Developed by JoomVision.com

TECHNIC ZONE

TECHNIC ZONE : 10 ฟีเจอร์เด่นที่คนอยากทดลองขับรถฟอร์ดห้ามพลาด

 

 

 

 

 

 

 

 

   หากคุณกำลังมองหารถใหม่สักคันที่มีสมรรถนะดีเยี่ยมและฟีเจอร์อำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยครบครันอย่าง ฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ คุณอาจจะต้องนั่งดูวิดีโอรีวิวมากมายเพื่อประกอบการตัดสินใจ

   เพราะฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ ได้รับการออกแบบมาเพื่อพิชิตเป้าหมายและเส้นทางสุดท้าทาย ยกระดับนิยามความแข็งแกร่งและสมรรถนะของรถกระบะและรถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ด้วยความเป็นคู่หูที่ไว้ใจได้และตอบโจทย์การใช้งานในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ในการทำงาน หรือทริปผจญภัยกับครอบครัวและคนที่คุณรัก ด้วยฟีเจอร์อัจฉริยะ ที่ทำให้ประสบการณ์การขับขี่ในทุกๆ วันมีความสะดวกสบายและปลอดภัยยิ่งกว่าเคย หากคุณเป็นอีกคนที่กำลังตัดสินใจซื้อรถฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ การทดลองฟีเจอร์ดังต่อไปนี้ระหว่างการทดลองขับอาจช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

ฝาปิดกระบะท้ายควบคุมด้วยไฟฟ้า (Power Roller Shutter)

   เจ้าของรถกระบะอาจหนักใจและมักพบกับอุปสรรคในการบรรทุกและเก็บรักษาสิ่งของท้ายกระบะ แต่ปัญหานี้จะหมดไป เพราะฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทร็ค มาพร้อมตัวเลือกอุปกรณ์เสริมอย่างฝาปิดกระบะท้ายควบคุมด้วยไฟฟ้าจากโรงงาน โดยฝาท้ายสามารถเปิดและปิดแบบอัตโนมัติด้วยการกดปุ่มบนกุญแจรถ แผงหน้าปัด หรือท้ายกระบะ ใช้งานได้สะดวกและตอบโจทย์การบรรทุกสิ่งของบริเวณกระบะท้าย

เบาะแถวที่ 3 พับไฟฟ้า

   เบาะแถวที่ 3 ในฟอร์ด เอเวอเรสต์ สามารถปรับพับเบาะให้แบนราบได้ง่ายๆ เพียงกดปุ่ม นอกจากนี้ ยังสามารถเลือกพับเบาะแค่ฝั่งซ้ายหรือขวาได้ด้วยดีไซน์เบาะนั่งแบบ 60:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระที่มีขนาดมากถึง 2,010 ลิตร ให้กว้างขึ้นได้ตามต้องการ

ห้องโดยสารที่กว้างขวาง สะดวกสบาย และปลอดภัย

   ภายในห้องโดยสาร ฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ ได้รับการออกแบบมาเพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่สะดวกสบายด้วยวัสดุคุณภาพ อาทิ เบาะและพวงมาลัยหนัง วัสดุตัดเสียงรบกวนและกันสั่นสะเทือนจากภายนอกในเรนเจอร์ รวมไปถึงพื้นที่อันกว้างขวางสำหรับผู้โดยสาร 7 คน และถุงลมนิรภัย 7 จุดในเอเวอเรสต์

   ยิ่งไปกว่านั้น ฟอร์ด เรนเจอร์ ยังมาพร้อมกับจุดเก็บของถึง 20 จุด และฟอร์ด เอเวอเรสต์ ที่มีพื้นที่จัดเก็บสิ่งของมากมายหลายจุด ทำให้ไม่ว่าคุณจะพยายามจัดระเบียบของแต่งบ้านสำหรับเด็กหรืออุปกรณ์ทำงานของคุณก็เป็นไปอย่างง่ายดาย นอกจากนี้ เรนเจอร์และเอเวอเรสต์ ยังมาพร้อมกับช่องต่อยูเอสบีสำหรับชาร์จโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ต หรือจะเป็นช่องต่อไฟ 230 โวลต์ สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ไฟมากขึ้น

หลังคาไฟฟ้า Panoramic Moonroof

   หลังคาไฟฟ้า Panoramic Moonroofหรือหลังคากระจกซึ่งมีขนาดครอบคลุมมากถึงเกือบครึ่งของพื้นที่หลังคาของฟอร์ด เอเวอเรสต์ ทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถเพลิดเพลินกับอากาศ วิวทิวทัศน์ และประสบการณ์อันน่าประทับใจจากด้านนอกโดยไม่ต้องลงจากรถ เพียงแค่กดปุ่มเปิดที่อยู่บริเวณด้านบนคอนโซลตรงกลางเหนือศีรษะ หลังคา Panoramic Moonroofก็จะเปิดเองโดยอัตโนมัติ

เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่

   เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ขุมพลังเปี่ยมสมรรถนะในฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ ทำงานผสานกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ทำให้การพิชิตทุกเส้นทางสุดโหดเป็นเรื่องไม่ยากอีกต่อไป เทอร์โบชาร์จเจอร์ทั้ง 2 เทอร์โบ ทำงานอย่างเป็นอิสระต่อกันเพื่อส่งมอบแรงบิดได้มากขึ้นตามความต้องการของผู้ขับขี่  

กุญแจรีโมทอัจฉริยะและปุ่มสตาร์ทรถอัตโนมัติ

   ฟอร์ด เข้าใจถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่เร่งรีบในปัจจุบันเป็นอย่างดี ทั้งฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ จึงมาพร้อมกับกุญแจรีโมทอัจฉริยะที่คุณสามารถปลดล็อกรถได้เพียงแค่จับมือจับประตูฝั่งคนขับหรือผู้โดยสาร หรือแม้กระทั่งล็อกรถเพียงแตะปุ่มบนมือจับประตู ขณะที่กุญแจยังอยู่ในกระเป๋าของคุณได้โดยไม่ต้องควานหาในกระเป๋าให้ยุ่งยาก นอกจากนี้ การสตาร์ทรถก็ง่ายไม่แพ้กัน เพียงแค่เข้าเกียร์ P เหยียบเบรก และกดปุ่มสตาร์ทรถอัตโนมัติ

ระบบประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี

   คุณเคยคิดไหมว่าจะเปิดฝากระโปรงท้ายยังไงดีในขณะที่มือของคุณกำลังหิ้วถุงอย่างพะรุงพะรังหลังจากที่เพิ่งช้อปปิ้งเสร็จ หรือแม้กระทั่งตอนขนสัมภาระขึ้นรถก่อนออกทริปผจญภัยของคุณ  ฟอร์ด เอเวอเรสต์ มาพร้อมระบบประตูไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรีที่ทำงานร่วมกับกุญแจรีโมทอัจฉริยะในการเปิดฝาท้ายในขณะที่มือของคุณไม่ว่าง เพียงแค่คุณมีกุญแจในกระเป๋าและยื่นเท้าไปที่ใต้กันชนด้านหลัง ประตูท้ายรถก็จะเปิดขึ้นอัตโนมัติ ถึงแม้ว่าอาจจะต้องลองสักครั้งสองครั้งถึงจะคล่อง แต่ก็สามารถเข้าไปลองใช้ระบบที่โชว์รูมฟอร์ดได้

ฝาท้ายแบบผ่อนแรง Easy Lift

   ถึงแม้ว่าฝาท้ายกระบะของฟอร์ด เรนเจอร์ จะถูกออกแบบมาเพื่อความแข็งแกร่ง แต่การเปิดปิดฝาท้ายไม่จำเป็นต้องยากอย่างที่คิด ด้วยระบบเหล็กรับแรงดึงด้านล่างของฝาท้าย ทำให้การเปิดปิดฝาท้ายง่ายขึ้นถึง 60 เปอร์เซ็นต์   

ระบบสั่งงานด้วยเสียงซิงค์ 3 (SYNC® 3)

   เชื่อมต่อกับโลกภายนอกและยกระดับความเพลิดเพลินด้วยระบบเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ซิงค์ 3 ในรถยนต์ฟอร์ด ด้วยการเชื่อมต่อโทรศัทพ์มือถือของคุณกับรถผ่านระบบบลูทูธ เพื่อฟังเพลงหรือคุยโทรศัพท์ได้อย่างปลอดภัย หรือเชื่อมต่อApple CarPlay และAndroid Autoด้วยสาย USB หากคุณกลัวหลงระหว่างเดินทางไปนัดสำคัญ ระบบซิงค์ 3 ยังสามารถช่วยคุณได้ด้วยฟีเจอร์ระบบแผนที่นำทาง เพียงแค่พิมที่อยู่บนหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว และระบบจะนำทางจะแนะนำเส้นทางที่ดีที่สุด นอกจากนี้ คุณยังสามารถบันทึกที่อยู่บ้าน ออฟฟิศ หรือสถานที่โปรด และสั่งการระบบแผนที่นำทางด้วยเสียง โดยผู้จำหน่ายฟอร์ดจะแนะนำเกี่ยวกับการตั้งค่าทั้งหมดและฟีเจอร์ต่างๆ ของระบบซิงค์ 3 ก่อนที่คุณจะถอยรถใหม่ออกจากโชว์รูม

พวงมาลัยผ่อนแรงไฟฟ้า

   แม้ภายนอกจะดูโฉบเฉี่ยวและดุดัน แต่การควบคุมพวงมาลัยและบังคับทิศทางของฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ ก็แสนง่ายด้วยพวงมาลัยผ่อนแรงไฟฟ้า ที่ช่วยให้พวงมาลัยมี น้ำหนักเบา บังคับทิศทางได้ง่ายเมื่อขับด้วยความเร็วต่ำ และพวงมาลัยจะรู้สึกหนักขึ้นเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วที่สูงขึ้น เพื่อมอบความรู้สึกสปอร์ต มั่นใจ และการบังคับที่แม่นยำ

