Developed by JoomVision.com

NEW CARS

NEW CARS : โตโยต้า เปิดตัว Toyota Majesty “Live Beyond the Class”

 

 

 

 

 

 

 

 

   มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด มร. ทาคุโอะ อิชิกาวะ หัวหน้าวิศวกร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และนายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมแถลงข่าวเปิดตัว Toyota Majesty ใหม่ เมื่อวันที่ 16สิงหาคม 2562ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม   ไบเทค บางนา

ครั้งแรกกับ Toyota Majesty…Live Beyond the Class

   บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำรถตู้ระดับพรีเมียม รุ่นใหม่ล่าสุด Toyota Majesty” สะท้อนให้เห็นถึงความสมบูรณ์แบบที่เหนือระดับ ด้วยรูปลักษณ์ดีไซน์อันโดดเด่น หรูหรา และเป็นเอกลักษณ์ ครบครันไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสบายที่เหนือกว่าสำหรับลูกค้า ด้วยที่นั่งแบบ Captain seat พร้อมระบบบริหารหลังไฟฟ้าและการออกแบบเครื่องยนต์วางหน้า (Semi-Bonnet) ให้ความเงียบภายในห้องโดยสาร ควบคู่ไปกับระบบช่วงล่างแบบใหม่ ช่วยซับแรงสั่นสะเทือน ให้ความนุ่มสบาย เพลิดเพลินในทุกการเดินทาง ยิ่งไปกว่านั้นยังให้ความมั่นใจสูงสุดกับ มาตรฐานความปลอดภัยระดับโลกของรถโตโยต้าอย่าง Toyota Safety Sense ที่ครบครันไปด้วยระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันก่อนเกิดอุบัติเหตุและสามารถรองรับน้ำมันดีเซล B20ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้งานที่เหนือกว่า ในทุกระดับ ด้วยความสมบูรณ์แบบที่ลงตัวในทุกมิติ

มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ กล่าวว่า “ทุกท่านคงสงสัยว่า “Toyota Majesty คืออะไร”ซึ่งฟังดูไม่คุ้นเคยในเวลานี้ รถรุ่นนี้ถือเป็นรุ่นที่เข้ามาแทน Toyota Ventury แต่ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่เหนือกว่าในทุกมิติอย่างสิ้นเชิง นั่นเป็นเหตุผลที่เราตั้งชื่อใหม่ว่า "Toyota Majesty"

   ในประเทศไทยมีแนวโน้มความต้องการรถตู้ระดับพรีเมียมอย่างต่อเนื่อง ลูกค้าในกลุ่มนี้กำลังมองหารถส่วนตัวเพื่อใช้ชีวิตประจำวันทั้งในแง่การใช้งานเป็นรถประจำตำแหน่ง ตลอดจนเป็นยานพาหนะสำหรับครอบครัวในช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งลูกค้าบางส่วนในกลุ่มนี้เลือกใช้ โตโยต้า อัลฟาร์ด ในวันนี้ผมยินดีอย่างยิ่งที่จะแนะนำให้ทุกท่านรู้จักกับอีกหนึ่งทางเลือก “Toyota Majesty” ในฐานะที่เป็นรถตู้ระดับพรีเมียมและเป็นยานพาหนะที่ใช้ได้ในทุกรูปแบบ ผมอยากให้ทุกท่านได้ทดลองสัมผัสรถคันนี้ ซึ่งจะทำให้ทุกท่านเข้าใจว่าทำไมเราจึงตั้งชื่อใหม่ว่า Majesty”

   มร. ทาคุโอะ อิชิกาวะ หัวหน้าวิศวกร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า “การพัฒนารถรุ่นนี้เกิดจากการที่เราค้นพบว่าความต้องการใช้รถตู้แบบพรีเมียมมีมากขึ้น ดังนั้นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า เราจึงได้พัฒนารถตู้ใหม่นี้ภายใต้แนวคิด “Luxury Mover” โดยมีเป้าหมายในการสร้างรถที่ให้ทั้งความสะดวกสบายและความหรูหราตลอดการเดินทาง ซึ่งประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับมีดังนี้

     1. การออกแบบที่หรูหรา- Toyota Majesty ได้รับการออกแบบให้มีความโดดเด่นด้วยดีไซน์ ความทันสมัย และความเหนือระดับ

    2. ความสะดวกสบายในการโดยสาร– ที่ออกแบบมาให้ตรงตามความคาดหวังของรถระดับพรีเมียม พร้อมกับที่นั่งแบบ Captain seats และแบบ Big seats ที่จะทำให้การเดินทางเป็นไปอย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้การออกแบบให้เครื่องยนต์วางหน้า พร้อมโครงสร้างแบบวงแหวนและช่วงล่างด้านหลังใหม่แบบ 4ลิงค์คอยล์สปริง ยังช่วยสร้างความเงียบภายในห้องโดยสารได้เป็นอย่างดี พร้อมด้วยเครื่องยนต์ 2.8 GD ที่รองรับน้ำมันไบโอดีเซล B20และเกียร์อัตโนมัติ 6สปีด ช่วยให้การขับขี่เป็นไปอย่างง่ายดาย

     3. ระบบความปลอดภัยล่าสุด– ครบครันด้วยระบบความปลอดภัยที่เหนือชั้น อาทิ ถุงลมเสริมความปลอดภัย 9ตำแหน่ง ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ กล้องมองรอบคันและในรุ่น Grande ยังมาพร้อมกับระบบ Toyota Safety Sense ที่ประกอบไปด้วย ระบบความปลอดภัยก่อนการชนระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน ระบบควบคุมพร้อมปรับลดความเร็วอัตโนมัติ และระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ

     4. อุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ครบครัน– อุปกรณ์อำนวยความสะดวกขั้นสูงสุด อาทิ ประตูสไลต์ เปิด-ปิด อัตโนมัติ ระบบสตาร์ทอัจฉริยะ ช่องต่อ USB 7ตำแหน่ง ม่านบังแดด และไฟอ่านหนังสือ ให้เกิดความผ่อนคลายตลอดการเดินทาง

     5. คุณภาพ ความทนทานและความน่าเชื่อถือ– ลูกค้าสามารถเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์และแบรนด์โตโยต้าที่พร้อมไปด้วยคุณภาพ ความทนทาน และความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้าตลอดมา

   นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์กล่าวว่า “ในรอบ 10ปีที่ผ่านมา ยอดขายรถตู้ระดับพรีเมียม หรือ luxury van นั้นเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ลูกค้ามองหารถขนาดใหญ่ที่มาพร้อมกับความสะดวกสบาย โดยมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ต้องการรถตู้ระดับพรีเมียม คือ

     1. กลุ่มครอบครัวสมัยใหม่ ที่ต้องการใช้รถสำหรับตนเองและครอบครัว โดยมีปัจจัยในการเลือกซื้อรถ คือ ความกว้างขวาง ความสะดวกสบาย ความปลอดภัยและความคุ้มค่า

     2. กลุ่มนักธุรกิจและผู้บริหาร ที่ต้องการรถเพื่อดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจหรือรถประจำตำแหน่ง โดยลูกค้ากลุ่มนี้ต้องการรถที่มีภาพลักษณ์หรูหราและความสะดวกสบายเป็นเลิศ

     เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า Toyota Majesty จึงได้รับการออกแบบและพัฒนารูปลักษณ์ให้มีความหรูหรา พรีเมียม และเพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ครบครัน เมื่อเปรียบเทียบกับอัลฟาร์ด เช่น ที่นั่งแบบ Captain seat นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอีกมากมายที่จะทำให้การเดินทางของทุกท่านสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น และภายใต้แนวคิดการพัฒนาแบบ “Ever-Better Car” ทำให้ Toyota Majesty มาพร้อมกับระบบ Toyota Safety Sense ที่ถือเป็นเทคโนโลยีความปลอดภัยสูงสุดในตลาด พร้อมด้วยถุงลมเสริมความปลอดภัย 9ตำแหน่ง ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ พร้อมกล้องมองรอบคัน ให้ความอุ่นใจกับลูกค้าได้ตลอดการเดินทาง ด้วยคุณสมบัติของ Toyota Majesty ที่โดดเด่นทั้งรูปลักษณ์ ความสะดวกสบายและความปลอดภัยที่เหนือกว่า เราจึงใช้สโลแกนในการสื่อสารว่า “Live Beyond The Class” โดยมีเป้าหมายการขายกว่า 300คัน ต่อ เดือน”

     นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ กล่าวปิดท้ายว่า “สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถติดต่อเพื่อสำรองวันทดลองขับได้ที่ศูนย์ขับทดสอบรถยนต์โตโยต้า (Toyota Driving Experience Park) ที่ถนนบางนา - ตราด กม. 3หรือติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทุกช่องทางการสื่อสารของโตโยต้าและผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ”

สัมผัสที่สุดแห่งการใช้ชีวิตด้วยยนตรกรรมที่เหนือระดับกับ Toyota Majesty ใหม่ มีให้เลือก 2สี

     - สีขาวมุก – White Pearl

     - สีดำ – Black Mica

พร้อมเป็นเจ้าของได้ 3รุ่น

     - Grande 2,199,000บาท

     - Premium 1,899,000บาท

     - Standard 1,709,000บาท

*ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน

**สีขาวมุก ราคาเพิ่ม 15,000บาท

ร่วมสัมผัส Toyota Majesty ที่โชว์รูมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ

ติดตามข้อมูลข่าวสาร ศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่

https://www.toyota.co.th/

 

NEW CARS : SUZUKI เปิดตัว ALL NEW CARRY เจนเนอเรชั่นที่ 2 ภายใต้แนวคิด CARRY YOUR DREAM เคียงข้างทุกเส้นทางฝัน ดึง “ฮาซัน” พ่อค้าออนไลน์ชื่อดังเป็นพรีเซ็นเตอร์ เจาะกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ตอกย้ำความเป็นผู้นำรถกระบะบรรทุกอเนกประสงค์เพื่อการพาณิชย์ขนาดย่

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัดเปิดตัวรถกระบะบรรทุกอเนกประสงค์เพื่อการพาณิชย์ขนาดย่อม ALL NEW SUZUKI CARRY อย่างเป็นทางการในงานมหกรรมยานยนต์เพื่อขายแห่งชาติ (Big Motor Sale Thailand 2019) ภายใต้แนวคิด “CARRY YOUR DREAM” หรือ“เคียงข้างทุกเส้นทางฝัน”โดยครั้งนี้ถือเป็นการปรับโฉมครั้งที่ 2 ตั้งแต่มีการเริ่มผลิตรถรุ่นนี้มาในปี พ.ศ.2519 และมีการขายไปใน 145 ประเทศทั่วโลก ซึ่งมียอดขายสะสมกว่า 1,970,000 คัน

   นายมิโนรุ อามาโนะ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า กลยุทธ์สำคัญของซูซูกิในการดำเนินธุรกิจให้ก้าวหน้าและเติบโตในตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นอกจากความมุ่งมั่นในการขยายโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานแล้ว การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องก็คืออีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ซึ่งนับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ซูซูกิ มีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาดไปแล้วถึง 3 รุ่น นั่นคือ Suzuki ERTIGA รถยนต์อเนกประสงค์ 3 แถว 7ที่นั่ง Suzuki JIMNYรถยนต์สไตล์ออฟโรดที่โดดเด่น ทั้งในเรื่องของดีไซน์และสมรรถนะการขับขี่แบบ Authentic 4WD และ Suzuki CIAZ GL Plus ภายใต้คอนเซปท์ More To Discover พลัสให้ครบทั้งฟังก์ชั่นและดีไซน์เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในแต่ละเซ็กเมนท์ที่แตกต่างกัน

   ล่าสุดเพื่อตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพดีให้แก่ผู้บริโภค จึงขอแนะนำรถยนต์เซ็กเมนท์ที่สำคัญอีกหนึ่งรุ่นออกสู่ตลาด นั่นคือ  ALL NEW SUZUKI CARRY รถกระบะบรรทุกอเนกประสงค์เพื่อการพาณิชย์ขนาดย่อม ที่ถูกพัฒนาให้ก้าวเหนือชั้นขึ้นไปอีกขั้น ด้วยรูปโฉมภายนอกใหม่ ซึ่งมาพร้อมนวัตกรรมยานยนต์ ที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อรองรับกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจในยุคดิจิทัล ภายใต้แนวคิด “CARRY YOUR DREAM เคียงข้างทุกเส้นทางฝัน”

   Suzuki CARRY ถูกเปิดตัวขึ้นครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี 2549 ด้วยความอเนกประสงค์และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการใช้งานรถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์ขนาดย่อมได้อย่างครบครัน ส่งผลให้ปัจจุบันในประเทศไทย Suzuki CARRY ครองตลาด โดยมียอดขายรวมถึงปัจจุบันกว่า 50,000 คัน

   ด้านนายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า นับเป็นเวลากว่า 13 ปี ที่ Suzuki CARRY ครองใจผู้บริโภคชาวไทยมาอย่างยาวนาน ด้วยยอดขายอันดับ 1 ในกลุ่มเซ็กเมนท์เดียวกัน เป็นบทพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีถึงคุณภาพของรถยนต์รุ่นนี้

   การเปิดตัว ALL NEW SUZUKI CARRY โฉมใหม่ในครั้งนี้เพื่อต้องการที่จะตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถยนต์เซกเมนต์ดังกล่าว โดยตั้งเป้าเจาะกลุ่มผู้ประกอบการหน้าใหม่เพิ่มขึ้น เน้นเจาะไปยังกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงกลุ่มรถ Food Truck ที่มีแนวโน้มขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเราตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 4,000 คัน

