Developed by JoomVision.com

MOTOR TRAVEL

MOTOR TRAVEL : เที่ยวเพลิน 5 จังหวัดไปกับ “อีซูซุคาราวานสัญจร” 2019 เส้นทางที่ 2

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัดจัดทริปคาราวานท่องเที่ยวประจำปี เชิญชวนสมาชิกประชาคมอีซูซุ กว่า 120 ชีวิต มาชาร์จพลังเติมความสดชื่น ในกิจกรรม “อีซูซุคาราวานสัญจร” เส้นทางที่ 2 ย้อนอดีตวันวานสู่เมืองโบราณสมัยทวารวดี พร้อมสัมผัสธรรมชาติและพันธุ์ไม้งามกลางขุนเขา ด้วยเส้นทางจาก จ.ชัยนาท สู่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา 2

   โดยในรุ่งเช้าของพิธีปล่อยขบวน “อีซูซุคาราวานสัญจร” เส้นทางที่ 2 : ชัยนาท – นครราชสีมา (เขาใหญ่) นี้ ได้รับเกียรติจาก นายสำราญ นันทนีย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท พร้อมด้วย นางจิรารัตน์ มีงาม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานลพบุรี มร. ริวโนะสุเกะ ซากาโนะ ผู้จัดการอาวุโส     บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด และอาจารย์พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ผู้อำนวยการจัดคาราวาน ร่วมตีธงปล่อยขบวนรถอีซูซุกว่า 40 คัน เพื่อมุ่งหน้าสู่ จ.นครสวรรค์ ดินแดนที่ถูกขนานนามว่าเป็นประตูสู่ภาคเหนือของไทย โดยแวะปักหมุดจุดหมายแรกกันที่ “วัดจันเสน” แหล่งอารยธรรมเก่าแก่สมัยทวารวดี ภายในวัดแห่งนี้จะมี “พระมหาธาตุเจดีย์ศรีจันเสน” อาคารพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรวบรวมของโบราณมีค่าและที่ประดิษฐานหุ่นขี้ผึ้งหลวงของพ่อโอด (อดีตเจ้าอาวาส) ผู้ริเริ่มจัดสร้างพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ โดยด้านในเจดีย์แบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วนสำคัญได้แก่ ส่วนองค์ระฆัง หรือ ส่วนยอดมณฑป เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพระพิมพ์เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ส่วนมณฑปเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปนาคปรกหินทราย จำลองจากหลวงพ่อนาคซึ่งเป็นพระพุทธรูปหินทรายสมัยลพบุรี ส่วนฐานล่างเป็นบริเวณภายในอาคารที่เปิดโล่ง ใช้สำหรับประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา และจัดเป็นพิพิธภัณฑ์จันเสน เพื่อบอกเล่าประวัติศาสตร์ของเมืองโบราณจันเสนในด้านต่าง ๆ ให้แก่ผู้สนใจที่แวะมาเยี่ยมชม

   ช่วงบ่ายหลังขบวนหยุดแวะรับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านเก๋ปลาทอด อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี ก็พร้อมออกเดินทางปักหมุดจุดหมายท่องเที่ยวแห่งที่สอง ณ “อุทยานป่าหินงาม” จ.ชัยภูมิ ชมความงามของ “ทุ่งดอกกระเจียว”หรือ ดอกบัวสวรรค์ พรรณไม้ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ออกดอกเพียงปีละครั้งในช่วงต้นฤดูฝนประมาณกลางเดือนพฤษภาคม – สิงหาคมของทุกปี และอีกหนึ่งไฮไลท์ที่ห้ามพลาดคือการวัดความกล้า

   ท้าความเสียวที่สูงเสียดฟ้าของ “ผาสุดแผ่นดิน” จุดสูงสุดของอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม และยังเป็นหน้าผาที่สูงที่สุดในชายขอบด้านตะวันตกของที่ราบสูงโคราชที่มีความสูงถึง 846 เมตร อีกด้วย หลังจากขับรถเที่ยวชมผ่านหลายจังหวัดของไทยมาตลอดทั้งวัน ก็ถึงเวลาแห่งความสนุกของงานเลี้ยงรับรองยามค่ำคืน ณ โรงแรมเลอมอนเต้     อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โรงแรมสุดชิคสไตล์สแปนิช ที่อีซูซุคัดสรรมาเพื่อการพักผ่อนของสมาชิกผู้ร่วมเดินทางทุกท่าน โดยจัดเกมสนุกและกิจกรรมเวิร์กชอปพวงกุญแจหนังสุดคลาสสิคมาเป็นออเดิฟสร้างความบันเทิงแรก ก่อนที่          อีซูซุจะเสิร์ฟหนักจัดชุดใหญ่ด้วยเกมสุดฮาและการจับฉลากแจกรางวัลจากผู้สนับสนุนแบบไม่ยั้ง พร้อมมินิคอนเสิร์ตจากสองพี่น้องคู่ซี้ “บอย – ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์” และ “ภัทร์ ฉัตรบริรักษ์” เจ้าของสถิติขับประหยัดน้ำมัน 24.99 กม./ลิตร จากภารกิจสุดท้าทาย “ISUZU Max Challenge”มาเป็นของขวัญตบท้ายแบบจัมโบ้เซ็ต ส่งเหล่าผู้ร่วมคาราวานให้เข้านอนอย่างฝันดีตลอดค่ำคืน

