Developed by JoomVision.com

TECHNIC ZONE

TECHNIC ZONE : เบาะนั่งนิรภัย เรื่องใหญ่ของเจ้าตัวเล็ก

 

 

 

 

 

   ถึงเราจะรักและเป็นห่วงลูกมากจนไม่อยากให้เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา แต่ในประเทศไทย ก็ยังมีความตื่นตัวเกี่ยวกับเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็กหรือคาร์ซีทอยู่น้อยโชคดีที่ประเด็นความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับผู้โดยสารที่เป็นเด็กกำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลง เมื่อรัฐบาลของแต่ละประเทศในอาเซียนกำลังพิจารณาออกกฏหมายบังคับใช้อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยสำหรับเด็ก ล่าสุด รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้อนุมัติกฏหมายให้เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี ใช้อุปกรณ์ดังกล่าวตลอดเวลาที่อยู่บนรถ รวมถึงห้ามไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี หรือเด็กที่มีความสูงต่ำกว่า 150 เซนติเมตร นั่งบนเบาะข้างคนขับโดยเด็ดขาด

เรื่องคาดไม่ถึง

    ถนนในไทยถือว่าเป็นถนนอันตรายที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้[1]อุบัติเหตุบนท้องถนนยังเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เด็กอายุ 5 ถึง 14 ปี เสียชีวิต[2]หลายปีที่ผ่านมา เราใช้หลายมาตรการในการพยายามแก้ปัญหานี้ ยกตัวอย่างเช่น การบังคับให้ผู้ขี่รถมอเตอร์ไซค์และผู้โดยสารสวมหมวกกันน็อคเพื่อป้องกันอันตรายในขณะขับขี่[3]ในขณะที่หลายครอบครัวหันมาใช้รถยนต์มากขึ้น การสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับความปลอดภัยในการเดินทางสำหรับเด็กจึงเป็นเรื่องสำคัญ

   เบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็กช่วยลดการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ในทารก และกว่า 50 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ในเด็กเล็ก[4]อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์ดังกล่าวต้องได้รับการติดตั้งอย่างถูกต้องและเหมาะสมกับรูปแบบของรถ จึงจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้แก่เด็กอย่างมีประสิทธิภาพ

   รถฟอร์ดหลายรุ่น มาพร้อมขอเกี่ยวสำหรับเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็กตามมาตรฐาน(Lower Anchors and Tethers for Children หรือ LATCH)[5] ที่รองรับเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็กได้หลายรูปแบบ แต่คุณพ่อคุณแม่ก็ควรตรวจสอบอีกครั้งว่า ติดตั้งเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็กด้วยการยึดกับตัวล็อคด้านล่างและด้านบนอย่างถูกต้อง อีกทั้งยังควรคำนึงด้วยว่า เบาะนั่งนิรภัยนี้ควรสามารถนำไปใช้กับรถคันอื่นๆ ได้ด้วย

   คุณพ่อคุณแม่สามารถขอให้ผู้จำหน่ายช่วยติดตั้งเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็กให้ หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการติดตั้งเบาะนั่งนิรภัยให้ถูกวิธี จากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทั่วโลกหลายครั้งพบว่ามีการติดตั้งเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็กไม่ถูกต้อง แม้กระทั่งในประเทศที่มีความตื่นตัวเกี่ยวกับความปลอดภัยบนท้องถนนของเด็กและเยาวชนสูง ตัวอย่างเช่นในสหรัฐอเมริกา ซึ่งพบว่า กว่า 95 เปอร์เซ็นต์ของเบาะนั่งนิรภัยมีการติดตั้งไม่ถูกต้องอย่างน้อย 1 ตำแหน่ง[6]

หันหน้า หรือ หันหลัง?

   เบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็กแบบหันหลังเป็นอุปกรณ์ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับทารกและเด็กเล็ก ฟอร์ดแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ใช้เบาะนั่งนิรภัยประเภทนี้จนเด็กมีส่วนสูงและน้ำหนักเกินมาตรฐานที่บริษัทผู้ผลิตกำหนด ก่อนจะได้เวลาเปลี่ยนไปใช้เบาะนั่งนิรภัยแบบหันหน้า ปัจจุบัน ในท้องตลาด มีเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็กที่สามารถปรับทิศทางการหันของเบาะได้ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกและช่วยประหยัดเงินให้คุณพ่อคุณแม่ได้อีกทาง

   อย่างไรก็ตาม เด็กไม่ควรนั่งเบาะหน้าโดยเด็ดขาด แม้จะนั่งรัดเข็มขัดอยู่บนเบาะนั่งนิรภัยแล้วก็ตาม เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ถุงลมนิรภัยอาจกระแทกใบหน้าเด็ก หรือกระแทกศีรษะหากนั่งแบบหันหลัง ซึ่งอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บร้ายแรง

   นอกจากนี้ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า ปรับเอนเบาะนั่งนิรภัยอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้ศีรษะของเด็กโน้มเอนไปข้างหน้า โดยเฉพาะในกรณีของเด็กทารก ศีรษะควรเอนไปเพียงข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อให้หายใจสะดวก คุณพ่อคุณแม่อย่าลืมปรับเบาะอยู่เป็นระยะให้รองรับสรีระของลูกน้อยเมื่อโตขึ้น[7]

   เมื่อเด็กโตเกินเบาะนั่งนิรภัยแล้ว จำเป็นจะต้องนำเบาะเสริมหรือบูสเตอร์ มาใช้แทน เพราะถึงเวลานั้นเด็กอาจยังไม่สูงหรือหนักพอสำหรับการใช้เข็มขัดนิรภัยที่มากับรถยนต์ ซึ่งเหมาะกับเด็กที่มีความสูง 150 เซนติเมตรขึ้นไป จึงจะรัดเข็มขัดด้านล่างให้แนบไปกับสะโพกและเชิงกราน และให้เข็มขัดด้านบนอยู่ระหว่างอกกับไหล่ได้พอดี[8]

เรื่องเล็กที่ไม่ควรเสี่ยง

   เบาะนั่งนิรภัยมีวันเสื่อมอายุ จึงต้องหมั่นตรวจเช็คคู่มืออยู่เสมอ คุณพ่อคุณแม่ต้องเปลี่ยนเบาะนั่งนิรภัยหากเกิดอุบัติเหตุ แม้ว่าดูสภาพของเบาะยังดูเหมือนเดิม เพราะระบบภายในอาจมีรอยแตกหักซึ่งจะส่งผลให้เกิดอันตรายต่อลูกน้อยได้ ในทำนองเดียวกัน คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรใช้เบาะนั่งนิรภัยตัวเดิมกับลูกคนที่ 2 หรือซื้อเบาะนั่งนิรภัยมือสองมาใช้ หากไม่ทราบที่มาที่ไป

[1]เหตุใดคนจึงเสียชีวิตบนท้องถนนในไทย ประเทศที่อัตราการตายสูงมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Why people keep dying on Thailand’s roads, the most lethal in Southeast Asia- https://www.cnn.com/2019/01/03/asia/thailand-road-deaths-new-year-intl/index.html

[2]สาเหตุการตายในเด็กอายุ 5 – 14 ปี ในประเทศไทย ปี 2560

Causes of death in 5-14 years old, Thailand, 2017-  https://ourworldindata.org/grapher/causes-of-death-in-5-14-year-olds?country=THA

[3]ประเทศไทย - Thailand- https://aip-foundation.org/our-reach/thailand/

[4]กฏหมายบังคับการใช้อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยสำหรับเด็กช่วยรักษาชีวิตเด็กบนถนนในฟิลิปปินส์

Child restraint law will save children’s lives on Philippine roads.- https://www.who.int/philippines/news/detail/13-03-2019-child-restraint-law-will-save-children-s-lives-on-philippine-roads

[5]เก้าอี้นิรภัยสำหรับเด็ก และอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย

Child Safety Seat and Restraint Safety- https://owner.ford.com/support/how-tos/safety/seats/what-seat-can-my-child-use.html