   ลูกค้าที่สนใจทดลองขับรถฟอร์ด สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ผู้แทนจำหน่ายฟอร์ด หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.ford.co.th/test-drive/ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ฟอร์ดยังคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดของลูกค้า ด้วยการให้บริการ ข้อมูลสินค้าและบริการต่างๆ ตลอดจนกิจกรรมส่งเสริมการขาย ผ่านเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารล่าสุดของฟอร์ดได้อย่างสะดวกรวดเร็วโดยที่ไม่ต้องออกจากบ้าน และยังสามารถนัดหมายกับผู้จำหน่ายเพื่อทดลองขับรถ และรับรถยนต์ใหม่ได้ที่บ้านอีกด้วย

 

TECHNIC ZONE : ฟอร์ดแนะนำ 4 เคล็ดลับการรักษาสีรถให้เหมือนใหม่

 

 

 

 

 

 

 

   เมื่อกลับเข้าสู่ฤดูกาลทำงานที่บ้านอีกครั้ง เชื่อว่าเจ้าของรถหลายคนอาจจำเป็นต้องจอดรถทิ้งไว้นอกบ้านเป็นเวลานาน จนอาจลืมดูแลรถยนต์คู่ใจไป อันที่จริงการที่ไม่ได้นำรถไปลุยฝุ่นฝ่าการจราจรที่ไหนไม่ได้หมายความว่าสีรถของคุณจะไม่เสียหายเลย  ฟอร์ดจึงขอแนะนำวิธีดูแลสีรถให้ดูใหม่เอี่ยมอ่องแม้จอดทิ้งไว้นานอย่างง่ายๆ ด้วยตนเองให้ผู้ใช้รถได้ลองนำมาปรับใช้ในช่วงที่ต้องทำงานอยู่ที่บ้าน

ล้างรถให้ถูกวิธี

   ทุกวันนี้ ผู้ใช้รถทั่วไปอาจไม่มีเวลาล้างรถเอง จึงนิยมนำรถเข้าใช้บริการล้างรถตามศูนย์บริการต่างๆ แต่การล้างรถด้วยตนเอง นอกจากจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการรักษาสีรถแล้ว ยังเป็นอีกวิธีง่ายๆ ที่สามารถช่วยถนอมสีรถได้ดีกว่าการล้างรถด้วยเครื่องล้างรถอัตโนมัติ เพราะขนแปรงของเครื่องล้างรถมีความแข็งและด้านเกินไปจนอาจทำร้ายผิวรถได้ อีกทั้งการใช้สารเคมีที่มีส่วนผสมของเม็ดเกลืออาจจะทำให้สีรถถลอกได้อีกด้วย ตรงกันข้าม หากล้างรถด้วยตนเอง คุณสามารถเลือกใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ ซึ่งสามารถจับคราบฝุ่นออกจากตัวรถโดยไม่เหลือสิ่งตกค้างบนผ้าได้

   นอกจากนี้ สีของรถยนต์ยังมีความอ่อนไหวต่อของเหลวที่ใช้ในการล้าง หากใช้น้ำยาล้างจานที่มีส่วนผสมเป็นเกลือ และสารเคมีอาจมีผลเสียต่อสีรถ และส่วนประกอบที่ทำจากยางและพลาสติกได้ จึงควรเลือกใช้สบู่เหลวสำหรับล้างรถที่มีค่ากรดต่ำพอดีต่อการถนอมสีรถ สามารถช่วยหล่อลื่น และมีฟองมากเพียงพอที่จะถูคราบสิ่งสกปรกออกได้

   เคล็ดลับในการล้างรถให้สะอาด และเป็นการถนอมสีรถที่ดีที่สุดคือ การเตรียมถังน้ำสบู่สำหรับเช็ดถู และน้ำสะอาดสำหรับล้าง แยกไว้ 2 ถัง เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่น และสิ่งสกปรกกลับไปถูโดนพื้นผิวตัวถังซึ่งจะทำให้สีรถเป็นรอย โดยควรเช็ดเป็นแนวบนลงล่าง หรือซ้ายไปขวา ไม่ควรเช็ดวนเป็นวงกลม เพื่อให้สิ่งสกปรกหลุดออกจากตัวรถในทางเดียว

ระวังภัยใกล้ตัวที่ทำร้ายสีรถ

   ถึงแม้เราจะจอดรถในที่จอดที่มีหลังคา ก็อาจหลีกเลี่ยงปัจจัยภายนอกที่มาพร้อมกับสภาพแวดล้อมกลางแจ้งไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นแมลง สัตว์ ฝุ่นละออง หรืออะไรต่างๆ ที่บินหรือลอยเข้ามาโดนรถ เพราะฉะนั้นเจ้าของรถจึงต้องพึงระวังสิ่งเหล่านี้ และรีบล้างทำความสะอาดรถไม่ให้รถมีสิ่งตกค้างติดทนหรือเป็นรอย

   แมลง และนก สามารถสร้างรอยที่ทำให้ทำความสะอาดยากได้อย่างไม่น่าเชื่อ โดยแมลงที่บินมาชนรถนั้นมีฤทธิ์เป็นกรด คราบจากแมลงอาจกัดสีรถให้เสียหายได้ ส่วนของเสียจากนก นอกจากมีฤทธิ์เป็นกรดแล้ว ก็ยังอาจมีเมล็ดพืช และผลเบอร์รี่ปะปนอยู่ หากไม่รีบล้าง คราบก็จะฝังแน่นบนผิวสีรถ ทำให้รถไม่สวยงามแวววาว

   สิ่งสกปรกต่างๆ ก็ยังเกิดได้จากการเติมน้ำมันล้นถังจนซึมออกมาเปื้อนตัวถัง เมื่อฝุ่นละอองและควันในอากาศลอยมาก็จะจับกับสีตัวรถ จึงควรหมั่นปัดฝุ่น หรือทำความสะอาดด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์ และที่สำคัญคือไม่ควรลากนิ้วหรือมือบนรถที่มีฝุ่นเกาะ เพราะการกระทำดังกล่าวจะทำให้ฝุ่นผง และสิ่งสกปรกต่างๆ ที่อยู่บนรถอยู่แล้วทิ้งร่อยรอยทำให้กำจัดยากขึ้น

   การจอดรถทิ้งไว้เฉยๆ หรือขับไปซื้อของใกล้บ้าน ไม่ได้แปลว่ารถจะไม่ได้รับการขีดข่วนใดๆ เลย เพราะกรวด หิน ดิน ทราย สามารถกระเด็นมาโดนและทิ้งรอยขีดข่วนได้จนสามารถทำให้สีเคลือบเป็นรอย นอกจากการปัดฝุ่นแล้วยังควรกำจัดรอยขีดข่วนด้วยการเคลือบสีด้วย

ดูแลสีรถที่จอดทิ้งไว้นาน

   เป็นที่ทราบกันดีว่าการจอดรถทิ้งไว้นานอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อรถได้ อย่างไรก็ตาม ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19ในปัจจุบัน ส่งผลให้หลายๆคนต้องทำงานจากที่บ้าน และต้องจอดรถทิ้งไว้นานกว่าเคย แต่วิธีการการดูแลสีรถที่ต้องจอดทิ้งไว้นานนั้นไม่ยากอย่างที่คิด

   ควรหาที่จอดรถที่เหมาะสม เช่น โรงรถ หรือในอาคารที่ร่ม เพราะแสงแดดและความชื้น จะส่งผลกระทบต่อสภาพและอุปกรณ์รถ ทำให้เกิดการเสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควรได้ สีรถที่จอดในที่แจ้งเป็นเวลานานจะสะสมความร้อน ก่อให้เกิดการเสื่อมสภาพและสีตัวรถซีดเร็ว

   หากจำเป็นต้องจอดรถกลางแจ้ง ควรใช้ผ้าคลุมรถ เพื่อลดการทำร้ายสีรถจากแดดโดยตรง โดยเลือกผ้าคลุมรถแบบกันน้ำและระบายอากาศได้ เพราะผ้าคลุมรถแบบกันน้ำอย่างเดียวจะกักความชื้นและส่งผลกระทบต่อสีภายนอกตัวรถได้ ก่อนคลุมรถ ควรล้างรถให้สะอาดและรถควรแห้งสนิทก่อน เพราะคราบสกปรกอาจขูดขีดสีรถได้เช่นกัน

   เจ้าของรถยังควรล้างรถที่จอดกลางแจ้งเป็นเวลานานด้วยวิธีที่ถูกต้องอย่างสม่ำเสมอ เพราะนอกจากจะเป็นการเอาคราบสกปรกที่อาจติดแน่นและทำร้ายพื้นผิวตัวรถออกแล้ว ยังเป็นการช่วยคลายความร้อนภายในตัวรถอีกด้วย

เทคโนโลยีการพ่นสีรถขั้นสูง

   แน่นอนว่า รอยขีดข่วน  สีแตกกระเทาะ และสนิม เป็นสิ่งที่ทำให้คนรักรถไม่สบายใจ สำหรับฟอร์ด นอกจากเราจะให้ความสำคัญกับมาตรฐานเรื่องสีรถเป็นอย่างมากแล้ว เรายังให้ความสำคัญในการทำให้สีรถติดทนนานเพื่อให้รถมีสีสันสวยงามตลอดอายุการใช้งาน ด้วยเทคโนโลยีการพ่นสีพิเศษแบบ 3 Wet (3-Wet Paint Technology) หรือการพ่นสีทับกัน 3 ชั้น และอบสีเพียงครั้งเดียว โดยสีที่ใช้เป็นสารเคมีที่มีความเข้มข้นสูง จึงทำให้มีพื้นผิวหนาและแข็งแรงมากยิ่งขึ้น ทนทานต่อการขีดข่วน การแตกกระเทาะและป้องกันการกัดกร่อนของสี ทำให้สีมีความเงางาม และมีความหนา คงทนได้นานขึ้นถึง 56เปอร์เซ็นต์

