณะเร่งความเร็ว ลดความเร็ว และเบรก โดยใช้ระบบการควบคุมแชสซี การควบคุมเบรกด้วยระบบไฟฟ้า และเทคโนโลยีการส่งกำลังแบบใหม่ล่าสุด

   “ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน คือแบรนด์ที่อยู่คู่ท้องถนนมาอย่างยาวนาน และเราต้องการสานต่อความสำเร็จของงานFreedom on Tour จากปีที่ผ่านมา เพื่อแนะนำมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ล่าสุดให้แฟน ๆ ทั่วประเทศไทยได้มาสัมผัสและทดลองขับขี่ด้วยตนเอง กิจกรรม Freedom on Tour ถือเป็นแนวทางที่ดีเยี่ยมในการนำเสนอมอเตอร์ไซค์รุ่นปี 2020 ของเราสู่กลุ่มลูกค้าที่กำลังมองหามอเตอร์ไซค์คันใหม่และต้องการเข้าร่วมในครอบครัวฮาร์ลีย์-เดวิดสัน เป็นครั้งแรก” นายธนบดี กุลทล (มาร์ค) ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการการตลาด ฮาร์ลีย์-เดวิดสันประเทศไทยกล่าว

   ผู้จำหน่ายฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ ในประเทศไทยทั้ง 9 ราย จะเข้าร่วมในกิจกรรม Freedom on Tour 2020 โดยขบวนโร้ดโชว์นี้จะจัดขึ้นในวันเสาร์และอาทิตย์ในแต่ละจังหวัดของผู้จำหน่าย นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการทดลองขับขี่ Daily Ride ซึ่งจะจัดขึ้นในวันจันทร์-ศุกร์อีกด้วย

มอเตอร์ไซค์ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ รุ่นปี 2020 ซึ่งร่วมในการทดสอบสมรรถนะงานFREEDOM ON TOUR THAILAND 2020มีดังนี้

ตระกูลทัวร์ริ่ง

โร้ด คิง (Road King™)

โร้ด คิง สเปเชียล (Road King™ Special)

สตรีท ไกลด์ สเปเชียล (Street Glide™ Special)

โร้ด ไกลด์ สเปเชียล (Road Glide™ Special)

อิเล็กตร้า ไกลด์ สแตนดาร์ด (Electra Glide™ Standard)

อัลตร้า ลิมิเต็ด (Ultra Limited)

ตระกูลซอฟเทล

โลว์ ไรเดอร์ (Low Rider™)

แฟตบ๊อบ 114 (Fat Bob™ 114) 

เบรกเอาท์ 114 (Breakout™ 114)

เฮอริเทจ คลาสสิก 114

(Heritage Classic 114)

กำหนดการและสถานที่จัดกิจกรรมFREEDOM ON TOUR THAILAND 2020

วันที่                          จังหวัด                      ผูจำหน่าย

12 – 19มกราคม                 เชียงใหม่            Richco Harley-Davidson®

25 มกราคม –2กุมภาพันธ์     พิษณุโลก            TNR Harley-Davidson® Phitsanulok

8 – 16กุมภาพันธ์        ขอนแก่น             POISE Harley-Davidson® Khon Kaen

22 กุมภาพันธ์– 1มีนาคม               อุบลราชธานี        Harley-Davidson® of Ubon Ratchathani

7 – 15มีนาคม                    ชลบุรี                AAS Harley-Davidson® of Pattaya

21 – 29มีนาคม                   ภูเก็ต                 Harley-Davidson® of Phuket

25 เมษายน – 3พฤษภาคม    สงขลา, หาดใหญ่         Harley-Davidson® of Hat Yai

9 – 17พฤษภาคม        กรุงเทพฯ            Harley-Davidson® of Bangkok

23-31พฤษภาคม                  กรุงเทพฯ            AAS Harley-Davidson® of Bangkok

 

ติดตามรายละเอียดกิจกรรม Freedom On Tour Thailand 2020 ที่เว็บไซต์

[https://www.harley-davidson.com/th/th/events/Freedom_On_Tour_2020.html]

*ยกเว้นรุ่นอิเล็กตร้า ไกลด์ สแตนดาร์ด (Electra Glide™ Standard) และ โร้ด คิง (Road King™)

 

MOTO ZONE : ฮอนด้าเปิดตัว New Scoopy i Kumamon Special Edition ฉลองครบรอบ 10 ปี Scoopy i ในเมืองไทย โดดเด่นด้วยดีไซน์สไตล์ Kumamon ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 5,000 คันเท่านั้น

 

 

 

 

 

 

   เอ.พี. ฮอนด้า ผู้นำวงการรถจักรยานยนต์ไทย เปิดตัว New Honda Scoopy i Kumamon Special Edition ฉลองครบรอบ 10ปีของการวางจำหน่าย Scoopy i ในประเทศไทย ส่งมอบความสนุกในสไตล์ “คุมะมง” หมีสุดซ่าส่งตรงจากเมืองคุมาโมโตะประเทศญี่ปุ่นตัวรถโดดเด่นด้วยโทนสีดำขลิบแดง ถ่ายทอดคาแรคเตอร์ความน่ารักของหมีดำแก้มแดง เสริมความพิเศษด้วยเอมเบลมวงกลมดีไซน์ประณีตลิขสิทธิ์แท้ ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 5,000คันเท่านั้น วางจำหน่ายพร้อมกันทั่วประเทศ ด้วยราคาแนะนำ 54,200บาท ตั้งแต่วันที่ 16ธันวาคมนี้ เป็นต้นไป ที่ศูนย์ Honda Wing Center  พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่ซื้อตั้งแต่วันนี้ถึง 31มีนาคม 2563ลุ้นรับรางวัลทริปใหญ่ บุกไปเยือนถิ่นคุมะมงถึงเมืองคุมาโมโตะ ประเทศญี่ปุ่น ถึง 30รางวัล

   มร.ชิเกโตะ คิมูระ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัดเปิดเผยว่า“ตลาดรถจักรยานยนต์แฟชั่น เอ.ที. ในเมืองไทย มีความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เราจึงไม่เคยหยุดพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปตามเทรนด์และที่ผ่านมาฮอนด้าก็สามารถตอบสนองความต้องการดังกล่าวได้เป็นอย่างดี สะท้อนให้เห็นจากความสำเร็จของ Honda Scoopy i ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2009ก่อนจะได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วจนถึงปัจจุบัน ล่าสุดในปี 2019 Honda Scoopy i มียอดจำหน่ายสะสมกว่า 2.2ล้านคัน ครองอันดับหนึ่งรถแฟชั่น เอ.ที. ยอดฮิตครองใจคนไทยอย่างแท้จริง”

