Developed by JoomVision.com

MOTO ZONE

MOTO ZONE : บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย รุกเสริมแกร่งในตลาดบิ๊กไบค์ ประกาศปรับราคามอเตอร์ไซค์หลากหลายรุ่น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทยเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งในตลาดบิ๊กไบค์ไทยอย่างต่อเนื่อง ก้าวสู่ศักราชใหม่ด้วยการประกาศปรับราคามอเตอร์ไซค์หลายรุ่น เอาใจเหล่านักบิดไทยด้วยโอกาสในการเป็นเจ้าของมอเตอร์ไซค์เหนือชั้นได้ง่ายดายยิ่งขึ้น ซึ่งการปรับราคาในครั้งนี้ ครอบคลุมมอเตอร์ไซค์ถึง 12 รุ่นในตระกูลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นมอเตอร์ไซค์เร้าใจสายสปอร์ต เช่น บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 R มอเตอร์ไซค์โรดสเตอร์ดุดันปราดเปรียว เช่น บีเอ็มดับเบิลยู G 310 Rมอเตอร์ไซค์แอดเวนเจอร์คู่ใจขาลุยอย่างบีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS Adventureไปจนถึงมอเตอร์ไซค์ Heritage สุดคลาสสิกในดวงใจของเหล่าไบค์เกอร์ เช่น บีเอ็มดับเบิลยู R nineT Scramblerโดยราคาใหม่มีผลแล้ววันนี้ ณ ผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

   มร. มิเกล ญาเบรส-โปห์ล ผู้อำนวยการ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และผู้นำเข้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกล่าวว่า “ในตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา เราได้พัฒนาศักยภาพของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่องด้วยกลยุทธ์ต่าง ๆ ตั้งแต่การเปิดตัวมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ที่ครอบคลุมทั้งความต้องการด้านการขับขี่และไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง ไปจนถึงการตอบโจทย์ความต้องการด้านการเงินด้วยข้อเสนอทางการเงินที่ยืดหยุ่นและหลากหลาย ซึ่งจากการศึกษาศักยภาพและความต้องการในตลาดบิ๊กไบค์ไทย เราเชื่อว่าการปรับราคาในครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นและเพิ่มโอกาสให้ผู้ขับขี่ในประเทศไทยได้เป็นเจ้าของมอเตอร์ไซค์พรีเมียมที่เหนือระดับจากบีเอ็มดับเบิลยูในราคาที่เข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น และเรายังคงมีแผนที่จะเสริมความแข็งแกร่งในตลาดไทยตลอดทั้งปี 2564 นี้ เพื่อนำเสนอจิตวิญญาณและสมรรถนะอันเป็นเอกลักษณ์ของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดที่สามารถตอบโจทย์แฟน ๆ ชาวไทยได้อย่างตรงจุดยิ่งขึ้น นอกจากนี้ เรายังเตรียมกิจกรรมฝึกทักษะการขับขีและทริปที่น่าสนุกอีกมากมายไว้ให้ลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดได้ร่วมสร้างความทรงจำดี ๆ ร่วมกันในปีนี้”

การปรับราคาใหม่ของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย ครอบคลุมมอเตอร์ไซค์รุ่นต่าง ๆ ดังนี้

   ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.bmw-motorrad.co.thหรือสอบถามข้อมูลได้ที่ผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

 

MOTO ZONE : พุ่งทะยานไปกับขุมพลังความแรงครั้งใหม่ กับ Vespa GTS Super Sport 300 HPE “สีขาวใหม่ White Innocenza” เสน่ห์แห่งความเท่เรียบง่าย สไตล์เรโทรโมเดิร์นสปอร์ต

 

 

 

 

 

 

   สานต่อเรื่องราวความเร็วแรงในคอนเซ็ปต์ super sport จากที่สุดแห่งเวสป้าเฟรมใหญ่ "Vespa GTS" ที่พร้อมปลุกจิตวิญญาณเหล่านักบิดครั้งใหม่ กับ “VESPA GTS SUPER SPORT 300 HPEสีขาวใหม่ (WHITE INNOCENZA)” มาพร้อมเสน่ห์แห่งความเท่เรียบง่ายแต่โดดเด่นด้วยสไตล์เรโทรโมเดิร์นสปอร์ต เติมเต็มความพรีเมี่ยมด้วยการตกแต่งสีแดงสุดโมเดิร์นรอบคัน ทั้งบังแตร 3 แถบบริเวณเน็กไท สปริงโช๊ค บังโคลนหน้า และชุดสติ๊กเกอร์ด้านข้างตัวถัง มาพร้อมเบาะปั๊มลอนและล้อแม็กสีดำเสริมลุคความเท่ ที่สำคัญยังคงขุมพลังกับสุดยอดสมรรถนะตามแบบฉบับเวสป้า จีทีเอส กับเครื่องยนต์ “HPE (High Performance Engine) ขนาด 300 ซีซี เครื่องยนต์ที่ทรงพลังที่สุดของเวสป้าเท่าที่เคยมีมา ที่มอบความรู้สึกโดดเด่น เท่ และหรูหรา เมื่อได้ขับขี่สกู๊ตเตอร์คันนี้ในทุกเส้นทาง

   VESPA GTS SUPER SPORT 300 HPE สีขาว (WHITE INNOCENZA) เน้นย้ำความโดดเด่นอย่างมีเอกลักษณ์ด้วยไฟหน้าทรงกลมสุดคลาสสิก ที่มอบความส่องสว่างแบบ Full LED เข้าคู่กับไฟท้าย แบบ LED ตัดขอบเส้นสายให้มีความพรีเมี่ยมมากขึ้นด้วยกรอบไฟชุบโครเมี่ยม และเพิ่มการกระจายแสงสว่าง เพื่อสร้างความชัดเจนในทุกเส้นทางยามค่ำคืน และไฟส่องสว่างขณะขับขี่เวลากลางวันแบบ (Day Time Running Light)

   ด้านขุมพลัง VESPA GTS SUPER SPORT 300 HPE สีขาว (WHITE INNOCENZA) มาพร้อมเครื่องยนต์ที่ทรงพลังที่สุดของเวสป้า HPE (High Performance Engine) ขนาด 300 ซีซี 4 จังหวะลูกสูบเดี่ยว ภายใต้มาตรฐานยูโร 4 ให้กำลังสูงสุด 17 กิโลวัตต์ ที่ 8,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 25.5 นิวตันเมตร ที่ 5,500 รอบต่อนาที เพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 12% แถมประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้น และทำให้ทุกเส้นทางขับขี่เป็นเรื่องง่ายๆ นุ่มนวล ด้วยระบบกันสะเทือนของ Vespa GTS Super Sport 300 HPE กับโช๊คอัพหน้าไฮดรอลิคแบบแขนเดี่ยว และโช๊คอัพหลังแบบไฮดรอลิคคู่ ปรับได้ถึง 4 ระดับ อุ่นใจด้วยระบบป้องกันการลื่นไถล ASR (Anti-Slip Regulation) และดิสก์เบรกหน้าหลังระบบ ABS แบบ 2 Channels