   กระบวนการเริ่มต้นด้วยการเตรียมความพร้อมของผิวรถเบื้องต้น โดยนำตัวถังรถมาทำความสะอาด และชุบสารกันสนิมด้วยกระแสไฟฟ้า ก่อนที่จะนำมาพ่นสีรองพื้น เพื่อช่วยปกป้องสีรถจากแสงแดดและทำให้สีมีความแข็งแรง ทนทานต่อการขีดข่วนและการแตกกระเทาะได้ดียิ่งขึ้น ต่อด้วยการพ่นสีจริง และการพ่นสีเคลือบผิวรถ นอกจากนี้ ฟอร์ดยังได้ทำการทดสอบและควบคุมกระบวนการพ่นสีในทุกขั้นตอนอย่างเข้มงวด ด้วยการกำหนดอุณหภูมิ ความหนาของสี และระยะเวลาในการอบที่ชัดเจน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งหมดนี้ เพื่อส่งมอบรถยนต์มาตรฐานระดับโลกให้แก่ลูกค้าฟอร์ด เพื่อความมั่นใจในความทนทานของสีรถที่จะคงทนยาวนานในทุกสภาพแวดล้อมและการใช้งาน

 

TECHNIC ZONE : ฟอร์ดแนะเทคนิคขับรถทางไกลให้ประหยัดน้ำมัน

 

 

 

 

 

 

 

   หลายคนอาจเคยมีความกังวลเวลาขับรถไปต่างจังหวัดหรือเมื่อเดินทางไกลๆ ว่าน้ำมันอาจจะหมดกลางทางในพื้นที่ห่างไกลจากปั๊มน้ำมัน ขณะที่นักเดินทางไกลจำนวนไม่น้อยก็เลือกใช้รถยนต์ส่วนบุคคลแทนการขึ้นเครื่องบินเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง การใช้เทคนิคการขับรถและการใช้งานรถที่ถูกต้องมีส่วนอย่างมากในการช่วยให้ผู้ขับขี่ประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น โดยการวิจัยของ National Renewable Energy Laboratory (NREL) ในสหรัฐอเมริกา ระบุว่า พฤติกรรมของผู้ขับขี่เองมีส่วนช่วยควบคุมการใช้น้ำมันได้ถึง 5-10เปอร์เซ็นต์[1] ฟอร์ดจึงขอแชร์เคล็ดลับในการขับขี่อย่างชาญฉลาดที่จะช่วยพาคุณไปยังจุดหมายปลายทางในระยะไกลได้แบบสบายกระเป๋ายิ่งขึ้น

1.      ขับให้นิ่ม

   สภาพเส้นทางที่เดินทางไป แน่นอนว่าไม่ได้มีเพียงทางตรงอย่างเดียว แต่ยังมีโค้ง มีขึ้นเขา ลงห้วย ที่อาจจะทำให้ผู้ขับขี่ต้องเร่ง เบรก หรือเลี้ยวกะทันหัน การพยายามใช้คันเร่ง เบรก และควบคุมพวงมาลัยให้เบาที่สุดเท่าที่ทำได้จะช่วยให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น ขณะที่การขับรถฉวัดเฉวียน การเร่งเครื่องอย่างเฉียบพลัน ขับเร็ว หรือเบรกแรงเกินไปจะใช้น้ำมันไปอย่างฟุ่มเฟือย หากผู้ขับขี่ตั้งสมาธิกับถนนด้านหน้า ประเมินสถานการณ์ที่อาจจะต้องเร่ง หรือชะลอความเร็วได้อย่างเหมาะสม ย่อมทำให้เครื่องยนต์ประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น

2.      ใช้ระบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ

   ระบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติของฟอร์ดเป็นเทคโนโลยีที่เหมาะทั้งสำหรับการเดินทางไกล จากการช่วยรักษาระดับความเร็วและเว้นระยะห่างจากรถด้านหน้าได้อย่างพอเหมาะ ทำให้รถใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพบนถนนไฮเวย์ที่ยาวไกล และช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องคอยกังวลกับการมองเข็มวัดความเร็วตลอดเวลาอีกด้วย

3.      บรรทุกให้น้อย

   ทุกครั้งที่ออกท่องเที่ยวเดินทาง แน่นอนว่า สัมภาระเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องนำติดตัวไปด้วย ทางหนึ่งที่จะช่วยประหยัดน้ำมันคือการคำนึงถึงปริมาณข้าวของที่จะนำไปด้วย หากนำสัมภาระไปมากเกินอาจกลายเป็นภาระได้ในภายหลัง การนำของขึ้นรถไปให้น้อยที่สุดเป็นการช่วยลดภาระการทำงานของเครื่องยนต์โดยไม่ลืมพกของสำคัญต่างๆ อย่างชุดปฐมพยาบาลฉุกเฉิน สายจั๊มพ์ กล่องเครื่องมือขนาดเล็ก และแม่แรง ไปด้วย และนำของที่ไม่จำเป็นเก็บไว้ที่บ้าน

4.      ชะลอลงหน่อย

   การเดินทางไกลบนถนนที่ทอดยาวสุดลุกกหูลุกตา อาจจะทำให้คุณรู้สึกอยากจะเหยียบคันเร่งหนักกว่าปกติ ซึ่งนอกจากความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุที่เพิ่มขึ้นแล้ว การขับรถเร็วเกินไปยังใช้น้ำมันมาก เนื่องจากการเร่งเครื่องทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนัก การขับรถที่ความเร็วประมาณ 90กิโลเมตรต่อชั่วโมง แทนที่จะเป็น 100กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถช่วยประหยัดน้ำมันได้ถึง 15เปอร์เซ็นต์ เลยทีเดียว

5.      ลดมวลอากาศพลศาสตร์

   ฟอร์ด เรนเจอร์ ได้รับการออกแบบมาให้มีอากาศพลศาสตร์ที่ดีโดยพื้นฐาน แต่ตัวแปรต่างๆ จะเปลี่ยนไปเมื่อมีการบรรทุกของที่กระบะท้ายที่ยื่นออกไปนอกตัวถัง หรือการขับรถแบบเปิดหน้าต่างรับลมซึ่งจะเพิ่มแรงต้านและมวลของรถให้ควบคุมยากขึ้นและส่งผลกระทบต่อการใช้น้ำมัน หนึ่งในวิธีที่ฟอร์ดแนะนำคือการบรรทุกสัมภาระในปริมาณที่เหมาะสมและใช้ผ้าคลุมกระบะท้าย นอกจากนี้ ในการเดินทางไปยังที่สมบุกสมบัน ผู้ขับขี่ควรนำของมีค่าต่างๆ มาไว้ในห้องโดยสารเพื่อให้ปลอดภัยจากการร่วงหล่นจากกระบะท้าย


[1] Final Report on the Fuel Saving Effectiveness of Various Driver Feedback Approaches

รายงานเกี่ยวกับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพจากการแสดงความคิดเห็นต่อการขับขี่

https://www.osti.gov/servlets/purl/1010863

 

TECHNIC ZONE : ฟอร์ดแชร์ 5 วิธีขับรถลุยน้ำอย่างปลอดภัย

 

 

 

 

 

 

 

   ฝนตก พายุฟ้าคะนอง น้ำท่วมฉับพลัน ล้วนส่งผลกระทบต่อผู้ใช้รถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นความวุ่นวายการจราจรที่ติดขัดในเมือง ไปจนถึงการขวางกั้นการสัญจรของผู้คนในพื้นที่ห่างไกลที่ถูกน้ำท่วม แม้แต่ผู้ขับขี่มากประสบการณ์ก็ไม่อยากขับรถฝ่าน้ำท่วมโดยเฉพาะในพื้นที่ที่ไม่คุ้นชิน และเลือกที่จะออกเดินทางเมื่อสภาพอากาศดีขึ้นและระดับน้ำลดลง

   หากคุณอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินที่จำเป็นต้องขับรถฝ่าน้ำท่วม หรือวางแผนจะออกผจญภัยแบบออฟโรด ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะต้องขับรถลุยน้ำ หากระดับน้ำไม่สูงนักก็สามารถขับรถผ่านไปได้สบาย แต่ในกรณีที่จะต้องลุยน้ำที่ลึกถึง 800* มิลลิเมตร ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น Hi-Rider ที่เปี่ยมสมรรถนะก็พร้อมที่จะมอบความอุ่นใจให้ผู้ขับขี่ขึ้นไปอีกระดับ

   ฟอร์ด เรนเจอร์อัดแน่นด้วยการออกแบบอันชาญฉลาด เทคโนโลยีวิศวกรรมล้ำสมัย และผ่านการทดสอบมาอย่างเข้มข้นจากทีมงานทั่วโลก ส่งมอบความมั่นใจ โดยเฉพาะในด้านสมรรถนะและความสามารถในการพิชิตทุกเส้นทางสุดท้าทาย

การออกแบบอันชาญฉลาด

   สมรรถนะในการลุยน้ำที่ดีเริ่มจากการออกแบบที่ดี วิศวกรฟอร์ดคำนึงถึงปัจจัยสำคัญต่างๆในการออกแบบที่ทำให้เครื่องยนต์และระบบไฟฟ้าทำงานอย่างต่อเนื่องและป้องกันไม่ให้น้ำเข้า โดยวางท่อไอดี ไดชาร์จและส่วนประกอบที่เป็นไฟฟ้า ในตำแหน่งที่สูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในห้องเครื่อง

   ดีไซน์ส่วนหน้าอันโดดเด่นของฟอร์ด เรนเจอร์ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยในการลุยน้ำโดยเฉพาะ การขับรถฝ่าน้ำท่วมขังด้วยความเร็วเพียง 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อาจทำให้รถยนต์เสียหายได้หากไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อลุยน้ำ การออกแบบอย่างชาญฉลาดของด้านหน้าของฟอร์ด เรนเจอร์ช่วยกระจายแรงดันน้ำและรักษาการยึดเกาะของยาง และสร้างคลื่นเพื่อดันน้ำออกจากท่อไอดีของเครื่องยนต์

   การรู้วิธีขับรถฝ่าน้ำท่วมขังอย่างปลอดภัยเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ถึงแม้เรนเจอร์จะถูกออกแบบมาเพื่อลุยเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง แต่ก็ยังมีข้อควรระวังที่ควรคำนึงถึงเพื่อความปลอดภัยของคุณและผู้โดยสาร