   สำหรับครั้งนี้ถือเป็นโอกาสพิเศษ ในการเปิดตัวรถกระบะบรรทุกอเนกประสงค์เพื่อการพาณิชย์ขนาดย่อมALL NEW SUZUKI CARRYโฉมใหม่ล่าสุด ภายใต้แนวคิด “CARRY YOUR DREAM เคียงข้างทุกเส้นทางฝัน”พร้อมด้วยการคว้าตัวพ่อค้าเจ้าของธุรกิจอาหารทะเลแห้งออนไลน์ชื่อดัง “ฮาซัน” หรือ คุณอนุรักษ์ สรรฤทัยมาเป็นพรีเซนเตอร์ในฐานะตัวแทนของผู้ประกอบธุรกิจที่มีความฝัน และดำเนินธุรกิจจนประสบความสำเร็จ โดยคุณ “ฮาซัน” จะมาถ่ายทอดทุกความมุ่งมั่นในการประกอบอาชีพผ่านALL NEW SUZUKI CARRY เพื่อสื่อสารความตั้งใจของซูซูกิที่ต้องการให้รถคันนี้เป็นมากกว่ารถขนสินค้าหรือสัมภาระ แต่ซูซูกิต้องการที่จะเป็นเสมือนดั่งพาร์ทเนอร์คนสำคัญ ที่พร้อมจะสนับสนุนและร่วมขับเคลื่อนอยู่เคียงข้างผู้ประกอบการด้วยความจริงใจ พร้อมเดินหน้าไปสู่จุดหมายและประสบความสำเร็จไปด้วยกัน

   ALL NEW SUZUKI CARRY มาพร้อมกับดีไซน์ใหม่ เน้นเส้นตรง และเหลี่ยมมุม แสดงถึงความทันสมัย กระจังหน้า และโคมไฟมีการปรับเปลี่ยน ได้ความรู้สึกแข็งแกร่งทนทาน มิติตัวรถขนาดความยาว 4,195 มม. ความกว้าง 1,765 มม. และความสูง 1,910 มม.กระบะบรรทุกแบบเรียบผลิตจากแผ่นเหล็กเสริมกัลวาไนซ์ที่มีคุณสมบัติป้องกันสนิมและการสึกกร่อน อีกทั้งเพิ่มความกว้างและความยาวของพื้นที่บรรทุกอยู่ที่ 1,670 มม. และ 2,450 มม. สามารถเปิดได้ทั้ง 3 ด้านทำให้ขนถ่ายสัมภาระได้สะดวกยิ่งขึ้น รองรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ รับน้ำหนักบรรทุกสูงสุดถึง 945 กิโลกรัม

   ระบบขับเคลื่อนรุ่นใหม่ล่าสุด เครื่องยนต์เบนซินใหม่K15Bประหยัดน้ำมันมากขึ้นขับขี่มั่นใจด้วยระบบเบรก ABS ให้ความปลอดภัยทุกครั้งที่แตะเบรก รวมถึงติดตั้งระบบ Engine Drag Controlทำหน้าที่รักษาความเร็วของล้อหน้าและล้อหลังให้สมดุลกัน ช่วยป้องกันรถไม่เกิดการลื่นไถล เพื่อให้สามารถควบคุมรถได้อย่างมั่นคง ในสถานการณ์เมื่อขับขี่บนพื้นเปียกหรือพื้นถนนลื่นวงเลี้ยวแคบสุดเพียง 4.4 เมตรเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ เหมาะกับใช้งานในพื้นที่ที่มีเงื่อนไขจำกัดได้เป็นอย่างดี

   ภายในห้องโดยสารโทนสีเทาดำออกแบบใหม่ขนาดใหญ่ขึ้น พัฒนาให้ขับขี่สบายมากยิ่งขึ้น พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกและความบันเทิงครบ พร้อมเพิ่มพื้นที่และช่องเก็บของ รองรับได้ 2 ที่นั่ง เบาะที่นั่งคนขับสามารถปรับสไลด์ได้ และพวงมาลัยไฟฟ้าช่วยลดแรงที่ใช้ในการหมุนพวงมาลัย และปรับระดับความหนักของพวงมาลัยได้ตามความเร็วรถให้เหมาะสมกับการบังคับพวงมาลัยไม่หนักหรือเบาเกินไป โดย ALL NEW SUZUKI CARRY มีสีจำหน่ายเป็นสีขาวซึ่งทุกท่านสามารถร่วมเยี่ยมชมรถยนต์ Suzukiทุกรุ่น พร้อมสั่งจอง และรับสิทธิพิเศษมากมายได้ภายในงาน Big Motor Sale Thailand 2019 ระหว่างวันที่ 16-25 สิงหาคมนี้ ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนา หรือที่โชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศกว่า 121 แห่ง

ช่องทางติดต่อทางออนไลน์

https://www.suzuki.co.th

https://www.suzuki.co.th/th/carry

https://www.facebook.com/officialsuzukimotorthailand

https://www.facebook.com/SuzukiCarryThailand

ช่องทางติดต่อทาง Call Center

โทรศัพท์พื้นฐาน โทร 1800-600-900  

โทรศัพท์เคลื่อนที่             โทร 1401-600-900

 

NEW CARS : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เปิดตัว มิตซูบิชิ มิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น ใหม่ ‘เป็นตัวเองไปให้สุด’

 

 

 

 

 

 

   มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัดเผยโฉม มิตซูบิชิ มิราจลิมิเต็ด อิดิชั่น ใหม่ รถซิตี้คาร์ชั้นนำรุ่นพิเศษใหม่ล่าสุด มาพร้อมดีไซน์ภายนอกและภายในที่สปอร์ตและโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น

   มิตซูบิชิ มิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น ใหม่ พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองการใช้ชีวิตในรูปแบบ “เป็นตัวเองไปให้สุด”ด้วยอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษที่พร้อมดึงดูดทุกสายตา ได้แก่ กระจกมองข้างสีดำ ปรับและพับไฟฟ้าพร้อมพร้อมไฟเลี้ยว LED เสาประตูสีดำ สปอยเลอร์หลังสีดำพร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED ดีไซน์ภายนอกยังโดดเด่นทันสมัยยิ่งขึ้นด้วยแผงครอบตกแต่งบริเวณกันชนหลังและปลายท่อไอเสียโครเมียม

   มิตซูบิชิ มิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น ใหม่พัฒนาจากรุ่นย่อยยอดนิยม GLXCVT โดยได้ยกระดับความสปอร์ตขึ้นไปอีกขั้น ด้วยล้ออัลลอยสีดำขนาด 15 นิ้ว พร้อมการยกระดับระบบกันสะเทือนช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระ แม็คเฟอร์สันสตรัท คอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง

   “มิตซูบิชิ มิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น ใหม่ พัฒนาให้มีความโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยว เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าคนรุ่นใหม่ และที่สำคัญ มิตซูบิชิ มิราจ ลิมิเต็ด เอดิชั่น ใหม่ ยังครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยต่างๆ เพื่อมอบความมั่นใจและ  ความสะดวกสบายให้แก่ลูกค้า” มร. โมริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

   มิตซูบิชิ มิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น ใหม่มีสีตัวถังภายนอกให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ รุ่นสีแดง (Red Metallic) กับหลังคาสีดำ และรุ่นสีขาวมุก (White Pearl) กับหลังคาสีดำ

   ภายในห้องโดยสารของ มิตซูบิชิ มิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น ใหม่ ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นผู้นำของเซ็กเมนท์รถซิตี้คาร์ ที่ครบครันด้วยอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ อาทิ พวงมาลัยหุ้มหนังพร้อมเดินด้าย   สีแดง ตกแต่งด้วยวัสดุเปียโนแบล็คและโครเมียม และหัวเกียร์หุ้มหนังพร้อมเดินด้ายสีแดง อีกทั้งเบาะผ้าแบบสปอร์ตสีดำ-แดง พร้อมเดินด้ายสีแดง