   VESPA GTS SUPER SPORT 300 HPE สีขาว (WHITE INNOCENZA) ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของ ผู้ที่มองหาความสปอร์ตเหนือระดับที่ไม่เหมือนใคร พร้อมให้คุณออกเดินทางเพื่อไปค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ โดยสนนราคา 215,900 บาท

   สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดต่อตัวแทนจำหน่ายเวสป้าทั่วประเทศ และสามารถติดตามข่าวประชาสัมพันธ์ของเวสป้าได้ที่

LINE Official Account @vespathailand

หรือ http://www.vespa.co.th

เฟซบุ๊ก Official Vespa Society Thailand

และอินสตาแกรม @vespathailand

 

MOTO ZONE : บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย เปิดตัวบีเอ็มดับเบิลยู R 18 First Edition ครูสเซอร์พันธุ์แท้ที่มาพร้อมเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ของบีเอ็มดับเบิลยู

 

 

 

 

 

 

 

   บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทยสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการไบเกอร์สายคลาสสิกอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวบีเอ็มดับเบิลยู R 18 First Edition มอเตอร์ไซค์ทัวริ่งครูสเซอร์ที่จะมาสร้างตำนานใหม่ในตลาดบิ๊กไบค์ ด้วยการผสมผสานประวัติศาสตร์ที่โดดเด่นของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด เข้าไว้กับเทคโนโลยีล้ำสมัยในยุคปัจจุบันได้อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมด้วยเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยผลิตโดยบีเอ็มดับเบิลยู จึงสามารถมอบประสบการณ์ในการขับขี่ที่เพียบพร้อมทั้งในด้านสมรรถนะและสุนทรียภาพ ในดีไซน์ที่หลอมรวมกลิ่นอายแบบย้อนยุคและร่วมสมัยไว้ในสไตล์ที่เปี่ยมด้วยความเรียบง่าย แต่โดดเด่นด้วยจิตวิญญาณแห่งความคลาสสิกในดวงใจของเหล่าไบเกอร์

   มร. มิเกล ญาเบรส-โปห์ล ผู้อำนวยการ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และผู้นำเข้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกล่าวว่า “ตั้งแต่ที่เราได้เปิดตัวคอนเซ็ปต์ของ R 18 ไปในปี 2562 เราได้รับเสียงตอบรับที่น่าประทับใจจากแฟน ๆ ทั่วโลก ซึ่งเราได้ถ่ายทอดประวัติศาสตร์และเรื่องราวที่ยาวนานหลายทศวรรษของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดออกมาเป็นดีไซน์สุดคลาสสิกของบีเอ็มดับเบิลยู R18 First Edition ที่พร้อมจุดประกายทุกจินตนาการให้แฟน ๆ ได้สร้างความสนุกสนานในแบบฉบับของตนเอง ความโดดเด่นของบีเอ็มดับเบิลยู R 18 First Edition ใหม่นี้ ยังอยู่ที่ดีไซน์แบบเปลือยที่สะดุดตาด้วยรูปโฉมบีเอ็มดับเบิลยูถึงแก่นแท้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ขนาดใหญ่ และถังน้ำมันทรงหยดน้ำอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้เป็นการผสมผสานความเรียบง่ายและแก่นแท้ของความคลาสสิกให้เข้ากับเทคโนโลยีล้ำยุคอย่างลงตัว เราตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่จะได้แนะนำอีกหนึ่งมอเตอร์ไซค์รุ่นตำนานนี้ให้แก่แฟน ๆ ชาวไทย ซึ่งเราเชื่อว่าบีเอ็มดับเบิลยู R 18 First Edition ใหม่นี้จะเป็นอีกรุ่นหนึ่งที่สร้างบรรทัดฐานใหม่ให้แก่เซกเมนต์ครูสเซอร์ได้อย่างแน่นอน”  

บีเอ็มดับเบิลยู R 18First Edition ใหม่
ราคาจำหน่าย: 1,150,000บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

   บีเอ็มดับเบิลยู R 18 First Edition ใหม่ โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ที่สื่อถึงแก่นแท้ของมอเตอร์ไซค์ในแบบดั้งเดิม การออกแบบได้รับแรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์ต้นกำเนิดของแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด จึงมอบกลิ่นอายความคลาสสิกได้อย่างถึงอารมณ์ด้วยชิ้นส่วนแฮนด์เมดต่าง ๆ ที่ล้วนตอกย้ำถึงความเรียบง่ายที่ยังคงตอบโจทย์การใช้งานในทุกองค์ประกอบ สัดส่วนที่ลงตัวของบีเอ็มดับเบิลยู R 18 First Edition ยังได้รับแรงบันดาลใจจากมอเตอร์ไซค์คลาสสิกรุ่นพี่อย่างบีเอ็มดับเบิลยู R5 ถ่ายทอดออกมาเป็นเอกลักษณ์ความงามที่ก้าวข้ามกาลเวลาด้วยดีไซน์เปลือยสะกดสายตา

   ลักของบีเอ็มดับเบิลยู R 18 First Edition ใหม่ คือเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 2 สูบขนาดใหญ่ที่ได้รับการพัฒนาใหม่ให้ทรงพลังทั้งในด้านดีไซน์และประสิทธิภาพ โดยเป็นการยกระดับต่อจากเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ระบายความร้อนด้วยอากาศแบบดั้งเดิมที่บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดเริ่มผลิตขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2466 โดยเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 2 สูบรุ่นใหม่นี้ ทรงพลังที่สุดในบรรดาเครื่องยนต์ประเภทเดียวกันที่บีเอ็มดับเบิลยูเคยผลิตออกจำหน่าย มาพร้อมความจุ 1,802 ซีซี ส่งพละกำลังสูงสุด67 กิโลวัตต์ (91 แรงม้า) ที่ 4,750 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 158 นิวตันเมตร ที่ 3,000 รอบต่อนาที และส่งแรงบิดมากกว่า 150 นิวตันเมตรตลอดในระหว่าง 2,000 ถึง 4,000 รอบต่อนาที พร้อมสร้างเสียงเครื่องยนต์กระหึ่มเร้าใจ ในขณะที่ระบบขับเคลื่อนมาในโครงสร้างเหล็กกล้าสองชั้นอันเป็นเอกลักษณ์ของบีเอ็มดับเบิลยู และยังโดดเด่นด้วยมาตรฐานการผลิตคุณภาพสูงและความประณีตในรายละเอียดต่าง ๆ เช่น การเชื่อมข้อต่อระหว่างโครงสร้างเหล็กและการขึ้นรูปชิ้นส่วนเหล็กหล่อต่าง ๆ นอกจากนี้ สวิงอาร์มหลังยังได้รับแรงบันดาลใจจากบีเอ็มดับเบิลยู R 5 ยึดต่อกับเพลาหลังด้วยข้อต่อสลักเกลียวแบบดั้งเดิม