1.    เช็กสภาพแวดล้อมและความลึกของน้ำ

การเช็กสภาพแวดล้อมและความลึกของระดับน้ำเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ถ้าเป็นไปได้ควรลงจากรถและสำรวจเส้นทางที่ต้องการข้ามผ่าน และพิจารณาสิ่งสำคัญ 4 ข้อ ได้แก่ ระดับความลึกของน้ำ สิ่งกีดขวางใต้น้ำ ทางออกที่เหมาะสม และความเชี่ยวกระแสน้ำที่กำลังไหลผ่าน

คุณสามารถเช็กว่าน้ำลึกเกินกว่าที่จะขับรถผ่านไปอย่างปลอดภัยหรือไม่จากระดับน้ำที่ท่วมล้อสำหรับเรนเจอร์ ขับเคลื่อนสองล้อและขับเคลื่อนสี่ล้อ แบบ Hi-Rider ความลึกของน้ำไม่ควรเกินซุ้มบังโคลนล้อหน้า สำหรับเรนเจอร์ขับเคลื่อนสองล้อ ไม่ยกสูง ไม่ควรขับฝ่าน้ำที่ลึกท่วมทั้งล้อ

ไม่ควรลุยน้ำในเส้นทางที่มีสิ่งกีดขวางและไม่มีทางออกที่เหมาะสม ควรมุ่งหน้าไปในทิศทางเดียวเพื่อหลีกเลี่ยงการชนขอบถนน การเห็นทางออกจากบริเวณน้ำท่วมขังหรือบริเวณที่น้ำมีระดับต่ำลงมีความสำคัญเช่นกัน เนื่องจากระดับน้ำอาจสูงขึ้นเรื่อยๆในระหว่างขับรถต่อไป

2.    ปรับระบบการขับขี่ให้เหมาะสม

เรนเจอร์บางรุ่นมาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อซึ่งใช้งานง่าย เริ่มด้วยการเข้าเกียร์ว่าง เปลี่ยนเป็นการขับเคลื่อน 4ล้อด้วยความเร็วต่ำ (4L) ด้วยระบบ Shift-on-the-Flyโดยไม่ต้องหยุดรถ ส่งผลให้มีการส่งกำลังไปที่ล้อทั้ง 4 ล้อและขับเคลื่อนด้วยความเร็วต่ำ ในขณะที่อยู่ในช่วงกำลังที่เหมาะสมที่สุด

3.    ช้าและมั่นคง

ขับลุยน้ำอย่างช้าๆ เพื่อให้เกิดคลื่นด้านหน้ารถ และควรระวังไม่ให้น้ำท่วมขึ้นมาบนฝากระโปรงซึ่งอาจแสดงว่าคุณขับรถด้วยความเร็วสูงไป นอกจากนี้ น้ำอาจเข้าห้องโดยสารหากความลึกของน้ำสูงกว่าหรือพอๆ กับด้านล่างของประตูควรขับรถช้าๆ ด้วยความเร็วประมาณ 7 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หลีกเลี่ยงการเหยียบเบรก เมื่อคุณตัดสินใจที่จะลุยน้ำแล้ว ควรขับต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะเจอทางออก

4.    ปล่อยให้ฟอร์ด เรนเจอร์พาคุณไป

ควรขับรถลุยน้ำช้าๆและนุ่มนวล ปล่อยให้ฟอร์ด เรนเจอร์พาคุณออกจากบริเวณน้ำท่วมขังด้วยสมรรถนะอันโดดเด่น ไม่ควรเร่งความเร็วทันทีที่กำลังจะออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง แม้ว่าคุณจะอยากข้ามไปอีกฝั่งให้เร็วที่สุด เพราะรถอาจเสี่ยงกับการชนกับสิ่งที่อยู่ใต้น้ำอย่างแรงได้

5.    ตรวจสอบรถของคุณหลังการลุยน้ำ

หลังการขับรถลุยน้ำควรตรวจสอบระบบสำคัญต่างๆของรถยนต์ เช่นเบรก แตร ไฟหน้า ไฟเบรก และพวงมาลัยไปฟ้า ว่าไม่ได้รับความเสียหายจากการขับลุยน้ำ เพื่อให้มั่นใจที่เดินทางต่ออย่างปลอดภัยนอกจากนี้ ควรล้างรถให้สะอาดหมดจดหลังการขับลุยน้ำ และนำรถไปตรวจสภาพโดยละเอียดอีกครั้งที่ผู้จำหน่ายฟอร์ด ที่สำคัญที่สุดคือ ขับรถลุยน้ำเมื่อจำเป็นเท่านั้น

   *ความสามารถการลุยน้ำสูงสุด 800 มม. สำหรับรุ่น Hi-Riderเท่านั้น โปรดตรวจสอบรายละเอียดความลึกสูงสุดในการลุยน้ำในคู่มือผู้ใช้รถยนต์ฟอร์ดหรือ www.ford.co.th

   ขับรถลุยน้ำเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินเท่านั้น ไม่แนะนำในการใช้งานรถยนต์เป็นการปกติทั่วไปเพราะเครื่องยนต์อาจเกิดความเสียหายหากน้ำเข้าไส้กรองอากาศ

 

TECHNIC ZONE : ฟอร์ดเผย 11 เคล็ด (ไม่) ลับ ขับขี่มั่นใจ

 

 

 

 

 

 

   การออกถนนใหญ่เป็นครั้งแรกสำหรับมือใหม่หัดขับนั้นน่าตื่นเต้น พอๆ กับคนที่เริ่มออกเดินทางหลังจากอยู่บ้านมานานที่รู้สึกว่าทักษะการขับรถเริ่มฝุ่นจับ ไม่คุ้นชินกับความวุ่นวายบนท้องถนน ฟอร์ดเตรียมเช็คลิสต์ 11 ข้อ ให้ผู้ขับขี่ทั้งมือใหม่และคนที่ร้างมือไปนานพร้อมออกถนนอย่างมั่นใจอีกครั้ง

 

   รัดเข็มขัด! – คาดเข็มขัดนิรภัยเป็นสิ่งแรกเมื่อขึ้นรถ สำหรับผู้โดยสารที่นั่งเบาะหน้า การคาดเข็มขัดนิรภัยอย่างถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บที่มีอันตรายถึงชีวิตได้ถึง 45 เปอร์เซ็นต์ และลดความเสี่ยงที่จะเกิดการบาดเจ็บปานกลางถึงรุนแรงได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นอย่าลืมเตือนเพื่อนร่วมทางของคุณทุกคนให้คาดเข็มขัดนิรภัย

   ขับเร็วเสี่ยงอันตราย– การป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่ง่ายที่สุดคือขับขี่ภายใต้ความเร็วที่กฎหมายกำหนด (หรือต่ำกว่านั้น หากต้องขับขี่บนถนนเปียก ทางแคบ หรือในสภาพอากาศแปรปรวน) ผู้ขับขี่วัยรุ่นอาจรู้สึกว่าความเร็วเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น และมีแนวโน้มที่จะขับเข้าโค้งหรือเร่งแซงด้วยความเร็วสูงซึ่งเสี่ยงต่ออันตราย จากข้อมูลขององค์กรอนามัยโลก การเร่งอัตราความเร็วขึ้น 1 กิโลเมตรต่อชั่วโมงสามารถเพิ่มความเสี่ยงรถชน และเกิดการบาดเจ็บสูงขึ้นถึง 3 เปอร์เซ็นต์ และเพิ่มถึง 4– 5 เปอร์เซ็นต์ที่จะเกิดการชนที่เป็นอันตรายถึงชีวิต ดังนั้นไม่ควรเสี่ยงอันตรายหรือเสี่ยงต่อการเสียค่าปรับ เพียงเพื่อไปถึงที่หมายเร็วขึ้นเพียงเล็กน้อย

   จี้ท้ายไม่เท่– หลีกเลี่ยงการขับรถใกล้คันหน้ามากเกินไป หากคุณขับเร็วกว่าคันหน้า คุณสามารถใช้เลนขวาที่ว่างอยู่เพื่อแซงและกลับเข้าสู่เลนเดิมอีกครั้งเมื่อแซงพ้นแล้ว วิธีนี้ช่วยให้คุณเลี่ยงผู้ขับขี่ที่ขับรถเร็วท้าทายกฏจราจรได้ แต่หากคุณขับรถเร็วเสียเอง อย่าลืมคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น ไม่ควรรัวสัญญาณไฟหรือขับจี้ท้ายคันหน้าเพราะอาจทำให้เกิดอันตรายเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน

 

 

   เตรียมเอกสารสำคัญต่างๆให้พร้อม ควรเตรียมเอกสารสำคัญเกี่ยวกับรถให้พร้อมเสมอ เช่นใบขับขี่ สำเนากรมธรรม์ประกันรถยนต์ สำเนาทะเบียนรถ รวมถึงเบอร์โทรติดต่อในกรณีฉุกเฉิน หลังช่วงเวลาล็อคดาวน์ หน่วยงานต่างๆได้ปรับกระบวนการออกเอกสารเหล่านี้ให้เข้ากับการดำเนินชีวิตวิถีใหม่ ล่าสุดกรมการขนส่งทางบกได้ปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างและความปลอดภัยทางด้านสาธารณสุข (Social Distancing)โดยเปิดให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queueผู้ใช้บริการสามารถจองคิวล่วงหน้าเพื่อทำธุรกรรมต่างๆ เช่นทำใบขับขี่ใหม่หรือต่ออายุใบขับขี่ได้สะดวกรวดเร็ว[1]

   ชั่วโมงเร่งด่วน – การขับรถช้าๆ บนถนนที่แน่นขนัดในชั่วโมงเร่งด่วนอาจทำให้คุณหงุดหงิด แต่อย่าลืมเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้เหมาะสม เพื่อลดอุบัติเหตุเมื่อต้องเบรกกะทันหัน โดยทั่วไปอัตราความเร็วทุก 10 กม./ชม. ควรเว้นระยะห่าง 5 เมตร ดังนั้นหากขับด้วยความเร็ว 50 กม./ชม. ควรเว้นระยะห่าง 25 เมตร ผู้ขับขี่ควรประเมินสถานการณ์และอาจลดระยะห่างตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงสภาพการจราจรและพื้นผิวถนน ในรถฟอร์ด เอเวอเรสต์ มีระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control) ช่วยรักษาระยะห่างจากรถคันข้างหน้าได้อย่างเหมาะสม เพิ่มความปลอดภัยไปอีกขั้น