[6]5 วิธีการติดตั้งเก้าอี้นิรภัยให้ถูกต้อง  - 5 Expert Tips on the Correct Way to Install a Child Car Seat https://bestcarseathub.com/blog/5-expert-tips-on-the-correct-way-to-install-a-child-car-seat/

[7]ความปลอดภัยบนเก้าอี้นิรภัย: วิธีเลี่ยง 9 ข้อผิดพลาดในการติดตั้ง

Car seat safety: Avoid 9 common mistakes- https://www.mayoclinic.org/healthy-lifestyle/infant-and-toddler-health/in-depth/car-seat-safety/art-20043939

[8]ความปลอดภัยบนเก้าอี้นิรภัย: วิธีเลี่ยง 9 ข้อผิดพลาดในการติดตั้ง

Car seat safety: Avoid 9 common mistakes- https://www.mayoclinic.org/healthy-lifestyle/infant-and-toddler-health/in-depth/car-seat-safety/art-20043939

 

TECHNIC ZONE : การเชื่อมต่อระบบสื่อสารในรถ ช่วยให้การขับรถปลอดภัยและสะดวกสบายยิ่งขึ้นได้อย่างไร

 

 

 

 

 

 

   การใช้อินเตอร์เน็ตอย่างแพร่หลายในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา ได้เปลี่ยนโลกและทุกสิ่งรอบตัวเราไปโดยสิ้นเชิง รวมไปถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ด้วยเช่นกัน ระบบเชื่อมต่อสื่อสารในรถยนต์ได้เข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิต การทำงาน และการขับขี่ของเรา ในปัจจุบัน รถที่เชื่อมต่อระบบสื่อสารสามารถทำงานได้เทียบเท่ากับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลถึง 20 เครื่อง และมีรหัสปฏิบัติการกว่าร้อยล้านแถว ส่งผลให้ระบบสามารถประมวลผลได้มากถึง 25 กิกะไบต์ ต่อ 1 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังคาดว่าภายในปี พ.ศ. 2564 จะมีรถยนต์ที่มีการเชื่อมต่อระบบสื่อสารวิ่งบนท้องถนนมากกว่า 380 ล้านคัน[1]

   หากมีคนถามคุณว่ารถที่คุณขับมีระบบเชื่อมต่อสื่อสารหรือไม่ หากคุณไม่ทราบ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะผลการวิจัยของบริษัท กันตาร์[2] (Kantar) พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 47 เปอร์เซ็นต์ ไม่ทราบว่ารถที่ตัวเองขับอยู่มีระบบดังกล่าวหรือไม่ นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายคนที่ไม่รู้ว่ามีเทคโนโลยีอะไรแบบนี้ และยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่รู้จักระบบนี้ แต่ไม่วางใจหรือไม่เห็นถึงประโยชน์ของเทคโนโลยีนี้ที่มีต่อชีวิตประจำวัน

รถที่มีการเชื่อมต่อระบบสื่อสาร และ“อินเตอร์เน็ตในทุกสิ่ง”

   รถยนต์ที่มีการเชื่อมต่อระบบสื่อสาร สามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตผ่านการสตรีมข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือ ซึ่งทำให้รถสามารถเชื่อมโยงและ 'พูดคุย' กับอุปกรณ์อื่นๆ รวมถึงสมาร์ทโฟนได้ ไม่ว่าจะอยู่ในรถหรือนอกรถก็ตาม โดยเทคโนโลยีที่มีระบบเชื่องโยงที่ผ่านการทดสอบ และสื่อสารกับรถคันอื่นบนถนน และสิ่งก่อสร้างหรือโครงสร้างต่างๆ ได้ เช่น รถพยาบาล ไฟจราจร จะช่วยให้ผู้ขับขี่ในการหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีอุบัติเหตุและการจราจรติดขัดหรือหนาแน่นได้