   คุณกวิน ไตรศิริพานิชจ.ศรีสะเกษ รถคาราวานหมายเลข 16เผยความรู้สึกในโอกาสที่เข้าร่วมเดินทางคาราวานอีซูซุเป็นครั้งแรกว่า“ครั้งนี้เป็นครั้งแรกสำหรับการมาร่วมกิจกรรมคาราวานอีซูซุครับ  รู้สึกประทับใจมาก อบอุ่น สนุกสนานเป็นกันเอง ยิ่งได้ขับเป็นขบวนคาราวานยาว ๆ แบบนี้ ยิ่งตื่นเต้นครับ เพราะผมยังไม่เคยขับมาก่อน ตอนแรกคิดว่าจะยาก แต่ด้วยสมรรถนะของรถอีซูซุทำให้ผมมั่นใจตลอดการเดินทาง แล้วทีมงานอีซูซุก็ดูแลดีมากครับ ปีนี้มาเที่ยวแล้วประทับใจ รับรองว่าปีหน้าผมไม่พลาดที่จะสมัครเข้ามาร่วมกิจกรรมอีกแน่นอนครับ”

   คุณธนกฤต ดิษฐ์กระจัน จ.ชัยนาท รถคาราวานหมายเลข 33กล่าวว่าบอกได้คำเดียวว่า “เยี่ยม” ดีมากครับ พอทราบว่าปีนี้มีเส้นทางที่ออกสตาร์ทจาก จ. ชัยนาท ผมไม่รอช้าเลยครับ รีบสมัครทันที สำหรับผมเวลาอีซูซุจัดกิจกรรมอะไรไม่ค่อยพลาดครับ ครอบครัวผมใช้อีซูซุกันทั้งบ้าน มั่นใจในสมรรถนะ ขับไปไหนไม่มีเรื่องต้องห่วง มาเที่ยวครั้งนี้สนุกครับ สมาชิกแต่ละคันที่มาร่วมกิจกรรมก็อบอุ่น รู้จักกันเหมือนเป็นครอบครัว มากี่ครั้งก็สบายใจครับ”

              

   เช่นเดียวกับ คุณดำรงศักดิ์ เรืองวัฒนาภรณ์ จ.สมุทรปราการ รถคาราวานหมายเลข 22 ที่เผยว่า   “ปีนี้ได้มาเที่ยวกับอีซูซุ ต้องบอกว่าดีใจมากครับ เป็นกิจกรรมที่คนชอบกันเยอะเลย เปิดรับสมัครไม่เท่าไหร่ก็เต็มแล้ว เพราะอีซูซุจัดทริปให้เราเที่ยวกันอย่างคุ้มมากครับ เที่ยวสบาย อาหารดี บริการดี สนุกมากครับ ต้องขอขอบคุณเลย อย่างผมขับรถอีซูซุมิว-เอ็กซ์ มาเที่ยวก็สบายมากเลยครับ รถดี อีกอย่างผมว่าการพาครอบครัวมาเที่ยวแบบนี้มันสนุกได้รีแลกซ์ มาครั้งเดียวได้เที่ยวหลายที่เลย อยากเชิญชวนเพื่อน ๆ ชาวอีซูซุให้สมัครมาร่วมกิจกรรมนี้ดูครับ เพราะปีหน้าหรือปีต่อ ๆ ไป ผมก็จะไม่พลาดเช่นกัน”

   กิจกรรม “อีซูซุคาราวานสัญจร” ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมลูกค้าสัมพันธ์ที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้รถ     อีซูซุทั่วประเทศอย่างล้นหลาม ต่อเนื่องยาวนานจนเกิดเป็นปรากฏการณ์ชักชวนครอบครัวและเพื่อน ๆ ให้มาร่วมเป็น “ประชาคมอีซูซุ” ด้วยการซื้อรถอีซูซุ เพื่อที่จะได้มาร่วมกิจกรรม “อีซูซุ คาราวานสัญจร” ด้วยกันซึ่งนอกจากจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางรถยนต์เพื่อกระตุ้นศรษฐกิจของชาติแล้วนั้น ยังช่วยเสริมสร้างให้ประชาคมอีซูซุ  มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อให้บรรลุผลตามวิถีอีซูซุ นั่นคือ  “ผู้ใช้สุขใจ เพิ่มพูนรายได้ ช่วยให้สังคมพัฒนา”เป็นอย่างดีได้อีกด้วย ร่วมติดตามเรื่องราวความสนุกของ “อีซูซุคาราวานสัญจร” ประจำปี 2019 ในอีก 2 เส้นทางที่เหลือ ได้ที่ www.isuzu-tis.com

 

MOTOR TRAVEL : ฮอนด้า พาลูกค้าบีอาร์-วี เอชอาร์-วี และซีอาร์-วี สัมผัสประสบการณ์ใหม่ ผ่านกิจกรรม “Honda Life Crossover Trip” ก้าวข้ามชีวิตเดิมๆ ผ่านพรมแดน 3 ประเทศ ไทย ลาว เวียดนาม พร้อมเติมเต็มความสนุกด้วยมินิคอนเสิร์ตจาก “เดอะ ทอยส์” “แป้งโกะ” และ “แ

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัดจัดกิจกรรม “Honda Life Crossover Trip” พาลูกค้าผู้ใช้รถยนต์สปอร์ตอเนกประสงค์ หรือ เอสยูวี ของฮอนด้า ได้แก่ “บีอาร์-วี” “เอชอาร์-วี” และ “ซีอาร์-วี” เปิดประสบการณ์ใหม่ ขับรถคู่ใจข้ามพรมแดน 3 ประเทศ พิสูจน์สมรรถนะอันแข็งแกร่งและความอเนกประสงค์ที่เหนือระดับของยนตรกรรมทั้ง 3 รุ่น พร้อมชมธรรมชาติที่สวยงามและสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจตลอดเส้นทางจากกรุงเทพฯ สู่ประเทศลาวและเวียดนาม รวมระยะทางกว่า 2,562 กิโลเมตรพร้อมด้วยไฮไลท์แบบฟินๆ กับมินิคอนเสิร์ตสุดพิเศษบนยอดเขาที่สวยที่สุดของประเทศเวียดนาม บานาฮิลล์ จาก “เดอะ ทอยส์”“แป้งโกะ จินตนัดดา” และ “แสตมป์ อภิวัชร์” เมื่อวันที่ 8-14ก.ค. 2562ที่ผ่านมา

