Developed by JoomVision.com

MOTOR TRAVEL

MOTOR TRAVEL : อิ่มบุญ สุขใจ ไปกับซูบารุ

   บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ 'ซูบารุ' อย่างเป็นทางการในประเทศไทย พาผู้ใช้รถยนต์ซูบารุ เที่ยวอยุธยากับทริป อิ่มบุญ สุขใจ ไปกับซูบารุ นำโดยนายตวัน คำฤทธิ์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด โดยมีผู้ใช้รถยนต์ซูบารุร่วมคาราวานกว่า 15 คัน ในบรรยากาศสบายๆและเป็นกันเองร่วมเดินทางไปยัง 3 จุดหมาย 3 วัด ชมความงดงามของประวัติศาสตร์ ณ วัดไชยวัฒนาราม, ถวายสังฆทาน ณ วัดกษัตราธิราชวรวิหาร และร่วมสวดมนต์เพื่อเป็นศิริมงคลแก่ครอบครัวซูบารุ ณ วัดหน้าพระเมรุ วัดแห่งเดียวในพระนครศรีอยุธยาที่ไม่ถูกเผาทำลายในสมัยสงคราม โดยไฮไลท์ของทริปนี้ คือ ดร.คฑา ชินบัญช มาเป็นวิทยากรในการแนะนำและให้ความรู้ด้านพระพุทธศาสนาตลอดเส้นทาง

   ร่วมเป็นครอบครัวซูบารุ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://www.subaru.asia/th/th/home/

 

MOTOR TRAVEL : ฮอนด้า พาสื่อมวลชนสัมผัสประสบการณ์ก้าวข้ามขีดสุดความท้าทาย เพิ่มความเร้าใจแบบไร้ขีดจำกัดกับ ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ บนเส้นทางกรุงเทพฯ สู่สวนน้ำวานา นาวา หัวหิน

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล(ประเทศไทย) จำกัดเชิญสื่อมวลชนสัมผัสประสบการณ์ก้าวข้ามขีดสุดความ   ท้าทาย เพิ่มความเร้าใจแบบไร้ขีดจำกัด ขับ ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมียมซีดานที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING)มาตรฐานความปลอดภัยอันล้ำสมัยเพื่อความมั่นใจในทุกการเดินทาง จากกรุงเทพฯ สู่สวนน้ำวานา นาวา หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

   ในช่วงเช้า คณะสื่อมวลชนพบกัน ณ ร้าน Orca Baker & Butcher ร้านอาหารอิตาเลียน บรรยากาศสบายๆ ในลาซาล อเวนิว เพื่อรับฟังข้อมูลผลิตภัณฑ์ฮอนด้า ซีวิค ใหม่  ที่มาพร้อมดีไซน์สปอร์ตพรีเมียมที่ท้าทายทุกสายตา ด้วยเส้นสายโฉบเฉี่ยวรอบคัน สะท้อนเอกลักษณ์แห่งความสง่างามที่ลงตัวในทุกการขับขี่ ดีไซน์ดุดันยิ่งขึ้นด้วยกันชนหน้าและกระจังหน้าในสไตล์สปอร์ตใหม่แบบ RS เชื่อมต่อกับไฟหน้าดีไซน์สปอร์ตพร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED Daytime Running Light (DRL) ทั้งยังโดดเด่นด้วยไฟท้าย LED รูปทรงตัว C (C-Identity) เอกลักษณ์แบบซีวิค ไฟตัดหมอกแบบ LED ตกแต่งด้วยคิ้วโครเมียม กันชนหลังตกแต่งด้วยโครเมียม และเสาอากาศแบบครีบฉลาม (Shark Fin) เพิ่มความโฉบเฉี่ยวและให้ความรู้สึกหรูหรา พร้อมล้ออัลลอย 17นิ้ว ดีไซน์สปอร์ตใหม่ ดึงดูดทุกสายตา และสีใหม่ สีน้ำเงินบริลเลียนท์ สปอร์ตตี้ (Brilliant Sporty Blue)

   ในระหว่างเส้นทางมุ่งหน้าสู่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ สื่อมวลชนได้ทดสอบสมรรถนะของ ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ กันอย่างเต็มที่บนถนนที่หลากหลายทั้งทางตรงและทางโค้ง โดยรุ่นเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร DOHCVTEC TURBOมาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ซึ่งทั้งเครื่องยนต์และระบบเกียร์ดังกล่าวได้รับการพัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ให้กำลังสูงสุด 173 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที ด้วยแรงบิดสูงสุดที่ 220 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700 - 5,500 รอบต่อนาทีและรุ่นเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร SOHCi-VTECพร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ CVTที่ได้รับการพัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ให้การขับขี่ที่เร้าใจและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้นโดยให้กำลังสูงสุด141 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที ด้วยแรงบิดสูงสุดที่ 174 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบต่อนาที ทั้งยังรองรับพลังงานทางเลือก E85

   มั่นใจในทุกการเดินทางด้วย เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ “ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง” (Honda Sensing)
ใน ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ได้แก่

·         ระบบเตือนการชนรถและคนเดินถนนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)

·    ระบบควบคุมและปรับความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)

·         ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)

·         ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure MitigationSystemwith Lane Departure Warning : RDM with LDW)

·         ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)

   ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย เบาะที่นั่งตกแต่งด้วยด้ายสีแดง ผสานความสปอร์ตในทุกรายละเอียด มาพร้อมความสะดวกสบายด้วยฟังก์ชั่นที่เหนือระดับ อาทิ ระบบปรับอุณหภูมิอัตโนมัติแบบปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย-ขวา ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ  Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียงSIRI เป็นต้น และครบครันด้วยมาตรฐานความปลอดภัยอันล้ำสมัยอาทิ ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน(Honda LaneWatch)ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ระบบ Auto Brake Hold และระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)เป็นต้น

   เมื่อเดินทางถึง อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ สื่อมวลชนได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์เพื่อก้าวข้ามขีดสุดแห่งความ    ท้าทาย ณ สวนน้ำ วานา นาวา หัวหิน ก่อนตื่นเช้ามาร่วมกิจกรรมเวิร์กชอปทำรองเท้าและกระเป๋าผ้าจากวัสดุธรรมชาติผสมผสานกับภูมิปัญญาไทย อาทิ ผ้าลายไทย หนัง และยางพารา กับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการทำสิ่งประดิษฐ์ทำมือ (Handmade) คุณธนพัต พงษ์อิศราพันธ์ เจ้าของร้านรองเท้า “ไทย ไทย” ตลาดจั๊กจั่น (Cicada Market) ซึ่งนอกจากสื่อมวลชนจะได้ความรู้จากการร่วมทำกิจกรรมแล้ว ยังสามารถนำผลงานที่ได้กลับไปใช้ได้อีกด้วย

   สำหรับลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของรถยนต์ ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24ชั่วโมง โทร 02341 7777หรืออ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง www.honda.co.th/civicทั้งนี้ สำหรับลูกค้าที่สนใจทดลองขับรถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่น สามารถลงทะเบียนเพื่อร่วมกิจกรรมทดลองขับได้ผ่านทางเว็บไซต์ www.honda.co.th/testdrive

 

MOTOR TRAVEL : ฮอนด้า เชิญสื่อมวลชนร่วมกิจกรรม “Life Crossover Lifestyle Trip” ทดสอบสมรรถนะ ฮอนด้า บีอาร์-วี ใหม่ และ ฮอนด้า เอชอาร์-วี พาคุณครอสชีวิตในอีกด้าน กับกิจกรรมวิ่งการกุศลเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม บนเส้นทางกรุงเทพฯ – เขาใหญ่

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัดเชิญสื่อมวลชนร่วมกิจกรรม“Life Crossover Lifestyle Trip”สัมผัสประสบการณ์ขับขี่ยนตรกรรมอเนกประสงค์ เอสยูวี ของฮอนด้า 2 รุ่น ได้แก่ “ฮอนด้า บีอาร์-วี ใหม่”และ “ฮอนด้า เอชอาร์-วี”บนเส้นทางกรุงเทพฯ – เขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมารวมระยะทางกว่า 380 กิโลเมตร และสนุกกับกิจกรรมที่จะพาคุณครอสอีกด้านของชีวิต (Life Crossover)กับกิจกรรมวิ่งการกุศลเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ในงาน “วิ่งฝ่าฝนไปปลูกป่า และช่วยสัตว์ป่ากับเราที่เขาใหญ่”(Khao Yai Running in the Rain)