   รถยนต์ที่มีการเชื่อมต่อระบบสื่อสาร นับเป็นส่วนหนึ่งของเทรนด์เทคโนโลยีที่เรียกกันว่า อินเตอร์เน็ตในทุกสิ่ง หรือ Internet of Thingsซึ่งเป็นการเชื่อมโยงอุปกรณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวันผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต อุปกรณ์อัจฉริยะเหล่านี้เป็นอุปกรณ์ที่มีอยู่ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นตู้เย็นที่สามารถแจ้งเตือนเจ้าของว่านมในตู้เย็นกำลังจะหมดและสั่งซื้อให้ใหม่โดยอัตโนมัติ ไปจนถึงกระจกที่สามารถรายงานสภาพอากาศและข่าวสารประจำวันได้ในขณะที่เรากำลังแปรงฟันอยู่

   “การเชื่อมต่อระบบสื่อสารเป็นกุญแจสำคัญที่ให้กับบริษัทผลิตรถยนต์อย่าง ฟอร์ด สามารถยกระดับประสบการณ์การขับขี่ที่สะดวกสบายและปลอดภัยยิ่งขึ้นให้แก่เจ้าของรถ” นายไลนัส แมทสัน วิศวกร ด้านระบบข้อมูลความบันเทิงฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี กล่าว “ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอาจทำให้

   ระบบนิเวศที่เชื่อมโยงทุกอุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐานเข้าด้วยกัน อาจเปลี่ยนโลกให้ต่างไปจากเดิม”

ประสบการณ์ดิจิทัลไร้รอยต่อ

   ระบบข้อมูลและความบันเทิง เป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่มักพบได้ในรถมีการเชื่อมต่อระบบสื่อสาร

   โดยระบบข้อมูลและความบันเทิงสามารถเปลี่ยนให้รถกลายเป็น ‘สมาร์ทโฟนติดล้อ’ และทำให้ผู้ขับขี่สามารถขยายขอบเขตการใช้ชีวิตดิจิทัลบนท้องถนนได้

   ระบบข้อมูลและความบันเทิงในรถอย่าง ซิงค์ 3 จากฟอร์ด เป็นระบบสั่งงานด้วยเสียงที่ผู้ใช้สามารถควบคุมระบบนำทาง เพลง สภาพอากาศ ส่งข้อความ และโทรศัพท์ได้ โดยไม่ต้องละสายตาจากถนนและปล่อยมือจากพวงมาลัย ซึ่งไม่เพียงช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ขับขี่เสียสมาธิเท่านั้น แต่ยังทำให้สามารถทำงานระหว่างเดินทางได้อีกด้วย ผู้ขับขี่สามารถเช็คและตอบข้อความ เข้าประชุมทางโทรศัพท์ หรือฟังออดิโอบุ๊ค แทนที่จะเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ระหว่างรถติด

   นอกจากนี้ การเชื่อมต่อระบบสื่อสารยังช่วยประหยัดเวลาและเงินได้ โดยระบบนำทางสามารถเช็คสภาพการจราจร ณ เวลาในขณะนั้น และแนะนำเส้นทางอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรหนาแน่นหรือสภาพอากาศอันเลวร้ายได้ ทำให้ประหยัดเวลาเดินทางและทำให้การขับขี่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ระบบนี้จึงมีความจำเป็นอย่างมาก สำหรับการขับขี่ในเมืองใหญ่และวุ่นวาย อย่างกรุงเทพฯ ซึ่งประชากรใช้เวลาติดอยู่บนท้องถนนโดยเฉลี่ยสูงถึง 64.1 ชั่วโมงต่อปี ทำให้เสียเวลาและสิ้นเปลืองน้ำมัน[3]อย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้น รถที่มีระบบตรวจจับลมยางยังสามารถช่วยประหยัดน้ำมันได้อีกทาง  เพราะระบบจะส่งสัญญาณเมื่อลมยางอ่อน ซึ่งอาจส่งผลให้ยางทำงานได้ไม่เต็มที่และทำให้รถใช้น้ำมันสูงกว่าปกติถึง 6 เปอร์เซ็นต์

ความปลอดภัยเมื่อคุณต้องการ

   การยกระดับความปลอดภัยให้แก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสารถือเป็นข้อดีที่สำคัญที่สุดของรถที่มีการเชื่อมต่อระบบสื่อสาร ระบบดังกล่าวได้ถูกพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ส่งผลให้รถสามารถทำงานได้แบบกึ่งอัตโนมัติได้ เช่น ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ และระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง เป็นต้น