   กิจกรรม “Honda Life Crossover Trip”จัดขึ้นเพื่อขอบคุณลูกค้ารถยนต์เอสยูวีของฮอนด้าทั่วประเทศที่มีหลากหลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มครอบครัว  กลุ่มเพื่อน และกลุ่มที่ต้องการการใช้งานที่ลงตัว ได้ร่วมเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบใหม่ที่ฉีกออกไปจากกรอบเดิมๆ พร้อมพิสูจน์สมรรถนะที่แข็งแกร่งและความอเนกประสงค์ที่เหนือระดับ กิจกรรมในครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นอย่างมาก โดยมีผู้โชคดีได้เข้าร่วมกิจกรรมรุ่นละ 7คัน รวม 21คัน ร่วมเดินทางเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ตลอด 7 วัน 6คืน เส้นทางกรุงเทพฯ–มุกดาหาร–เว้–บานา ฮิลล์–ฮอยอัน–ปากซอง–ศรีสะเกษ–กรุงเทพฯ รวมระยะทางกว่า 2,562 กิโลเมตร

   การเดินทางในทริปนี้ เริ่มต้นออกเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2จังหวัดมุกดาหารแล้วเดินทางข้ามพรมแดนสู่ประเทศลาว และเดินทางต่อไปยังประเทศเวียดนามที่ด่านลาวบาว และเยี่ยมชมจุดประวัติศาสตร์ที่สำคัญของเวียดนาม เช่น เส้นขนานที่ 17ซึ่งแบ่งระหว่างเวียดนามเหนือและใต้ อุโมงค์วินห์ม็อก และออกเดินทางสู่เมืองเว้ เมืองที่เป็นแหล่งวัฒนธรรมยุคจักรพรรดิที่สวยงามเพื่อเยี่ยมชมพระราชวังต้องห้าม วัดเจดีย์เทียนมู่ ก่อนเดินทางสู่จุดหมายไฮไลท์ของทริปนี้ที่ บานาฮิลล์ เพื่อสัมผัสบรรยากาศที่ราบสูงที่เปรียบเสมือนปอดของภาคกลางประเทศเวียดนาม พร้อมชมมินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน นำโดย “เดอะ ทอยส์” “แป้งโกะ จินตนัดดา” และ “แสตมป์ อภิวัชร์”กันอย่างใกล้ชิดและสนุกสนาน  ต่อด้วยการขับไปยังดานัง ฮอยอัน ก่อนเดินทางสู่ปากซองเพื่อแวะชิมกาแฟที่ไร่บนที่ราบสูง ณ ปากซองไฮแลนด์ ชมความงามของน้ำตกตาดเยือง และน้ำตกตาดฟาน ก่อนเดินทางกลับประเทศไทยผ่านทางด่านชายแดนสปป.ลาว-ไทย สู่จังหวัดศรีสะเกษ

   คู่หนุ่มสาวรุ่นใหม่ คุณอภิวัฒน ทองฟัก และคุณวรรณกานต์ ลิ่มโอภาสมณี เจ้าของรถยนต์ฮอนด้า บีอาร์-วี เผยถึงประสบการณ์การขับขี่ในต่างประเทศเป็นครั้งแรกของเขาว่า “ก่อนตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรม ก็ไม่แน่ใจว่ารถเอสยูวีรุ่นเล็กอย่างบีอาร์-วี จะขับระยะทางไกลกว่า 2,000 กิโลเมตรไหวหรือเปล่า แต่ก็ได้รับคำแนะนำวิธีการขับขี่บนเส้นทางรูปแบบต่างๆ และเทคนิคในการดึงสมรรถนะของรถออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ ทำให้มั่นใจและรู้เลยว่าบีอาร์-วี ของเราถึงจะเป็นน้องเล็กในกลุ่ม แต่ก็มีสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม การได้ขับรถตัวเองออกไปเที่ยวไกลๆ บรรยากาศระหว่างทางที่แปลกใหม่ ก็ช่วยสร้างความประทับใจได้เป็นอย่างดี ทริปนี้ได้พักค้างคืนบนบานา ฮิลล์ให้บรรยากาศเหมือนยกประเทศฝรั่งเศสมาไว้ เป็นความพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟของกิจกรรมครั้งนี้ ทริปนี้เป็นการขับรถที่สนุกสนาน ทีมงานฮอนด้าให้การดูแลเป็นอย่างดี การเดินทางไปด้วยกันเป็นกลุ่มใหญ่ๆ แบบนี้สนุกดีครับ”