   ระบบช่วงล่างของบีเอ็มดับเบิลยู R 18 First Edition ยังคงความคลาสสิกด้วยการใช้ช่วงล่างแบบเทเลสโคปิกแทนการควบคุมด้วยไฟฟ้า โดยมีคานรับน้ำหนักกลางที่สามารถปรับตั้งค่าความหนืดและการยุบตัวของสปริงได้ เพื่อการควบคุมที่เฉียบคมและนุ่มสบาย แกนโช้คหน้ามีเส้นผ่าศูนย์กลาง 49 มิลลิเมตร ระยะยุบตัวโช้คหน้า 120 มิลลิเมตร และระยะยุบตัวโช้คหลัง 90 มิลลิเมตร ระบบเบรกของบีเอ็มดับเบิลยู R 18 First Edition มาพร้อมดิสก์เบรกคู่ที่ล้อหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยวที่ล้อหลัง และคาลิปเปอร์เบรกแบบตายตัว 4 ลูกสูบ พร้อมล้อซี่ลวดที่เสริมลุคให้สะดุดตายิ่งขึ้น

   บีเอ็มดับเบิลยู R 18 First Edition ยังพิเศษด้วยโหมดการขับขี่ที่เหนือระดับกว่ารุ่นอื่น ๆ ในเซกเมนต์เดียวกัน มาพร้อม 3 โหมด ได้แก่ “Rain”, “Roll” และ “Rock”ให้เลือกปรับตามความชอบเฉพาะตัว พกพาเทคโนโลยีด้านการขับขี่ที่ครบครันมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นการเสริมความปลอดภัยด้วยฝาถังน้ำมันเชื้อเพลิงพร้อมระบบล๊อก ระบบควบคุมการทรงตัวแบบอัตโนมัติ (ASC) ระบบป้องกันการลื่นไถลของล้อหลัง (MSR) จากการชะลอตัวหรือลดเกียร์ ระบบช่วยออกตัวในทางลาดชัน (Hill Start Control)ระบบเกียร์ถอยหลัง (Reverse Gear) ระบบสัญญาณกันขโมย ระบบป้องกันรถกระชาก (Anti-hopping Clutch) และระบบ Dynamic Brake Control หรือ DBC ที่ช่วยให้เบรคหลังทำงานได้ดียิ่งขึ้น เสริมความล้ำสมัยด้วยระบบสตาร์ทแบบไร้กุญแจ (Keyless Ride)

 

 

   ดีไซน์ของบีเอ็มดับเบิลยู R 18 First Edition ที่เป็นการนำเอาเอกลักษณ์ความคลาสสิกมาผสานเข้ากับดีไซน์แบบร่วมสมัยนั้น สืบทอดรายละเอียดต่าง ๆ จากบีเอ็มดับเบิลยู R 5 ที่ได้สร้างตำนานไว้ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2479 ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างเหล็กกล้าสองชั้น ถังน้ำมันทรงหยดน้ำ เพลาแบบเปิดเปลือย พร้อมเสริมลูกเล่นดีไซน์ด้วยการทำสีแบบลายเส้นบนตัวถัง ส่วนโครงสร้างเฟรมและถังน้ำมันสร้างเส้นสายที่เชื่อมต่อกันตั้งแต่หน้ารถไปจนถึงซุ้มล้อหลัง สร้างความสง่างามด้านดีไซน์จากมุมข้าง โครงสร้างของบีเอ็มดับเบิลยู R 18 First Edition ล้วนผลิตด้วยวัสดุโลหะ ตามแบบฉบับมอเตอร์ไซค์คลาสสิก

 

 

   นอกจากนี้ มาตรวัดความเร็วแบบอนาล็อกทรงกลม พร้อมจอแสดงสถานะการขับขี่ที่ปรากฎให้เห็นเฉพาะเวลาเปิดไฟ ได้รับการออกแบบมาเพื่อเสริมลุคคลาสสิกของบีเอ็มดับเบิลยู R 18 First Edition โดยเฉพาะ โดยที่ยังมอบเทคโนโลยีล้ำสมัยมากมายที่ผสานเข้ากับดีไซน์สุดคลาสสิกได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นจอแสดงสถานะเกียร์และข้อมูลการขับขี่แบบดิจิทัล ไฟหน้า Adaptive LED แบบใหม่ พร้อมระบบ Daytime Riding light และ Headlight Proในโคมโลหะคุณภาพสูง และไฟเลี้ยว LED ที่ออกแบบเป็นชิ้นเดียวกับไฟท้าย สร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้แก่บีเอ็มดับเบิลยู R 18First Edition

   บีเอ็มดับเบิลยู R 18 First Edition นี้ มาในสีดำ Black Storm Metallic ตัดกับลายเส้นสีขาวบนตัวถัง ชิ้นส่วนโครเมียม ลูกเล่นป้ายสลัก BMW บนเบาะที่นั่ง และป้ายสลักโครเมียม “First Edition” ข้างตัวถัง นอกจากนี้ เหล่าไบค์เกอร์ที่ต้องการเสริมลุคคลาสสิกแบบพันธุ์แท้ ยังสามารถเลือกเครื่องแต่งกายและอุปกรณ์สำหรับขับขี่มอเตอร์ไซค์ในคอลเล็กชัน Ride & Styleเพื่อสร้างสุนทรียภาพในการขับขี่ครอบคลุมทุกมิติของไลฟ์สไตล์มากยิ่งขึ้น

 

MOTO ZONE : VESPA เผยโฉมเฉดสีใหม่จากตระกูล SPRINT กับ VESPA SPRINT 150 i-Get ABS “สีแดงเข้มเมทัลลิก RED SCARLATTO” หรูหรา ดึงดูด สยบทุกสายตา

 

 

 

 

 

 

 

   ความเร่าร้อนที่จะกระตุ้นอะดรีนาลีนความสนุกให้พุ่งพล่านในทุกการขับขี่ กับสกู๊ตเตอร์ตระกูลสปริ้นท์ที่พร้อมให้คุณได้สัมผัสเสน่ห์แห่งความร้อนแรง กับ เวสป้า สปริ้นท์ 150 ไอ-เก็ต เอบีเอส (Vespa Sprint 150 i-Get ABS) เฉดสีใหม่“สีแดงเข้มเมทัลลิก Red Scarlatto”ที่มาพร้อมออพชั่นอำนวยความสะดวกอันทันสมัยและสมรรถนะที่เร้าใจให้ทุกการเดินทางเต็มเปี่ยมด้วยความสนุกยิ่งกว่าที่เคย