   “ในวาระครบรอบ 10ปี ของ Honda Scoopy i ในประเทศไทย เรามีแนวคิดที่จะส่งมอบความพิเศษให้กับคนไทยผ่านการทำโมเดลในรูปแบบ Special Edition เริ่มต้นจากการส่ง Honda Scoopy i LINE FRIENDS ลงสู่ตลาดในเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับที่ดี ต้องขอขอบคุณลูกค้าทั่วประเทศที่ชื่นชอบ และในครั้งนี้เราขอนำเสนอความสนุกบทใหม่ที่มาพร้อมเรื่องราวที่น่าสนใจ นั่นคือ New Honda Scoopy i Kumamon Special Edition ที่ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษโดยการนำเอาองค์ประกอบเด่นของหมีคุมะมงมาผสมผสานกับรูปทรงคลาสสิกของ Scoopy i อย่างลงตัว เพื่อวัยรุ่นและผู้ที่ชื่นชอบคุมะมงในเมืองไทย”

   “ที่มาของ New Honda Scoopy i Kumamon Special Edition มาจากความเหมือนของจุดเริ่มต้นของทั้ง Scoopy i และคุมะมงที่ต่างก็มีต้นกำเนิดจากเมืองเดียวกัน โดยScoopy Series ผลิตและวางจำหน่ายครั้งแรกในปี 2001ที่เมืองคุมาโมโตะประเทศญี่ปุ่นภายใต้ชื่อ CREA Scoopy ก่อนที่ฮอนด้าจะนำรถรุ่นนี้เข้ามาทำตลาดในไทยในปี2009ภายใต้ชื่อ Scoopy i ในขณะที่คุมะมงถือกำเนิดขึ้นในปี 2010ในฐานะมาสคอตประจำเมืองคุมาโมโตะ เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดคุมาโมโตะ โดยมีตำแหน่งอย่างเป็นทางการ คือ ผู้อำนวยการด้านความสุขแห่งจังหวัดคุมาโมโตะคาแรคเตอร์ที่น่ารัก ซุกซน และดูมีความสุขอยู่ตลอดเวลาทำให้คุมะมงมีชื่อเสียงไปทั่วญี่ปุ่น และทั่วโลก”

   New Honda Scoopy i Kumamon Special Edition ได้รับการถ่ายทอดคาแรคเตอร์ความแสบซ่าสุดกวนของหมี “Kumamon” โดดเด่นด้วยโทนสีดำเพิ่มลูกเล่นด้วยแถบสีแดงรอบคัน เช่นเดียวกับสีผิวของหมีดำแก้มแดง ไล่ตั้งแต่กระจกมองข้าง ฝาครอบหน้าปัดความเร็ว แผ่นวางเท้า ตลอดจนแผ่นกันความร้อนบริเวณท่อไอเสีย บังโคลนหน้าและตัวถังด้านข้าง คาดลายกราฟิกใหม่ และที่สำคัญ เสริมความโดดเด่นด้วยสัญลักษณ์เอมเบลมหมีคุมะมงลิขสิทธิ์แท้จากญี่ปุ่นที่ด้านหน้าของรถ บ่งบอกถึงความพิเศษแบบพรีเมี่ยม อย่างชัดเจน

   New Honda Scoopy i Kumamon Special Edition ขับขี่สนุกด้วย ฮอนด้า สมาร์ทเทคโนโลยี (Honda Smart Technology) ที่ประกอบด้วยเครื่องยนต์ 4จังหวะ 110ซีซีหัวฉีดอัจฉริยะ PGM-FI สมรรถนะดี ตอบสนองทันใจ และประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 62.5กม./ลิตร พร้อมระบบหยุดเครื่องยนต์อัตโนมัติ Idling Stop System และระบบ Combi Brake ช่วยกระจายแรงเบรกหน้า-หลัง ตอบรับวิถีชีวิตคนรุ่นใหม่ด้วยช่องเสียบชาร์จไฟAC SOCKET สำหรับสมาร์ทโฟน พร้อมกล่องเก็บของ U BOX ความจุ 15.4ลิตร

   เอ.พี. ฮอนด้า พร้อมวางจำหน่าย New Honda Scoopy i Kumamon Special Edition ที่ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 5,000คันเท่านั้น ตั้งแต่วันที่ 16ธันวาคมนี้ เป็นต้นไป ด้วยราคาแนะนำ 54,200บาท ที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ

   พิเศษสำหรับผู้ที่ตัดสินใจซื้อ New Honda Scoopy i Kumamon Special Edition ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31มีนาคม 2563ยังจะได้ลุ้นรับรางวัลใหญ่ทริปท่องเที่ยว บุกไปเยือนถิ่นกำเนิดของ Kumamon ถึงเมืองคุมาโมโตะ ประเทศญี่ปุ่น จำนวน 30รางวัลอีกด้วย

   ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.aphonda.co.th รวมถึงเฟซบุ๊กแฟนเพจรถจักรยานยนต์ฮอนด้า fb.com/hondamotorcyclethailand

 

MOTO ZONE : “VESPA GTS SUPER TECH 300 ABS” คู่หูทรงสมรรถนะคันใหม่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การขับขี่และการใช้ชีวิตแบบคนเมืองในแบบฉบับเวสป้า

 

 

 

 

 

 

 

   เวสป้า จีทีเอส ซูเปอร์ เทค 300 เอบีเอส (Vespa GTS Super Tech 300 ABS)สกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมทรงสมรรถนะรุ่นล่าสุดจากตระกูลจีทีเอส มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่ 300 HPE (High Performance Engine) ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ของเวสป้าซึ่งได้พัฒนาและต่อยอดจากเครื่องยนต์ควอซาร์ ขนาด 300ซีซี แบบลูกสูบเดียว 4จังหวะ 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ วิวัฒนาการใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมระบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ โดยให้กำลังเพิ่มขึ้น 12% สูงสุด 23.8แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 26นม./ 5,250 รอบต่อนาที มากกว่าเครื่องยนต์เดิมถึง 18% ทำให้ช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้มากขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ ระบบส่งกำลังยังปรับใหม่ด้วยระบบ CVTควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ด้วยระบบอีซียู Magneti Marelli MIUG4เจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด ช่วยเสริมสมรรถนะเครื่องยนต์ให้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น มั่นใจด้วยมาตรฐานยูโร 4และระบบความปลอดภัยอย่างดีเยี่ยมด้วยระบบเบรก ABS แบบ 2Channelsทั้งล้อหน้าและล้อหลัง และระบบ ASR (Anti-Slip Regulation) ป้องกันการลื่นไถลของรถ แม้ต้องเผชิญกับสภาพพื้นผิวถนนไม่ปกติ
เช่น ถนนลื่น เป็นต้น