   สำหรับคู่เพื่อนซี้จากภาคเหนือ คุณชณิดาภา ทาสิทธิ์ และคุณอนุธิดา พยา สองสาวที่รักการเดินทางและมาพร้อมรถยนต์ฮอนด้า เอชอาร์-วี ที่เชื่อว่าน่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้สาวๆ ได้กล้าที่จะขับรถไปเปิดประสบการณ์นอกประเทศ ซึ่งคุณอนุธิดาได้เล่าว่า “ปกติเป็นคนชอบเที่ยวอยู่แล้วค่ะ ครั้งนี้เพื่อนซึ่งเป็นเจ้าของรถเอชอาร์-วี ชวน บอกว่าลองไปดูไหม ทีแรกก็คิดว่าไม่น่าไหว เพราะที่เคยไปก็มีแต่ขับภายในประเทศช่วงวันหยุด แต่ตัดสินใจร่วมกิจกรรม เพราะว่านับเป็นโอกาสดีที่จะได้ขับรถข้ามประเทศ และมีผู้เชี่ยวชาญดูแลตลอดเส้นทาง ทำให้ได้รู้ว่าเราก็ขับรถเก่งเหมือนกัน ซึ่งตัวรถเองก็มีส่วนสำคัญ เนื่องจาก เอชอาร์-วี เป็นรถทรงสูงในสไตล์ครอสโอเวอร์ช่วยให้ขับง่ายและปลอดภัย อีกทั้งมีพื้นที่ด้านหลังให้ใส่ของฝากจากลาวและเวียดนามกลับบ้านได้อย่างจุใจ ที่สำคัญคือต้องขอขอบคุณฮอนด้าที่จัดกิจกรรมนี้ ที่ให้ทั้งความสนุก ได้รู้สมรรถนะทั้งคนทั้งรถ อีกทั้ง ได้ใกล้ชิดกับน้องทอยส์ พี่แสตมป์ และน้องแป้งโกะ ผ่านมินิคอนเสิร์ตที่จัดเต็มที่เวียดนาม สัญญาว่าไม่พลาดทริปหน้าแน่นอน”

   ด้านครอบครัวคู่สามีภรรยา คุณสุรทัตและคุณสุวภี นาควัชระ ที่หลงเสน่ห์กิจกรรมคาราวานขับรถข้ามประเทศโดยคุณสุรทัต เจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ได้เล่าความประทับใจหลังจากได้ขับรถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์-วี คู่ใจ ตะลุยทริป 7วัน 6คืน ให้ฟังว่า “ส่วนตัวเป็นแฟนรถยนต์ฮอนด้ามา 30ปีแล้ว ประทับใจในการบริการและความคุ้มค่าของรถยนต์ฮอนด้า รุ่นไหนออกมาซื้อมาใช้ตลอด จนช่วงหลังๆ เทใจให้กับเอสยูวีของฮอนด้า เพราะลูกๆ อยากได้รถที่ตอบโจทย์ความเป็นครอบครัว การได้เข้าร่วมทริปครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นการได้เอารถออกมาทดลองสมรรถนะในเส้นทางที่หลากหลาย และรถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์-วี ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะให้สมรรถนะที่ดี เต็มสมรรถนะ แม้จะเป็นการขับเข้าโค้งช่วงขึ้นเขาที่ลาดชันของบานาฮิลล์ ให้ความมั่นใจได้ทุกสภาพถนน ปลอดภัยไร้กังวล”

   กิจกรรมในครั้งนี้ นอกจากการเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ ลูกค้ายังได้รับคำแนะนำต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการเดินทางจากทีมฮอนด้า เช่น การตรวจเช็คสภาพความพร้อมของรถก่อนการเดินทาง เทคนิคการขับขี่ที่ปลอดภัยในสภาวะถนนหลากหลาย ทั้งทางโค้ง ทางชัน รวมถึงการดูแลรักษาสภาพรถยนต์เพื่อให้ผู้ร่วมทริปได้สัมผัสสมรรถนะของรถยนต์ฮอนด้าเอสยูวีทั้ง 3รุ่นอย่างเต็มประสิทธิภาพ จึงทำให้การเดินทางครั้งนี้ เป็นมากกว่าการท่องเที่ยวแบบเดิมๆ เพราะผู้ร่วมทริปทุกท่านจะได้เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ทั้งในด้านการขับขี่ และได้พิสูจน์การใช้งานและความอเนกประสงค์ของรถยนต์เอสยูวีของฮอนด้าอย่างเต็มที่อีกด้วย

   ลูกค้าที่สนใจ สามารถติดตามกิจกรรมเพื่อเปิดประสบการณ์การขับขี่สุดพิเศษจากฮอนด้าได้ในครั้งต่อไปที่ Facebook Fanpage: Honda Thailand หรือทาง www.honda.co.th ทั้งนี้ สำหรับลูกค้าที่สนใจทดลองขับรถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่น สามารถลงทะเบียนได้ทางเว็บไซต์ www.honda.co.th/testdrive หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24ชั่วโมง โทร 02341 7777

 

MOTOR TRAVEL : เที่ยวอีสานสุดแซ่บ กับ อีซูซุคาราวานสัญจร ประจำปี 2562 ประเดิมเส้นทางแรก บึงกาฬ – อุดรธานี

 

 

 

 

 

 

 

   “อีซูซุคาราวานสัญจร” กิจกรรมลูกค้าสัมพันธ์ เดินทางท่องเที่ยวในรูปแบบคาราวานทางรถยนต์ที่ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 18 โดยปีนี้มาพร้อมกับคอนเซ็ปท์ “ความสุข...สนุก   ทุกพิกัด” นำเหล่าสมาชิก “ประชาคมอีซูซุ” เริ่มสตาร์ทความสุขประเดิมเส้นทางแรกด้วยสีสันแห่งภาคอีสาน ในเส้นทางบึงกาฬ – อุดรธานี รวมระยะทางกว่า 385 กิโลเมตร