   ABSคือเพื่อนร่วมทาง – ระบบเบรกป้องกันล้อล็อคช่วยควบคุมไม่ให้รถไถลออกข้างทางเมื่อเบรกกระทันหัน โดยป้องกันล้อล็อกระหว่างการเบรก ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทรงตัว โดยผู้ขับขี่สามารถควบคุมทิศทางของรถได้ในขณะที่เหยียบเบรกเพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวาง

   ลดสิ่งรบกวนสมาธิ– สิ่งรบกวนหมายถึงทุกอย่างที่ทำให้คุณละสายตาจากถนน ไม่ว่าจะเป็นการจิบกาแฟ มองผู้โดยสารผ่านกระจกมองหลัง หรือส่งข้อความขณะขับรถ ซึ่งเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุรถชนหลายพันกรณีทั่วโลก ระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC3 ของฟอร์ดได้รับการออกแบบมาเพื่อลดกิจกรรมต่างๆ ที่ทำลายสมาธิของผู้ขับขี่ ทำให้มีสมาธิจดจ่ออยู่กับถนนเป็นหลัก

   งดใช้โทรศัพท์ – ไม่ใช้โทรศัพท์ระหว่างขับรถแม้ขณะติดไฟแดง เพราะตามกฏหมายไม่ว่าอย่างไรคุณก็กำลังขับรถอยู่ หากถูกจับ ตำรวจคงไม่คิดว่าการถ่ายรูปลงอินสตาแกรมขณะรถจอดติดไฟแดงเป็นข้อแก้ตัวที่ฟังขึ้น

   ขับกลางคืนการขับรถยามค่ำคืนเป็นความท้าทายอีกอย่างหนึ่ง ทั้งการกะระยะที่ยากขึ้น ประสิทธิภาพการมองเห็นที่ลดลง แถมยังต้องเผชิญกับไฟหน้าแรงสูงของรถที่สวนมาอีก ควรขับรถให้ช้าลงเพื่อให้เวลาประเมินสถานการณ์เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน ปรับลดไฟสูงลงเมื่อมีรถสวน และเช็ดกระจกให้สะอาดอยู่เสมอ

   ไม่เสี่ยง เลี่ยงอุบัติเหตุ –ความเสี่ยงในที่นี้หมายถึงหลุมและถนนลื่นด้วย ลดความเร็วลงเพื่อมองเห็นอุปสรรคและหลบหลีกได้ทัน รถยนต์ที่มีระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (Electronic Stability Control – ESP) จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ เพราะ ESP จะใช้ระบบเซ็นเซอร์เพื่อรักษาเสถียรภาพในการขับขี่เมื่อเกิดการลื่นไถล ด้วยการสร้างแรงดันเบรกที่เหมาะสมในแต่ละล้อและลดแรงบิดของเครื่องยนต์ลง

  รู้จักรถของตนเอง – เมื่อเผชิญสถานการณ์คับขัน เปิดระบบสัญญาณเตือนภัย ดับเครื่องยนต์ และเช็กว่าคุณและผู้โดยสารปลอดภัยดี ขั้นตอนต่อไปควรตรวจพื้นที่โดยรอบว่าสามารถออกจากรถได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ จึงเคลื่อนย้าย อย่าลืมแลกเปลี่ยนข้อมูลติดต่อหากมีคู่กรณี ที่สำคัญที่สุดคือ ตั้งสติ พร้อมช่วยเหลือ และคิดแก้ปัญหาอย่างรอบคอบ เพราะการใช้อารมณ์มักจะทำให้สถานการณ์แย่ลง


[1]ทำใบขับขี่วิถีใหม่ New normal จองคิวผ่านแอปฯ ง่ายนิดเดียว จองไวได้สอบก่อน

 

TECHNIC ZONE : ฟอร์ดแนะเทคนิคดูแลรถอย่างชาญฉลาด ปราศจากเชื้อโรค

 

 

 

 

 

 

 

 

   ในช่วงเวลาเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัส (โควิด-19)ทุกคนล้วนให้ความสำคัญกับสุขอนามัยส่วนบุคคลมากเป็นพิเศษ แม้ว่าเราควรหลีกเลี่ยงการออกนอกบ้านเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อหรือแพร่กระจายเชื้อ แต่ในกรณีจำเป็น หลายคนยังต้องใช้รถเพื่อเดินทางไปทำงาน หรือทำกิจธุระต่างๆฟอร์ดจึงเสนอแนะข้อควรรู้และขั้นตอนการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อในรถยนต์ง่ายๆ ที่ทุกคนทำได้ด้วยตัวเอง เพื่อดูแลรถของคุณให้สะอาดปราศจากเชื้อโรค


วิธีง่ายๆในการทำความสะอาดฆ่าเชื้อในรถยนต์

   การฆ่าเชื้อคือการใช้สารเคมีที่มีฤทธิ์ทำลายหรือต้านเชื้อโรคต่างๆ เช่นแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา เช็ดลงบนพื้นผิวต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและทำลายเชื้อโรคให้ดียิ่งขึ้น เจ้าของรถควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อสำหรับรถยนต์โดยเฉพาะ เพราะผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในครัวเรือนและผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อทั่วไป อาจมีส่วนผสมของสารฟอกขาวคลอรีน (โซเดียมไฮโปคลอไรท์) อะซีโตน คลอรีน แอมโมเนีย เทอร์พีน ไฮโดรคาร์บอน และ ดี-ลิโมนีน ซึ่งอาจทำลายวัสดุและสีภายในรถได้

   นอกจากนี้ไม่ควรฉีดสเปรย์น้ำยาฆ่าเชื้อลงบนพื้นผิวโดยตรง ควรฉีดลงบนผ้าไมโครไฟเบอร์ก่อน แล้วจึงใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาดบนพื้นผิวต่างๆอย่างนุ่มนวลเช่น แผงหน้าปัดรถยนต์ พวงมาลัย สำหรับวัสดุที่เป็นหนังให้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีส่วนผสมที่เป็นอันตรายต่อพื้นผิวในปริมาณเพียงเล็กน้อยก่อน แล้วสังเกตปฏิกิริยา หากไม่มีคราบหรือเกิดการเปลี่ยนสี จึงสามารถใช้ต่อได้

เช็กลิสต์จุดสัมผัสบ่อย

   นอกจากนี้เจ้าของรถควรหมั่นทำความสะอาดมือจับและปุ่มกดหรือปุ่มบิดต่างๆ ซึ่งเป็นบริเวณที่สัมผัสบ่อย ด้วยแผ่นเช็ดทำความสะอาดที่ไม่มีส่วนผสมของสารฟอกขาวคลอรีน หรือฉีดสเปรย์น้ำยาฆ่าเชื้อหรือสารทางเลือกอย่างไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์ 70% (IPA Isopropyl Alcohol)หรือแอลกอฮอล์เช็ดทำความสะอาด (rubbing alcohol)บนผ้าไมโครไฟเบอร์ก่อนแล้วจึงค่อยเช็ด สำหรับหน้าจอสัมผัสควรทำความสะอาดด้วยแผ่นเช็ดทำความสะอาดสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์โดยเฉพาะ

   เพื่อลดความเสี่ยงจากการติดเชื้ออย่างมีประสิทธิภาพ ควรทำความสะอาดทุกจุดที่มีการสัมผัสบ่อยๆ และควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังจากทำความสะอาดส่วนต่างๆ ในรถ เช็กลิสต์จุดสัมผัสบ่อยมีดังต่อไปนี้

1.      มือเปิดประตูด้านนอก

2.      มือเปิดประตูด้านใน

3.      ปุ่มล็อค และปุ่มปลดล็อค

4.      เข็มขัดนิรภัย หัวเข็มขัด และปุ่มปลดเข็มขัดนิรภัย

5.      ปุ่มสตาร์ท และพวงกุญแจ

6.      กระจกมองหลัง

7.      ปุ่มควบคุมกระจกมองข้างและกระจกไฟฟ้า

8.      แผงควบคุมระบบปรับอากาศ

9.      แผงควบคุมเครื่องเสียง

10.   หน้าจอสัมผัส

11.   คันเกียร์

12.   เบรกมือ

13.   พวงมาลัย และปุ่มควบคุมต่างๆบนพวงมาลัย

14.   ปุ่มควบคุมเบาะนั่ง

15.   คอนโซลกลาง

16.   ที่พักแขน และที่วางแก้ว

17.   ปุ่มกด หรือปุ่มบิดระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ หรือระบบ TMS

18.   ปุ่มกดเปิดปิดฝากระโปรงท้ายรถ

19.   ก้านไฟเลี้ยว และที่ปัดน้ำฝน

20.   มือเปิดช่องเก็บของ


บริการรับรถเข้าศูนย์บริการและส่งคืนถึงบ้าน และหน่วยบริการเคลื่อนที่ พร้อมบริการทำความสะอาดฆ่าเชื้อจากฟอร์ด

   ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโคโรนาไวรัส (โควิด-19)ฟอร์ดมอบการดูแลด้านสุขอนามัยที่ได้จัดเตรียมเป็นพิเศษให้กับลูกค้าด้วยความใส่ใจ โดยมีบริการรับรถเข้าศูนย์บริการและส่งคืนถึงบ้าน โดยพนักงานของผู้จำหน่ายจะเดินทางไปรับรถยนต์ของลูกค้ามาเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการ และส่งมอบรถยนต์คืนถึงบ้าน สำหรับการบริการที่ไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษ เช่นการตรวจสภาพเบื้องต้น การเปลี่ยนแบตเตอรี่หรือใบปัดน้ำฝน ลูกค้าสามารถติดต่อหน่วยบริการเคลื่อนที่ (Mobile Service)จากผู้จำหน่าย โดยพนักงานจะไปให้บริการลูกค้าถึงบ้านตามเวลานัดหมาย โดยรถที่เข้ารับบริการทุกคันจะได้รับบริการทำความสะอาดฆ่าเชื้อด้วยผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการแนะนำโดยฟอร์ดว่าปลอดภัยและไม่มีผลกระทบต่ออายุการใช้งานของวัสดุต่างๆ ในรถยนต์ฟอร์ดก่อนส่งมอบให้กับลูกค้า