   โดดเด่นด้านความสะดวกสบาย มิตซูบิชิ มิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น ใหม่ ที่มาพร้อมกับสวิตช์ควบคุมการสั่งงานด้วยเสียงและปุ่มรับสาย-วางสายโทรศัพท์บนพวงมาลัย รองรับระบบสั่งงานด้วยเสียง SIRIและระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (Bluetooth)หน้าจอสัมผัสรองรับ DVD และ MP3มาตรวัดการขับขี่แบบ Semi-High Contrastพร้อมจอแสดงผลข้อมูลอเนกประสงค์ ตลอดจนที่พักแขนบริเวณเบาะคนขับ

   ครบครันด้วยระบบความปลอดภัยดีที่สุดในเซ็กเมนท์เดียวกัน มิตซูบิชิ มิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น ใหม่ จึงพร้อมด้วยระบบความปลอดภัยทั้ง ถุงลมนิรภัยด้านคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC) ระบบป้องกันการลื่นไถล (TCL) และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA)

   มิตซูบิชิ มิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่นใหม่ ราคา 520,000 บาทสำหรับรุ่นสีแดง(Red Metallic) หลังคาสีดำ และ 527,000 บาท สำหรับรุ่นสีขาวมุก (White Pearl) หลังคาสีดำ

 

NEW CARS : เชฟโรเลต โคโลราโด เทรล บอส พร้อมปลุกทุกโสตสัมผัสความท้าทายแล้ววันนี้

 

 

 

 

 

 

   ชฟโรเลตโคโลราโดเทรลบอส(Colorado Trail Boss) รถกระบะรุ่นย่อยใหม่สไตล์อเมริกันสายพันธุ์แท้4 ประตูพร้อมปลุกจิตวิญญาณความเร้าใจให้ดังกระหึ่มแล้ววันนี้ที่โชว์รูมผู้จัดจำหน่ายเชฟโรเลตทั่วประเทศ

เชฟโรเลตโคโลราโดเทรลบอสกระบะพันธุ์แกร่งที่เปลี่ยนทุกอุปสรรคเป็นความท้าทายด้วยสุดยอดขุมพลังความแรงที่จะพาคุณทะยานไปได้ไกลผสานรูปลักษณ์โดดเด่นสไตล์อเมริกันตอบสนองการขับขี่อย่างเหนือชั้นพร้อมเปลี่ยนวันธรรมดาสู่ช่วงเวลาแห่งความเร้าใจ

   ฉีกกฎสายลุยแบบเดิมๆโคโลราโดเทรลบอสมาพร้อมเครื่องยนต์ดูราแม็กซ์ดีเซลวีจีที เทอร์โบ2.5 ลิตร180 แรงม้า4 สูบควบคู่เกียร์อัตโนมัติแบบ6 สปีดพร้อมเทอร์โบแปรผันเต็มพละกำลังเร่งแรงสู่ทุกจุดหมายอย่างเหนือชั้นเพิ่มดีกรีความเท่กับรูปโฉมที่รังสรรค์ใหม่เพื่อฉีกกฎกระบะสายลุยที่เคยสัมผัสให้คุณพุ่งทะยานออกไปพบเส้นทางใหม่ๆได้อย่างเร้าใจด้วยชุดแต่ง  สปอร์ตบาร์ดีไซน์พิเศษแข็งแกร่งดุดันซุ้มล้อสีดำล้ออัลลอยสปอร์ตพร้อมยาง18 นิ้วสะกดทุกสายตาด้วยกระจังหน้าและตราสัญลักษณ์เชฟโรเลตสีดำ

   ให้คุณออกไปใช้ชีวิตแบบจัดเต็มกับความสมบูรณ์แบบที่ก้าวล้ำไปอีกขั้นโคโลราโดเทรลบอสมาพร้อมChevrolet MyLink ระบบเชื่อมต่อการสื่อสารและความบันเทิงอัจฉริยะสะดวกสบายด้วยพวงมาลัยพาวเวอร์ซึ่งควบคุมการทำงานด้วยระบบไฟฟ้าผ่อนแรงเที่ยงตรงแม่นยำให้ทุกวงเลี้ยวอยู่ในทุกการควบคุม

   ลุยแรงอย่างมั่นใจด้วยระบบความปลอดภัยแบบจัดเต็มอาทิระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติขณะรถลงทางลาดชันป้องกันไม่ให้รถไถลลื่นอย่างรวดเร็วระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถ     (ESC – Electronic Stability Control) และระบบป้องกันการพลิกคว่ำ(ARP – Anti Rolling Protection) ไม่ว่าเส้นทางจะโหดแค่ไหนก็ไม่เกรงกลัว

   สัมผัสความท้าทายในราคาที่คุณจับต้องได้เชฟโรเลตโคโลราโดเทรลบอสราคาเริ่มต้นเพียง859,000 บาทพร้อมข้อเสนอพิเศษซูเปอร์ดีลดาวน์0% ดอกเบี้ยเริ่มต้นพิเศษ2.8% ผ่อนนาน    48 เดือน* เมื่อจองและรับรถระหว่าง 1 สิงหาคม 2562 ถึง 31 สิงหาคม 2562 ลูกค้าสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.chevrolet.co.thหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทร 1734 และ ผู้จัดจำหน่ายเชฟโรเลตทั่วประเทศ

*ข้อกำหนดและเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

 

NEW CARS : ฟอร์ด ประเทศไทย ตอบโจทย์เกษตรกร ส่งฟอร์ด เรนเจอร์ 4 รุ่นย่อย สู้งานหนัก แกร่งทุกงานเกษตร

 

 

 

 

 

 

   ฟอร์ด ประเทศไทยตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถกระบะ นำเสนอรถกระบะพันธุ์แกร่ง ฟอร์ด เรนเจอร์ 4 รุ่นย่อย รองรับการใช้งานทุกรูปแบบของเกษตรกร ด้วยสมรรถนะและประสิทธิภาพการใช้งานเหนือชั้น พร้อมลุยทุกงานสมบุกสมบันและภารกิจอันท้าทาย

   ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น XL มีให้เลือกทั้งแบบกระบะตอนเดียวและกระบะแบบมีแค็บ ทำให้ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นนี้สามารถรองรับทุกการใช้งานหนัก ไม่ว่าจะเป็นการบรรทุกผลผลิตทางการเกษตร ด้วยกระบะขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับการบรรทุกได้เต็มประสิทธิภาพมาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.2 ลิตรพร้อม VG Turbo Intercooler กำลังสูงสุด 160 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 385 นิวตันเมตร ติดตั้งพวงมาลัยพาวเวอร์ผ่อนแรงด้วยไฟฟ้าและอุปกรณ์ความปลอดภัยในการขับขี่ ทั้งถุงลมนิรภัยคู่หน้า ระบบป้องกันล้อล็อก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBDระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายอีกมากมาย มอบทั้งความคุ้มค่าคุ้มราคาและสมรรถนะที่เหนือกว่าให้แก่รถกระบะพันธุ์แกร่ง ให้พร้อมรับมือทุกงานหนักในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นงานด้านขนส่ง งานเกษตรกรรมทั่วประเทศ หรือใช้ในชีวิตประจำวัน โดยมีรายละเอียดแต่ละรุ่น ดังนี้