   “อีซูซุคาราวานสัญจร” ประจำปี 2562 เส้นทางที่ 1 ได้รับเกียรติจาก คุณธวัชชัย   ศรีทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ คุณภิญโญ แสงแก้ว รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานอุดรธานี มร. ยูตะ ทานากะ ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด และคุณพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ผู้อำนวยการจัดคาราวาน กล่าวต้อนรับและตีธงปล่อยขบวนคาราวานรถอีซูซุจำนวนกว่า 30คัน พร้อมด้วยคณะสื่อมวลชน ณ บริษัท อีซูซุบึงกาฬ จำกัด ขบวนคาราวานเริ่มออกเดินทางท่ามกลางสายฝนอันชุ่มฉ่ำสู่จุดหมายแรกที่ “วัดอาฮงศิลาวาส” ซึ่งวัดแห่งนี้มีพื้นที่เป็นแนวโค้งยาวเลียบไปกับแม่น้ำโขง บรรยากาศในวัดนั้นมีความเงียบสงบ ร่มรื่น และบริเวณหน้าวัดซึ่งเป็นที่ตั้งของแก่งอาฮง ซึ่งมีความเชื่อว่าที่นี่คือ “สะดือแม่น้ำโขง" และเป็นจุดที่แม่น้ำโขงมีความลึกมากที่สุดถึง 200 เมตร มีพระธาตุเจดีย์ศรีอาฮง ตั้งอยู่บนเนินสูงสวยงามมองเห็นโดดเด่นจากริมถนน สามารถเดินขึ้นบันไดไปกราบไหว้สักการะขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนออกเดินทางสู่ “พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต”ซึ่งตั้งอยู่ในหมู่บ้านขี้เหล็กใหญ่ อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ เป็นหมู่บ้านที่เงียบสงบโอบล้อมด้วยธรรมชาติ ยังคงมีวัฒนธรรม และวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของชาวไทยอีสานให้ศึกษา จุดเด่นของที่นี่ คือ ศิลปะ โดยนำแนวคิดการออกแบบร่วมสมัยอย่างเช่น สตรีทอาร์ต เข้ามาผสมผสานให้ดูสวยงาม และมีอัตลักษณ์ของชุมชน  ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบยั่งยืน ซึ่งสมาชิกประชาคมอีซูซุได้ร่วมพิธีบายศรีสู่ขวัญ ตามธรรมเนียมของชาวไทยอีสาน เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ผู้มาเยี่ยมเยือน นอกจากนี้ยังได้ร่วมเวิร์กช็อปประดิษฐ์ดอกข่า และทำข้าวต้มมัดกันอย่างเพลิดเพลิน

   ในช่วงบ่าย หลังจากรับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านครัวเวียงจันทร์ จังหวัดหนองคาย เรียบร้อยแล้ว ขบวนอีซูซุคาราวานสัญจร จึงเดินทางสู่“วัดผาตากเสื้อ”ซึ่งเป็นวัดที่มีทิวทัศน์สวยงามแห่งหนึ่งของ อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง และเป็นจุดชมวิวแม่น้ำโขงที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง ที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ด้านล่างทั้งฝั่งไทยและฝั่งลาว ปัจจุบัน วัดผาตากเสื้อได้ถูกพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งใหม่ของจังหวัดหนองคาย โดยได้มีการสร้าง "สกายวอล์ค" ที่เป็นกระจกใส แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย มีรูปทรงคล้ายเกือกม้า ระยะทางในการเดินทั้งหมด 16เมตร เป็นส่วนทางเดินพื้นกระจกใส 15เมตร ยื่นออกมาจากหน้าผา 6เมตร สามารถมองเห็นวิวแบบพาโนราม่า และให้สมาชิกประชาคมอีซูซุได้ถ่ายภาพกันอย่างสนุกสนาน

 

   จากนั้นจึงเคลื่อนขบวนคาราวานต่อไปยังที่พัก ณ โรงแรมเซ็นทาราและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ อุดรธานี เพื่อร่วมงานเลี้ยงมื้อค่ำด้วยบรรยากาศที่แสนครึกครื้น สมาชิกประชาคม  อีซูซุทุกคนได้ร่วมสนุกกับเกมชิงของรางวัลมากมายจากสปอนเซอร์ใจดี อิ่มอร่อยกับอาหารที่          อีซูซุเลือกสรรมาโดยเฉพาะ และปิดท้ายอีซูซุคาราวานสัญจรเส้นแรกของปี 2562 ที่แสนอบอุ่นกับ     “คุณปราง-กัญญ์ณรัณ” นักแสดงสาวมากความสามารถ ที่มามอบบทเพลงเพราะ ๆ และร่วมเล่นเกมสนุกสนานกับเหล่าสมาชิกประชาคมอีซูซุ ก่อนแยกย้ายกันไปพักผ่อนอย่างมีความสุข

ความประทับใจของผู้ร่วมคาราวาน

รถหมายเลข 10 : คุณสุภิน และคุณทองพันธ์ จันทร์เพ็ง

“มาร่วมเดินทางกับอีซูซุคาราวานสัญจรสนุกมากครับ มีความสุขตลอดการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว หรือการดูแลของทีมงามอีซูซุ ประทับใจมากโดยเฉพาะวัดผาตากเสื้อ สำหรับรถ อีซูซุผมใช้มาหลายปีแล้ว ประทับใจในสมรรถนะที่ดีเยี่ยม และความประหยัดน้ำมันของรถอีซูซุ เลยอยากชวนเพื่อน ๆ ที่ใช้รถอีซูซุลองสมัครเข้าร่วมอีซูซุคาราวานสัญจรดู แล้วจะประทับใจครับ”

รถหมายเลข 11: คุณเสมอ และคุณภัทราพรรณ อุดมกัลป์

“ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมอีซูซุคาราวานสัญจร รู้สึกประทับใจในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการต้อนรับของทีมงาน ความสนุกสนานระหว่างการเข้าร่วมกิจกรรม เส้นทางการเดินทาง ในส่วนของสถานที่ท่องเที่ยวก็มีความน่าสนใจ โดยเฉพาะพิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต การเดินทางแบบคาราวานของอีซูซุก็มีความปลอดภัยสูง ประทับใจมากครับ ปีหน้าคงต้องสมัครร่วมกิจกรรมอีกเป็นครั้งที่ 2 อย่างแน่นอน”