   ในช่วงเช้า คณะสื่อมวลชนพบกัน ณ ร้านอาหาร ฟาร์มมุ (Farm Mu) ที่จำลองบรรยากาศกระท่อมในฟาร์มกลางเมือง เพื่อรับฟังข้อมูลผลิตภัณฑ์ยนตรกรรมอเนกประสงค์ทั้ง 2รุ่น คือ ฮอนด้า บีอาร์-วี ใหม่          ยนตรกรรมแอคทีฟสปอร์ตครอสโอเวอร์ ที่มาพร้อมดีไซน์ภายนอกสปอร์ต แกร่งในทุกมิติ โดดเด่นทุกมุมมองกับกระจังหน้าใหม่ ไฟหน้าโปรเจคเตอร์พร้อมไฟหรี่และไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ไฟตัดหมอกดีไซน์ใหม่โฉบเฉี่ยว ให้พร้อมลุยทุกความท้าทาย  และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตกว่าที่เคย มาพร้อมสีใหม่ สีแดงแพสชั่น (มุก)และฮอนด้า เอชอาร์-วี  โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกและภายในที่สปอร์ต      โฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น บ่งบอกสไตล์ตัวตนอีกด้านของคุณด้วยการออกแบบภายในใหม่ เสริมภาพลักษณ์         ความสปอร์ต พรีเมียมไปอีกขั้นกับภายในสีแดงออกซ์บลัด ในรุ่น RS และสีทูโทน ไอเวอรี่/ดำ ในรุ่น EL       แต่ยังคงความกว้างเกินใคร และยังมาพร้อมสีภายนอกใหม่  สีขาวแพลทินัม (มุก) และสีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก)

   ในระหว่างเส้นทางมุ่งหน้าสู่ เขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา มีถนนหลายรูปแบบทั้งทางตรงและทางโค้งสลับกันตลอดเส้นทาง สื่อมวลชนจะได้สัมผัสสมรรถนะการขับขี่ พร้อมทั้งฟังก์ชันและเทคโนโลยีอันล้ำสมัยของรถยนต์เอสยูวีทั้ง 2 รุ่น กันอย่างเต็มที่ ทั้งฮอนด้า บีอาร์-วี ใหม่ ที่ขับเคลื่อนเต็มสมรรถนะไปกับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร SOHCi-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว 117 แรงม้า และฮอนด้า เอชอาร์-วีที่ผสานความสปอร์ต   เร้าใจ ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.8ลิตร SOHC i-VTEC 4 สูบ 16วาล์ว 141แรงม้าโดยทั้ง 2 รุ่น มาพร้อมกับระบบเกียร์ CVT ที่พัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีมเปี่ยมไปด้วยขุมพลังเต็มสมรรถนะเพื่อการขับขี่และการ ใช้งานที่หลากหลายและให้อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมอีกทั้งยังรองรับพลังงานทางเลือก E85พร้อมด้วยมาตรฐานความปลอดภัยอันล้ำสมัยที่ครบครันให้คุณออกไปสัมผัสทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว

   มุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทางแรกที่โรงพยาบาลปากช่องนานา อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เพื่อมอบของใช้จำเป็นให้แก่โรงพยาบาลและผู้ป่วยขาดแคลนทุนทรัพย์ อาทิ ผ้าอ้อมสำหรับผู้ใหญ่ และเครื่องอุปโภคในชีวิตประจำวัน ซึ่งการนำของมาบริจาคในครั้งนี้สะดวกสบายด้วยพื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านท้ายของ      ยนตรกรรมทั้ง 2 รุ่น ที่สามารถปรับพับได้หลากหลายรูปแบบ หลังจากมอบสิ่งของบริจาคเป็นที่เรียบร้อยสื่อมวลชนออกเดินทางต่อไปยังที่พัก

   ก่อนตื่นเช้ามาร่วมกิจกรรมวิ่งการกุศลเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ในงาน “วิ่งฝ่าฝนไปปลูกป่า และช่วยสัตว์ป่ากับเราที่เขาใหญ่”(Khao Yai Running in the Rain) ณ ลานจัดงานวิ่ง เขาใหญ่ ถ.ธนะรัชต์ กม. 21 อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากกิจกรรมวิ่งครั้งนี้จะนำไปมอบให้กับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เพื่อสมทบทุนในการจัดหาเครื่องมือช่วยเหลือสัตว์ป่าที่เจ็บป่วยหรือได้รับบาดเจ็บให้กับศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพสัตว์ป่า ดงพญาเย็น-เขาใหญ่ และร่วมในโครงการปลูกไผ่หนามแนวรั้วมีชีวิตโดยรอบอุทยานฯ ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้นอกจากสื่อมวลชนจะได้ออกกำลังกายและสูดอากาศบริสุทธิ์ที่เขาใหญ่ที่มีโอโซนอากาศบริสุทธิ์เป็นอันดับ 7 ของโลกและเป็นมรดกโลกแห่งที่ 5 แล้ว ยังอิ่มบุญที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับฮอนด้าในการทำความดีเพื่อสร้างสรรค์สังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการช่วยเหลือแบ่งปันอีกด้วย

   สำหรับลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้า บีอาร์-วี ใหม่ หรือ ฮอนด้า เอชอาร์-วี สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24ชั่วโมง   โทร 02341 7777หรืออ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง www.honda.co.th ทั้งนี้ สำหรับลูกค้าที่สนใจทดลองขับรถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่น สามารถลงทะเบียนเพื่อร่วมกิจกรรมทดลองขับได้ผ่านทางเว็บไซต์ www.honda.co.th/testdrive

 

MOTOR TRAVEL : อีซูซุเปิดเส้นทางท่องเที่ยวสู่ทวาย สนุก ท้าทาย ครบรส

 

 

 

 

 

 

 

   ประชาคมอีซูซุจากทั่วประเทศ ร่วมท่องเที่ยวคาราวานครอบครัวแบบทริปเดียวจบ ครบทุกรส ตามสโลแกน “ความสุข...สนุกทุกพิกัด!” กับเส้นทางที่ 3 “อีซูซุ คาราวานสัญจร 2019”คาราวานท่องเที่ยวระหว่างประเทศไทย (กาญจนบุรี) – ประเทศเมียนมาร์ (ทวาย)  นำสมาชิกประชาคมอีซูซุ 25คันจากทั่วประเทศ และคณะสื่อมวลชนร่วมกว่า 130ชีวิต ขับรถท่องเที่ยวพร้อมสัมผัสประสบการณ์ใหม่ในรูปแบบคาราวานทางรถยนต์สู่ “เมืองทวาย” ฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ ของประเทศเมียนมาร์ ดินแดนแหล่งรวมอารยธรรมที่ยังคงไว้ซึ่งความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนามิเสื่อมคลายของชาวเมียนมาร์ ชมวิถีชีวิตและศาสนสถานศักดิ์สิทธิ์ วัดวาอารามอันเก่าแก่ และพระเจดีย์องค์ที่ใหญ่ที่สุดของเมืองทวายอันงดงาม