   Vespa Sprintรถสกู๊ตเตอร์ดีเอ็นเอแห่งความสปอร์ต ผสมผสานความคลาสสิกของยุค '60s พร้อมความทันสมัย ดุดัน และทรงสมรรถนะตามแบบฉบับปัจจุบัน Vespa Sprintครั้งนี้มาพร้อมกับสีใหม่ “สีแดงเข้มเมทัลลิก Red Scarlatto”ซึ่ง “It's not just red. it's scarlatto. Inspired by roman red to sexy red scarlatto” เปรียบเสมือนนิยามที่บ่งบอกความเป็นตัวตนของรถสกู๊ตเตอร์สีใหม่รุ่นนี้ ที่ไม่ใช่แค่สีแดง แต่เป็น Scarlatto สีแดงเข้มที่ได้แรงบันดาลใจจากสีแดงของชาวโรมัน สะท้อนความหรูหรา สง่างาม และมีเสน่ห์ ชวนดึงดูดในแบบ Scarlattoทำให้รถสกู๊ตเตอร์รุ่นนี้สร้างแรงดึงดูดและพร้อมสะกดทุกสายตายามโลดแล่นบนท้องถนน ด้วยรูปทรงที่ปราดเปรียวของตัวถังรถที่ผลิตจากเหล็กกล้า สะท้อนความแข็งแรง พร้อมมิติการดีไซน์ที่มีความโดดเด่น คล่องตัว ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว คงเสน่ห์ด้วยไฟหน้า
ทรงหกเหลี่ยมสไตล์สปอร์ต ตกแต่งรายละเอียดให้มีความหรูหราและสปอร์ตด้วยสีโครเมี่ยมตัดกับสีแดงเข้มเมทัลลิกของตัวรถอาทิ กรอบไฟหน้า- ไฟหลัง กระจกมองหลัง คิ้วตัวถังหน้ารถ ฝาครอบท่อไอเสีย ที่พักเท้าที่จับสำหรับผู้โดยสารและขอบล้อเบาะนั่งที่ได้รับการออกแบบให้มีลุคสปอร์ตแฝงความคลาสสิกองค์ประกอบต่างๆ ถูกออกแบบให้เข้ากันกับตัวถังรถ และสร้างความโดดเด่นของเฉดสีแดงเข้มเมทัลลิก Scarlattoได้อย่างลงตัว พร้อมส่งมอบความสนุกให้คุณทะยานไปกับความเร้าใจแห่งการขับขี่ทุกเส้นทางแล้ววันนี้

   Vespa Sprint 150 i-Get ABSสีแดงเข้มเมทัลลิก (Red Scarlatto)วางจำหน่ายแล้วในราคา 132,400บาทสำหรับผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของ เวสป้า สามารถติดต่อตัวแทนจำหน่ายเวสป้าทั่วประเทศ และสามารถติดตามข่าวประชาสัมพันธ์ของเวสป้าได้ที่ LINE @vespathailand หรือ http://www.vespa.co.th เฟซบุ๊ก Official Vespa Society Thailandและ อินสตาแกรม @vespathailand

 

MOTO ZONE : ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน เอาใจผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ ประกาศราคาใหม่ เข้าถึงง่ายกว่าเดิม ประกาศราคาใหม่รถรุ่นปี 2020 สปอร์ตสเตอร์ 1200 เริ่มต้นเพียง 572,500 บาท

 

 

 

 

 

 

   ฮาร์ลีย์-เดวิดสันประกาศราคาใหม่สำหรับรถมอเตอร์ไซค์รุ่นปี 2020ในตระกูลยอดนิยมอย่าง สปอร์ตสเตอร์ 1200(Sportster™1200),ซอฟเทล(Softail™)และ ทัวร์ริ่ง(Touring)เพื่อตอบสนองเหล่าบรรดาผู้ขับขี่ชาวไทยให้ได้เป็นเจ้าของรถมอเตอร์ไซค์ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ในราคาใหม่เริ่มต้นเพียง 572,500บาท สำหรับรุ่นสปอร์ตสเตอร์ ไอรอน 1200(Sportster Iron 1200™)

   โดยฮาร์ลีย์-เดวิดสันเปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่ที่กำลังมองหารถมอเตอร์ไซค์ในฝัน สามารถเป็นเจ้าของรถมอเตอร์ไซค์ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™สำหรับรุ่นปี 2020กับราคาใหม่ ได้ตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน เป็นต้นไป ผ่าน 11ผู้จำหน่ายฮาร์ลีย์-เดวิดสันอย่างเป็นทางการ โดยการประกาศราคาใหม่ในครั้งนี้ เป็นความตั้งใจของบริษัทที่ต้องการทำให้ผู้ขับขี่รุ่นใหม่สามารถเข้าถึงประสบการณ์การขับขี่มอเตอร์ไซค์มากขึ้น

   “สำหรับ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในกลุ่มตลาดที่ใหญ่และเติบโตมาอย่างยาวนานในเอเชีย เราจึงหวังว่าการประกาศราคาใหม่ที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นของเรา จะเป็นผลดีต่อตลาดและเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำหรับเหล่าลูกค้าที่อยากเป็นเจ้าของและขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ได้มีโอกาสที่จะเข้าถึงและครอบครองได้เร็วยิ่งขึ้นนาย ซาจีฟ รัชเกคาราน กรรมการผู้จัดการ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ตลาดเกิดใหม่ในเอเชียและอินเดียกล่าว

   นอกจากนี้ การประกาศราคาใหม่ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในด้านการดำเนินงานและความคล่องตัวในธุรกิจของ ฮาร์ลีย์-เดวิดสันในประเทศไทย ทั้งยังเป็นการกระตุ้นระบบเศรษฐกิจให้มีการขับเคลื่อนได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

   สำหรับการประกาศราคาใหม่รถมอเตอร์ไซค์รุ่นปี 2020ประกอบไปด้วย ตระกูลสปอร์ตสเตอร์1200(Sportster™1200)  ไอรอน 1200 (Iron 1200™),1200คัสตอม (1200 Custom),โร้ดสเตอร์ (Roadster™)และฟอร์ตี้เอทจ์ (Forty-Eight™) ตระกูลซอฟเทล(Softail™)  สตรีทบ๊อบ (Street Bob™),โลว์ ไรเดอร์ (Low Rider™),สปอร์ต ไกลด์ (Sport Glide™),เอฟเอ็กซ์ดีอาร์114 (FXDR™114),แฟตบ๊อบ 114 (Fat Bob™114),เบรกเอาท์ 114 (Breakout™114),เฮอริเทจ คลาสสิก 114 (Heritage Classic 114)และ แฟตบอย 114 (Fat Boy™114);และตระกูลทัวร์ริ่ง (Touring)รุ่นอิเล็กตร้า ไกลด์ สแตนดาร์ด(Electra Glide™ Standard),โร้ด คิง (Road King™),โร้ดคิง สเปเชียล (Road King™ Special),สตรีท ไกลด์ สเปเชียล (Street Glide™ Special),โร้ด ไกลด์ สเปเชียล (Road Glide™Special)และรุ่น อัลตร้า ลิมิเต็ด(Ultra Limited)

ช่องทางเพิ่มเติมเพื่อค้นหาความสนุกในการขับขี่

   การทดลองขับขี่และสัมผัสรถมอเตอร์ไซค์ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ในรุ่นปี 2020นั้นจะง่ายและสะดวกสบายด้วยบริการจัดส่งรถมอเตอร์ไซค์ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ที่มาพร้อมกับการบริการให้ผู้ที่สนใจได้ทดลองขับขี่ถึงที่บ้าน นอกจากนี้ลูกค้าที่ซื้อรถในรุ่นปี 2020จะได้สิทธิ์เลือกรับรถตามสถานที่ที่ท่านต้องการอีกด้วย

   เพื่อให้แฟนๆ ชาวไทยได้สัมผัสประสบการณ์ระดับโลกได้อย่างเต็มที่ ฮาร์ลีย์-เดวิดสันยังเปิดตัว Passport to Freedomเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31ธันวาคม 2563โดยผู้ขับขี่ที่ได้รับใบอนุญาตขับขี่จักรยานยนต์ในปีนี้ จะได้รับบัตรกำนันมูลค่า 15,000บาท เมื่อซื้อรถมอเตอร์ไซค์ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™จากผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