   ฟอร์ด เรนเจอร์ สแตนดาร์ดแค็บ 2.2L XL เกียร์ธรรมดา 6 สปีด รถกระบะที่แข็งแกร่งเหมาะกับงานเกษตรทั่วไป ด้วยพละกำลังและความทนทานของเครื่องยนต์ พื้นที่กระบะท้ายกว้างถึง 1.8 ตารางเมตร ตอบโจทย์งานเกษตรที่ต้องการบรรทุกผลิตผลจำนวนมากด้วยราคาเพียง 559,000 บาท

   ฟอร์ด เรนเจอร์ สแตนดาร์ดแค็บ 2.2L XL 4x4เกียร์ธรรมดา 6 สปีดรถกระบะพันธุ์แกร่ง ได้รับการพัฒนาให้พร้อมรับมือกับงานสุดหนักหน่วง ไม่ว่าจะเป็นการลากจูง การบรรทุก หรือขับตะลุยเส้นทางออฟโรด ด้วยเฟืองท้ายแบบลิมิเต็ดสลิป พร้อมแผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถเฉพาะรุ่น 4x4เหมาะกับงานเกษตรที่เน้นใช้ยานพาหนะในการขนส่งผลิตผลในปริมาณมาก และวิ่งบนพื้นที่สมบุกสมบัน ในราคา 649,000 บาท

   ฟอร์ด เรนเจอร์ โอเพ่นแค็บ XL 2.2L 4x2 เกียร์ธรรมดา 6 สปีดกระบะพันธุ์แกร่งสมรรถนะดีเด่น อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีอันชาญฉลาด อย่างหน้าต่างปรับไฟฟ้าพร้อมระบบเปิด-ปิดแบบสัมผัสเดียวด้านคนขับ ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับเกษตรกรเพื่อตอบโจทย์ทุกความท้าทายทั้งการทำงานที่อาศัยความคล่องตัว และในชีวิตประจำวัน  ในราคา 599,000บาท

   ฟอร์ด เรนเจอร์ ดับเบิ้ลแค็บ XL 2.2L 4x2 เกียร์ธรรมดา 6 สปีดกระบะรุ่นใหม่ที่เหนือชั้นไปอีกขั้นด้วยเทคโนโลยีอันชาญฉลาดและฟีเจอร์ความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นระบบป้องกันล้อล็อก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBDระบบป้องกันการหนีบที่ด้านคนขับ และจุดยึดสำหรับเบาะนั่งเด็ก ISOFIXตอบโจทย์งานเกษตรที่ต้องใช้ความรวดเร็ว แต่ก็ต้องมีความระมัดระวังในการทำงาน และยังสามารถนำไปใช้เป็นรถสำหรับครอบครัวในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย ทั้งหมดมาในราคาสุดคุ้มเพียง 689,000 บาท

   ฟอร์ดตระหนักถึงความท้าทายในการทำงานของเกษตรกร ซึ่งเป็นกลุ่มอาชีพหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ว่าลูกค้ากลุ่มนี้ต้องการรถที่สามารถบรรทุกของหนักเพื่อเคลื่อนย้ายวัตถุดิบและผลิตผล รวมทั้ง ยังต้องรองรับการขับขี่แบบสมบุกสมบันจากการทำงานในพื้นที่การเกษตรซึ่งมีเส้นทางและพื้นผิวถนนที่หลากหลาย  ทำให้ต้องการรถที่มีเครื่องยนต์ทรงพลัง สามารถยึดเกาะถนนได้ดี มีอุปกรณ์ปกป้องความปลอดภัยสูงสุด ฟอร์ด เรนเจอร์ จึงถูกผลิตขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้ทำเกษตรกรรมระดับอุตสาหกรรมใหญ่ ที่ไม่เพียงต้องการรถที่สมรรถนะเพียงพอต่อการใช้งาน แต่ยังต้องการความสะดวกและปลอดภัยมากขึ้นอีกด้วย ด้วยการผสมผสานสมรรถนะอันแข็งแกร่งต่อการทำงานทุกรูปแบบทุกพื้นที่การเกษตร พร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะที่เหนือชั้น และมาตรฐานความแกร่งสมบุกสมบันของกระบะนิยาม ‘เกิดมาแกร่ง’

   “ฟอร์ดเล็งเห็นถึงความสำคัญของการประกอบอาชีพเกษตรกร โดยเฉพาะผู้ทำการเกษตรระดับอุตสาหกรรม มีความจำเป็นต้องใช้ยานพาหนะที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งาน และมีความแกร่งทนทานมากพอที่จะทำให้งานเกษตรกรรมสำเร็จลุล่วงไปได้ ฟอร์ดจึงนำเสนอ ฟอร์ด เรนเจอร์ ทั้ง 4 รุ่นย่อย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกร และตอกย้ำนิยาม ‘เกิดมาแกร่ง’เพื่อสะท้อนถึงวิถีชีวิตของเกษตรกรไทยที่แกร่งไม่แพ้กัน” นายวิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทยกล่าว

   รถกระบะพันธุ์แกร่ง ฟอร์ด เรนเจอร์ 4 รุ่นย่อย ฟอร์ด เรนเจอร์ สแตนดาร์ดแค็บ 2.2L XL4x2 และ 4x4 เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ฟอร์ด เรนเจอร์ โอเพ่นแค็บ XL 2.2L 4x2 เกียร์ธรรมดา 6 สปีดและฟอร์ด เรนเจอร์ ดับเบิ้ลแค็บ XL 2.2L 4x2 เกียร์ธรรมดา 6 สปีดพร้อมให้เป็นเจ้าของแล้ว ณ โชว์รูมฟอร์ด ทั่วประเทศ

 

NEW CARS : เอ็มจี เปิดตัว NEW MG EXTENDER กระบะพันธุ์ยักษ์ ให้มากกว่าความแกร่ง

 

 

 

 

 

 

   บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัดผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เปิดตัวรถกระบะรุ่นแรกของเอ็มจี “NEW MG EXTENDER  กระบะพันธุ์ยักษ์ ให้มากกว่าความแกร่ง” อย่างเป็นทางการสู่ตลาดเมืองไทย เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับลูกค้า โดยมาพร้อมการออกแบบภายใต้แนวคิด BRIT Dynamicซึ่งโดดเด่นทั้งในด้านรูปลักษณ์และมิติตัวถังขนาดใหญ่ สมรรถนะที่เหนือกว่า การควบคุมที่สมบูรณ์แบบ ระบบความปลอดภัยครบครันและระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ  i-SMARTรองรับการสั่งการด้วยเสียงภาษาไทยครั้งแรกของโลกในรถกระบะ โดยจะเปิดตัวต่อสาธารณชน   อย่างเป็นทางการในงานมหกรรมยานยนต์เพื่อขายแห่งชาติ หรือ “Big Motor Sale 2019” ในระหว่างวันที่ 16-25 สิงหาคม ณ ไบเทค บางนา และที่โชว์รูมเอ็มจี ทั่วประเทศ

   นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า   “ตลอดระยะเวลากว่า 5 ปี ที่ผ่านมา เราทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนและสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และแนะนำผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง   โดยเน้นกลุ่มรถยนต์นั่งเป็นหลัก ด้วยการชูจุดเด่นซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของรถยนต์เอ็มจี ทั้งในด้านการออกแบบ สมรรถนะของเครื่องยนต์ ระบบบังคับควบคุม ระบบความปลอดภัย เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าชาวไทย สำหรับการเปิดตัวรถกระบะ NEW MG EXTENDERในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่ง  ความท้าทายใหม่สำหรับเรา และเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์สำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการดำเนินธุรกิจของเอ็มจีในประเทศไทยในการนำเสนอผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าคนไทยอย่างแท้จริง”

   “เราตั้งเป้าให้ NEW MG EXTENDER เป็นรถที่สามารถตอบโจทย์ของลูกค้าที่กำลังมองหารถสำหรับการใช้งานและใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว โดยจะทำตลาดในกลุ่มรถกระบะแบบตอนครึ่ง หรือ Giant Cab และแบบ 2 ตอน หรือ Double Cab ซึ่งถูกพัฒนาให้มีความโดดเด่นทั้งในเรื่องรูปลักษณ์ด้วยขนาดมิติตัวถังขนาดใหญ่จึงช่วยเพิ่มปริมาณการบรรทุกและภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางนั่งสบาย สมรรถนะที่โดดเด่นจากเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอลเรล     เทอร์โบ ขนาด 2.0 ลิตร ที่ให้พละกำลังสูงสุด 161แรงม้า ซึ่งให้ทั้งการประหยัดน้ำมันและประหยัดค่าบำรุงรักษา  นอกจากนี้ ยังให้ความสะดวกสบายและมั่นใจในการขับขี่ในทุกสภาพถนนด้วยระบบช่วงล่างแบบ EUROPEAN TUNING SUSPENSION พร้อมการติดตั้งระบบความปลอดภัยครบครัน รวมทั้งยังเป็นรถกระบะที่มาพร้อมระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ และระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMARTซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะสำหรับรถยนต์เอ็มจี”

   “สำหรับ NEW MG EXTENDER มี 9 รุ่นย่อยครอบคลุมทั้งแบบกระบะตอนครึ่ง (Giant Cab) และแบบ 4 ประตู (Double Cab) ระบบส่งกำลังแบบธรรมดาและแบบอัตโนมัติ 6 จังหวะ ซึ่งมีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อนแบบ 2 ล้อ (2WD)และแบบ 4 ล้อ (4WD)ให้เหมาะกับรูปแบบการใช้งานได้อย่างลงตัว” นายพงษ์ศักดิ์กล่าว

NEW MG EXTENDER กระบะพันธุ์ยักษ์ ให้มากกว่าความแกร่ง

   NEW MG EXTENDER แตกต่างด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบโมเดิร์นดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเอ็มจี พร้อมมิติตัวถังขนาดใหญ่โดยมีทั้งแบบกระบะตอนครึ่ง (Giant Cab) ที่มีความยาวกระบะท้ายถึง 1,900 มิลลิเมตร ซึ่งยาวที่สุดในรถระดับเดียวกันจึงช่วยเพิ่มปริมาณการบรรทุกได้มากยิ่งขึ้น และแบบ 4 ประตู (Double Cab)พร้อมช่วงล่างแบบ EUROPEAN TUNING SUSPENSION ระบบกันสะเทือนด้านหน้าอิสระปีกนกคู่ (Double Wishbone)ด้านหลังแหนบแบบซ้อนแผ่น (LeafSpring Suspension) ทำงานควบคู่กับช่วงล่างแบบ  BRIT Dynamic ซึ่งให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ในความเร็วต่ำ และให้ความมั่นคงในการขับขี่ที่ความเร็วสูง เพิ่มความปลอดภัยและมั่นใจในการใช้งาน ในขณะที่ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ (Projector) พร้อม Daytime Running Lights บันไดข้าง และกล้องมองหลังพร้อมเซนเซอร์ขณะถอย ติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานตั้งแต่ในรุ่น Giant Cab แบบยกสูง

   ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย และเก็บเสียงดีเยี่ยมด้วยการออกแบบฉนวนกันเสียง 9 จุด การออกแบบภายในสร้างความรู้สึกแข็งแกร่งสอดคล้องกับรูปลักษณ์ภายนอกโดยใช้โทนสีเข้มและเพิ่มความเรียบหรูด้วยวัสดุ ให้สัมผัสนุ่ม (SOFT TOUCH) พร้อมแผงหน้าปัดดีไซน์สปอร์ต นอกจากนี้ ยังมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก     ครบครัน อาทิ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น หน้าจอสีระบบสัมผัสขนาดใหญ่ 10 นิ้ว กุญแจระบบ Smart Key พร้อมปุ่ม Push Start และระบบปรับอากาศอัตโนมัติ โดยในรุ่น Double Cabยังมาพร้อมเบาะปรับไฟฟ้าคู่หน้า เบาะหลังพับได้ และช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

สมรรถนะเยี่ยม และขับเคลื่อนได้เต็มประสิทธิภาพ

   NEW MG EXTENDERขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล ไดเร็คอินเจ็คชั่น 2.0ลิตร เทอร์โบ แปรผัน ให้กำลังสูงสุด 161แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิด 375 นิวตันเมตร พร้อมระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ และแบบธรรมดา 6 จังหวะ ที่สามารถปรับรูปแบบการขับขี่ได้ทั้ง ECO และ POWER เพื่อตอบสนองทุกการใช้งานโดยในรุ่น Double Cabจะมีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อน 2ล้อ (2WD) และขับเคลื่อน 4ล้อ (4WD)ซึ่งมีโหมดการขับขี่ให้เหมาะกับสภาพถนน 3 รูปแบบ คือ 2H, 4H และ 4L

  

ครั้งแรกของโลกกับสมาร์ทปิคอัพ ที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART

   NEW MG EXTENDERมาพร้อมระบบปฏิบัติการ i–SMART เอกสิทธิ์เฉพาะสำหรับผู้ใช้รถยนต์เอ็มจี   ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่กับรถสามารถเชื่อมต่อกันได้ เพื่อความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การสั่งการ หรือ SMART Commandผ่านระบบสั่งการด้วยเสียงภาษาไทย ที่สามารถสั่งการให้โทรออก เปิด-ปิดหรือควบคุมระบบปรับอากาศ หน้าต่างฝั่งคนขับ ตลอดจนวิทยุภายในรถ รวมทั้งค้นหาจุดสนใจ นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมหรือสั่งการระบบต่างๆ ผ่านหน้าจอทัชสกรีนภายในรถ หรือเลือกสั่งการบนสมาร์ทโฟนผ่าน MG Mobile Application การเชื่อมต่อ หรือ SMART Connectที่สามารถเลือกฟังเพลงผ่าน Online Musicค้นหาร้านอาหารและที่พัก รวมทั้งเรียกดูข้อมูลข่าวสารและเหตุการณ์ปัจจุบันจากเว็บไซต์ดังได้บนหน้าจอในรถ และการตรวจเช็กรถ หรือ SMART Check โดยสามารถสั่งล็อกหรือปลดล็อกประตู ตรวจสอบตำแหน่งและค้นหารถ แจ้งความผิดปกติ และแจ้งสถานะการทํางานของรถ รวมถึงระบบช่วยค้นหาศูนย์บริการ นัดหมาย และบันทึกการดูแลรักษารถยนต์ตามระยะ