   เริ่มต้นการเดินทาง สมาชิกคาราวานนัดพบกัน ณ บริษัท อีซูซุกาญจนบุรี จำกัด โดยมี   คุณปิยพัชร์ วงศ์โดยหวัง ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานกาญจนบุรี  มิสเตอร์เอช คาโต้ ผู้จัดการฝ่ายขายดีลเลอร์-บี บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด พร้อมด้วยอาจารย์พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ผู้อำนวยการจัดคาราวาน ร่วมให้การต้อนรับและตีธงปล่อยขบวนรถอีซูซุคาราวานสัญจรเส้นทางที่ 3ซึ่งเป็นเส้นทางระหว่างประเทศ คณะคาราวานทั้ง 25คันาประกอบด้วยรถอีซูซุมิว-เอ็กซ์ ขับเคลื่อน 4ล้อ และขับเคลื่อน 2ล้อ รถอีซูซุดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ และรถอีซูซุดีแมคซ์ วี-ครอส 4x4 ต่างขับรถมุ่งสู่ด่านพุน้ำร้อน (ประเทศไทย) ซึ่งห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรี ราว 1ชั่วโมง ไปยังด่านติกิ (ประเทศเมียนมาร์)  เพื่อมุ่งหน้าสู่เมืองทวาย ดินแดนทางฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของเมียนมาร์ ด้วยระยะทางเพียง 170กิโลเมตร แต่ใช้เวลาเดินทางถึงกว่า 8ชั่วโมง  เนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูฝน ทำให้ต้องพบกับอุปสรรคของเส้นทางในหลากหลายรูปแบบ ทั้งดินโคลน หลุมบ่อจำนวนมากที่ถูกน้ำฝนกัดเซาะ ตลอดจนต้องผ่าน “เขาช้างร้อง” ที่สูงชัน และคดโค้งหลายช่วง  น้ำท่วมบางเส้นทาง แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคแต่อย่างใดด้วยสมรรถนะอันแข็งแกร่ง และช่วงล่างที่ทนทานของอีซูซุ จึงทำให้สามารถผ่านมาได้อย่างปลอดภัย จบทริปวันแรกด้วยงานเลี้ยงอันแสนอบอุ่น ประทับใจ พร้อมการแสดงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชาวเมืองทวายในชื่อชุด “เสน่ห์ตะนาวศรี” โดยมีการแสดง “ระบำหม้อน้ำ”  เป็นไฮไลท์

   เช้าวันที่สอง  สมาชิกคาราวานอีซูซุได้ท่องเที่ยวใน “เมืองทวาย”ซึ่งแม้จะพบกับช่วงพายุ ฝนในวันนี้ แต่คณะของเราก็ไม่หวั่น ยังคงเดินทางท่องเที่ยวสู่จุดหมายตามกำหนดการที่ตั้งใจไว้ โดยวัดแห่งแรกที่ไปคือ วัดชินตาเลียว”(Reclining Buddha of Dawei) หรือพระนอนเมืองทวาย เป็นพระนอนองค์ที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลตะนาวศรี และใหญ่เป็นอันดับ 5ของประเทศเมียนมาร์ มีความยาวถึง 74  เมตร สูง 21เมตรอายุเกือบ 100ปี  เป็นพระพุทธรูปปางปรินิพพาน โดยสังเกตได้จากเท้าของพระพุทธรูปจะสร้างแบบเสมอกัน พระนอนองค์นี้ตามประวัติเล่าว่า มี 1ในพระ 14 รูปแห่งเมียนมาร์ที่เก่งมาก สามารถท่องพระไตรปิฏกได้ มาสร้างไว้ และจำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งนี้ ต่อมาเพื่อระลึกถึงเจ้าอาวาสท่านนี้ ชาวบ้านจึงได้นำพระไตรปิฎก 3เล่มบรรจุไว้ใต้เศียรของพระพุทธรูป

   วัดต่อมาคือ “วัดชินเต๊าป่ง” (Shin Taunk Pone Pagoda)เป็น1ใน 9วัดศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวทวายเลื่อมใส คำว่า เด๊าป่ง หมายถึง มากองแล้วฝังเอาไว้ การเดินทางไปวัดนี้ต้องนั่งรถสองแถวจากด้านล่างขึ้นไปประมาณ 10นาที เนื่องจากตั้งอยู่บนเนินเขาสูง 2,000กว่าฟุต มีทิวทัศน์ที่สวยงาม สามารถชมวิวเมืองทวายทั้งหมดได้จากระเบียงวัด แต่น่าเสียดายวันที่คณะคาราวานของเราไปนั้น ได้พบแต่ละอองฝน และหมอกหนา เนื่องจากฝนตกหนัก วัดแห่งนี้ตามตำนานเล่าว่าพระมเหสีในอดีตได้ยินว่าจะมีพญานกยูงสีทองมาเดินเล่นในป่า พระองค์อยากได้มาเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ราชวังของตน จึงสั่งให้นายพรานฝีมือดีไปตามล่า นายพรานวิ่งตามไปจนถึงเนินเขา แต่ปรากฏว่าไปเจอพระอรหันต์แทนนกยูง พระท่านเทศนาจนนายพรานเกิดเห็นธรรม จึงเอาธนูและข้าวของฝังไว้พร้อมสร้างเจดีย์ขึ้นมา หลังจากนั้นนายพรานจึงออกบวช

   จุดหมายต่อมาคือการหาซื้อของฝากจากเมืองทวาย ที่ตลาด Mingalarหรือตลาด 100ปี ซึ่งตลาดนี้จะมีสินค้าหลากหลายให้เลือกซื้อ ไม่ว่าจะเป็นผงทานาคาสำหรับประทินผิวของสาวๆ ถั่วตัดของอร่อยขึ้นชื่อของประเทศเมียนมาร์ กุ้งแห้งอันเลื่องชื่อ และผ้าพื้นเมืองที่เป็นลวดลายเฉพาะ มีขายแค่ที่เมืองทวายเท่านั้น ทุกคนต่างเลือกซื้อสินค้ากลับมาเป็นของฝากกันอย่างถ้วนหน้า จ่ายเงินกันเป็นหมื่นจ๊าดเลยทีเดียว จากนั้นก็แวะเติมพลังมื้อกลางวัน ณ ร้านกุหลาบ ซึ่งตั้งอยู่ภายในสนามกอล์ฟเมืองทวาย อาหารอร่อย รสชาติดี พนักงานบริการเป็นเยี่ยม

   เมื่ออิ่มท้อง  สมาชิกคาราวานอีซูซุได้เดินทางต่อไปยัง “วัดชินเต๊าเถ่ง” (Shin Tauk Htein) 1ใน 9วัดศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเมียนมาร์เลื่อมใส  ตั้งอยู่บนเนินเขาในหมู่บ้านเล็ก ๆ ใกล้ตัวเมืองทวาย ภายในอุโบสถมีพระพุทธรูปเก่าแก่ 3 องค์ที่ชาวบ้านศรัทธามาแต่โบราณ ตำนานเล่าว่ามีเกษตรกร 2 สามีภรรยา ไปขุดเนินนี้แล้วเจอพระพุทธรูปอายุประมาณ 1,000ปี จึงสร้างวัดขึ้นมาตรงจุดที่พบพระพุทธรูป ชาวเมียนมาร์เชื่อว่าท่านเป็นพระพุทธรูปมีชีวิต เพราะมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมจนถึงปัจจุบันมีขนาดใหญ่ขึ้น 5 นิ้ว และบางครั้งสีตาของพระพุทธรูปก็เปลี่ยนไปจากปกติ เชื่อกันว่าเมื่อมาที่นี่สามารถขอให้ได้ฌาน มองอนาคตได้  และบรรลุในธรรม

   วัดที่ 4ของทริปนี้คือ “วัดเมียวยิต”  (Myaw Yit Pagoda)ที่เกาะลอย SePin  เป็นวัดหนึ่งของทวายที่มีพื้นที่ตั้งอยู่บนเกาะเล็ก ๆ ติดชายทะเลฝั่งอันดามัน มีสะพานปูนทอดยาวไปยังเกาะที่เป็นที่ตั้งของวัดเมียวยิต และเจดีย์เมียวยิต นักท่องเที่ยวจะเห็นชายหาดยาวเรียบทะเล มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่บนโขดหินก่อนเข้าถึงวัดเมียวยิต ด้านในวัดเมียวยิตมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ และเจดีย์อีกมากมาย วัดนี้จึงเป็นวัดที่นักท่องเที่ยว และชาวเมียนมาร์มาสักการะเป็นจำนวนมาก เพราะนอกจากจะศักดิ์สิทธิ์แล้ว ยังได้เห็นวิวสวย ๆ ริมทะเลอันดามัน แต่น่าเสียดาย ช่วงที่คณะเราไปถึงมีพายุฝน ลมแรงมาก แม้ตัวจะแทบปลิว แต่ก็ไม่อาจต้านทานความศรัทธาของชาวคณะเราได้ ทุกคนต่างเดินข้ามสะพานมุ่งหน้าไปยังเกาะลอย เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ ที่แห่งนี้ ให้แคล้วคลาดปลอดภัยตลอดการเดินทาง จากนั้นจึงเดินทางไปรับประทานอาหารค่ำ  ณ ร้าน Bamboo Garden อิ่มอร่อยกับอาหารทะเล กุ้งล็อบสเตอร์ตัวโตจากทะเลทวาย สร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมคาราวานเป็นอย่างยิ่ง