   เทคโนโลยีใหม่เหล่านี้ได้เข้ามาปฏิวัติระบบความปลอดภัยในยานยนต์ด้วยการใช้กล้องและเซ็นเซอร์ในรถยนต์ เพื่อช่วยป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ โดยรถที่มีระบบเชื่อมต่อสื่อสารในปัจจุบันมักมีระบบตรวจสอบที่สามารถแจ้งเตือนผู้ขับขี่ถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ และถูกออกแบบให้แทรกแซงหรือควบคุมรถหากจำเป็น เพื่อหลีกเลี่ยงการชน

   ตัวอย่างเช่น รถฟอร์ดที่มีระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง จะใช้กล้องที่ติดอยู่หลังกระจกมองหลังเพื่อสังเกตเส้นแบ่งช่องทางรถและตรวจจับการออกจากช่องทางโดยไม่เจตนาของผู้ขับ เมื่อกล้องตรวจจับการออกจากช่องทาง ระบบจะแจ้งเตือนผู้ขับบนหน้าปัด หรือควบคุมพวงมาลัยและค่อยๆ บังคับรถให้กลับเข้ามาอยู่ในช่องทางเดินรถ

   ในขณะที่ความก้าวหน้าของรถที่มีระบบเชื่อมต่อสื่อสารและเส้นทางสู่รถไร้คนขับเป็นเรื่องของอนาคตที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ในปัจจุบัน เราก็สามารถใช้ประโยชน์จากการพัฒนาเทคโนโลยีอันน่าทึ่งที่เข้ามาช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้มีความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และเพลิดเพลินยิ่งขึ้นไปอีกระดับ

   ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟอร์ด ผลิตภัณฑ์ของฟอร์ด และฟอร์ด มอเตอร์ เครดิต โปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่ www.corporate.ford.com


[1]รายงานเรื่องรถยนต์ที่มีการเชื่อมต่อระบบสื่อสาร:การคาดการณ์ การแข่งขันด้านเทคโนโลยี และผู้ผลิตชั้นนำ

The Connected Car Report: Forecasts, competing technologies, and leading manufacturers -  https://www.businessinsider.com/connected-car-forecasts-top-manufacturers-leading-car-makers-2015-3

[2]บล็อกหน้ายานยนต์ของบริษัทกันตาร์ – รายงานเรื่องรถยนต์ที่มีการเชื่อมต่อระบบสื่อสารและเจ้าของผู้ไม่รู้จักระบบสื่อสาร

 Kantar Automotive Blog – Connected Cars, Disconnected Owners report - https://go.tnsglobal.com/connected-cars

[3] การจราจรอันหนาแน่นระดับโลกในกรุงเทพฯ

Bangkok Traffic Jams Among World’s Worst – Bangkok Post - https://www.bangkokpost.com/learning/advanced/1201724/bangkok-traffic-jams-among-worlds-worst

 

TECHNIC ZONE : นิสสันเผย 5 เคล็ดลับการขับขี่ในช่วงหน้ามรสุม นิสสันสร้างความมั่นใจ และปลอดภัยพร้อมไปได้ทุกที #GoAnywhere ในช่วงฤดูฝน ด้วยความสามารถในการลุยน้ำสูงถึง 800 มม. ของนิสสัน เทอร์ร่า

 

 

 

 

 

 

   ฤดูฝนของประเทศไทยได้เริ่มต้นเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม และจะถึงช่วงที่มีปริมาณฝนตกสูงสุดในเดือนกันยายน มีปริมาณน้ำฝนสูงสุดประมาณ 350 มม. ฝนที่ตกหนัก และจำนวนของตึกระฟ้าที่เพิ่มขึ้นมีโอกาสที่จะเกิดน้ำท่วมในเขตเมือง และทำให้มีการทรุดตัวของพื้นดินประมาณ 1-2 ซม. เป็นประจำทุกปี สิ่งเหล่านี้ ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของผู้อยู่อาศัยในเมือง โดยในปี 2560 เหตุการณ์น้ำท่วมในเขตเมืองส่งผลกระทบต่อรถยนต์กว่า 3,000 คัน โดยมีการเคลมประกันเป็นจำนวนเงินมากกว่า 45.6 ล้านบาท

   เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ขับขี่ และรถยนต์ จะไม่พบอุปสรรคเมื่อเกิดเหตุอุทกภัย นิสสันเผย 5 เคล็ดลับ สำหรับการขับขี่ในภาวะน้ำท่วม พร้อมเพิ่มรายละเอียดของนิสสันเทอร์ร่าสามารถลุยน้ำทีสูงถึง 800 มม. ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถไปได้ทุกที่ หรือ #GoAnywhere ในช่วงฤดูฝนนี้ได้อย่างไร :

1. ทราบระดับความลึกสูงสุดในการลุยน้ำของรถยนต์ – โดยความสูงนี้จะถูกตั้งค่าไว้สำหรับรถแต่ละคัน จากระบบที่มีโอกาสจะเกิดความเสียหาย เช่น ตำแหน่งของกรองอากาศและจานจ่าย ซึ่งนิสสันเทอร์ร่าที่ถูกสร้างขึ้นสำหรับตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีระยะห่างจากพื้นนนถึงใต้ท้องรถที่สูงถึง 225 มม. ลุยน้ำที่สูงสุดถึง 800 มม.ได้อย่างมั่นใจ ด้วยความสูงขนาดนี้ เปรียบได้กับความสูงของพินโบว์ลิ่งสองกองซ้อนกันโดยท่านสามารถชมการพิสูจน์ความสามารถของเทอร์ร่า ซึ่งไม่เพียงขับขี่ได้ในสภาวะน้ำท่วมในเมืองเท่านั้น แต่ยังสามารถขับผ่านแม่น้ำที่มีกระแสน้ำแรงตามคลิปที่แนบมานี้

2. ใช้ความเร็วไม่เกิน 3 กม. / ชม.ในการลุยน้ำ เพื่อช่วยลดโอกาสที่น้ำจะเข้าสู่เครื่องยนต์ผ่านทางไส้กรองอากาศและสร้างความเสียหายให้กับชิ้นส่วนและอุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์ต่างๆ เนื่องจากขณะที่รถยยนต์เคลื่อนที่ผ่านน้ำจะเกิด “คลื่น” โค้งขึ้นถึงบริเวณด้านหน้ารถ และระดับห้องเครื่องยนต์ สำหรับครื่องยนต์เทอร์โบคู่ขนาด 2.3 ลิตรของเทอร์ร่า ที่ให้กำลัง 190 แรงม้าและมีแรงบิดสูงถึง 450Nm พร้อมมอบพละกำลังมหาศาลให้ผู้ขับขี่สามารถเคลื่อนตัวผ่านพื้นที่น้ำท่วมได้อย่างมั่นใจ

3. รักษาความเร็วให้คงที่ และไม่ปล่อยคันเร่ง - เพื่อป้องกันน้ำเข้าสู่เครื่องยนต์ผ่านทางท่อไอเสีย และด้วยฟีเจอร์อย่าง Hill Start Assist ทำให้เทอร์ร่า อยู่บนทางความลาดเอียงและพื้นที่เนินเขา ได้อย่างมั่นใจ แม้ในขณะที่ลุยน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้รถไหลถอยหลัง เพราะฟีเจอร์นี้จะรักษาแรงเบรกไว้สองถึงสามวินาที เพื่อให้ผู้ขับขี่มีเวลาพอที่จะเปลี่ยนเท้าจากการเหยียบแป้นเบรกไปสู่คันเร่ง

4. เดินรถทีละคันผ่านพื้นที่น้ำท่วม เพื่อที่คุณจะไม่ต้องถูกบังคับให้หยุดอยู่กลางถนนที่ถูกน้ำท่วมขัง หากมีรถที่ติดค้างอยู่ข้างหน้า ด้วยมิติความกว้างก้านหน้าที่ 1.8 ม. เทอร์ร่ามีห้องโดยสารที่ออกแบบอย่างชาญฉลาดมีพื้นที่ใช้สอยมากมาย และยังช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถนำรถเดินทางฝ่าถนนขนาดแคบๆที่มีน้ำท่วมขังในเมืองได้