ระบบความปลอดภัยครบครัน

   NEW MG EXTENDERมาพร้อมโครงสร้างตัวถังแบบ FSF (Full Space Frame)แบบ Ultra-high Strength Bodyด้วยโครงสร้างที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง Thermoforming Steelในบริเวณเสา A ไปจนถึงเสา B และโครงสร้างโดยรวมใช้เหล็กแบบ High Strength Steelที่มีความแข็งแกร่งสูง ช่วยเพิ่มความปลอดภัย และเสริมความมั่นคงในการขับขี่ พร้อมรับทุกสภาพการใช้งาน และปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยดิสก์เบรก 4 ล้อ และระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป Advanced Synchronized Protection System ที่ทำงานประสานเป็นหนึ่งเดียว ประกอบด้วย

o   ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน ABS (Anti-lock Braking System)

o   ระบบช่วยเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist)

o   ระบบช่วยกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake Force Distribution)

o   ระบบควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System)

o   ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System)

o   ระบบตรวจสอบความผิดปดติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System)

o   ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist System)

o   ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC (Hill Descend Control System)

o   ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection)

o   ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning System)

   นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบกุญแจนิรภัยแบบ Immobilizer ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัยรวม 6 ตำแหน่ง พร้อมเข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับพร้อมผ่อนแรงอัตโนมัติ รวมถึงกล้องมองภาพ   รอบทิศทาง สัญญาณเตือนกะระยะด้านหลังและด้านหน้า และกล้องมองหลังช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่

* อุปกรณ์ที่ติดตั้งจะแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น

พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ด้วย 9 รุ่นย่อย พร้อมขายทั่วประเทศ 16 สิงหาคมนี้ 

   สำหรับ NEW MG EXTENDERจะเปิดตัวต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการในงาน Big Motor Sale 2019 ระหว่างวันที่ 16 ถึง 25 สิงหาคมนี้ ที่ไบเทค บางนา และที่โชว์รูมรถยนต์ เอ็มจี ทั้ง 110 แห่งทั่วประเทศ พร้อมการบริการ          หลังการขาย “Passion Service” ที่เพิ่มความสะดวกมากขึ้นด้วยการบริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องภายใน 1 ชั่วโมง การจัดส่งอะไหล่ภายใน 1 วันทำการ และบริการรถสำรองระหว่างซ่อม ยิ่งไปกว่านั้น NEW MG EXTENDERยังมีค่าบำรุงรักษาทั้งในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่น้อยที่สุดเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน คือ ระยะทาง 100,000 กิโลเมตร ไม่เกิน 20,000 บาท

   NEW MG EXTENDER มีให้เลือกทั้งแบบกระบะตอนครึ่ง (Giant Cab) และแบบ 4 ประตู (Double Cab) ซึ่งมีทั้งระบบขับเคลื่อนแบบ 2 ล้อ (2WD)และแบบ 4 ล้อ (4WD)ครอบคลุมทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด  พร้อม 5สีให้เลือก คือ สีขาว Artic WHITE สีดำ BLACKKnight สีเงิน SILVER Metallic สีแดง Scarlet RED และ    สีเทา Metal Ash GREY โดยมีทั้งหมด 9 รุ่นย่อยดังนี้

NEW MG EXTENDER รุ่น GIANT CAB (กระบะตอนครึ่ง)

  • NEW MG EXTENDER GC 2.0 C 6MT
  • NEW MG EXTENDER GC 2.0 D 6MT
  • NEW MG EXTENDER GC 2.0 GRAND D 6MT
  • NEW MG EXTENDER GC 2.0 GRAND D 6AT
  • NEW MG EXTENDER GC 2.0 GRAND X 6MT

NEW MG EXTENDER รุ่น DOUBLE CAB (4 ประตู)

  • NEW MG EXTENDER DC 2.0 GRAND D 6MT
  • NEW MG EXTENDER DC 2.0 GRAND D 6AT
  • NEW MG EXTENDER DC 2.0 GRAND X 6AT
  • NEW MG EXTENDER DC 2.0 GRAND 4WD X 6AT

   ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 หรือที่เว็บไซต์ www.mgcars.com

 

NEW CARS : โตโยต้า แนะนำ รถยนต์นั่งอเนกประสงค์ SIENTA “รุ่นปรับปรุงใหม่” เต็มที่ในทุกความคุ้มค่า เติมเต็มชีวิตในทุกไลฟ์สไตล์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำ SIENTA รถยนต์นั่งอเนกประสงค์ รุ่นปรับปรุงใหม่ ครบครันไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายที่เหนือใคร รูปลักษณ์ภายนอกได้รับการดีไซน์ใหม่ให้มีความทันสมัย ควบคู่ไปกับสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกสนาน และฟังก์ชั่นความปลอดภัยขั้นสูงสุด เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2562

   บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ 5 ประตู 7 ที่นั่ง ประเภท Compact Multi-Purpose Vehicle ตอบรับกับไลฟ์สไตล์การใช้งานที่หลากหลายได้มากกว่าใคร โดยได้รับการปรับปรุงใหม่ภายใต้แนวคิด “คลิก ให้ชีวิตสุดชิค” ให้มีความทันสมัย (Chic) และง่ายต่อการใช้งานแค่เพียงสัมผัส (Click) ดีไซน์ภายนอกได้รับการปรับเปลี่ยนให้ดูพรีเมียม โดดเด่นสะดุดตา พร้อมสีใหม่ Citrus Mica Metallic ภายในห้องโดยสารดีไซน์สปอร์ต ทันสมัย กว้างขวางตอบโจทย์ทุกการใช้งาน

   ด้วยการปรับเปลี่ยนตำแหน่งเบาะนั่งด้านหลังเพื่อบรรทุกสัมภาระได้หลายรูปแบบ สะดวกสบายกว่าใครด้วยประตูข้างสไลด์อัตโนมัติ พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและฟังก์ชั่นความปลอดภัยขั้นสูงสุด ด้วยกล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา และกล้องบันทึกภาพหน้าและหลังรถ ประกอบกับสมรรถนะการขับขี่ที่คล่องตัว ประหยัดน้ำมัน ตลอดจนระบบมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลกที่สมบูรณ์แบบ

SIENTA รุ่นปรับปรุงใหม่...ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายที่เหนือใคร

ภายนอก...โดดเด่นสะดุดตา

  • กระจังหน้า และกันชนด้านหน้าดีไซน์ใหม่ สปอร์ต พรีเมียม
  • ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ Bi-Beam LED...ส่องสว่างเพิ่มความมั่นใจในทุกการขับขี่