   อีกสถานที่ที่พลาดไม่ได้เลย “วัดชเวตองซา”ร่วมสักการะพระเจดีย์ชเวตองซา (Shwe Taung Sar Zedi)วัดสำคัญของเมืองทวาย มีองค์พระเจดีย์ที่ใหญ่และสูงที่สุดในเมืองทวาย จำลองมาจากเจดีย์ชเวดากอง เมืองย่างกุ้ง ภายในพระวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปโลกะมารชินปางมารวิชัย อายุ 140กว่าปี วัดแห่งนี้ก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2304มีอายุมากกว่า 250ปี มีพิพิธภัณฑ์แสดงวัตถุโบราณต่างๆ มากมาย อาทิ ปืนใหญ่สมัยกรุงศรีอยุธยา พระพุทธรูปสำริดศิลปะแบบไทย และดาบสมัยโบราณ  ชาวทวายนิยมมาไหว้พระขอพรยามค่ำคืน จบทริปแบบอิ่มบุญ อิ่มใจกันถ้วนหน้า

   ปิดท้ายด้วย  วัดชินดะเวย(Shin Dat Wae Pagoda) อีก 1ใน 9วัดศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเมียนมาร์เลื่อมใส  วัดแห่งนี้เป็นวัดที่มีขนาดใหญ่และสวยงามที่สุดของเมืองทวาย มีประวัติยาวนานกว่าพันปี นับเป็นการปิดท้ายทริปได้อย่างประทับใจ

   กิจกรรม “อีซูซุคาราวานสัญจร” ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมลูกค้าสัมพันธ์ที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้รถอีซูซุทั่วประเทศอย่างมาก ก่อเกิดประชาคมอีซูซุหลายครอบครัว รวมตัวกันเพื่อร่วมกิจกรรมสุดแสนสนุกเช่นนี้ในทุกๆ ปี   ซึ่งนอกจากจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางรถยนต์เพื่อกระตุ้นศรษฐกิจของชาติแล้วนั้น ยังช่วยเสริมสร้างให้ประชาคมอีซูซุมีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้นอีกด้วย ร่วมติดตามเรื่องราวความสนุกของ “อีซูซุคาราวานสัญจร” ประจำปี 2019ใน เส้นทางสุดท้ายภาคใต้ ได้ที่ www.isuzu-tis.com

 

MOTOR TRAVEL : Ha:mo คาราวาน ชม…ชิม…ชิล ท่องเที่ยวรอบกรุง

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด  ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและบริษัทผู้สนับสนุนจัดกิจกรรม Ha:mo คาราวาน ชม…ชิม…ชิล ท่องเที่ยวรอบกรุง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้วยนวัตกรรมรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18สิงหาคม ที่ผ่านมา

   กิจกรรม Ha:mo คาราวาน ชม…ชิม…ชิล”จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในเชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการเรียนรู้วัฒนธรรมไทย โดยผู้ร่วมเดินทางได้มีโอกาสขับรถยนต์ไฟฟ้าHa:moจำนวน 16 คัน      ในเขตพระนคร เพื่อเที่ยวชมสถานที่สำคัญที่มีสถาปัตยกรรมเก่าแก่ พร้อมเรียนรู้ความสำคัญเชิงประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมไทยโบราณที่มีกลิ่นอายวิถีชาวเมืองแบบดั้งเดิม อีกทั้งยังได้ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศที่        ผ่อนคลาย พร้อมการรับรองจากร้านอาหารที่มีชื่อเสียง และถ่ายรูปเก็บภาพความประทับใจตลอดการเดินทางท่องเที่ยว 6ชั่วโมง รวมระยะทางกว่า 20กิโลเมตร

   ซึ่งกิจกรรมนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้เข้าร่วมคาราวาน และถือเป็นกิจกรรมที่มีการผสมผสานกันอย่างลงตัว ระหว่างการนำเทคโนโลยีรถยนต์พลังงานไฟฟ้าขนาดเล็ก กะทัดรัด เดินทางสะดวก คล่องตัว เหมาะแก่การสัญจรในเมืองกับการเดินทาง เพื่อเรียนรู้วัฒนธรรม และวิถีชีวิตชาวกรุงเทพดั้งเดิมอย่างแท้จริง

   โดยกิจกรรม “Ha:mo คาราวาน ชม…ชิม…ชิล”นี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ CU TOYOTA Ha:mo     ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างบริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการระบบแบ่งปันรถกันใช้ด้วยรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก (EV Car Sharing) ซึ่งเป็นการพัฒนาด้านเทคโนโลยีควบคู่ไปกับการพัฒนาด้านสังคม และเตรียมความพร้อมสู่สังคมการเดินทางอย่างยั่งยืนในอนาคต

โตโยต้า ขับเคลื่อนความสุข

 

MOTOR TRAVEL : เที่ยวเพลิน 5 จังหวัดไปกับ “อีซูซุคาราวานสัญจร” 2019 เส้นทางที่ 2

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัดจัดทริปคาราวานท่องเที่ยวประจำปี เชิญชวนสมาชิกประชาคมอีซูซุ กว่า 120 ชีวิต มาชาร์จพลังเติมความสดชื่น ในกิจกรรม “อีซูซุคาราวานสัญจร” เส้นทางที่ 2 ย้อนอดีตวันวานสู่เมืองโบราณสมัยทวารวดี พร้อมสัมผัสธรรมชาติและพันธุ์ไม้งามกลางขุนเขา ด้วยเส้นทางจาก จ.ชัยนาท สู่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา 2

   โดยในรุ่งเช้าของพิธีปล่อยขบวน “อีซูซุคาราวานสัญจร” เส้นทางที่ 2 : ชัยนาท – นครราชสีมา (เขาใหญ่) นี้ ได้รับเกียรติจาก นายสำราญ นันทนีย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท พร้อมด้วย นางจิรารัตน์ มีงาม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานลพบุรี มร. ริวโนะสุเกะ ซากาโนะ ผู้จัดการอาวุโส     บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด และอาจารย์พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ผู้อำนวยการจัดคาราวาน ร่วมตีธงปล่อยขบวนรถอีซูซุกว่า 40 คัน เพื่อมุ่งหน้าสู่ จ.นครสวรรค์ ดินแดนที่ถูกขนานนามว่าเป็นประตูสู่ภาคเหนือของไทย โดยแวะปักหมุดจุดหมายแรกกันที่ “วัดจันเสน” แหล่งอารยธรรมเก่าแก่สมัยทวารวดี ภายในวัดแห่งนี้จะมี “พระมหาธาตุเจดีย์ศรีจันเสน” อาคารพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรวบรวมของโบราณมีค่าและที่ประดิษฐานหุ่นขี้ผึ้งหลวงของพ่อโอด (อดีตเจ้าอาวาส) ผู้ริเริ่มจัดสร้างพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ โดยด้านในเจดีย์แบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วนสำคัญได้แก่ ส่วนองค์ระฆัง หรือ ส่วนยอดมณฑป เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพระพิมพ์เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ส่วนมณฑปเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปนาคปรกหินทราย จำลองจากหลวงพ่อนาคซึ่งเป็นพระพุทธรูปหินทรายสมัยลพบุรี ส่วนฐานล่างเป็นบริเวณภายในอาคารที่เปิดโล่ง ใช้สำหรับประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา และจัดเป็นพิพิธภัณฑ์จันเสน เพื่อบอกเล่าประวัติศาสตร์ของเมืองโบราณจันเสนในด้านต่าง ๆ ให้แก่ผู้สนใจที่แวะมาเยี่ยมชม