ติดต่อผู้จำหน่าย ฮาร์ลีย์-เดวิดสันอย่างเป็นทางการสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมของรุ่นปี 2020หรือคลิกที่นี่ Linkสำหรับภาพเพิ่มเติมคลิกที่นี่ Link

 

MOTO ZONE : ฟอร์ดปิ๊งไอเดียตอบโจทย์ 6 ความปกติใหม่ในการใช้รถ

 

 

 

 

 

 

   หลังเริ่มมีการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัส 2019 (โควิด-19)ธุรกิจหลายแห่งเริ่มกลับมาเปิดให้บริการ แม้สถานการณ์จะเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะใกล้เคียงปกติแต่ทุกคนก็ควรปรับตัวให้เข้ากับรูปแบบการดำเนินชีวิตใหม่ หรือนิวนอร์มัล และให้ความสำคัญกับสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยในทุกๆ กิจกรรมมากยิ่งขึ้นและเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมควบคู่กับการป้องกันตนเองโดยคำนึงถึงสุขอนามัยส่วนบุคคลเป็นอันดับแรก ฟอร์ดแนะ 6 ตัวช่วยเพื่อการเดินทางด้วยรถยนต์ด้วยความมั่นใจและปลอดภัยเพื่อรับมือกับ ‘ความปกติใหม่’ที่แตกต่างไปจากเดิม

 

1.      การทำความสะอาดฆ่าเชื้อในรถยนต์อย่างเข้มงวดและสม่ำเสมอ

หลังสถานการณ์โควิด-19 หลายคนเริ่มให้ความสำคัญกับการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อในรถยนต์ โดยเฉพาะบริเวณจุดสัมผัสบ่อย รวมถึงการเตรียมอุปกรณ์เพื่อสุขอนามัยส่วนบุคคล เช่น เจลล้างมือ แอลกอฮอล์ และหน้ากากอนามัยสำรองไว้ในรถตลอดเวลา ดังนั้น เพื่อมอบความมั่นใจด้านสุขอนามัยสูงสุดให้แก่เจ้าของรถฟอร์ด ฟอร์ดจึงมอบบริการทำความสะอาดฆ่าเชื้อรถทุกคันที่เข้ารับบริการในโชว์รูม หรือใช้บริการตรวจสภาพรถยนต์ที่บ้าน ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการแนะนำโดยฟอร์ดว่าปลอดภัยและไม่มีผลกระทบต่ออายุการใช้งานของวัสดุต่างๆ ก่อนส่งมอบให้กับลูกค้า

2.      การให้บริการแบบส่งตรงถึงบ้าน 

ความปกติใหม่ทำให้บริการส่งตรงถึงบ้าน หรือDelivery service ได้รับความนิยมมากขึ้นในหลายภาคธุรกิจรวมถึงในอุตสาหกรรมยานยนต์ บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำอย่างฟอร์ด จึงนำเสนอหลากหลายบริการแบบส่งตรงถึงบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการส่งรถทดลองขับให้ลูกค้าถึงบ้าน (Delivery Test Drive) การส่งมอบรถคันใหม่ให้ลูกค้าถึงบ้าน (Home Delivery) การบริการรับรถเข้าศูนย์บริการและส่งคืนถึงบ้าน (Pick-up and Delivery) โดยพนักงานของผู้จำหน่ายจะเดินทางไปรับรถยนต์ของลูกค้ามาเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการ และส่งมอบรถยนต์คืนถึงบ้าน รวมถึงหน่วยบริการเคลื่อนที่ (Mobile Service) ที่ให้บริการลูกค้าถึงบ้านตามเวลานัดหมาย สำหรับบริการที่ไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษ เช่นการตรวจสภาพรถยนต์เบื้องต้น เพื่ออำนวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป

3.      ความนิยมใช้รถยนต์ส่วนบุคคลมากขึ้น

ผลสำรวจจากศูนย์วิจัยด้านการตลาด Ipsos พบว่า หลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ชาวจีนกว่า 2 ใน 3 หันมาใช้รถยนต์ส่วนบุคคลมากขึ้น และการใช้รถยนต์ส่วนตัวได้กลายเป็นรูปแบบการเดินทางที่ได้รับความนิยมสูงสุดอันดับหนึ่งเพื่อป้องกันการติดโรค[1] สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ที่ตอบโจทย์การใช้งานและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางตามวิถีใหม่ ไม่ว่าจะเป็นรถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ หรือรถเอสยูวีอเนกประสงค์ฟอร์ด เอเวอเรสต์  ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 มิถุนายน 2563 ฟอร์ดมอบข้อเสนอ‘ซื้อรถวันนี้ เริ่มผ่อนปีหน้า’ สำหรับข้าราชการและบุคลากรทางการแพทย์ เมื่อจองและซื้อรถฟอร์ดทุกรุ่นและจัดไฟแนนซ์ผ่านธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) ส่วนลูกค้าทั่วไปสามารถเริ่มผ่อนชำระค่างวดงวดแรกหลังจากส่งมอบรถ 90 วัน พร้อมส่วนลดและดอกเบี้ยพิเศษ เมื่อจัดไฟแนนซ์ผ่าน ฟอร์ด ลีสซิ่ง โดยธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)*

4.      ชั่วโมงเร่งด่วนที่เปลี่ยนแปลงไป

การเหลื่อมเวลาทำงานเป็นหนึ่งในมาตรการที่ช่วยลดความแออัดระหว่างการเดินทางและส่งผลต่อความหนาแน่นของการจราจรบนท้องถนน จากเดิมที่เคยรถติดมากเป็นพิเศษเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน การเหลื่อมเวลาทำงานอาจทำให้ปริมาณการจราจรในแต่ละชั่วโมงหนาแน่นพอๆ กันตลอดวัน ดังนั้น การเลือกรถที่มีเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะ** เพื่อลดความตึงเครียดและลดโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนจึงเป็นสิ่งสำคัญ อย่างเช่น อย่างระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control) และระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping System) ในรถยนต์ฟอร์ดก็เป็นทางเลือกหนึ่ง นอกจากนี้ แอปพลิเคชันนำทางต่างๆ รวมถึงระบบนำทางใน SYNC3 ของฟอร์ดยังช่วยคาดการณ์การจราจรบนเส้นทางที่คุณใช้ได้ล่วงหน้า ช่วยให้คุณวางแผนการเดินทางได้ดีขึ้นและเดินทางไปถึงที่หมายได้อย่างรวดเร็ว

5.      การชำระค่าผ่านทางและบริการต่างๆ ในรูปแบบออนไลน์

องค์การอนามัยโลกได้ออกประกาศให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสธนบัตรและเหรียญเพื่อซื้อสินค้า ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา เพราะอาจเป็นแหล่งแพร่เชื้อได้ การเดินทางโดยรถยนต์ก็ต้องมีการชำระค่าสินค้าและบริการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเติมน้ำมัน ค่าผ่านทางพิเศษ หรือซื้อสินค้าผ่านช่องทางไดรฟ์ทรู ผู้ใช้รถจึงหันมาชำระค่าสินค้าและบริการผ่านช่องทางออนไลน์ โดยจ่ายผ่านแอปพลิเคชั่นหรือใช้วิธีชำระผ่านบัตรเติมเงินหรือบัตรเครดิต ฟอร์ดจึงได้เพิ่มช่องทางการชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าในการใช้บริการต่างๆ เพื่อลดการสัมผัสและมอบความปลอดภัยสูงสุด