   “เวสป้า จีทีเอส ซูเปอร์ เทค 300 เอบีเอส” ยังคงเอกลักษณ์ประจำรุ่นเอาไว้ทุกประการ แต่ปรับเปลี่ยนดีไซน์ใหม่ในส่วนของกระบัง และบังแตรที่ออกแบบให้ยาวขึ้นกว่าเดิมและมีดีไซน์ตกแต่งแบบ 3 บั้ง ขอบชุบโคเมียมประดับอยู่บนบังโคลนหน้า ชุดกระจกมองหลังชุบโครเมียม และกระจังดีไซน์ใหม่ ‘ลายรังผึ้ง’ ด้านข้างของชุดกระบังหน้า สะดุดทุกสายตาด้วยเฉดสีพิเศษบริเวณล้อที่ทำผิวเป็นสีดำGlossy Black ตัดกับบังแตร สปริงโช้คล้อหน้า ตลอดจนลายสติ๊กเกอร์สีเหลือง รวมทั้งเบาะนั่งยังได้รับการตกแต่งที่ “ไฮเทค” ด้วยลายเดินด้ายสองสี และเพิ่มความสะดวกสบายด้วยการออกแบบเบาะใหม่ ที่ให้ความสบายทั้งผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้ายได้มากยิ่งขึ้น และสามารถใช้พื้นที่ใต้เบาะได้อย่างลงตัวมากยิ่งขึ้น ด้วยการออกแบบให้สามารถเก็บหมวกนิรภัยแบบเดมิเจ็ทได้สองใบพร้อมกับสิ่งของอื่นๆ นอกจากนี้ ยังสามารถเก็บสิ่งของได้เพิ่มเติมในช่องเก็บถุงมือ ภายในมีพอร์ตยูเอสบีสำหรับชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 1พอร์ต

   นอกจากนี้ เวสป้า จีทีเอส ซูเปอร์ เทค 300 เอบีเอส ยังถือว่าเป็นที่สุดของสกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยม ซีรีส์ เวสป้า จีทีเอส โดยยกระดับตัวเรือนไมล์ที่ให้การแสดงผลแบบดิจิทัลเต็มระบบ Full-colour TFTDisplayขนาด 4.3นิ้ว แผงหน้าปัดจะแสดงข้อมูลพื้นฐาน เช่น ความเร็วระยะทางรวม และระยะทางเฉพาะทริป อุณหภูมิโดยรอบ และระดับน้ำมันเชื้อเพลิง พร้อมด้วยเทคโนโลยีใหม่ที่ทำหน้าที่เป็นจอแสดงผลให้กับระบบ VESPA MIA ระบบอัจฉริยะครั้งแรกของประเทศไทย ที่สกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพิ่มประสบการณ์ความสนุกกับการขับขี่ครั้งใหม่ และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตแบบคนเมือง นอกจากนี้ ยังได้ปรับระบบไฟส่องสว่างด้วยเทคโนโลยี LEDทั้งด้านหน้าและด้านท้าย มุมมองด้านหน้าโดดเด่นด้วยชุดไฟหน้าLED ทรงกลม ซึ่งเป็นอัตลักษณ์อันโดดเด่นที่ฝังรากอยู่ในประวัติศาสตร์การออกแบบของเวสป้ามาอย่างยาวนาน พร้อมด้วยไฟขับขี่กลางวันแบบ LED ที่บริเวณตอนท้ายของตัวรถ

   รถสกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมเวสป้า จีทีเอส ซูเปอร์ เทค300 เอบีเอส(Vespa GTS Super Tech300 ABS)มีให้เลือกด้วยกันสองสี ได้แก่ สี Black Vulcanoและสี Grey Avio ในราคาจัดจำหน่ายที่ 229,900 บาท ผู้สนใจสามารถชมและเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

   ติดตามข่าวประชาสัมพันธ์ของเวสป้าได้ http://www.vespa.co.thเฟซบุ๊ก Official Vespa Society Thailandและอินสตาแกรม @vespathailand

 

MOTO ZONE : บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย นำทัพมอเตอร์ไซค์สู่มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36 พร้อมเผยความแรงจากบีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ใหม่

 

 

 

 

 

 

 

   บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทยพร้อมท้าทายขีดจำกัดของวงการซูเปอร์สปอร์ตอีกครั้งด้วยบีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ใหม่ ยกระดับสมรรถนะให้เหนือขึ้นไปอีกขั้นด้วยน้ำหนักที่เบาลงและประสิทธิภาพในการขับขี่ที่โดดเด่นยิ่งขึ้น โดยในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โปที่จะถึงนี้ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย ยังนำเสนอสมาชิกใหม่ล่าสุดในตระกูลทัวริ่งอย่าง บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 RT ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ทรงพลัง ผสานความสะดวกสบายในการเดินทางทั้งระยะใกล้และระยะใกล้ไว้ได้อย่างลงตัว พร้อมด้วยมอเตอร์ไซค์ในตระกูลอื่น ๆ อีกมากมายมาให้แฟนบิ๊กไบค์ได้สัมผัสกันอย่างครบครัน