5. ตรวจสอบความผิดปกติของรถ หรือเศษดินโคลนที่อาจติดมากับรถ หลังจากข้ามพื้นที่น้ำท่วมได้อย่างปลอดภัย ด้วยการแสดงผลจากหน้าจอระบบ Advanced Drive-Assist Display ของเทอร์ร่าสามารถให้รายละเอียดของระบบต่างๆ จากแรงดันลมยาง ระบบขับเคลื่อนแบบ 4x4 ไปจนถึงเทคโนโลยีกระจกมองหลังอัจฉริยะ Intelligent Rear-View Mirror ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นด้านหลังของรถที่ชัดเจนแม้จะมีสมาชิกในครอบครัวอยู่เต็มคัน รวมถึงให้มุมมองด้านหลังที่ไม่มีสิ่งกีดขวางด้านหลังรถผ่านกล้องที่ฝังอยู่ที่ฝาประตูหลัง

   “เหตุการณ์น้ำท่วมในฤดูมรสุมทำให้เกิดความท้าทายครั้งใหญ่ในเมืองใหญ่ เช่นกรุงเทพฯ เพราะผู้คนไม่สามารถไปถึงจุดหมายปลายทางได้ทันเวลาด้วยน้ำที่เพิ่มปริมาณสูงขึ้น ก่อให้เกิดความล่าช้า ขณะที่ความปลอดภัยและความสามารถที่จะไปทุกที่ ทุกเวลาของลูกค้าของเรา คือหัวใจของสิ่งที่เราทำ ถือเป็นแรงบันดาลใจให้เรา ในการรับรองคุณสมบัติของนิสสันเทอร์ร่า ที่สามารถเดินทางผ่านพื้นที่ที่มีระดับน้ำสูง และสามารถเปลี่ยนวิธีในการขับขี่ของผู้คนด้วยความมั่นใจ” คุณ ฮิโรโนริ อาวาโน่ หัวหน้างานวิศวกรรมยานยนต์ของนิสสันเทอร์ร่า (Hironori Awano, Nissan Terra Chief Vehicle Engineer) กล่าว

   “น้ำที่สูงเพียง 300มม. สามารถทำให้รถติดอยู่ในน้ำได้หลายคัน และถ้าสูง 600มม. ก็สามารถทำให้รถบรรทุกหรือรถที่ใช้งานบรรทุกหนักติดอยู่ได้ นิสสันตั้งเป้าหมายเพื่อให้ความรู้แก่ผู้ขับขี่ในภูมิภาคนี้เกี่ยวกับการขับขี่ในพื้นที่น้ำท่วมที่ปลอดภัย รวมถึงวิธีที่นิสสันเทอร์ร่าจะสามารถช่วยให้ชีวิตประจำวันของพวกเขาง่ายยิ่งขึ้น”

   ผู้ที่สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมของ นิสสัน เทอร์ร่า ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจของผู้ขับขี่สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน และในสถานการณ์แบบออฟโรด ด้วยข้อมูลแบบอินโฟกราฟิกและ VDO ได้ที่นี่: https://drive.google.com/file/d/18Y1yWMKxx8BOmOS7BjJjYnSaTx7HwFDv/view?ts=5d105063

 

รับจัดกิจกรรมการตลาด ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( PIYA 0819012840 )

Designed by eTDS TechnoSys
Click here to donate

.

ราคาน้ำมัน

Latest News

MOTOR NEWS : ฉลองความสำเร็จกับขบวนคาราวาน โตโยต้าตะลุยเส้นทาง 5 ทวีป                    มร. ซูซูมุ มัตสึดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์... Read more...
MOTOR NEWS : จีเอ็ม ประเทศไทย คว้ารางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ประเภทการบริหารงานคุณภาพ ประจำปี 2562                      จีเอ็มประเทศไทยผู้ผลิตรถกระบะเชฟโรเลตโคโลราโดรถอเนกประสงค์เชฟโรเลตเทรลเบลเซอร์และเครื่องยนต์ดูราแม็กซ์ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่นประจำปี2562... Read more...

Feature News

Joomla 1.5
You are here: Home TECHNIC ZONE
Orange Green Red