6.      การเปลี่ยนรถยนต์ให้เป็นพื้นที่ส่วนตัวระหว่างเดินทางพักผ่อน

แม้การเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศและพักผ่อนหย่อนใจเริ่มมีให้เห็นมากขึ้น แต่ประชาชนยังต้องเฝ้าระวังและหลีกเลี่ยงพื้นที่แออัดที่มีผู้คนจำนวนมาก การเปลี่ยนรถของคุณให้เป็นพื้นที่ส่วนตัวระหว่างไปพักผ่อนหย่อนใจในสถานที่ต่างๆ เช่น สวนสาธารณะ หรือแหล่งท่องเที่ยวกลางแจ้งก็ตอบโจทย์เรื่องการเว้นระยะห่างทางสังคม และยังมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับการเดินทางได้อย่างลงตัว ลองเปลี่ยนรถของคุณให้เป็นรถแคมปิ้ง หรือจัดพื้นที่ท้ายรถในการปิกนิก รถยนต์อเนกประสงค์อย่างฟอร์ด เอเวอเรสต์ ที่มาพร้อมห้องโดยสารที่กว้างขวางและความจุในการบรรทุกสัมภาระได้มากถึง 2,010ลิตรเมื่อพับเบาะ นอกจากจะใช้เก็บสัมภาระได้จุใจแล้ว ยังสามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานให้หลากหลาย ให้รถกลายเป็นห้องนั่งเล่นเคลื่อนที่ได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม

*สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ฟอร์ด โทร. 1383 และโทรฟรี 1-800-225-449 เฉพาะต่างจังหวัด หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ www.ford.co.th

**เทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะเป็นเพียงระบบช่วยการขับขี่เท่านั้น และไม่สามารถทดแทนสมาธิขณะขับขี่และการตัดสินใจของผู้ขับขี่ได้ ผู้ขับขี่จะต้องบังคับควบคุมรถตลอดเวลา โดยสามารถเปิดใช้งานระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะเพื่อช่วยหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุได้ ทั้งนี้ ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะอาจไม่ทำงานภายใต้ความเร็วระดับหนึ่งหรือสภาวะแวดล้อมบางสภาวะ

 

MOTO ZONE : เปิดเทรนด์ใหม่ให้โลกของการขับขี่! เอ.พี. ฮอนด้า เปิดตัว New Honda CT125 กับคอนเซปต์ ได้เวลา... ออกนอกเส้นทาง วางจำหน่ายที่ประเทศไทยเป็นที่แรกของโลก

 

 

 

 

 

 

 

   เอ.พี. ฮอนด้า ผู้นำวงการรถจักรยานยนต์ไทย สร้างสรรค์เทรนด์การขับขี่รูปแบบใหม่ให้กับวงการ ฯ อีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ล่าสุด New Honda CT125 (นิว ฮอนด้า ซีทีหนึ่งสองห้า) รถเลเชอร์ไบค์ (Leisure Bike)ดีไซน์เฉพาะตัว สานตำนานอันโด่งดังจากยุค 60s ของ Original CT Series ผสานเทคโนโลยียุคใหม่ พร้อมเครื่องยนต์ขนาด 125ซีซี ระบบหัวฉีด PGM-FI ติดตั้งการ์ดเครื่องยนต์ (Engine Guard) ที่แข็งแกร่ง มาพร้อม CARRIER แร็คหลังขนาดใหญ่ และท่อไอเสียพร้อมกรองอากาศแบบยกสูง เพื่อการลุยน้ำลึกและการผจญภัยแบบเทรล (TRAIL) มั่นใจด้วยดิสก์เบรกหน้า-หลัง พร้อมระบบเบรกหน้าแบบ ABS และยางดูอัลเพอร์เพิส (Dual Purpose Tire) วางจำหน่ายที่เมืองไทยเป็นประเทศแรกของโลก ตั้งแต่วันที่ 2มิถุนายน 2563เป็นต้นไป ด้วยราคาแนะนำเพียง 84,900บาท สำหรับรุ่นมาตรฐาน ที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ พร้อมเพิ่มความพิเศษด้วยเวอร์ชั่นเสริมชุดแต่งจาก H2C แบรนด์อะไหล่แต่งรถจากฮอนด้า มีให้เลือก 2สไตล์ ได้แก่ City Trail ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 100คัน ราคาแนะนำ 95,900บาท และ Country Trekking มีจำนวนจำกัดเพียง 50คัน ราคาแนะนำ 108,900บาท ที่ร้านไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ CUB House ทุกสาขาทั่วประเทศ

   มร.ชิเกโตะ คิมูระ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด เปิดเผยว่า “เทรนด์ตลาดรถจักรยานยนต์ไทยในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปสู่ยุคใหม่ รถในกลุ่มมูลค่าเพิ่มมีแนวโน้มที่เติบโตอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2012จนถึงปัจจุบัน ล่าสุดใน 4เดือนแรกของปี 2020ก็ยังคงมีการเติบโตมากถึง 20%โดยหลัก ๆ แล้วการเติบโตนี้มาจากความนิยมในกลุ่มยังเจนที่เติบโตในยุคโซเชียลมีเดียและมีพฤติกรรมชอบความสนุกท้าทาย โดยเฉพาะในมุมของการท่องเที่ยวแบบเอาท์ดอร์ ลุยไปกับธรรมชาติ ไปยังสถานที่ ๆ ใหม่ ๆ น่าสนใจว่าในปี 2019สินค้าในกลุ่มเอาท์ดอร์ไลฟ์สไตล์มีการเติบโตขึ้นถึง 30%”

   “ในขณะเดียวกัน การเป็นผู้นำตลาดรถจักรยนยนต์ไทยก็ไม่ได้ทำให้ฮอนด้าหยุดนิ่ง แต่เรายังคงมุ่งมั่นส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่หลากหลายให้กับผู้ใช้ของเราผ่านการทำตลาดด้วยสินค้าในกลุ่มมูลค่าเพิ่ม ครั้งนี้ เราพร้อมนำเสนอรถรุ่นใหม่ New Honda CT125วางตำแหน่งสินค้าเป็นรถขี่ง่ายสายลุย เจาะตลาดไลฟ์สไตล์แบบเอาท์ดอร์ ด้วยการถ่ายทอดการผจญภัยของ CT Series ซึ่งเป็นรถที่ได้ความนิยมในอเมริกา ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย มาตั้งแต่ปี 1960จนกลายเป็นตำนานที่ยังมีชีวิตอยู่ถึงปัจจุบัน และในวันนี้คนไทยจะมีโอกาสได้สัมผัสกับรถรุ่นนี้เป็นประเทศแรกก่อนใครในโลก นี่คือรถที่นำเสน่ห์ของ CT มาผสานกับเทคโนโลยีอันล้ำสมัยของฮอนด้าในปัจจุบัน เพื่อส่งมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้คนไทยได้สัมผัสและสนุกกัน”