 

TECHNIC ZONE : เตรียมรถให้พร้อมอย่างไรในสถานการณ์ฉุกเฉิน

 

 

 

 

 

 

 

   สถานการณ์แพร่ระบาดของโคโรนาไวรัส (โควิด-19) ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันในหลายๆ ด้านหลายคนต้องทำงานที่บ้าน งดการเดินทางไปยังที่สาธารณะต่างๆ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ ส่งผลให้การใช้รถยนต์น้อยลงด้วย อย่างไรก็ดี การเตรียมรถให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอก็เป็นสิ่งจำเป็น เจ้าของรถควรหมั่นตรวจเช็กสภาพรถยนต์ และเตรียมอุปกรณ์จำเป็นติดไว้ในรถเสมอ เพื่อเตรียมพร้อมในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินหรือต้องใช้รถออกไปจับจ่ายซื้อของเพื่อใช้อุปโภคบริโภคในยามคับขัน

ตรวจเช็ก เพื่อความชัวร์

เจ้าของรถสามารถตรวจสอบสภาพรถยนต์และระดับของเหลวต่างๆ ในระบบเครื่องยนต์เบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง โดยสิ่งสำคัญที่ควรหมั่นตรวจเช็กให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน มีดังนี้

·       ยาง หนึ่งในชิ้นส่วนที่สำคัญที่สุดของรถยนต์ เพราะนอกจากจะสัมผัสกับพื้นถนนตลอดเวลาแล้ว ยางยังต้องรับน้ำหนักรถและน้ำหนักจากการบรรทุกอีกด้วย เจ้าของรถยนต์จึงควรหมั่นตรวจเช็กสภาพยางและความดันลมยางให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ ควรเปลี่ยนยางทันที หากพบว่ายางหรือดอกยางเริ่มเสื่อมสภาพ เช่นมีรอยแตกร้าวหรือบวมบริเวณหน้ายางหรือแก้มยาง หรือความลึกของดอกยางเหลือประมาณ 2.0- 1.6 มิลลิเมตร

            ·       ไฟหน้า และที่ปัดน้ำฝนอาจจะเป็นสิ่งที่หลายคนมองข้าม แต่หากคุณจำเป็นต้องใช้รถในยามกลางคืนหรือฝนตกควรหมั่นตรวจสอบว่าทั้งไฟหน้าและที่ปัดน้ำฝนรวมถึงยางใบปัดน้ำฝนอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ

           ·       แบตเตอรี่รถยนต์หมั่นตรวจเช็กสภาพของแบตเตอรี่ว่าไม่มีความผิดปกติ หรือมีรอยแตกร้าว รวมถึงทำความสะอาดขั้วแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอ

           ·       ของเหลวภายในรถเป็นอีกสิ่งที่ควรหมั่นตรวจเช็กเป็นประจำ ทั้งในยามปกติหรือในสถานการณ์ฉุกเฉินไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์น้ำยาหล่อเย็น น้ำกลั่นแบตเตอรี่ น้ำในหม้อน้ำไปจนถึงน้ำฉีดกระจกเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถ เจ้าของรถควรเช็กระดับของเหลวเหล่านี้อยู่เป็นประจำ

           ·       น้ำมันเชื้อเพลิง หากเกิดเหตุฉุกเฉินแล้วน้ำมันหมด ย่อมไม่ดีแน่ เจ้าของรถจึงควรตรวจสอบให้มั่นใจว่ามีน้ำมันเพียงพออยู่เสมอ

   สำหรับลูกค้าครอบครัวฟอร์ดที่ต้องการให้ผู้เชี่ยวชาญดูแล ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ฟอร์ดมีหน่วยบริการเคลื่อนที่ (Mobile Service) เพื่อให้บริการตรวจสภาพเบื้องต้นโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษเช่น การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะ การเปลี่ยนแบตเตอรี่ ใบปัดน้ำฝนและหลอดไฟ โดยลูกค้าสามารถติดต่อศูนย์บริการฟอร์ด เพื่อนัดหมายหน่วยบริการเคลื่อนที่ (Mobile Service)เข้าไปให้บริการลูกค้าถึงบ้าน

เข้าศูนย์ตามกำหนด และเมื่อจำเป็น

   เจ้าของรถควรนำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อตรวจสภาพตามที่คู่มือการใช้รถกำหนดไว้ เพราะอะไหล่บางชิ้นหากเสื่อมคุณภาพ เสีย หรือสึกหรอ ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญที่ศูนย์บริการดูแลหรือใช้อุปกรณ์พิเศษในการเปลี่ยนเท่านั้น ในช่วงเวลานี้ ลูกค้าฟอร์ดที่ต้องการความสะดวกรวดเร็ว สามารถติดต่อศูนย์บริการฟอร์ดเพื่อรับรถเข้าศูนย์บริการและส่งคืนถึงบ้าน โดยพนักงานของผู้จำหน่ายฟอร์ดจะเดินทางไปรับรถมาเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการ และส่งมอบรถยนต์คืนถึงบ้าน โดยรถที่เข้ารับบริการทุกคันจะได้รับบริการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อด้วยผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการแนะนำโดยฟอร์ดว่าไม่มีผลกระทบต่ออายุการใช้งานของวัสดุในรถยนต์ฟอร์ด ก่อนส่งมอบให้กับลูกค้า

เตรียมอุปกรณ์ครบ พร้อมทุกสถานการณ์

   ในกรณีที่คุณต้องออกไปทำธุระฉุกเฉินข้างนอก ไม่ว่าจะเป็นการซื้อเสบียง ของใช้จำเป็นต่างๆ หรือไปดูแลญาติพี่น้องที่อาจต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน คุณอาจจะต้องเดินทางข้ามจังหวัดหรือใช้รถทั้งวัน สถานที่ปลอดภัยนอกจากในบ้านก็จะเหลือเพียงรถของคุณเอง จึงจำเป็นที่จะต้องมีของต่างๆ ไว้ใช้ในยามฉุกเฉินให้ครบถ้วน

·       เสบียงอาหารและน้ำอาหารแห้งที่เก็บได้นานอย่าง ถั่ว ธัญพืชหรือผลไม้อบแห้ง ขนมขบเคี้ยวและน้ำดื่ม ถือเป็นสิ่งจำเป็นที่ควรมีติดรถไว้ ไม่ว่าจะเป็นยามปกติหรือยามคับขัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงนี้ที่ร้านค้าต่างๆ ปิดบริการ

·       พาวเวอร์แบงก์ อแดปเตอร์และสายชาร์จตัวช่วยสำคัญที่จะช่วยให้สำหรับโทรศัพท์มือถือหรืออวัยวะชิ้นที่ 33 ของคุณใช้การได้ตลอดเวลา ในกรณีที่มีเหตุจำเป็น นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่จะช่วยให้คุณเช็กข่าวสารได้อย่างเรียลไทม์

·       อุปกรณ์ซ่อมรถเบื้องต้น นอกจากคู่มือประกันภัย เอกสารสำคัญและชุดปฐมพยาบาล อย่าลืมกล่องเครื่องมือประจำรถรวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ อย่าง สายพ่วงแบตเตอรี่ แม่แรง ประแจขันล้อ ยางอะไหล่และชุดวัดแรงดันลมยาง ไฟฉาย เทปกาวเชือก น้ำสะอาด เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินระหว่างทาง

·       อุปกรณ์ทำความสะอาดส่วนบุคคล ในสถานการณ์แบบนี้ เราควรมีเจลล้างมือแบบพกพาหรือแอลกอฮอล์สำหรับเช็ดทำความสะอาดและหน้ากากอนามัยสำรองไว้ในรถตลอดเวลา เพื่อป้องกันตนเองจากการติดเชื้อไวรัสในกรณีที่ต้องไปสถานที่สาธารณะ

   การดูแลตนเองและครอบครัวในช่วงเวลายากลำบาก นอกจากจะต้องคำนึงถึงสุขภาพและความปลอดภัยเป็นอันดับแรกแล้ว ก็ควรคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในกรณีฉุกเฉินเมื่อจำเป็น ลูกค้าฟอร์ดที่ต้องการขอรับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ต้องการนัดหมายศูนย์บริการฟอร์ด หรือขอคำแนะนำด้านการใช้บริการและการดูแลรักษารถ สามารถติดต่อฟอร์ด คอลเซ็นเตอร์ โทร.1383 ที่พร้อมให้บริการตลอด 24ชั่วโมง

 
 

TECHNIC ZONE : 6 เคล็ดไม่ลับการเลือกซื้อรถคันแรกอย่างชาญฉลาด

 

 

 

 

 

 

 

   การเลือกซื้อรถใหม่สักคันไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่กำลังจะซื้อรถคันแรกในชีวิต ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นการควักเงินก้อนโตเป็นครั้งแรกในชีวิตด้วยเช่นกัน จึงมักทำให้เกิดความรู้สึกตื่นเต้นและความไม่มั่นใจอันเนื่องมาจากปริมาณข้อมูลที่รวบรวมได้มีมากมายและขัดแย้งกันอีกทั้งคำแนะนำจากผู้ที่ไม่รู้จริง จนอาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาดของผู้ที่เพิ่งซื้อรถคันแรกซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีอายุน้อย

   หากคุณไม่ได้ติดตามตลาดรถยนต์อย่างใกล้ชิดการซื้อรถคันแรกอาจเป็นเรื่องยาก ลองทำตามข้อแนะนำดังต่อไปนี้ ก่อนการตัดสินใจเป็นเจ้าของรถคันแรกอย่างชาญฉลาดและคุ้มค่า