   ช่วงบ่ายหลังขบวนหยุดแวะรับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านเก๋ปลาทอด อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี ก็พร้อมออกเดินทางปักหมุดจุดหมายท่องเที่ยวแห่งที่สอง ณ “อุทยานป่าหินงาม” จ.ชัยภูมิ ชมความงามของ “ทุ่งดอกกระเจียว”หรือ ดอกบัวสวรรค์ พรรณไม้ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ออกดอกเพียงปีละครั้งในช่วงต้นฤดูฝนประมาณกลางเดือนพฤษภาคม – สิงหาคมของทุกปี และอีกหนึ่งไฮไลท์ที่ห้ามพลาดคือการวัดความกล้า

   ท้าความเสียวที่สูงเสียดฟ้าของ “ผาสุดแผ่นดิน” จุดสูงสุดของอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม และยังเป็นหน้าผาที่สูงที่สุดในชายขอบด้านตะวันตกของที่ราบสูงโคราชที่มีความสูงถึง 846 เมตร อีกด้วย หลังจากขับรถเที่ยวชมผ่านหลายจังหวัดของไทยมาตลอดทั้งวัน ก็ถึงเวลาแห่งความสนุกของงานเลี้ยงรับรองยามค่ำคืน ณ โรงแรมเลอมอนเต้     อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โรงแรมสุดชิคสไตล์สแปนิช ที่อีซูซุคัดสรรมาเพื่อการพักผ่อนของสมาชิกผู้ร่วมเดินทางทุกท่าน โดยจัดเกมสนุกและกิจกรรมเวิร์กชอปพวงกุญแจหนังสุดคลาสสิคมาเป็นออเดิฟสร้างความบันเทิงแรก ก่อนที่          อีซูซุจะเสิร์ฟหนักจัดชุดใหญ่ด้วยเกมสุดฮาและการจับฉลากแจกรางวัลจากผู้สนับสนุนแบบไม่ยั้ง พร้อมมินิคอนเสิร์ตจากสองพี่น้องคู่ซี้ “บอย – ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์” และ “ภัทร์ ฉัตรบริรักษ์” เจ้าของสถิติขับประหยัดน้ำมัน 24.99 กม./ลิตร จากภารกิจสุดท้าทาย “ISUZU Max Challenge”มาเป็นของขวัญตบท้ายแบบจัมโบ้เซ็ต ส่งเหล่าผู้ร่วมคาราวานให้เข้านอนอย่างฝันดีตลอดค่ำคืน

   คุณกวิน ไตรศิริพานิชจ.ศรีสะเกษ รถคาราวานหมายเลข 16เผยความรู้สึกในโอกาสที่เข้าร่วมเดินทางคาราวานอีซูซุเป็นครั้งแรกว่า“ครั้งนี้เป็นครั้งแรกสำหรับการมาร่วมกิจกรรมคาราวานอีซูซุครับ  รู้สึกประทับใจมาก อบอุ่น สนุกสนานเป็นกันเอง ยิ่งได้ขับเป็นขบวนคาราวานยาว ๆ แบบนี้ ยิ่งตื่นเต้นครับ เพราะผมยังไม่เคยขับมาก่อน ตอนแรกคิดว่าจะยาก แต่ด้วยสมรรถนะของรถอีซูซุทำให้ผมมั่นใจตลอดการเดินทาง แล้วทีมงานอีซูซุก็ดูแลดีมากครับ ปีนี้มาเที่ยวแล้วประทับใจ รับรองว่าปีหน้าผมไม่พลาดที่จะสมัครเข้ามาร่วมกิจกรรมอีกแน่นอนครับ”

   คุณธนกฤต ดิษฐ์กระจัน จ.ชัยนาท รถคาราวานหมายเลข 33กล่าวว่าบอกได้คำเดียวว่า “เยี่ยม” ดีมากครับ พอทราบว่าปีนี้มีเส้นทางที่ออกสตาร์ทจาก จ. ชัยนาท ผมไม่รอช้าเลยครับ รีบสมัครทันที สำหรับผมเวลาอีซูซุจัดกิจกรรมอะไรไม่ค่อยพลาดครับ ครอบครัวผมใช้อีซูซุกันทั้งบ้าน มั่นใจในสมรรถนะ ขับไปไหนไม่มีเรื่องต้องห่วง มาเที่ยวครั้งนี้สนุกครับ สมาชิกแต่ละคันที่มาร่วมกิจกรรมก็อบอุ่น รู้จักกันเหมือนเป็นครอบครัว มากี่ครั้งก็สบายใจครับ”

              

   เช่นเดียวกับ คุณดำรงศักดิ์ เรืองวัฒนาภรณ์ จ.สมุทรปราการ รถคาราวานหมายเลข 22 ที่เผยว่า   “ปีนี้ได้มาเที่ยวกับอีซูซุ ต้องบอกว่าดีใจมากครับ เป็นกิจกรรมที่คนชอบกันเยอะเลย เปิดรับสมัครไม่เท่าไหร่ก็เต็มแล้ว เพราะอีซูซุจัดทริปให้เราเที่ยวกันอย่างคุ้มมากครับ เที่ยวสบาย อาหารดี บริการดี สนุกมากครับ ต้องขอขอบคุณเลย อย่างผมขับรถอีซูซุมิว-เอ็กซ์ มาเที่ยวก็สบายมากเลยครับ รถดี อีกอย่างผมว่าการพาครอบครัวมาเที่ยวแบบนี้มันสนุกได้รีแลกซ์ มาครั้งเดียวได้เที่ยวหลายที่เลย อยากเชิญชวนเพื่อน ๆ ชาวอีซูซุให้สมัครมาร่วมกิจกรรมนี้ดูครับ เพราะปีหน้าหรือปีต่อ ๆ ไป ผมก็จะไม่พลาดเช่นกัน”

   กิจกรรม “อีซูซุคาราวานสัญจร” ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมลูกค้าสัมพันธ์ที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้รถ     อีซูซุทั่วประเทศอย่างล้นหลาม ต่อเนื่องยาวนานจนเกิดเป็นปรากฏการณ์ชักชวนครอบครัวและเพื่อน ๆ ให้มาร่วมเป็น “ประชาคมอีซูซุ” ด้วยการซื้อรถอีซูซุ เพื่อที่จะได้มาร่วมกิจกรรม “อีซูซุ คาราวานสัญจร” ด้วยกันซึ่งนอกจากจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางรถยนต์เพื่อกระตุ้นศรษฐกิจของชาติแล้วนั้น ยังช่วยเสริมสร้างให้ประชาคมอีซูซุ  มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อให้บรรลุผลตามวิถีอีซูซุ นั่นคือ  “ผู้ใช้สุขใจ เพิ่มพูนรายได้ ช่วยให้สังคมพัฒนา”เป็นอย่างดีได้อีกด้วย ร่วมติดตามเรื่องราวความสนุกของ “อีซูซุคาราวานสัญจร” ประจำปี 2019 ในอีก 2 เส้นทางที่เหลือ ได้ที่ www.isuzu-tis.com

 

MOTOR TRAVEL : ฮอนด้า พาลูกค้าบีอาร์-วี เอชอาร์-วี และซีอาร์-วี สัมผัสประสบการณ์ใหม่ ผ่านกิจกรรม “Honda Life Crossover Trip” ก้าวข้ามชีวิตเดิมๆ ผ่านพรมแดน 3 ประเทศ ไทย ลาว เวียดนาม พร้อมเติมเต็มความสนุกด้วยมินิคอนเสิร์ตจาก “เดอะ ทอยส์” “แป้งโกะ” และ “แ

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัดจัดกิจกรรม “Honda Life Crossover Trip” พาลูกค้าผู้ใช้รถยนต์สปอร์ตอเนกประสงค์ หรือ เอสยูวี ของฮอนด้า ได้แก่ “บีอาร์-วี” “เอชอาร์-วี” และ “ซีอาร์-วี” เปิดประสบการณ์ใหม่ ขับรถคู่ใจข้ามพรมแดน 3 ประเทศ พิสูจน์สมรรถนะอันแข็งแกร่งและความอเนกประสงค์ที่เหนือระดับของยนตรกรรมทั้ง 3 รุ่น พร้อมชมธรรมชาติที่สวยงามและสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจตลอดเส้นทางจากกรุงเทพฯ สู่ประเทศลาวและเวียดนาม รวมระยะทางกว่า 2,562 กิโลเมตรพร้อมด้วยไฮไลท์แบบฟินๆ กับมินิคอนเสิร์ตสุดพิเศษบนยอดเขาที่สวยที่สุดของประเทศเวียดนาม บานาฮิลล์ จาก “เดอะ ทอยส์”“แป้งโกะ จินตนัดดา” และ “แสตมป์ อภิวัชร์” เมื่อวันที่ 8-14ก.ค. 2562ที่ผ่านมา