 

   “อีซูซุคาราวานสัญจร” นับเป็นกิจกรรมลูกค้าสัมพันธ์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง  จัดขึ้นเพื่อขอบคุณลูกค้าอีซูซุทั่วประเทศไปพร้อมกับสนับสนุนนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศของรัฐบาล รวมถึงการเดินทางโดยรถยนต์สู่ประเทศเพื่อนบ้าน สามารถติดตามรายละเอียดและข่าวสารกิจกรรมผ่านทาง www.isuzu-tis.comโดยอีก 3 เส้นทาง ได้แก่

•        เส้นทางที่ 2            ชัยนาท – นครราชสีมา (เขาใหญ่) วันที่ 20 – 21 กรกฎาคม 2562

•        เส้นทางที่ 3            ไทย – พม่า (ทวาย) วันที่ 8 – 11 สิงหาคม 2562

          เส้นทางที่ 4      กระบี่ – นครศรีธรรมราช วันที่ 14 – 15 กันยายน 2562

 

MOTOR TRAVEL : นิสสันชวนลูกค้าเทอร์ร่าร่วมคาราวานทดสอบขับขี่ พิสูจน์ความสามารถของรถยนต์ที่ไปได้ทุกที่ พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่ หรือ “Life Lives Outside” กับการเดินทางสู่จังหวัดกาญจนบุรี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทยจัดกิจกรรมสร้างความตื่นเต้นกับกลุ่มลูกค้าของนิสสัน เทอร์ร่า ใหม่โดยเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อพิสูจน์สมรรถนะ นิสสัน  เทอร์ร่า ใหม่ ทั้งบนถนนแบบทั่วไปและแบบออฟโรด

   เทอร์ร่า ใหม่ เอสยูวีอัจฉริยะแบบตัวถังบนแชสซีส์ ผสมผสานสมรรถนะเครื่องยนต์ใหม่ที่ดีที่สุดในรถระดับเดียวกัน มีพื้นที่ภายในใช้สอยที่กว้างขวางแบบ 7 ที่นั่ง มาพร้อมเทคโนโลยีจาก นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ (Nissan Intelligent Mobility) ที่ทันสมัย ทำให้ลูกค้าสามรถเดินทางไปได้ทุกที่ด้วยความมั่นใจ

   “ลูกค้าถือเป็นหัวใจสำคัญของทุกสิ่งที่เราทำที่นิสสัน และเราต้องการแบ่งปันความรู้สึกที่มีเต็มไปด้วยพลังของลูกค้า นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ รวมทั้งแสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีจาก นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ ที่จะเปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิตและการขับขี่ ช่วยให้ลูกค้าของเราเดินทางไปได้ทุกที่” สุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี  รองประธาน สายงานการตลาดของนิสสัน ประเทศไทยกล่าว

   “เทอร์ร่า ใหม่ เป็นรถยนต์ที่สมบูรณ์แบบสำหรับครอบครัวสมัยใหม่ที่กำลังมองหาประสบการณ์การเดินทางใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้น ที่สามารถเดินทางไปด้วยกันได้ทุกที่ เราอยากให้กิจกรรมนี้แสดงให้ลูกค้าเห็นว่า พวกเขาสามารถสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำ โดยใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่อย่างมากมายของเอสยูวีพรีเมี่ยมใหม่คันนี้”    สุรีทิพย์ กล่าวเสริม

   การเดินทางของ “เทอร์ร่า คาราวาน” ในกิจกรรมนี้มีระยะทางไปกลับ กว่า 600 กิโลเมตร จากกรุงเทพไปยัง  อ.ทองผาภูมิ พร้อมเส้นทางพิเศษที่พิสูจน์สมรรถนะในการขับขี่ออฟโรดผ่านพื้นที่อุทยานแห่งชาติต่างๆ และทุกครอบครัวที่เข้าร่วมกิจกรรมยังได้ขับรถเข้าชมอุโมงค์สามมิติที่มีชื่อเสียง โดยอุโมงค์แห่งนี้ห่าง อ. เมืองกาญจนบุรี 147 กิโลเมตร

   “เทอร์ร่า ใหม่ มอบอิสระในการขับขี่บนทุกสภาวะเส้นทางรวมถึงทุกสภาพภูมิอากาศ เป็นรถที่มีความแข็งแกร่ง ทนทาน และถูกออกแบบสำหรับทุก ความการขับขี่ที่ท้าทาย มีรูปลักษณ์ที่ทันสมัยและให้ความสะดวกสบายรวมถึงเทคโนโลยีขั้นสูงที่ดึงดูดทุกความสนใจ”สุรีทิพย์ กล่าว

   เทอร์ร่า ใหม่ พัฒนาด้วยประสบการณ์กว่า 60ปี ด้วยดีเอ็นเอที่สืบทอดจากเอสยูวีในตำนานของนิสสัน ในประเทศไทย เทอร์ร่า ใหม่ มาพร้อมพละกำลังจากเครื่องยนต์ดีเซล YS23DDTTขนาด 2.3 ลิตร ทวินเทอร์โบ มาพร้อมระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 7 สปีด ให้อัตราเร่งที่ดีที่สุดในระดับเดียวกัน ทำให้มั่นใจได้ถึงการขับขี่ที่นุ่มนวล แต่ยังทรงพลังด้วยกำลังสูงสุดที่ 190 แรงม้า และมีแรงบิดมหาศาลที่ 450 นิวตัน-เมตร