   New Honda CT125รถจักรยานยนต์แนวใหม่สไตล์ Trail Hunter เป็นการนำเสนอเพื่อจุดประกายและสร้างแรงบันดาลใจด้วยคอนเซปต์ “Time to Trail ได้เวลาออกนอกเส้นทาง” ออกแบบทุกรายละเอียดให้สะท้อนเอกลักษณ์ของสุดยอดรถแห่งการผจญภัยระดับตำนานของ CT Series ตั้งแต่ปี 1960ดีไซน์เพื่อไลฟ์สไตล์ Explore ที่แท้จริง ด้วยเอกลักษณ์การขับขี่แบบ SINGLE RIDING “ขับคนละคันมันส์กว่า” ให้ผู้ขับขี่ได้ลุยไปกับเพื่อน ๆ พร้อมด้วย CARRIER แร็คหลังขนาดใหญ่ (47.7 x 40.9ซม.) รองรับทุกสัมภาระ ท่อไอเสียและกรองอากาศยกสูงสำหรับลุยน้ำลึก เพื่อการผจญภัยแบบ TRAIL ขนานแท้ โดดเด่นด้วยไฟส่องสว่างรอบคันเต็มระบบแบบ Full LED เรือนไมล์ LCD ทรงกลม พร้อมด้วยเทคโนโลยีมาตรวัดความเร็วแบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งความคลาสสิกด้วยโลโก้ Honda CLASSIC WING สัญลักษณ์ที่มีเฉพาะในมอเตอร์ไซค์แนวไลฟ์สไตล์ของฮอนด้าเท่านั้น

   New Honda CT125มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์แบบ 4จังหวะ ขนาด 125ซีซี ระบบหัวฉีด PGM-FI ให้แรงบิดสูง พร้อม ENGINE COVER COMP ช่วยลดเสียงเครื่องยนต์ ไม่รบกวนธรรมชาติ ยกชุดมากับการ์ดป้องกันเครื่องยนต์ที่แข็งแกร่ง ให้ความสนุกทุกเส้นทางการผจญภัย ถังน้ำมันขนาดใหญ่ 5.4ลิตร เติมครั้งเดียววิ่งไปได้ไกลกว่า 360กิโลเมตร

   New Honda CT125ติดตั้งระบบกันสะเทือนด้านหน้าที่ออกแบบให้สามารถดูดซับแรงกระแทกได้มากเป็นพิเศษ ด้วยระยะยุบมากกว่าปกติถึง 10มม. พร้อมยางกันฝุ่นหุ้มโช้ก ลุยได้มากกว่า เข้าถึงได้ทุกพื้นที่ มั่นใจด้วยดิสก์เบรกหน้า-หลัง พร้อมระบบเบรกหน้าแบบ ABS และยางแบบดูอัลเพอร์เพิส (Dual Purpose Tire)

   เอ.พี. ฮอนด้า พร้อมวางจำหน่าย New Honda CT125ที่เมืองไทยเป็นประเทศแรกในโลก ตั้งแต่วันที่ 2มิถุนายน 2563เป็นต้นไป สำหรับรุ่นมาตรฐาน มีให้เลือก 2เฉดสี ได้แก่ สีแดงโกลวิงเร้ด และสีน้ำตาลแมทเฟรซโก้บราวน์ ราคาแนะนำเพียง 84,900บาท ที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ

   นอกจากนี้ ฮอนด้ายังเพิ่มความพิเศษด้วยเวอร์ชั่นแต่งเต็มขั้น ด้วยชุดแต่ง H2C จากฮอนด้า มีให้เลือก 2สไตล์ ได้แก่ City Trail สีแดงโกลวิงเร้ด ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 100คัน ราคาแนะนำ 95,900บาท และ Country Trekking สีน้ำตาลแมทเฟรซโก้บราวน์ มีจำนวนจำกัดเพียง 50คัน ราคาแนะนำ 108,900บาท วางจำหน่ายเฉพาะที่ CUB House ร้านไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ ทุกสาขาทั่วประเทศ

พบกับข้อเสนอพิเศษเฉพาะช่วงเปิดตัว

1.ดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 0.59%เท่านั้น สำหรับ New Honda CT125ทุกรุ่น

2.พิเศษเมื่อซื้อรุ่นแต่ง City Trail และ Country Trekking ที่ร้าน CUB House ทุกสาขา รับทันทีหมวกกันน็อก Bell Helmet Custom 500 Series พร้อมด้วยประกันอุบัติเหตุฟรี 1ปี (เมื่อซื้อตั้งแต่วันนี้ถึง 30มิถุนายน 2563)

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของ New Honda CT125ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่

เว็บไซต์ : www.aphonda.co.th, www.hondacubhouse.com

เฟซบุ๊กแฟนเพจ : www.fb.com/hondamotorcyclethailand

เฟซบุ๊กแฟนเพจ : www.fb.com/cubhousebyhonda

ยูทูบ : www.youtube.com/hondamotorcycleTHA

 
 

MOTO ZONE : ฟอร์ด คิดค้น “ขี้นกเทียม” เพื่อทดสอบการปกป้องสีรถ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   เมื่อคุณได้นำรถออกไปใช้ชีวิตในโลกภายนอก สิ่งที่คุณต้องกลับมาเจอคืออะไรบ้าง แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นคือเหตุการณ์ “ขี้นกตกใส่” หลายคนอาจจะเชื่อว่าการถูกทิ้งระเบิดจากนกน้อยโดยบังเอิญนั้นถือเคล็ดเป็นนิมิตหมายที่ดี แต่คงจะไม่ดีต่อสีรถสวยๆ ของคุณแน่

   โชคดีที่รถฟอร์ดผ่านการทดสอบเพื่อป้องกันเหตุการณ์เช่นนี้เรียบร้อยแล้ว ด้วยตัวช่วยอย่าง “ขี้นกเทียม”

   สารสังเคราะห์ที่ทำขึ้นในห้องทดลองของฟอร์ดนั้นเสมือนจริงมากจนสามารถเลียนแบบสิ่งต่างๆ ที่นกนานาชนิดกินเข้าไป แล้วทำให้ออกมาเป็นกรดต่างๆ ปะปนในสารได้อย่างแนบเนียน

   ชิ้นส่วนที่นำมาทดสอบด้วยการพ่นสเปรย์ ถูกนำไปอบในเตาอุณภูมิ 40, 50 และ60 องศาเซลเซียส เพื่อเลียนแบบการนำรถไปจอดในที่ที่มีความร้อนสูง ทำให้สารป้องกันการกัดกร่อนสีรถถึงขีดจำกัด

   “การทดสอบขี้นก” เป็นแค่ขั้นตอนเดียวของการนำชิ้นส่วนที่มีการเคลือบสีมาทดสอบ นอกจากนี้ วิศวกรฟอร์ดยังใช้กรดฟอสเฟอริกผสมกับน้ำยาทำความสะอาด และเกสรดอกไม้สังเคราะห์พ่นลงบนชิ้นส่วนตัวถัง ก่อนจะทำไปอบในเตาที่ความร้อน 60 องศาเซลเซียส และ 80 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 30 นาที การทดสอบนี้ใช้ป้องกันสสารล่องลอยในอากาศอย่างเกสรดอกไม้ และเศษไม้มียาง