   กิจกรรม “Honda Life Crossover Trip”จัดขึ้นเพื่อขอบคุณลูกค้ารถยนต์เอสยูวีของฮอนด้าทั่วประเทศที่มีหลากหลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มครอบครัว  กลุ่มเพื่อน และกลุ่มที่ต้องการการใช้งานที่ลงตัว ได้ร่วมเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบใหม่ที่ฉีกออกไปจากกรอบเดิมๆ พร้อมพิสูจน์สมรรถนะที่แข็งแกร่งและความอเนกประสงค์ที่เหนือระดับ กิจกรรมในครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นอย่างมาก โดยมีผู้โชคดีได้เข้าร่วมกิจกรรมรุ่นละ 7คัน รวม 21คัน ร่วมเดินทางเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ตลอด 7 วัน 6คืน เส้นทางกรุงเทพฯ–มุกดาหาร–เว้–บานา ฮิลล์–ฮอยอัน–ปากซอง–ศรีสะเกษ–กรุงเทพฯ รวมระยะทางกว่า 2,562 กิโลเมตร

   การเดินทางในทริปนี้ เริ่มต้นออกเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2จังหวัดมุกดาหารแล้วเดินทางข้ามพรมแดนสู่ประเทศลาว และเดินทางต่อไปยังประเทศเวียดนามที่ด่านลาวบาว และเยี่ยมชมจุดประวัติศาสตร์ที่สำคัญของเวียดนาม เช่น เส้นขนานที่ 17ซึ่งแบ่งระหว่างเวียดนามเหนือและใต้ อุโมงค์วินห์ม็อก และออกเดินทางสู่เมืองเว้ เมืองที่เป็นแหล่งวัฒนธรรมยุคจักรพรรดิที่สวยงามเพื่อเยี่ยมชมพระราชวังต้องห้าม วัดเจดีย์เทียนมู่ ก่อนเดินทางสู่จุดหมายไฮไลท์ของทริปนี้ที่ บานาฮิลล์ เพื่อสัมผัสบรรยากาศที่ราบสูงที่เปรียบเสมือนปอดของภาคกลางประเทศเวียดนาม พร้อมชมมินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน นำโดย “เดอะ ทอยส์” “แป้งโกะ จินตนัดดา” และ “แสตมป์ อภิวัชร์”กันอย่างใกล้ชิดและสนุกสนาน  ต่อด้วยการขับไปยังดานัง ฮอยอัน ก่อนเดินทางสู่ปากซองเพื่อแวะชิมกาแฟที่ไร่บนที่ราบสูง ณ ปากซองไฮแลนด์ ชมความงามของน้ำตกตาดเยือง และน้ำตกตาดฟาน ก่อนเดินทางกลับประเทศไทยผ่านทางด่านชายแดนสปป.ลาว-ไทย สู่จังหวัดศรีสะเกษ

   คู่หนุ่มสาวรุ่นใหม่ คุณอภิวัฒน ทองฟัก และคุณวรรณกานต์ ลิ่มโอภาสมณี เจ้าของรถยนต์ฮอนด้า บีอาร์-วี เผยถึงประสบการณ์การขับขี่ในต่างประเทศเป็นครั้งแรกของเขาว่า “ก่อนตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรม ก็ไม่แน่ใจว่ารถเอสยูวีรุ่นเล็กอย่างบีอาร์-วี จะขับระยะทางไกลกว่า 2,000 กิโลเมตรไหวหรือเปล่า แต่ก็ได้รับคำแนะนำวิธีการขับขี่บนเส้นทางรูปแบบต่างๆ และเทคนิคในการดึงสมรรถนะของรถออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ ทำให้มั่นใจและรู้เลยว่าบีอาร์-วี ของเราถึงจะเป็นน้องเล็กในกลุ่ม แต่ก็มีสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม การได้ขับรถตัวเองออกไปเที่ยวไกลๆ บรรยากาศระหว่างทางที่แปลกใหม่ ก็ช่วยสร้างความประทับใจได้เป็นอย่างดี ทริปนี้ได้พักค้างคืนบนบานา ฮิลล์ให้บรรยากาศเหมือนยกประเทศฝรั่งเศสมาไว้ เป็นความพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟของกิจกรรมครั้งนี้ ทริปนี้เป็นการขับรถที่สนุกสนาน ทีมงานฮอนด้าให้การดูแลเป็นอย่างดี การเดินทางไปด้วยกันเป็นกลุ่มใหญ่ๆ แบบนี้สนุกดีครับ”

   สำหรับคู่เพื่อนซี้จากภาคเหนือ คุณชณิดาภา ทาสิทธิ์ และคุณอนุธิดา พยา สองสาวที่รักการเดินทางและมาพร้อมรถยนต์ฮอนด้า เอชอาร์-วี ที่เชื่อว่าน่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้สาวๆ ได้กล้าที่จะขับรถไปเปิดประสบการณ์นอกประเทศ ซึ่งคุณอนุธิดาได้เล่าว่า “ปกติเป็นคนชอบเที่ยวอยู่แล้วค่ะ ครั้งนี้เพื่อนซึ่งเป็นเจ้าของรถเอชอาร์-วี ชวน บอกว่าลองไปดูไหม ทีแรกก็คิดว่าไม่น่าไหว เพราะที่เคยไปก็มีแต่ขับภายในประเทศช่วงวันหยุด แต่ตัดสินใจร่วมกิจกรรม เพราะว่านับเป็นโอกาสดีที่จะได้ขับรถข้ามประเทศ และมีผู้เชี่ยวชาญดูแลตลอดเส้นทาง ทำให้ได้รู้ว่าเราก็ขับรถเก่งเหมือนกัน ซึ่งตัวรถเองก็มีส่วนสำคัญ เนื่องจาก เอชอาร์-วี เป็นรถทรงสูงในสไตล์ครอสโอเวอร์ช่วยให้ขับง่ายและปลอดภัย อีกทั้งมีพื้นที่ด้านหลังให้ใส่ของฝากจากลาวและเวียดนามกลับบ้านได้อย่างจุใจ ที่สำคัญคือต้องขอขอบคุณฮอนด้าที่จัดกิจกรรมนี้ ที่ให้ทั้งความสนุก ได้รู้สมรรถนะทั้งคนทั้งรถ อีกทั้ง ได้ใกล้ชิดกับน้องทอยส์ พี่แสตมป์ และน้องแป้งโกะ ผ่านมินิคอนเสิร์ตที่จัดเต็มที่เวียดนาม สัญญาว่าไม่พลาดทริปหน้าแน่นอน”

   ด้านครอบครัวคู่สามีภรรยา คุณสุรทัตและคุณสุวภี นาควัชระ ที่หลงเสน่ห์กิจกรรมคาราวานขับรถข้ามประเทศโดยคุณสุรทัต เจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ได้เล่าความประทับใจหลังจากได้ขับรถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์-วี คู่ใจ ตะลุยทริป 7วัน 6คืน ให้ฟังว่า “ส่วนตัวเป็นแฟนรถยนต์ฮอนด้ามา 30ปีแล้ว ประทับใจในการบริการและความคุ้มค่าของรถยนต์ฮอนด้า รุ่นไหนออกมาซื้อมาใช้ตลอด จนช่วงหลังๆ เทใจให้กับเอสยูวีของฮอนด้า เพราะลูกๆ อยากได้รถที่ตอบโจทย์ความเป็นครอบครัว การได้เข้าร่วมทริปครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นการได้เอารถออกมาทดลองสมรรถนะในเส้นทางที่หลากหลาย และรถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์-วี ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะให้สมรรถนะที่ดี เต็มสมรรถนะ แม้จะเป็นการขับเข้าโค้งช่วงขึ้นเขาที่ลาดชันของบานาฮิลล์ ให้ความมั่นใจได้ทุกสภาพถนน ปลอดภัยไร้กังวล”