   มร. คริสเตียน แซมลาวสกี้ ผู้อำนวยการ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทยกล่าวว่า “เราพร้อมส่งท้ายปี 2562 ด้วยการเปิดตัวหนึ่งในมอเตอร์ไซค์ที่มีความสปอร์ตที่สุดของบีเอ็มดับเบิลยู ซึ่งมอเตอร์ไซค์ในตระกูล RR นี้ ได้สร้างความเร้าใจให้แก่นักบิดทั่วโลกที่หลงใหลในความเร็วและความโฉบเฉี่ยวมาตั้งแต่เจเนอเรชั่นแรกเมื่อ 10 ปีก่อน ในวันนี้ เราได้พัฒนาบีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ให้ก้าวสู่มาตรฐานในระดับใหม่ ด้วยการปรับปรุงชิ้นส่วนและระบบต่างๆตั้งแต่หน้ารถไปจนถึงท้ายรถ ทำให้บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RRใหม่มีน้ำหนักเบาลงกว่า 11 กิโลกรัม และทำเวลาบนสนามแข่งเอาชนะรุ่นก่อนหน้าได้ 1 วินาที ทั้งยังควบคุมรถได้ง่ายดายและแม่นยำยิ่งขึ้น บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RRใหม่ มาพร้อมสมรรถนะที่เหนือความคาดหมาย และมอเตอร์ไซค์จากบีเอ็มดับเบิลยูรุ่นใหม่นี้ จะสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้แก่มอเตอร์ไซค์ในทุกตระกูล”

   “นอกจากนี้ เรายังได้เปิดตัวบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 RT ไปเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ในฐานะสมาชิกใหม่ล่าสุดในตระกูลทัวริ่งของเราที่มาพร้อมกับพลังในการขับเคลื่อนที่เร้าใจและโดดเด่น โดยเฉพาะในการเดินทางระยะไกล และด้วยเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ใหม่และเทคโนโลยี BMW ShiftCam บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 RTจึงสามารถมอบพละกำลังและแรงบิดได้อย่างเต็มกำลัง รวมถึงยังโดดเด่นในด้านประสิทธิภาพในการขับขี่และการปล่อยมลพิษที่ลดลงกว่ารุ่นอื่น ๆ ในเซกเมนต์เดียวกัน” มร. คริสเตียน กล่าว

บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ใหม่

ราคาจำหน่าย: - 1,020,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจ BMSI Standard)
สำหรับสี Racing Red

                        - 1,050,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจ BMSI Standard)
สำหรับสี
Light White /Racing Blue Metallic / Racing Red

   บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ใหม่นับเป็นเจเนอเรชั่นที่สามตั้งแต่เปิดตัวรุ่นแรกในปี 2552 ซึ่งนอกจากได้รับการพัฒนาในด้านสมรรถนะแล้ว ไฮไลท์ของบีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ใหม่ ยังเป็นในเรื่องของความเร็ว ที่มีความเร็วสูงสุดต่ำกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 1 วินาที การออกแบบรูปโฉมและระบบต่าง ๆ คำถึงถึงการใช้งานที่สะดวกสบายของผู้ขับขี่มากยิ่งขึ้น เพื่อประสิทธิภาพในการควบคุมและการขับขี่สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน บนเส้นทางคดเคี้ยว หรือแม้กระทั่งการโลดแล่นด้วยความเร็วสูงบนสนามแข่ง

   ด้วยเครื่องยนต์ 4 สูบและเทคโนโลยี BMW ShiftCam สมรรถนะโดยรวมของบีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ใหม่ จึงได้รับการยกระดับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่ง BMW ShiftCam มีส่วนสำคัญในการเสริมความสมดุลของเพลาลูกเบี้ยวและจังหวะการทำงานของเครื่องยนต์ เสริมด้วยระบบส่งน้ำมันเชื้อเพลิงและระบบท่อไอเสียที่ได้รับการปรับปรุงให้มีน้ำหนักเบาลงถึง 1.3 กิโลกรัม นอกจากนี้ เครื่องยนต์ 4 สูบ 4 จังหวะ ขนาด 999 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำและน้ำมัน ยังส่งพละกำลังเพิ่มขึ้น 6 กิโลวัตต์ (8 แรงม้า) เป็น 152 กิโลวัตต์ (207 แรงม้า) ที่ 13,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 113 นิวตันเมตร ที่11,000 รอบต่อนาทีช่วยเสริมประสิทธิภาพในการขับขี่และการเร่งขณะขับขี่ที่ความเร็วต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น และที่สำคัญ บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ใหม่ ยังมีน้ำหนักเบาลงถึง 11 กิโลกรัม ลงจาก 208 กิโลกรัมในรุ่นก่อนหน้ามาอยู่ที่ 197 กิโลกรัม

   บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ใหม่ ยังพัฒนามาให้มีน้ำหนักลดลง โดยการออกแบบเฟรมรถใหม่ นอกจากจะมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงการยศาสตร์ของผู้ขับขี่แล้ว ยังเน้นไปที่การส่งน้ำหนักไปยังเครื่องยนต์ในระยะทางที่สั้นที่สุด การเคลื่อนที่ของรถมีความคล่องตัวยิ่งขึ้นจากการผสานประสิทธิภาพระหว่างมิติรถ การกระจายน้ำหนักระหว่างล้อ และความสามารถในการรับน้ำหนักที่ได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ส่วนระบบ Full Floater Proช่วยเสริมสมรรถนะของช่วงล่างล้อหลังให้ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าเดิม ซึ่งด้วยการพัฒนาทั้งหมดนี้ ทำให้บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ใหม่ สามารถนำเสนอการควบคุมรถและการยึดเกาะถนนที่แม่นยำยิ่งขึ้นในทุกสภาวะการขับขี่ นอกจากนี้ยังสามารถเลือกเสริมประสิทธิภาพและลุคโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้นด้วยชุดแต่ง M ซึ่งมาพร้อม ล้อสไตล์ M คันคลัทช์และเบรก M และท่อเก็บเสียง M

   บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ใหม่ ยังสามารถรองรับสไตล์การขับขี่ที่หลากหลาย ทั้ง 4 รูปแบบการขับขี่พื้นฐาน ได้แก่ “Rain”, “Road”, “Dynamic” และ “Race”อีกทั้งยังมาพร้อมโหมดการขับขี่แบบโปร ให้ผู้ขับขี่สามารถปรับเปลี่ยนการควบคุมต่าง ๆ ให้ตรงกับรูปแบบการขับขี่เฉพาะตัว ทำงานร่วมกับระบบเบรก ABS Proระบบ Dynamic Traction Controlอัตราเร่ง และการหน่วงกำลังเครื่องยนต์ ที่ปรับเปลี่ยนตามทักษะและรูปแบบในการขับขี่ นอกจากนี้ ระบบ Dynamic Damping Control (DDC)ยังได้รับการพัฒนาเฉพาะสำหรับบีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ใหม่ ปรับค่าการสั่นสะเทือนให้เหมาะสมตามสภาพถนน