1. กำหนดงบประมาณ

   คำนวณค่าใช้จ่ายที่มีความจำเป็นในแต่ละเดือน ทั้งค่าที่พักอาศัยค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายรายเดือนต่าง ๆ เงินส่วนที่เหลือจะเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับรถคันแรกของคุณ ทั้งค่าผ่อนชำระรายเดือน ค่าประกันภัยรายปี ค่าน้ำมันและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ รถในอุดมคติของผู้ซื้อรถคันแรกในชีวิตควรเป็นรถที่ให้ความคุ้มค่าสูงสุด นั่นคือรถที่มีอุปกรณ์ครบครันที่สุดในราคาที่เหมาะสมกับงบประมาณอย่าง รถซิตี้คาร์ มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ และ มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่

   รถรุ่นสูงสุดหรือที่เรียกติดปากว่ารุ่นท็อปจะมาพร้อมกับอุปกรณ์ที่ครบครันที่สุด อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบรุ่นย่อยและรายละเอียดอย่างรอบคอบ เนื่องจากบริษัทรถยนต์ส่วนใหญ่มักเลือกโปรโมทรถรุ่นสูงสุดที่มีราคาจำหน่ายแพงกว่ารุ่นรองลงมาอย่างมาก ควรทำใจเปิดกว้างสำหรับหลายๆ ตัวเลือก ใช้เวลาเปรียบเทียบราคาและคุณสมบัติอย่างระมัดระวัง ไม่ควรเร่งรีบตัดสินใจ

   หากคุณมีงบเพียงพอต่อการเลือกซื้อรุ่นสูงสุด ควรพิจารณารถที่มีอุปกรณ์ครบครันที่สุดสำหรับงบที่มี มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ และ มิตซูบิชิ มิราจใหม่ รุ่นสูงสุด GLS LTDมาพร้อมอุปกรณ์ที่เพียบพร้อมที่สุดในราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่ายที่สุดในระดับเดียวกัน รถซิตี้คาร์ทั้ง 2 รุ่นเหนือชั้นกว่าคู่แข่งที่มีราคาใกล้เคียงกันในแง่ของอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ล้ำสมัยทั้งเบาะนั่งวัสดุหนังสังเคราะห์ดีไซน์พิเศษ ไฟหน้าแบบ Bi-LED  ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED ระบบล็อกความเร็วบนพวงมาลัย Cruise Control ระบบไฟส่องสว่างอัตโนมัติเมื่อปลดล็อกพร้อมระบบไฟนำทางหลังดับเครื่องยนต์ ระบบไฟกระพริบฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS)รวมถึงระบบความปลอดภัยอีกมาก ซึ่งสำหรับรถรุ่นอื่นแล้วจะต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นมากหากต้องการติดตั้งอุปกรณ์ให้ครบครันทัดเทียมกับ มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่GLS LTD และ มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่ GLS LTD

2. สำรวจรถทุกรุ่นอย่างละเอียด

   ไม่ควรมองข้ามรถรุ่นเริ่มต้น ผู้ซื้อรถส่วนใหญ่มักเลือกรุ่นท็อปหรือรองท็อปเพื่อให้ได้อุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากที่สุด แต่หากคุณมีงบประมาณที่จำกัด รุ่นเริ่มต้นก็สามารถให้ความคุ้มค่าและเป็นทางเลือกที่ดีได้เช่นกัน โดยพิจารณารุ่นที่มาพร้อมฟังก์ชั่นต่างๆ มาให้มากกว่า อาทิ มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ และมิตซูบิชิ มิราจ ใหม่ รุ่นเริ่มต้น GLXครบครันมากกว่าด้วย ไฟตัดหมอก กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า พวงมาลัยติดตั้งสวิตช์สั่งงานมัลติฟังก์ชั่นและรองรับการเชื่อมต่อแอปเปิลคาร์เพลย์ หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน (SDA)นอกจากนี้ยังมีระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC)ระบบป้องกันการลื่นไถล (TCL) ระบบไฟกระพริบฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS)พร้อมระบบไฟส่องสว่างอัตโนมัติเมื่อปลดล็อกพร้อมระบบไฟนำทางหลังดับเครื่องยนต์ ซึ่งอาจไม่มีในรถรุ่นอื่น ๆ

   โปรโมชั่นพิเศษช่วยให้เป็นเจ้าของรถคันแรกได้ง่ายขึ้น มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ และ มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่ มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ “โปร เฮง”รับปีใหม่ ฟรีดาวน์ และมิตซูบิชิช่วยผ่อนเดือนละ 3,000 บาท เป็นระยะเวลา 10 เดือนพร้อมด้วยฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 1 ปี ฟรีรับประกันคุณภาพ 5 ปี และ ฟรีค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี สำหรับลูกค้าที่จอง มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ หรือ มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่ ภายในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 และรับรถภายในวันที่ 31มีนาคม 2563

3. ขนาดรถที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์สำคัญเช่นเดียวกับดีไซน์

   ก่อนตัดสินใจซื้อควรพิจารณาความต้องการใช้งานรถและไลฟ์สไตล์ของคุณ ถ้าเน้นการขับขี่ในตัวเมืองเป็นส่วนใหญ่ รถซิตี้คาร์ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม ด้วยรัศมีวงเลี้ยวที่แคบกว่า ผู้ซื้อรถคันแรกที่เป็นนักขับมือใหม่จะพบว่ารถซิตี้คาร์คล่องตัวกว่าเป็นอย่างมาก เมื่อต้องขับฝ่าการจราจรที่หนาแน่น หรือเมื่อต้องจอดในพื้นที่จำกัดคับแคบของร้านกาแฟสุดฮิพ รถซิตี้คาร์ที่จับคู่กับเครื่องยนต์ที่มีขนาดเหมาะสมยังช่วยให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้นอีกด้วย

   รถคันแรกของคุณจะเป็นรถอยู่ในความทรงจำของคุณไปตลอด รถคันนี้จะมอบประสบการณ์ที่ควรค่าแก่การจดจำ ดังนั้นการเลือกรถที่มีดีไซน์โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ทั้งนี้การออกแบบที่สวยงามควรมาพร้อมประโยชน์ใช้สอย

4. ทดลองขับและสัมผัสด้วยตนเอง

   ข่าวสารและความเห็นต่าง ๆ ในโลกออนไลน์ช่วยให้คุณสัมผัสได้เพียงภาพและข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น แต่ความรู้สึกเมื่อได้นั่งหลังพวงมาลัยเท่านั้นที่จะทำให้คุณตัดสินใจได้ว่าควรซื้อหรือไม่ คุณจะต้องทดลองขับขี่และสัมผัสกับตัวรถด้วยตนเอง

   การได้ทดลองขับและจับต้องตัวรถจะช่วยให้สามารถสัมผัสได้ถึงเนื้อที่ใช้สอยและคุณสมบัติที่ดีอื่น ๆ อย่างเบาะหลังที่พับแยกส่วนแบบ 60:40 เพื่อขยายเนื้อที่จัดเก็บสัมภาระเพิ่มเติมอย่างถุงช็อปปิ้ง อุปกรณ์กีฬาหรือเครื่องดนตรีต่างๆ หรือแม้แต่สัมภาระสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว นอกจานี้รถที่คุณเลือกซื้อควรมีคุณสมบัติโดดเด่นอื่น ๆ ด้วย รถซิตี้คาร์บางรุ่นตกแต่งด้วยวัสดุระดับพรีเมียมที่พบได้ในรถที่มีราคาสูงเท่านั้น ซึ่งคุณจะพิสูจน์ได้ด้วยตัวเองเมื่อทดลองขับเท่านั้น มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ และ มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่ ให้สัมผัสแห่งความพรีเมียมด้วยพวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนัง ภายในตกแต่งด้วยวัสดุเปียโนแบล็กและดีไซน์คาร์บอนพรินท์ เพราะความโดดเด่นของห้องโดยสารมีความสำคัญไม่แพ้ความสะดุดตาของรูปลักษณ์ภายนอก

   การทดลองขับยังช่วยให้คุณพอจะคาดเดาคุณภาพการบริการลูกค้าจะได้รับไปตลอดการใช้งานรถยนต์ ควรมองหาการบริการช่วยให้คุณวางใจได้และด้วยค่าใช้จ่ายที่ไม่แพงอย่าง “เราดูแล คุณแค่ขับ” ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่จะมอบความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าผ่านคุณภาพสินค้าและบริการที่ดี อะไหล่แท้คุณภาพ การบริการโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ พร้อมบริการที่ใส่ใจเพื่อให้คุณสามารถใช้รถได้เต็มสมรรถนะ ตลอดจนความครอบคลุมและความสะดวกในการเข้าถึงบริการและเครือข่ายผู้จำหน่าย

5. ความครบครันของระบบความปลอดภัยและความประหยัด

   สถานการณ์เหนือความคาดหมายเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาสำหรับการขับขี่รถยนต์ในเมือง จึงมีการพัฒนาระบบเสริมความปลอดภัยขึ้นเพื่อรองรับการขับขี่ในการจราจรที่แออัดและติดขัด อาทิ ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็วที่ความเร็วต่ำ (FCM-LS)ใน มิตซูบิชิ
แอททราจ ใหม่ และ มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่ ช่วยประเมินระยะห่างกับรถคันหน้า และจะช่วยเบรกอัตโนมัติถ้ามีแนวโน้มว่าจะพุ่งชนรถคันหน้าและไม่มีการตอบสนองจากผู้ขับขี่ ระบบดังกล่าวนี้จึงสามารถช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายจากการเกิดอุบัติเหตุ

   ระบบความปลอดภัยอื่นๆ ซึ่งควรต้องมี ได้แก่ ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะเมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็ว (RMS-Forward)ทำงานอัตโนมัติด้วยการตรวจจับจากคลื่นเรดาร์เพื่อลดความเสี่ยงและความเสียหายจากอุบัติเหตุจากการเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็ว กล้องมองภาพด้านหลังที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการจอดรถในพื้นที่จำกัดอย่างช่องจอดหน้าร้านอาหารที่กำลังเป็นที่นิยม ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน(HSA)ช่วยป้องกันไม่ให้รถไหล เมื่อต้องออกตัวบนทางลาดชันอย่างบนลานจอดรถของห้างสรรพสินค้า หรืออาคารสำนักงานใจกลางเมือง