   กิจกรรมในครั้งนี้ นอกจากการเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ ลูกค้ายังได้รับคำแนะนำต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการเดินทางจากทีมฮอนด้า เช่น การตรวจเช็คสภาพความพร้อมของรถก่อนการเดินทาง เทคนิคการขับขี่ที่ปลอดภัยในสภาวะถนนหลากหลาย ทั้งทางโค้ง ทางชัน รวมถึงการดูแลรักษาสภาพรถยนต์เพื่อให้ผู้ร่วมทริปได้สัมผัสสมรรถนะของรถยนต์ฮอนด้าเอสยูวีทั้ง 3รุ่นอย่างเต็มประสิทธิภาพ จึงทำให้การเดินทางครั้งนี้ เป็นมากกว่าการท่องเที่ยวแบบเดิมๆ เพราะผู้ร่วมทริปทุกท่านจะได้เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ทั้งในด้านการขับขี่ และได้พิสูจน์การใช้งานและความอเนกประสงค์ของรถยนต์เอสยูวีของฮอนด้าอย่างเต็มที่อีกด้วย

   ลูกค้าที่สนใจ สามารถติดตามกิจกรรมเพื่อเปิดประสบการณ์การขับขี่สุดพิเศษจากฮอนด้าได้ในครั้งต่อไปที่ Facebook Fanpage: Honda Thailand หรือทาง www.honda.co.th ทั้งนี้ สำหรับลูกค้าที่สนใจทดลองขับรถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่น สามารถลงทะเบียนได้ทางเว็บไซต์ www.honda.co.th/testdrive หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24ชั่วโมง โทร 02341 7777

 
 

MOTOR TRAVEL : เที่ยวอีสานสุดแซ่บ กับ อีซูซุคาราวานสัญจร ประจำปี 2562 ประเดิมเส้นทางแรก บึงกาฬ – อุดรธานี

 

 

 

 

 

 

 

   “อีซูซุคาราวานสัญจร” กิจกรรมลูกค้าสัมพันธ์ เดินทางท่องเที่ยวในรูปแบบคาราวานทางรถยนต์ที่ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 18 โดยปีนี้มาพร้อมกับคอนเซ็ปท์ “ความสุข...สนุก   ทุกพิกัด” นำเหล่าสมาชิก “ประชาคมอีซูซุ” เริ่มสตาร์ทความสุขประเดิมเส้นทางแรกด้วยสีสันแห่งภาคอีสาน ในเส้นทางบึงกาฬ – อุดรธานี รวมระยะทางกว่า 385 กิโลเมตร

   “อีซูซุคาราวานสัญจร” ประจำปี 2562 เส้นทางที่ 1 ได้รับเกียรติจาก คุณธวัชชัย   ศรีทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ คุณภิญโญ แสงแก้ว รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานอุดรธานี มร. ยูตะ ทานากะ ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด และคุณพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ผู้อำนวยการจัดคาราวาน กล่าวต้อนรับและตีธงปล่อยขบวนคาราวานรถอีซูซุจำนวนกว่า 30คัน พร้อมด้วยคณะสื่อมวลชน ณ บริษัท อีซูซุบึงกาฬ จำกัด ขบวนคาราวานเริ่มออกเดินทางท่ามกลางสายฝนอันชุ่มฉ่ำสู่จุดหมายแรกที่ “วัดอาฮงศิลาวาส” ซึ่งวัดแห่งนี้มีพื้นที่เป็นแนวโค้งยาวเลียบไปกับแม่น้ำโขง บรรยากาศในวัดนั้นมีความเงียบสงบ ร่มรื่น และบริเวณหน้าวัดซึ่งเป็นที่ตั้งของแก่งอาฮง ซึ่งมีความเชื่อว่าที่นี่คือ “สะดือแม่น้ำโขง" และเป็นจุดที่แม่น้ำโขงมีความลึกมากที่สุดถึง 200 เมตร มีพระธาตุเจดีย์ศรีอาฮง ตั้งอยู่บนเนินสูงสวยงามมองเห็นโดดเด่นจากริมถนน สามารถเดินขึ้นบันไดไปกราบไหว้สักการะขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนออกเดินทางสู่ “พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต”ซึ่งตั้งอยู่ในหมู่บ้านขี้เหล็กใหญ่ อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ เป็นหมู่บ้านที่เงียบสงบโอบล้อมด้วยธรรมชาติ ยังคงมีวัฒนธรรม และวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของชาวไทยอีสานให้ศึกษา จุดเด่นของที่นี่ คือ ศิลปะ โดยนำแนวคิดการออกแบบร่วมสมัยอย่างเช่น สตรีทอาร์ต เข้ามาผสมผสานให้ดูสวยงาม และมีอัตลักษณ์ของชุมชน  ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบยั่งยืน ซึ่งสมาชิกประชาคมอีซูซุได้ร่วมพิธีบายศรีสู่ขวัญ ตามธรรมเนียมของชาวไทยอีสาน เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ผู้มาเยี่ยมเยือน นอกจากนี้ยังได้ร่วมเวิร์กช็อปประดิษฐ์ดอกข่า และทำข้าวต้มมัดกันอย่างเพลิดเพลิน

   ในช่วงบ่าย หลังจากรับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านครัวเวียงจันทร์ จังหวัดหนองคาย เรียบร้อยแล้ว ขบวนอีซูซุคาราวานสัญจร จึงเดินทางสู่“วัดผาตากเสื้อ”ซึ่งเป็นวัดที่มีทิวทัศน์สวยงามแห่งหนึ่งของ อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง และเป็นจุดชมวิวแม่น้ำโขงที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง ที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ด้านล่างทั้งฝั่งไทยและฝั่งลาว ปัจจุบัน วัดผาตากเสื้อได้ถูกพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งใหม่ของจังหวัดหนองคาย โดยได้มีการสร้าง "สกายวอล์ค" ที่เป็นกระจกใส แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย มีรูปทรงคล้ายเกือกม้า ระยะทางในการเดินทั้งหมด 16เมตร เป็นส่วนทางเดินพื้นกระจกใส 15เมตร ยื่นออกมาจากหน้าผา 6เมตร สามารถมองเห็นวิวแบบพาโนราม่า และให้สมาชิกประชาคมอีซูซุได้ถ่ายภาพกันอย่างสนุกสนาน

 

   จากนั้นจึงเคลื่อนขบวนคาราวานต่อไปยังที่พัก ณ โรงแรมเซ็นทาราและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ อุดรธานี เพื่อร่วมงานเลี้ยงมื้อค่ำด้วยบรรยากาศที่แสนครึกครื้น สมาชิกประชาคม  อีซูซุทุกคนได้ร่วมสนุกกับเกมชิงของรางวัลมากมายจากสปอนเซอร์ใจดี อิ่มอร่อยกับอาหารที่          อีซูซุเลือกสรรมาโดยเฉพาะ และปิดท้ายอีซูซุคาราวานสัญจรเส้นแรกของปี 2562 ที่แสนอบอุ่นกับ     “คุณปราง-กัญญ์ณรัณ” นักแสดงสาวมากความสามารถ ที่มามอบบทเพลงเพราะ ๆ และร่วมเล่นเกมสนุกสนานกับเหล่าสมาชิกประชาคมอีซูซุ ก่อนแยกย้ายกันไปพักผ่อนอย่างมีความสุข

ความประทับใจของผู้ร่วมคาราวาน

รถหมายเลข 10 : คุณสุภิน และคุณทองพันธ์ จันทร์เพ็ง

“มาร่วมเดินทางกับอีซูซุคาราวานสัญจรสนุกมากครับ มีความสุขตลอดการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว หรือการดูแลของทีมงามอีซูซุ ประทับใจมากโดยเฉพาะวัดผาตากเสื้อ สำหรับรถ อีซูซุผมใช้มาหลายปีแล้ว ประทับใจในสมรรถนะที่ดีเยี่ยม และความประหยัดน้ำมันของรถอีซูซุ เลยอยากชวนเพื่อน ๆ ที่ใช้รถอีซูซุลองสมัครเข้าร่วมอีซูซุคาราวานสัญจรดู แล้วจะประทับใจครับ”