   ในเส้นทางคาราวานนี้ ยังแสดงให้ผู้เข้าร่วมได้ เห็นถึงเทคโนโลยีนิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ หลายรูปแบบ อาทิ เทคโนโลยีกระจกมองหลังอัจฉริยะ (Smart Rear View Mirror) และเทคโนโลยีเตือนจุดอับสายตา หรือ Blind Spot Warning (BSW) เอสยูวีอัจฉริยะแบบตัวถังบนแชสซีส์นี้ ยังมีเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัยและมั่นใจมากขึ้น ด้วยกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitor – IAVM) พร้อมเทคโนโลยีตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุ และบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน (Moving Object Detection – MOD) ที่ให้ผู้ขับขี่มองเห็นสิ่งกีดขวางจากกล้องที่ติดตั้งด้านหลัง และมอบความมั่นใจในความสะดวกสบายและความปลอดภัยสูงสุดให้กับผู้ขับขี่ทุกคน

   สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ สามารถเยี่ยมชมหนึ่งในโชว์รูมของนิสสันกว่า 180 แห่งใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ หรือติดต่อสอบถามที่ นิสสัน Call Center หมายเลข 02 401 9600หรือที่เว็บไซต์ของนิสสัน www.nissan.co.th

 

MOTOR TRAVEL : ตะลุย 5 ดินแดนลึกลับบนเส้นทางชายฝั่งอันดามัน กับ “ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์”

 

 

 

 

 

 

 

   ประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวจำนาวนไม่น้อยกำลังเริ่มมองหาสถานที่ท่องเที่ยวชายทะเลรับพลังความสดชื่นริมหาด และคงปฏิเสธไม่ได้ว่าทะเลชายฝั่งอันดามันเป็นหนึ่งในสถานที่ยอมนิยมตลอดกาล อย่างเกาะหลีเป๊ะ หมู่เกาะพีพี และหมู่เกาะสิมิลัน แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่ายังมีอีก 5 สถานที่ท่องเที่ยวสุดท้าทาย เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ แฝงไปด้วยดินแดนลึกลับกับธรรมชาติอันสวยงามบนเส้นทางชายฝั่งอันดามันในจังหวัดพังงาอีกมากมายซ่อนตัวอยู่

1. เขาหน้ายักษ์ อุทยานแห่งชาติหาดท้ายเหมือง-เขาลำปีอำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สวยงามเงียบสงบ มีหาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลสีฟ้าใสตลอดชายหาดยาวกว่า 13 กิโลเมตร ทั้งยังมีโขดหินขนาดใหญ่ที่ถูกทับถมสะสมมาเป็นเวลานับล้านปี ปรากฏร่องรอยลวดลายสวยงามแปลกตา ด้วยรูปร่างของภูเขามีหน้าผาคล้ายใบหน้ายักษ์ จึงกลายเป็นที่มาของชื่อเรียกแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ ทั้งนี้ การเดินทางมาสัมผัสความงามของเขาหน้ายักษ์ต้องใช้เรือนำเที่ยวของชาวบ้าน หรือรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้น เนื่องจากเส้นทางจากทางเข้าอุทยานแห่งชาติหาดท้ายเหมืองไปยังบริเวณหาดเขาหน้ายักษ์ส่วนใหญ่เป็นถนนทราย ดังนั้น รถประเภทอื่นจึงไม่สามารถผ่านไปได้  โดยระหว่างทางเข้าไปยังเขาหน้ายักษ์ นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับธรรมชาติอันน่าตื่นตาตื่นใจ ไม่ว่าจะเป็นป่าเสม็ด และทุ่งหญ้ากว้างลักษณะคล้ายทุ่งหญ้าสะวันนาในแอฟริกา

2. ภูตาจอ เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของจังหวัดพังงา ตั้งอยู่บนพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนปริวรรต ถึงแม้จะเส้นทางไปยังจุดชมวิวจะเต็มไปด้วยความท้าทาย เนื่องจากตั้งอยู่บนภูเขาที่มีระดับความสูงกว่าน้ำทะเลเกือบ 1,300 เมตร  แต่ภูตาจอก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวอันงดงามที่ให้ผู้เยี่ยมชมสามารถมองเห็นวิวทะเลอันดามันได้รอบ 360 องศา และแนวทิวเขาเรียงตัวสลับซับซ้อน พร้อมสัมผัสทะเลหมอกยามเช้าสวยไม่แพ้ป่าดอยเมืองเหนือ นอกจากนี้ พื้นที่ด้านบนยอดภูนั้นมีลานกว้างเนื่องจากเป็นขุมเหมืองแร่เก่า เหมาะแก่การท่องเที่ยวแบบแคมปิ้งและผจญภัย โดยระหว่างทางขึ้นลงภูตาจอง นักท่องเที่ยวสามารถแวะเที่ยวน้ำตกโตนต้นหมากท่ามกลางผืนป่าดิบชื้น และอาจได้พบ “ดอกบัวผุด” ดอกไม้ขนาดยักษ์หายาก มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 60 - 80 เซนติเมตร และจะบานประมาณสัปดาห์เดียวเท่านั้น ทั้งนี้ สภาพเส้นทางเป็นทางลูกรังที่มีความหลากหลายทั้งเป็นหินกรวด ดินปนทราย ทางสูงชันและมีความลื่นในบางช่วงที่ทางน้ำผ่าน  

3. เกาะคอเขา อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา เป็นเกาะตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลอันดามัน นักท่องเที่ยวสามารถนำรถยนต์ส่วนตัวข้ามไปได้ที่ท่าเรือบ้านน้ำเค็มได้ เกาะคอเขาเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ โดยมีป่าชายเลนผืนใหญ่ที่ทอดตัวทางทิศตะวันออกและหาดทรายขาวทางทิศตะวันตก ทำให้นักท่องเที่ยวได้ชมทัศนียภาพอันแปลกตาของพื้นที่ พร้อมทั้งต้นไม้ที่หายาก เช่น ดอกบัวบา ดอกบัวที่มีขนาดเล็กที่สุดและต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงที่ขึ้นอยู่จำนวนมาก