ล้างรถในประเทศเขตร้อน

   ยิ่งในประเทศเขตร้อน สีรถจะเสี่ยงต่อการเสียหายเป็นพิเศษ เพราะไม่ใช่เพียงแต่จะมีนกเยอะในทุกฤดู แต่สีรถยังสามารถปรับเปลี่ยนสถาพและซีดจางลงได้ ในกรณีที่จอดกลางแดดร้อนจัดตลอดเวลา พอเจอความเย็นก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงภายในของสี อีกทั้งรวมถึงสิ่งปฏิกูลจากนก เกาะติดกับพื้นผิวตัวถัง หากทิ้งไว้อย่างนั้น จะกลายเป็นคราบถาวรที่จำเป็นต้องให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยกำจัดออก

   ผู้เชี่ยวชาญได้ทดสอบว่า สารเคลือบที่ฟอร์ดใช้กับสีรถมีความสามารถสูงสุดในการต้านปฏิกิริยาจากสิ่งปนเปื้อนในอากาศและมีความคงทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศในทุกรูปแบบ โดยการปรับสูตรสี เรซิน และสารเติมแต่งอื่นๆ ที่ใช้ในการทำสีและเคลือบรถ

วิทยาศาสตร์แห่งขี้นก

   ขี้นกมักจะประกอบไปด้วยสีขาว และดำ แต่รู้หรือไม่ว่า จริงๆ แล้วไม่ใช่อุจจาระทั้งหมด ส่วนสีขาวนั้นคือกรดยูริก และสร้างขึ้นในทางเดินปัสสาวะของนก จึงเทียบได้กับปัสสาวะส่วนที่เป็นอุจจาระมาจากระบบทางเดินอาหารและร่างกายของนกได้ปลดปล่อยของเสียทั้งสองในเวลาเดียวกันอย่างรวดเร็วมาก จนไม่มีเวลาให้ของเสียทั้งสองผสมกัน

การทดสอบสีรูปแบบอื่นๆ

   ฟอร์ดยังใช้ตัวอย่างสีที่ใช้พ่นรถยังไปทดสอบบด้วยวิธีอื่นๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการฉายแสงอัลตร้าไวโอเลตแบบมาราธอน ยาวนานถึง 6,000 ชั่วโมง (250 วัน) ในห้องฉายแสง เพื่อจำลองระยะเวลา 5 ปี ในที่ที่สว่างที่สุดในโลก เพื่อประเมินการกัดกร่อนจากแสงอาทิตย์ อีกทั้งยังนำไปแช่อุณหภูมิติดลบ ให้เผชิญกับคราบน้ำแข็งเกาะติดจากฤดูหนาวที่รุนแรงในห้องเกลือความชื้นสูง และทดลองด้วยคราบน้ำมันสำหรับกรณีที่เติมน้ำมันมากเกินไปจนล้นออกมา

วิธีล้างขี้นกจากรถของคุณ

   การปล่อยให้ขี้นกเลอะรถอยู่อย่างนั้นไม่ใช่ความคิดที่ดี เจ้าของรถควรล้างรถเป็นประจำด้วยฟองน้ำและน้ำอุ่นที่ผสมสบู่ล้างรถค่ากรดเป็นกลาง และค่อยๆ ลบคราบที่ลบง่ายออกจากรถทันที การลงแว็กซ์ปีละ 2 ครั้งก็จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าสีรถจะฝ่าฟันสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้ โดยที่ยังเงาวับได้นานกว่าเดิม

   “เมื่อเราได้เริ่มเอารถออกไปใช้กันแล้ว ย่อมต้องได้จอดทิ้งไว้กลางแจ้ง เป็นไปได้ที่นกจะทิ้งระเบิดใส่รถของเรามากกว่าปกติ ดังนั้นจะเป็นการดีกว่าถ้าล้างคราบขี้นกออกไปก่อนที่แดดจะทำให้ล้างไม่ออก แต่ในขณะเดียวกัน ผู้บริโภคสามารถวางใจได้ว่าการทดสอบต่างๆ ของฟอร์ด ทำให้มั่นใจได้ว่าสีรถได้รับการปกป้องอย่างดีที่สุด” มร. อังเดร ธีริก ผู้จัดการฝ่ายวิศวกรรมสีรถยนต์ ฟอร์ด ยุโรป กล่าว

 

MOTO ZONE : เอ.พี. ฮอนด้า จับมือ 5 ร้านผู้จำหน่าย ฯ ปันน้ำใจสู้ภัยโควิด-19 แจกข้าวกล่องพร้อมน้ำดื่มกว่า 1,200 ชุดช่วยเหลือผู้เดือดร้อนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

      เอ.พี. ฮอนด้า ผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในประเทศไทย ร่วมมือกับ 5ร้านผู้จำหน่าย ฯ แจกข้าวกล่องพร้อมด้วยน้ำดื่มรวมกว่า 1,200ชุด เพื่อช่วยผู้ประสบความเดือดร้อนจากวิกฤตการณ์การระบาดของเชื้อโควิด-19ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ระหว่างวันที่ 30เมษายน – วันที่ 3พฤษภาคม ที่ผ่านมา

   สำหรับร้านที่ร่วมกิจกรรมช่วยเหลือสังคมในครั้งนี้ประกอบด้วย

1.หจก. วินเนอร์มอเตอร์แล็บ กรุงเทพ ฯ

2.บจก.ธนวัฒน์มอเตอร์เทรด จ.สมุทรปราการ

3.บจก. ฮอนด้า เอ็ม.ซี.เรซซิ่ง กรุงเทพ ฯ

4.หจก.สานต่อยานยนต์ กรุงเทพ ฯ

5.บจก. นวนคร ยานยนต์ จ.ปทุมธานี

   ทั้งนี้ ในการบริจาคแต่ละครั้ง ทางร้านผู้จำหน่าย ฯ ทุกแห่งได้มีการจัดการตามข้อกำหนดของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ประกอบด้วยการกำหนดระยะห่างของผู้รับของ การสวมหน้ากากอนามัย และใช้น้ำยาฆ่าเชื้อในการทำความสะอาดมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ

 
 

Page 1 of 3

รับจัดกิจกรรมการตลาด ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( PIYA 0819012840 )

Designed by eTDS TechnoSys
Click here to donate

.

 

Latest News

MOTO ZONE : บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย รุกเสริมแกร่งในตลาดบิ๊กไบค์ ประกาศปรับราคามอเตอร์ไซค์หลากหลายรุ่น                      บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทยเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งในตลาดบิ๊กไบค์ไทยอย่างต่อเนื่อง... Read more...
MOTOR NEWS : Your Safety is Our Priority อีกหนึ่งแคมเปญความห่วงใยจากซูบารุ บริการส่งรถถึงบ้าน ทุกคันผ่านขั้นตอนฆ่าเชื้อและอบโอโซนก่อนถึงมือลูกค้า    บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัดยืนหยัดในจุดยืน Your Safety is Our Priorityมอบอีกหนึ่งแคมเปญเพื่อความปลอดภัย... Read more...

Feature News

Joomla 1.5
You are here: Home MOTO ZONE
Orange Green Red