   แผงหน้าปัดของบีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ได้รับการออกแบบใหม่ให้ลงตัวกับการโลดแล่นด้วยความเร็วสูงในสไตล์ซูเปอร์สปอร์ตมากยิ่งขึ้น โดยเพิ่มตัวเลือกในการแสดงผลต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น และยังมาพร้อมจอแสดงผล TFT ขนาด 6.5 นิ้ว ที่ง่ายต่อการอ่านค่าในทุกสภาพแสง โดยผู้ขับขี่สามารถเลือกรูปแบบการแสดงผลได้ 2 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่ Pure Ride ซึ่งเน้นการแสดงผลเฉพาะข้อมูลที่สำคัญต่อการขับขี่ และ Core Ride ที่สามารถเลือกการแสดงผลค่าต่าง ๆ เพิ่มได้อีก 3 รูปแบบ เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกการแสดงผลที่เหมาะกับสไตล์การขับขี่ที่หลากหลายได้ตามความต้องการ

   บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RRยังมาพร้อมเฟรมตัวถังแบบใหม่ หรือ Flex Frame ที่ใช้พื้นที่บริเวณถังน้ำมันและเบาะนั่งน้อยลง จึงเพิ่มพื้นที่สำหรับการรองรับน้ำหนักและที่รองเข่ามากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ จุดสัมผัสระหว่างผู้ขับขี่และตัวรถยังได้รับการออกแบบใหม่ให้สอดรับกับองศาระหว่างผู้ขับขี่ มือจับทั้งสองข้าง เบาะนั่ง และที่พักเท้า เพื่อให้ผู้ขับขี่อยู่ในท่วงท่าที่สบายที่สุดตามหลักการยศาสตร์ ไฟหน้า LED ตอกย้ำถึงความโฉบเฉี่ยวและความดุดันของบีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RRดีไซน์ตัวถังใหม่สร้างความโดดเด่นสะดุดตาจากรุ่นก่อนหน้าอย่างชัดเจน โดยมาใน 2 สี 2 สไตล์ด้วยกัน คือ สีแดง Racing Red Uniและสี Light White Uni/Racing โดยบีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RRมาพร้อมกับโปรแกรม BMSI (BMW Motorrad Service Inclusive) ที่มีระยะเวลาบำรุงรักษาตามมาตรฐาน 3 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร และรับประกันคุณภาพ 3 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง

บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 RT

   บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 RT ใหม่ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 2 สูบ ระบายความร้อนด้วยอากาศและของเหลว ขนาด 1,254 ซีซี ที่ได้รับการยกระดับให้สามารถส่งพละกำลังและแรงบิดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ สามารถโลดแล่นได้อย่างราบรื่นแม้ขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ ส่งกำลังสูงสุด 100 กิโลวัตต์ / 136 แรงม้า ที่ 7,750 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 143 นิวตันเมตรที่ 6,250 รอบต่อนาที เครื่องยนต์บ็อกเซอร์รุ่นใหม่นี้ยังโดดเด่นด้วยระบบไอเสียที่สามารถปล่อยมลพิษน้อยลง และประหยัดเชื้อเพลิง เติมเต็มสมรรถนะเครื่องยนต์ด้วยเทคโนโลยี BMW ShiftCam ที่เสริมความสมดุลของเพลาลูกเบี้ยวและจังหวะการทำงานของเครื่องยนต์ นอกจากนี้ เพลาลูกเบี้ยวยังเปลี่ยนมาขับเคลื่อนด้วยห่วงโซ่ฟันแทนโซ่ส่งกำลังแบบเดิม ส่วนระบบหัวฉีดคู่และระบบไอเสียใหม่ ผ่านการรับรองมาตรฐานยูโร 4 ที่เน้นประหยัดเชื้อเพลิงและลดการปล่อยมลพิษสู่อากาศ

   บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 RTมาพร้อมโหมดการขับขี่ที่หลากหลายสำหรับความต้องการที่แตกต่างของนักบิด ได้แก่  ‘Rain’,‘Road’และ Riding Modes Pro ที่เพิ่มโหมดการขับขี่แบบโปร คือ  ‘Dynamic’, ‘Dynamic Pro’, ‘Enduro’ และ ‘Enduro Pro’พร้อมระบบควบคุมการทรงตัวแบบอัตโนมัติ (ASC) และระบบช่วยออกตัวในทางลาดชัน (Hill Start Control)ที่ได้รับการติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน เพื่อเสริมความปลอดภัยให้ผู้ขับขี่อุ่นใจยิ่งขึ่นในทุกสภาวะการขับขี่ เพิ่มความมั่นใจยิ่งขึ้นด้วย ระบบ Dynamic Traction Control และ ABS Pro ที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนระบบ Dynamic Brake Control หรือ DBC ช่วยให้เบรกหลังทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการตัดกำลังของเครื่องยนต์เมื่อเบรกในสถานการณ์ฉุกเฉิน ทำให้รถมีระยะเบรกสั้นลง ในขณะที่ยังสามารถควบคุมรถได้อย่างมั่นคง

   ระบบช่วงล่างที่ควบคุมด้วยไฟฟ้า หรือ Dynamic ESAยังสามารถปรับการตอบสนองของโช้คอัพได้อย่างอัตโนมัติและฉับไวตามสภาวะการขับขี่และการควบคุมรถ ปรับค่าการสั่นสะเทือนให้เหมาะสมตามสภาพถนน เพื่อการขับขี่ที่สบายและมั่นคงในทุกเลี้ยวโค้ง

   ดีไซน์ของบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 RTใหม่ ยังคงเน้นองค์ประกอบอันเป็นเอกลักษณ์ของมอเตอร์ไซค์ทัวริ่งอย่างเต็มเปี่ยมใน 4 สี 4 สไตล์ด้วยกัน ได้แก่ สีขาว Alpine white สีแดง Mars red metallic/Dark slate metallic matt สี Manhattan metallic และสีน้ำเงิน Option 719 Blue planet metallic/Ivory นอกจากนี้ ชุดแต่งจาก BMW Motorrad Spezial ยังเป็นอีกทางเลือกที่พร้อมสร้างความแตกต่างให้สะดุดตายิ่งขึ้น ด้วยชิ้นส่วนคัสตอมสุดเอ็กซ์คลูซีฟในวัสดุเกรดพรีเมียม และงานฝีมืออันประณีตบรรจงในทุกรายละเอียดจากช่างผู้เชี่ยวชาญ มอบสไตล์ที่โดดเด่นแบบเฉพาะตัว

บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 RT ใหม่ สีขาว Alpine White

- ราคา: 1,340,000บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

   สำหรับรุ่นสีขาว Alpine White จะโดดเด่นด้วยล้อสีเงิน Silver metallic ตัดสลับกับตัวเครื่องสีเงิน Aluminium Silver metallic มาพร้อมกับฝาครอบถังน้ำมันกลางตัวรถและที่รองเข่าสีเข้ม Slate Dark metallic matt สวยสะดุดตา นอกจากนี้ ตุ้มถ่วงปลายแฮนด์ ขอบกระจกหน้ารถ และคาลิเปอร์เบรคสีดำ พร้อมด้วยสปอยเลอร์ด้านหน้าและสปอยเลอร์เครื่องยนต์สีดำ Night Black ยังขับเน้นให้ส่วนของเครื่องยนต์นั้นโดดเด่นและโฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้น

บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 RT Sport ใหม่ สีแดง Mars red metallic/Dark slate metallic mattราคา: 1,375,000 บาท(รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

   บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 RT ในโมเดล Sport รุ่นนี้ นำความจัดจ้านจากสีแดง Mars red metallic มาตัดกับสีดำ Dark slate metallic mattเสริมลุคสปอร์ตและปราดเปรียว ส่วนเครื่องยนต์ใหม่ถูกขับให้โดดเด่นด้วยฝาครอบฝาสูบสีเทา Agate Gray metallic mattขณะที่กระจกหน้ารถที่สั้นลงทำให้ดูสปอร์ตมากขึ้น

   ด้วยล้อสีเทา Asphalt Gray metallic mattและเครื่องยนต์ที่เคลือบด้วยสีดำ รูปลักษณ์โดยรวมของบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 RT Sport จึงดุดันและทรงพลัง ชิ้นส่วนต่าง ๆ ของรถ เช่น ตุ้มถ่วงปลายแฮนด์และขอบกระจกหน้ารถใช้สีดำทั้งหมด ซึ่งสีเข้มอย่างสี Slate Darkmetallic matt ช่วยเสริมให้ตัวรถมีเส้นสายที่สมบูรณ์ลงตัว เมื่อตัดกับสีแดง Mars Red metallic mattบนฝาครอบถังน้ำมันตรงกลางรถ ที่รองเข่า และส่วนหน้าของมอเตอร์ไซค์

บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 RTEleganceใหม่ สี Manhattan Metallic

ราคา: 1,375,000 บาท(รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

   โมเดล Elegance มุ่งเน้นรูปลักษณ์ที่หรูหรา สง่างามของบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 RT ใหม่ ด้วยการตกแต่งสีตัวถังในสี Manhattan metallicล้อสีเงินSilver metallic และตัวเครื่องยนต์เคลือบสีเงิน Aluminium Silver metallic เพิ่มความสวยสะดุดตาแต่ยังคงไว้ซึ่งความประณีต ส่วนฝาครอบถังน้ำมันตรงกลางรถและที่รองเข่านั้นก็ผสานกลมกลืนไปกับมิติรถในสีเทา Granite Grey metallic matt

   องค์ประกอบต่าง ๆ ของตัวรถที่เคลือบสีโครเมียม อย่างตุ้มถ่วงปลายแฮนด์และขอบกระจกหน้ารถ เน้นย้ำความเป็นมอเตอร์ไซค์ทัวริ่งได้อย่างชัดเจน ส่วนสปอยเลอร์ของเครื่องยนต์สีดำ Night Black matt เมื่ออยู่คู่กันกับสปอยเลอร์ด้านหน้า จะสะท้อนให้เห็นถึงขุมพลังใหม่ที่ดุดัน พร้อมเสริมความหรูด้วยคาลิเปอร์เบรคสีทองที่เพิ่มเอกลักษณ์และความสง่างามให้กับรถรุ่นนี้ได้เป็นอย่างดี

บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 RTOption 719 styleใหม่ สีน้ำเงิน Blue planet metallic/Ivory

ราคา: 1,520,000 บาท(รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

   สีตัวถังที่มีความเงาโดดเด่นสะดุดตาในรุ่น Option 719 Style นั้น ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษด้วยการพ่นสีน้ำเงิน SpezialBlue Planet metallic องค์ประกอบส่วนต่าง ๆ ของรถที่เป็นโครเมียม เช่น ตุ้มถ่วงปลายแฮนด์และขอบกระจกหน้ารถสะท้อนความหรูหราของบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 RT Option 719 styleได้อย่างลงตัว

   ในส่วนของสปอยเลอร์เครื่องยนต์นั้นใช้สีดำ Night Black ตัดกับสีเงิน Aluminium Silver metallic ของตัวเครื่องยนต์ เพิ่มความหรูให้กับตัวรถด้วยล้อเคลือบสีเงินและคาลิเปอร์เบรคสีทอง

 
 

MOTO ZONE : บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย เปิดตัวบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 RT ใหม่ มอเตอร์ไซค์ทัวริ่งคู่ใจในการเดินทาง

 

 

 

 

 

 

 

   บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทยเผยโฉมบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 RT ใหม่ มอเตอร์ไซค์ทัวริ่งที่มาพร้อมสมรรถนะเครื่องยนต์ทรงพลัง ผสานเข้ากับความสะดวกสบายสำหรับการเดินทางไกลไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมสร้างประสบการณ์สุดประทับใจให้แก่เหล่าไบค์เกอร์บนทุกเส้นทาง ไม่ว่าจะใกล้หรือไกล บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 RT ใหม่ มาพร้อมเครื่องยนต์บ็อกเซอร์อันเป็นเอกลักษณ์ระดับตำนานของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด สั่งจ่ายเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมระบบฟอกไอเสียแบบ closed-loop ชนิด 3 ทางจึงพร้อมส่งแรงบิดเต็มกำลัง ขณะที่เทคโนโลยีระบบวาล์วแปรผันใหม่ BMW ShiftCam ที่ติดตั้งอยู่ในเครื่องยนต์ ก็ยังเสริมความแรงได้อย่างเหนือชั้น

   บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 RT ใหม่ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 2 สูบ ระบายความร้อนด้วยอากาศและของเหลว ขนาด 1,254 ซีซี ที่ได้รับการยกระดับให้สามารถส่งพละกำลังและแรงบิดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ สามารถโลดแล่นได้อย่างราบรื่นแม้ขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ ส่งกำลังสูงสุด 100 กิโลวัตต์ / 136 แรงม้า ที่ 7,750 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 143 นิวตันเมตรที่ 6,250 รอบต่อนาที เครื่องยนต์บ็อกเซอร์รุ่นใหม่นี้ยังโดดเด่นด้วยระบบไอเสียที่สามารถปล่อยมลพิษน้อยลง และประหยัดเชื้อเพลิง เติมเต็มสมรรถนะเครื่องยนต์ด้วยเทคโนโลยี BMW ShiftCam ที่เสริมความสมดุลของเพลาลูกเบี้ยวและจังหวะการทำงานของเครื่องยนต์ นอกจากนี้ เพลาลูกเบี้ยวยังเปลี่ยนมาขับเคลื่อนด้วยห่วงโซ่ฟันแทนโซ่ส่งกำลังแบบเดิม ส่วนระบบหัวฉีดคู่และระบบไอเสียใหม่ ผ่านการรับรองมาตรฐานยูโร 4 ที่เน้นประหยัดเชื้อเพลิงและลดการปล่อยมลพิษสู่อากาศ

   บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 RTมาพร้อมโหมดการขับขี่ที่หลากหลายสำหรับความต้องการที่แตกต่างของนักบิด ได้แก่  ‘Rain’,‘Road’และ Riding Modes Pro ที่เพิ่มโหมดการขับขี่แบบโปร คือ  ‘Dynamic’, ‘Dynamic Pro’, ‘Enduro’ และ ‘Enduro Pro’พร้อมระบบควบคุมการทรงตัวแบบอัตโนมัติ (ASC) และระบบช่วยออกตัวในทางลาดชัน (Hill Start Control)ที่ได้รับการติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน เพื่อเสริมความปลอดภัยให้ผู้ขับขี่อุ่นใจยิ่งขึ่นในทุกสภาวะการขับขี่ เพิ่มความมั่นใจยิ่งขึ้นด้วย ระบบ Dynamic Traction Control และ ABS Pro ที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนระบบ Dynamic Brake Control หรือ DBC ช่วยให้เบรกหลังทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการตัดกำลังของเครื่องยนต์เมื่อเบรกในสถานการณ์ฉุกเฉิน ทำให้รถมีระยะเบรกสั้นลง ในขณะที่ยังสามารถควบคุมรถได้อย่างมั่นคง

   ระบบช่วงล่างที่ควบคุมด้วยไฟฟ้า หรือ Dynamic ESAยังสามารถปรับการตอบสนองของโช้คอัพได้อย่างอัตโนมัติและฉับไวตามสภาวะการขับขี่และการควบคุมรถ ปรับค่าการสั่นสะเทือนให้เหมาะสมตามสภาพถนน เพื่อการขับขี่ที่สบายและมั่นคงในทุกเลี้ยวโค้ง

   ดีไซน์ของบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 RTใหม่ ยังคงเน้นองค์ประกอบอันเป็นเอกลักษณ์ของมอเตอร์ไซค์ทัวริ่งอย่างเต็มเปี่ยมใน 4 สี 4 สไตล์ด้วยกัน ได้แก่ สีขาว Alpine white สีแดง Mars red metallic/Dark slate metallic matt สี Manhattan metallic และสีน้ำเงิน Option 719 Blue planet metallic/Ivory นอกจากนี้ ชุดแต่งจาก BMW Motorrad Spezial ยังเป็นอีกทางเลือกที่พร้อมสร้างความแตกต่างให้สะดุดตายิ่งขึ้น ด้วยชิ้นส่วนคัสตอมสุดเอ็กซ์คลูซีฟในวัสดุเกรดพรีเมียม และงานฝีมืออันประณีตบรรจงในทุกรายละเอียดจากช่างผู้เชี่ยวชาญ มอบสไตล์ที่โดดเด่นแบบเฉพาะตัว

บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 RT ใหม่ สีขาว Alpine White

- ราคา: 1,340,000บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

   สำหรับรุ่นสีขาว Alpine White จะโดดเด่นด้วยล้อสีเงิน Silver metallic ตัดสลับกับตัวเครื่องสีเงิน Aluminium Silver metallic มาพร้อมกับฝาครอบถังน้ำมันกลางตัวรถและที่รองเข่าสีเข้ม Slate Dark metallic matt สวยสะดุดตา นอกจากนี้ ตุ้มถ่วงปลายแฮนด์ ขอบกระจกหน้ารถ และคาลิเปอร์เบรคสีดำ พร้อมด้วยสปอยเลอร์ด้านหน้าและสปอยเลอร์เครื่องยนต์สีดำ Night Black ยังขับเน้นให้ส่วนของเครื่องยนต์นั้นโดดเด่นและโฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้น

บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 RT Sport ใหม่ สีแดง Mars red metallic/Dark slate metallic matt

- ราคา: 1,375,000 บาท(รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

   บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 RT ในโมเดล Sport รุ่นนี้ นำความจัดจ้านจากสีแดง Mars red metallic มาตัดกับสีดำ Dark slate metallic mattเสริมลุคสปอร์ตและปราดเปรียว ส่วนเครื่องยนต์ใหม่ถูกขับให้โดดเด่นด้วยฝาครอบฝาสูบสีเทา Agate Gray metallic mattขณะที่กระจกหน้ารถที่สั้นลงทำให้ดูสปอร์ตมากขึ้น

   ด้วยล้อสีเทา Asphalt Gray metallic mattและเครื่องยนต์ที่เคลือบด้วยสีดำ รูปลักษณ์โดยรวมของบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 RT Sport จึงดุดันและทรงพลัง ชิ้นส่วนต่าง ๆ ของรถ เช่น ตุ้มถ่วงปลายแฮนด์และขอบกระจกหน้ารถใช้สีดำทั้งหมด ซึ่งสีเข้มอย่างสี Slate Darkmetallic matt ช่วยเสริมให้ตัวรถมีเส้นสายที่สมบูรณ์ลงตัว เมื่อตัดกับสีแดง Mars Red metallic mattบนฝาครอบถังน้ำมันตรงกลางรถ ที่รองเข่า และส่วนหน้าของมอเตอร์ไซค์

บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 RTEleganceใหม่ สี Manhattan Metallic

- ราคา: 1,375,000 บาท(รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

   โมเดล Elegance มุ่งเน้นรูปลักษณ์ที่หรูหรา สง่างามของบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 RT ใหม่ ด้วยการตกแต่งสีตัวถังในสี Manhattan metallicล้อสีเงินSilver metallic และตัวเครื่องยนต์เคลือบสีเงิน Aluminium Silver metallic เพิ่มความสวยสะดุดตาแต่ยังคงไว้ซึ่งความประณีต ส่วนฝาครอบถังน้ำมันตรงกลางรถและที่รองเข่านั้นก็ผสานกลมกลืนไปกับมิติรถในสีเทา Granite Grey metallic matt

   องค์ประกอบต่าง ๆ ของตัวรถที่เคลือบสีโครเมียม อย่างตุ้มถ่วงปลายแฮนด์และขอบกระจกหน้ารถ เน้นย้ำความเป็นมอเตอร์ไซค์ทัวริ่งได้อย่างชัดเจน ส่วนสปอยเลอร์ของเครื่องยนต์สีดำ Night Black matt เมื่ออยู่คู่กันกับสปอยเลอร์ด้านหน้า จะสะท้อนให้เห็นถึงขุมพลังใหม่ที่ดุดัน พร้อมเสริมความหรูด้วยคาลิเปอร์เบรคสีทองที่เพิ่มเอกลักษณ์และความสง่างามให้กับรถรุ่นนี้ได้เป็นอย่างดี

บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 RTOption 719 styleใหม่ สีน้ำเงิน Blue planet metallic/Ivory

- ราคา: 1,520,000 บาท(รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

   สีตัวถังที่มีความเงาโดดเด่นสะดุดตานั้นได้รับการออกแบบเป็นพิเศษด้วยการพ่นสีน้ำเงิน SpezialBlue Planet metallic องค์ประกอบส่วนต่าง ๆ ของรถที่เป็นโครเมียม เช่น ตุ้มถ่วงปลายแฮนด์และขอบกระจกหน้ารถสะท้อนความหรูหราของบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 RT Option 719 styleได้อย่างลงตัว

   ในส่วนของสปอยเลอร์เครื่องยนต์นั้นใช้สีดำ Night Black ตัดกับสีเงิน Aluminium Silver metallic ของตัวเครื่องยนต์ เพิ่มความหรูให้กับตัวรถด้วยล้อเคลือบสีเงินและคาลิเปอร์เบรคสีทอง

   ผู้ที่สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่www.bmw-motorrad.co.thหรือสอบถามได้ที่ผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

 

MOTO ZONE : บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย ส่งข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับมอเตอร์ไซค์หลากหลายรุ่น ด้วยโปรแกรมดาวน์น้อย ผ่อนสบาย

   สำหรับผู้ที่กำลังมองหามอเตอร์ไซค์สมรรถนะเหนือชั้นมาครอบครอง บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย จัดเต็มข้อเสนอทางการเงินสุดพิเศษ ดาวน์น้อย ผ่อนสบาย ให้เป็นเจ้าของมอเตอร์ไซค์ได้ง่าย ๆกับมอเตอร์ไซค์หลากหลายรุ่นที่เข้าร่วมแคมเปญ พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นมอเตอร์ไซค์โรดสเตอร์รุ่นเล็ก บีเอ็มดับเบิลยู G 310 R, สกู๊ตเตอร์สุดหรู บีเอ็มดับเบิลยู C 400 GT, มอเตอร์ไซค์เอ็นดูโร่สายลุย บีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS, บิ๊กไบค์ซูเปอร์สปอร์ตสไตล์โรดสเตอร์ บีเอ็มดับเบิลยู S 1000XR, บิ๊กไบค์ดีไซน์สไตล์ Heritageบีเอ็มดับเบิลยู R nineT หรือบีเอ็มดับเบิลยู K 1600 B (Grand America) มอเตอร์ไซค์ทัวริ่งสุดดุดัน พร้อมมอบสิทธิประโยชน์สุดคุ้มอีก 3 ต่อให้กับลูกค้าที่ซื้อบีเอ็มดับเบิลยู R 1200 GS และ R 1200 GS Adventureอีกด้วย

   บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย ยังเอาใจลูกค้าทุกกลุ่มด้วยข้อเสนอทางการเงินสุดพิเศษ ให้ได้เลือกผ่อนยืดหยุ่นตามความต้องการ เช่น บีเอ็มดับเบิลยู R1200 GSและบีเอ็มดับเบิลยู R 1200 GS Adventureที่มาพร้อมข้อเสนอเงินดาวน์เริ่มต้นที่ 243,750บาท และผ่อนเบา ๆ ที่ 8,099 บาท / 60 เดือน ด้วยทางเลือกอิสระด้วยสินเชื่อแบบบอลลูน[1]เพื่อการผ่อนชำระรายเดือนที่ลดลง หรือสามารถเลือกข้อเสนอสุดพิเศษ สุดคุ้มอีก 3 ต่อ ดังนี้

·         ฟรีแพ็คเกจ BMW Motorrad Service Inclusive ระยะเวลา 3 ปี  

·         ฟรี Aluminum Panniers 3 ใบ

·         ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 3 ปี[2]

   ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.bmw-motorrad.co.thหรือสอบถามข้อมูลได้ที่ผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

 
 

More Articles...

Page 1 of 2

รับจัดกิจกรรมการตลาด ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( PIYA 0819012840 )

Designed by eTDS TechnoSys
Click here to donate

.

ราคาน้ำมัน

Latest News

MOTORNEWS : โตโยต้า ต่อยอดความสำเร็จ “KINTO” เพิ่มรถรุ่นไฮบริดและรุ่น GR สปอร์ต ตอบสนองความต้องการของลูกค้าครบวงจร              บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมมือกับ บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง... Read more...
MOTOR NEWS : “MOTOR EXPO” แจกจริง ! รถยนต์ 3 คัน บิกไบค์ 1 คัน                    “IMC สื่อสากล”ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์” มอบรางวัลรถยนต์ 3 คัน... Read more...

Feature News

Joomla 1.5
You are here: Home MOTO ZONE
Orange Green Red