   นอกจากจะได้สัมผัสกับธรรมชาติแล้ว เกาะคอเขายังมีแหล่งโบราณคดีและร่องรอยความเจริญของวัฒนธรรมในอดีตให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษาเรียนรู้อีกด้วย จากการสันนิษฐานของนักโบราณคดี เดิมที่นี่เป็นอาจจะเป็นศูนย์กลางในการค้าขายของศรีวิชัย เส้นทางการค้าข้ามคาบสมุทรของชาวอินเดีย จีน อาหรับ และมลายู เนื่องจากเป็นเมืองท่าค้าขายและที่จอดเรือหลบมรสุม บ่งบอกประวัติศาสตร์ของเกาะแห่งนี้ที่มีมานานนับพันปี โดยมี “เมืองโบราณคดีบ้านทุ่งตึก” เป็นแหล่งโบราณคดีและพันธุ์ไม้หายากบนเกาะคอเขา ภายในบริเวณเมืองโบราณคดีบ้านทุ่งตึกมีซากอาคารโบราณสถานอยู่ถึง 3 แห่ง นอกจากนี้ยังได้พบฐานเทวรูป สัญลักษณ์รูปเคารพในศาสนาพราหมณ์ เหรียญเงินอินเดีย เศษภาชนะดินเผาที่ผลิตในสมัยราชวงศ์ถังของจีน และเครื่องแก้วของชาวเปอร์เซีย

4. หัวแหลมหาดบริสุทธิ์บนแหลมปลายเกาะคอเขา ที่มีน้ำใสสีฟ้าคราม พร้อมความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลที่มีนักท่องเที่ยวน้อย ไม่พลุกพล่าน และเงียบสงบ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความสงบ รักความเป็นส่วนตัว ต้องการหนีความวุ่นวายจากชีวิตในเมือง และนักท่องเที่ยวที่กำลังมองหาสถานที่สุดโรแมนติกริมชายหาดทรายขาวเพื่อดื่มด่ำกับธรรมชาติยามพลบค่ำ เนื่องจากเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย

5. กะปง แกรนด์ แคนยอน ประติมากรรมธรรมชาติที่มีลักษณะเป็นภูเขาสูงต่ำไม่เท่ากัน มีทางเดินขนาดเล็กลัดเลาะขึ้นไปบนสันเขาทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นไปสำรวจบนยอดเขาได้ และเมื่อมองลงมา นักท่องเที่ยวจะได้พบกับวิวน้ำตกขนาดเล็กที่ไหลลงสู่ลำธารขนาดใหญ่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา โดยปรากฏการณ์นี้เกิดจากการทำเหมืองแร่ในสมัยก่อนที่มีการขุดหาแร่ดีบุก ด้วยระบบเหมืองฉีด จึงทำให้มีกองทรายอยู่จำนวนมหาศาล ต่อมาถูกน้ำกัดเซาะจนพังทลายเป็นพื้นที่รูปร่างแปลกตากว่า 50 ไร่  เป็นที่น่าประทับใจของนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือน ในดินแดนหินผาที่ดูคล้ายสถานที่ท่องเที่ยวเลื่องลือในสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับทรัพยากรธรรมชาติอันสมบูรณ์เขียวชอุ่ม เต็มไปด้วยต้นไม้ขนาดเล็กใหญ่ เฟิร์นป่า และต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง พืชกินสัตว์หายาก

   การเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวอันท้าทายและเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ตลอดเส้นทางบนชายฝั่งทะเลอันดามันนี้ ควรเลือกใช้รถที่พร้อมลุยทุกสภาพเส้นทางหฤโหด ไม่ว่าจะเป็นโคลน ทราย หญ้า และกรวดหิน นอกจากนี้ รถที่เลือกใช้ควรเป็นรถที่มีเทคโนโลยีสุดล้ำเพื่อช่วยให้การขับขี่ทางวิบากเป็นเรื่องง่าย เพลิดเพลิน และปลอดภัย อย่าง ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ รถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูงที่ทำลายทุกข้อจำกัด ทำให้การขับรถออฟโรดสนุกสนาน เร้าใจ ด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Terrain Management System (TMS) รวมถึงระบบกันสะเทือนที่มาพร้อมโช๊คFOX Shock ที่ช่วยซับแรงกระแทก ช่วยให้การเดินทางถึงสถานที่ที่เข้าถึงยากกลายเป็นเรื่องง่ายดาย พร้อมตะลุยออกเดินทางและเพื่อสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่มากยิ่งขึ้น

 

รับจัดกิจกรรมการตลาด ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( PIYA 0819012840 )

Designed by eTDS TechnoSys
Click here to donate

.

ราคาน้ำมัน

Latest News

MOTOR NEWS : เชฟโรเลต เริ่มสายการผลิต แคปติวา รุ่นใหม่ ภายใต้หลักการ สร้างคุณภาพในกระบวนการผลิต มุ่งสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า                  เชฟโรเลต แคปติวา รถอเนกประสงค์รุ่นใหม่ล่าสุดที่กำลังจะออกจำหน่ายในประเทศไทยในเร็วๆ... Read more...
MOTOR NEWS : อีซูซุมอบเงินสนับสนุน 4 องค์กรสาธารณประโยชน์                    มูลนิธิกลุ่มอีซูซุโดย มร. โทชิอากิ มาเอคาวะ ประธานกรรมการมูลนิธิกลุ่มอีซูซุ... Read more...

Feature News

Joomla 1.5
You are here: Home MOTOR TRAVEL
Orange Green Red