รถหมายเลข 11: คุณเสมอ และคุณภัทราพรรณ อุดมกัลป์

“ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมอีซูซุคาราวานสัญจร รู้สึกประทับใจในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการต้อนรับของทีมงาน ความสนุกสนานระหว่างการเข้าร่วมกิจกรรม เส้นทางการเดินทาง ในส่วนของสถานที่ท่องเที่ยวก็มีความน่าสนใจ โดยเฉพาะพิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต การเดินทางแบบคาราวานของอีซูซุก็มีความปลอดภัยสูง ประทับใจมากครับ ปีหน้าคงต้องสมัครร่วมกิจกรรมอีกเป็นครั้งที่ 2 อย่างแน่นอน”

 

   “อีซูซุคาราวานสัญจร” นับเป็นกิจกรรมลูกค้าสัมพันธ์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง  จัดขึ้นเพื่อขอบคุณลูกค้าอีซูซุทั่วประเทศไปพร้อมกับสนับสนุนนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศของรัฐบาล รวมถึงการเดินทางโดยรถยนต์สู่ประเทศเพื่อนบ้าน สามารถติดตามรายละเอียดและข่าวสารกิจกรรมผ่านทาง www.isuzu-tis.comโดยอีก 3 เส้นทาง ได้แก่

•        เส้นทางที่ 2            ชัยนาท – นครราชสีมา (เขาใหญ่) วันที่ 20 – 21 กรกฎาคม 2562

•        เส้นทางที่ 3            ไทย – พม่า (ทวาย) วันที่ 8 – 11 สิงหาคม 2562

          เส้นทางที่ 4      กระบี่ – นครศรีธรรมราช วันที่ 14 – 15 กันยายน 2562

 

MOTOR TRAVEL : นิสสันชวนลูกค้าเทอร์ร่าร่วมคาราวานทดสอบขับขี่ พิสูจน์ความสามารถของรถยนต์ที่ไปได้ทุกที่ พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่ หรือ “Life Lives Outside” กับการเดินทางสู่จังหวัดกาญจนบุรี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทยจัดกิจกรรมสร้างความตื่นเต้นกับกลุ่มลูกค้าของนิสสัน เทอร์ร่า ใหม่โดยเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อพิสูจน์สมรรถนะ นิสสัน  เทอร์ร่า ใหม่ ทั้งบนถนนแบบทั่วไปและแบบออฟโรด

   เทอร์ร่า ใหม่ เอสยูวีอัจฉริยะแบบตัวถังบนแชสซีส์ ผสมผสานสมรรถนะเครื่องยนต์ใหม่ที่ดีที่สุดในรถระดับเดียวกัน มีพื้นที่ภายในใช้สอยที่กว้างขวางแบบ 7 ที่นั่ง มาพร้อมเทคโนโลยีจาก นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ (Nissan Intelligent Mobility) ที่ทันสมัย ทำให้ลูกค้าสามรถเดินทางไปได้ทุกที่ด้วยความมั่นใจ

   “ลูกค้าถือเป็นหัวใจสำคัญของทุกสิ่งที่เราทำที่นิสสัน และเราต้องการแบ่งปันความรู้สึกที่มีเต็มไปด้วยพลังของลูกค้า นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ รวมทั้งแสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีจาก นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ ที่จะเปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิตและการขับขี่ ช่วยให้ลูกค้าของเราเดินทางไปได้ทุกที่” สุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี  รองประธาน สายงานการตลาดของนิสสัน ประเทศไทยกล่าว

   “เทอร์ร่า ใหม่ เป็นรถยนต์ที่สมบูรณ์แบบสำหรับครอบครัวสมัยใหม่ที่กำลังมองหาประสบการณ์การเดินทางใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้น ที่สามารถเดินทางไปด้วยกันได้ทุกที่ เราอยากให้กิจกรรมนี้แสดงให้ลูกค้าเห็นว่า พวกเขาสามารถสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำ โดยใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่อย่างมากมายของเอสยูวีพรีเมี่ยมใหม่คันนี้”    สุรีทิพย์ กล่าวเสริม

   การเดินทางของ “เทอร์ร่า คาราวาน” ในกิจกรรมนี้มีระยะทางไปกลับ กว่า 600 กิโลเมตร จากกรุงเทพไปยัง  อ.ทองผาภูมิ พร้อมเส้นทางพิเศษที่พิสูจน์สมรรถนะในการขับขี่ออฟโรดผ่านพื้นที่อุทยานแห่งชาติต่างๆ และทุกครอบครัวที่เข้าร่วมกิจกรรมยังได้ขับรถเข้าชมอุโมงค์สามมิติที่มีชื่อเสียง โดยอุโมงค์แห่งนี้ห่าง อ. เมืองกาญจนบุรี 147 กิโลเมตร

   “เทอร์ร่า ใหม่ มอบอิสระในการขับขี่บนทุกสภาวะเส้นทางรวมถึงทุกสภาพภูมิอากาศ เป็นรถที่มีความแข็งแกร่ง ทนทาน และถูกออกแบบสำหรับทุก ความการขับขี่ที่ท้าทาย มีรูปลักษณ์ที่ทันสมัยและให้ความสะดวกสบายรวมถึงเทคโนโลยีขั้นสูงที่ดึงดูดทุกความสนใจ”สุรีทิพย์ กล่าว

   เทอร์ร่า ใหม่ พัฒนาด้วยประสบการณ์กว่า 60ปี ด้วยดีเอ็นเอที่สืบทอดจากเอสยูวีในตำนานของนิสสัน ในประเทศไทย เทอร์ร่า ใหม่ มาพร้อมพละกำลังจากเครื่องยนต์ดีเซล YS23DDTTขนาด 2.3 ลิตร ทวินเทอร์โบ มาพร้อมระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 7 สปีด ให้อัตราเร่งที่ดีที่สุดในระดับเดียวกัน ทำให้มั่นใจได้ถึงการขับขี่ที่นุ่มนวล แต่ยังทรงพลังด้วยกำลังสูงสุดที่ 190 แรงม้า และมีแรงบิดมหาศาลที่ 450 นิวตัน-เมตร

   ในเส้นทางคาราวานนี้ ยังแสดงให้ผู้เข้าร่วมได้ เห็นถึงเทคโนโลยีนิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ หลายรูปแบบ อาทิ เทคโนโลยีกระจกมองหลังอัจฉริยะ (Smart Rear View Mirror) และเทคโนโลยีเตือนจุดอับสายตา หรือ Blind Spot Warning (BSW) เอสยูวีอัจฉริยะแบบตัวถังบนแชสซีส์นี้ ยังมีเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัยและมั่นใจมากขึ้น ด้วยกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitor – IAVM) พร้อมเทคโนโลยีตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุ และบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน (Moving Object Detection – MOD) ที่ให้ผู้ขับขี่มองเห็นสิ่งกีดขวางจากกล้องที่ติดตั้งด้านหลัง และมอบความมั่นใจในความสะดวกสบายและความปลอดภัยสูงสุดให้กับผู้ขับขี่ทุกคน

   สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ สามารถเยี่ยมชมหนึ่งในโชว์รูมของนิสสันกว่า 180 แห่งใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ หรือติดต่อสอบถามที่ นิสสัน Call Center หมายเลข 02 401 9600หรือที่เว็บไซต์ของนิสสัน www.nissan.co.th

 
 

Page 1 of 2

รับจัดกิจกรรมการตลาด ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( PIYA 0819012840 )

Designed by eTDS TechnoSys
Click here to donate

.

ราคาน้ำมัน

Latest News

MOTOR NEWS : จุดเริ่มของรถต้นแบบเชฟโรเลต โคโลราโด ในมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36                  รถกระบะต้นแบบของเชฟโรเลตที่นำมาแสดงในมหกรรมยานยนต์ครั้งที่... Read more...
MOTOR NEWS : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มอบเงินบริจาค 100,000 บาท สนับสนุนโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า    บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัดมอบเงินบริจาคจำนวน 100,000บาทแก่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า... Read more...

Feature News

Joomla 1.5
You are here: Home MOTOR TRAVEL
Orange Green Red