   เมื่อขับขี่ออกสู่ต่างจังหวัด ตัวช่วยอย่างระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC)และระบบป้องกันการลื่นไถล (TCL)ซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานใน มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ และมิตซูบิชิ มิราจ ใหม่จะช่วยรักษาเสถียรภาพการควบคุมตัวรถขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง

   มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่และมิตซูบิชิ มิราจ ใหม่ ยังขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ขนาด 1.2 ลิตร DOHC พร้อมระบบวาล์วแปรผัน MIVECที่ให้ความประหยัดน้ำมันสูงสุดที่ 23.3 กิโลเมตร/ลิตร

6. สะดวกสบายด้วยระบบเชื่อมต่อในทุกการเดินทาง

   เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่แอคทีฟตลอดเวลา ไม่มีระบบใดจะสำคัญไปกว่าระบบการเชื่อมต่อในรถยนต์ ทุกการเดินทางจะสะดวกสบายและเพลิดเพลินเมื่อเชื่อมต่อได้กับ แอปเปิล คาร์เพลย์ ที่อำนวยความสะดวกในการรับสายโทรศัพท์ รับส่งข้อความ และเล่นเพลงโปรดได้โดยไม่ต้องหยิบสมาร์ทโฟน ซึ่งเป็นฟีเจอร์มาตรฐานของ มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ และ มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่

   เจ้าของรถ มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ และ มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่ ยังสามารถใช้งาน แอปพลิเคชัน M-Drive ที่ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงบริการดูแลรถและอื่นๆ อีกมากได้อย่างสะดวกสบาย ใช้งานได้กับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์และไอโอเอส

 

TECHNIC ZONE : เริ่มปีใหม่ด้วย 5 เป้าหมาย ที่จะช่วยให้คุณขับรถได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นกว่าเดิม

 

 

 

 

 

 

 

 

   การเริ่มต้นปีใหม่เป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสใหม่ๆ ที่คุณสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้อีก365วันตลอดปี คนส่วนใหญ่มักใช้โอกาสนี้ในการตั้งปณิธานเพื่อพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่เรื่องสุขภาพหรือการใช้ชีวิต ในฐานะผู้ขับขี่ คุณก็สามารถใช้ปีใหม่นี้เริ่มต้นตั้งปณิธานในการเป็นผู้ขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น ด้วย 5 คำแนะนำจากฟอร์ด เพราะนอกจากจะช่วยให้คุณขับขี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว พฤติกรรมการขับขี่ของคุณยังอาจช่วยสร้างความปลอดภัยบนท้องถนนได้โดยรวม

ลดน้ำหนัก
   
การลดน้ำหนักเป็นปณิธานปีใหม่อันดับหนึ่งยอดนิยมของคนทั่วโลก เนื่องจากการลดน้ำหนักมีผลดีต่อสุขภาพร่างกาย ไม่เพียงแต่การลดน้ำหนักตัว การลดน้ำหนักในการบรรทุกสิ่งของยังช่วยให้รถยนต์ของคุณขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นอีกด้วย องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมของสหรัฐอเมริกา (United States Environmental Protection Agency หรือ EPA) ระบุว่า เราสามารถประหยัดน้ำมันรถยนต์ได้มากถึง 1-2เปอร์เซ็นต์ เมื่อนำน้ำหนัก 100ปอนด์หรือราว 45.36 กิโลกรัมออกจากรถยนต์ ปีใหม่นี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่นำสิ่งของไม่จำเป็นที่คุณสะสมมาตั้งแต่ปีที่แล้วออกจากรถ เพราะการประหยัดและการใช้น้ำมันอย่างมีประสิทธิภาพทำได้ก่อนที่คุณสตาร์ทรถเสียอีก

ฟิตแอนด์เฟิร์ม

   รถยนต์ก็เหมือนร่างกายคนเราที่ควรได้รับการดูแลรักษาให้แข็งแรงอยู่เสมอ การนำรถเข้าบำรุงรักษาตามระยะที่ศูนย์บริการฟอร์ดช่วยประหยัดน้ำมันได้มากถึง 4เปอร์เซ็นต์ เพราะช่างผู้เชี่ยวชาญของฟอร์ดจะใช้น้ำมันที่เหมาะสมกับเครื่องยนต์ รวมถึงเปลี่ยนไส้กรองที่สกปรกหรืออุดตันของเครื่องยนต์ ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ นอกจากการดูแลเครื่องยนต์แล้ว คุณยังสามารถรักษารถยนต์ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ได้ด้วยการตรวจเช็คระดับลมยาง ยางที่มีแรงดันลมไม่เหมาะสมจะส่งผลให้มีแรงต้านทานการหมุนของล้อเพิ่มขึ้นและทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักขึ้น เจ้าของรถสามารถศึกษาระดับ​ความ​ดัน​ลม​ยาง​ที่​แนะนำ​ให้ใช้ได้ที่ป้ายที่ติดอยู่บริเวณเสาประตูฝั่งคนขับ หรือ เสา B-pillar

จัดระเบียบ

   การเป็นคนมีระเบียบช่วยให้คุณจัดกระบวนการทางความคิดอย่างมีแบบแผนและช่วยสร้างทัศนคติที่ดีในการเริ่มต้นวัน การจัดตารางสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวัน ไม่เพียงทำให้เแผนของคุณราบรื่นขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยให้คุณประหยัดน้ำมันในการเดินทางได้อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น การใช้เวลาในรถน้อยลงยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของคุณได้อีกด้วย ดังนั้น การวางแผนทำธุระในบริเวณเดียวกัน จึงไม่เป็นเพียงแค่การประหยัดเงิน แต่ยังเป็นการประหยัดเวลา ไม่ต้องขับรถวนไปวนมา และยังช่วยประหยัดเวลาในการมองหาที่จอดรถ นอกจากนี้ การขับรถในขณะที่เครื่องยนต์มีอุณหภูมิที่ต่ำเกินไปมักใช้เชื้อเพลิงมากกว่าการขับรถในขณะที่เครื่องยนต์อยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสม ดังนั้น การเดินทางในระยะสั้นจึงใช้เชื้อเพลิงมากกว่าเดินทางในรถระยะที่ไกลกว่า อีกทั้ง คุณยังควรคำนึงถึงเวลาที่ใช้ในการเดินทางด้วย เช่น คุณทำธุระทุกอย่างให้เสร็จก่อนชั่วโมงเร่งด่วนได้หรือไม่ เพราะการขับรถในขณะที่มีการจราจรหนาแน่นใช้เชื้อเพลิงมากกว่าการขับรถบนถนนทางด่วน อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณมีความจำเป็นต้องเดินทางไปทำธุระตามสถานที่ต่างๆ คุณสามารถใช้ระบบนำทาง SYNC ของฟอร์ดในการค้นหาเส้นทางที่มีประสิทธิภาพที่สุดได้อีกด้วย

ใจเย็นมากขึ้น

   การขับรถก็เหมือนการใช้ชีวิต เพราะต้องใช้เวลาในการเดินทางจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง ถึงแม้ว่าคุณจะสามารถประหยัดเวลาในการเดินทางได้ด้วยการเหยียบคันเร่ง ซึ่งส่งผลให้รถของคุณใช้เชื้อเพลิงมากขึ้นและอาจทำให้คุณขับรถเร็วเกินความเร็วที่กำหนด แต่การเป็นคนขับรถที่ใจเย็นและตั้งใจเบรกและเร่งความเร็วด้วยความนุ่มนวลจะช่วยให้คุณประหยัดน้ำมันได้ เพราะการขับรถกระชากเมื่อวิ่งบนทางด่วน สามารถทำให้รถของคุณวิ่งได้น้อยลงถึง 15-30เปอร์เซ็นต์ และ 10-40เปอร์เซ็นต์ เมื่อขับรถในการจราจรที่ติดขัด ดังนั้น การขับรถด้วยความเร็วคงที่และการหลีกเลี่ยงการเบรกกระทันหัน สามารถช่วยให้สามารถขับรถได้ไกลขึ้นถึง 10เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งยังช่วยสร้างสภาพแวดล้อมบนท้องถนนที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับทุกคน ผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบประสิทธิภาพการขับขี่ของคุณได้ด้วยการสังเกตอัตราการใช้น้ำมันโดยเฉลี่ยบนแผงหน้าปัดของรถคุณเอง

เรียนรู้สิ่งใหม่

   เช่นเดียวกับการค้นหางานอดิเรกใหม่ๆ ที่คุณชอบในปีนี้ด้วยการไปคลาสหรือพูดคุยกับคนที่สนใจในสิ่งเดียวกัน เมื่อพูดถึงประสิทธิภาพในการใช้เชื้อเพลิงของรถคุณ เจ้าของรถฟอร์ดสามารถเรียนรู้การใช้เชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพได้จากหลายช่องทาง เช่น การศึกษาจากคู่มือเจ้าของรถ ไปจนถึงการปรึกษากับช่างผู้เชี่ยวชาญที่ศูนย์บริการฟอร์ดเมื่อคุณต้องการคำอธิบายเพิ่มเติมเพื่อการขับขี่อย่างมีประสิทธิภาพ

 
 

Page 1 of 2

รับจัดกิจกรรมการตลาด ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( PIYA 0819012840 )

Designed by eTDS TechnoSys
Click here to donate

.

 

Latest News

NEW CARS : All New HAVAL H6 Hybrid SUV                      เผยโฉมเป็นครั้งแรกของโลก ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล... Read more...
TECHNIC ZONE : 10 ฟีเจอร์เด่นที่คนอยากทดลองขับรถฟอร์ดห้ามพลาด                    หากคุณกำลังมองหารถใหม่สักคันที่มีสมรรถนะดีเยี่ยมและฟีเจอร์อำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยครบครันอย่าง... Read more...
MOTOR NEWS : ปอร์เช่ ประเทศไทย ชวนคุณหวนรำลึกเอกลักษณ์ไทยด้วยผลงานศิลปะร่วมสมัยสุดประณีตบนไทคานน์ ยนตรกรรมสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า                    ปอร์เช่ ประเทศไทยโดยบริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด (AAS) ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย... Read more...

Feature News

Joomla 1.5
You are here: Home TECHNIC ZONE
Orange Green Red