ภายใน...โฉบเฉี่ยว ทันสมัย กว้างขวางสะดวกสบายในทุกรูปแบบการใช้งาน

  • เบาะหนังและวัสดุกึ่งสังเคราะห์สีดำ เดินด้ายส้ม...ดีไซน์ใหม่ สปอร์ต ทันสมัย (ในรุ่น 1.5V)
  • แผงข้างประตู...ดีไซน์ใหม่ เรียบหรู ดูดี
  • จอสัมผัสขนาด 6.8 นิ้ว...ใหม่ พร้อมฟังก์ชัน T-Link เชื่อมต่อแอปพลิเคชันนำทาง และฟังเพลงออนไลน์ชั้นนำ สัมผัสความบันเทิงเต็มรูปแบบตลอดการเดินทาง
  • ระบบสตาร์ท (Push Start) และระบบเปิดประตูอัจฉริยะ (Smart Entry)…สตาร์ทเครื่องยนต์เพียงปลายนิ้วสัมผัส และควบคุมการล็อก-ปลดล็อกประตูอย่างง่ายดาย

อุปกรณ์อำนวยความสะดวก...สะดวกสบายตลอดการเดินทาง

  • ที่พักแขน 3 ตำแหน่ง...ใหม่ ให้ความสบาย ในทุกตำแหน่งที่นั่ง
  • ประตูข้างซ้าย-ขวา สไลด์อัตโนมัติ...สะดวกสบาย และง่ายต่อการใช้งาน ด้วยการสั่งงานจากสวิตช์บริเวณคนขับ และรีโมทคอนโทรล พร้อมระบบช่วยปิดประตูแบบไฟฟ้า (Easy Closer)
  • จอ LED ขนาด 8 นิ้ว สำหรับผู้โดยสารแถวหลัง
  • ระบบหมุนเวียนอากาศสำหรับผู้โดยสารแถวหลัง
  • เบาะที่นั่งปรับเปลี่ยนได้ พร้อมพับแบบแบนราบ (Dive-in)...เพิ่มพื้นที่เต็มพิกัด ตอบรับทุกไลฟ์สไตล์การใช้งานที่หลากหลาย
  • เบาะพับง่ายแค่เพียงสัมผัส (1-Touch Tumble)...สะดวกสบาย ปรับเปลี่ยนง่ายได้ดั่งใจ
  • ที่วางของ และช่องเก็บของสำหรับผู้โดยสารทุกแถว...จัดแบ่งเป็นสัดส่วนเพื่อการจัดเก็บที่ง่ายขึ้น

ระบบความปลอดภัย... เหนือใครด้วยมาตรฐานระดับโลกที่สมบูรณ์แบบ

  • กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา...ใหม่ เห็นพื้นที่แม้ในมุมอับสายตาผ่านกล้อง 4 จุดรอบคัน จับภาพขณะเคลื่อนไหวจริง ให้ความมั่นใจขั้นสูงสุด (ในรุ่น 1.5V)
  • กล้องบันทึกภาพหน้า หลังรถ...ใหม่ ช่วยเพิ่มความมั่นใจ ในทุกการเดินทาง
  • กล้องมองหลังพร้อมสัญญาณเตือนกะระยะท้ายรถ...ถอยจอดได้ง่ายดาย
  • ระบบ Drive Start Control… ป้องกันการออกตัวแบบผิดวิธี มั่นใจทุกครั้งที่ออกเดินทาง
  • ระบบ ABS, EBD, BA, VSC และ HAC… ปลอดภัยเต็มมาตรฐานระดับสากล

เลือกเป็นเจ้าของ SIENTA รุ่นปรับปรุงใหม่ 2 รุ่น 4 สี [รวม 1 สีใหม่]

สีใหม่ Citrus Mica Metallic

และ 3 สีเดิม Super White II / Silver Metallic / Attitude Black Mica

- 1.5 V เกียร์อัตโนมัติ ราคา 875,000 บาท**

- 1.5 G เกียร์อัตโนมัติ ราคา 765,000 บาท**

**ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน

   เชิญสัมผัสพร้อมทดลองขับ “SIENTA รุ่นปรับปรุงใหม่” ได้ที่โชว์รูมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ และศูนย์ขับทดสอบรถยนต์ Toyota Driving Experience Park (บางนา กม.3)

   ติดตามข้อมูลข่าวสาร ศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์และกิจกรรมการตลาดเพิ่มเติมได้ที่

www.toyota.co.th

Facebook Toyota Motor Thailand

LINE ID: @ToyotaThailand

 
 

NEW CARS : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เปิดตัว ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ ครั้งแรกในโลก

 

 

 

 

 

 

 

   มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่นเผยโฉม มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต* ใหม่รถอเนกประสงค์ขนาดกลางครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทยและเริ่มจำหน่ายแล้ว

   มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ มีรูปลักษณ์ภายนอกที่หรูหราและทรงพลังยิ่งขึ้น พร้อมยกระดับภายในห้องโดยสารให้ครบครันด้วยคุณภาพและความสบายเหนือระดับด้วยจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ LCD ขนาด 8 นิ้ว ปรับปรุงใหม่เพื่อง่ายต่อการอ่าน  และประตูท้ายไฟฟ้าที่มอบความสะดวกสบายยิ่งขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเปิดและปิดด้วยสมาร์ทโฟน

   ทั้งนี้ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต คือหนึ่งในรุ่นรถยนต์ที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ระดับโลกของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ด้วยยอดจำหน่ายราว 77,000 คันทั่วโลกในปีงบประมาณ 2561 ที่ผ่านมา มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ผลิตขึ้นที่โรงงานแหลมฉบังของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ในประเทศไทย โดย มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ จะเปิดตัวเพื่อจำหน่ายในอีกกว่า 90ประเทศ รวมถึง ฟิลิปปินส์ออสเตรเลีย และอื่นๆ *ใช้ชื่อรุ่น มอนเทโร สปอร์ต ในบางประเทศ

   มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ ผสานไว้ซึ่งความสะดวกสบายแบบรถซีดานและอรรถประโยชน์ด้านการใช้งาน พร้อมด้วยสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดและวางใจได้ในความแกร่งทนทานอันเป็นเอกลักษณ์ของ มิตซูบิชิ ปาเจโร ที่มีอยู่ในรถอเนกประสงค์ขนาดกลางรุ่นนี้

   มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ ได้รับการออกแบบใหม่ภายใต้แนวคิด ‘ความสำเร็จที่เป็นคุณ’จึงมีดีไซน์ภายนอกที่ทรงพลังและหรูหราประณีตยิ่งขึ้น พร้อมภายในคุณภาพสูงและสะดวกสบาย ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอันทันสมัย มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้ขับขี่ที่ชื่นชอบการผจญภัย

1) ดีไซน์ด้านหน้าเน้นรูปลักษณ์ภายนอกที่โอ่อ่าสง่างามและทรงพลัง

เอกลักษณ์การดีไซน์ด้านหน้าแบบไดนามิกชิลด์ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้พัฒนาขึ้นไปอีกขั้นใน มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ มอบวิสัยทัศน์ที่ดีขึ้นและเน้นความกว้างขวางโอ่อ่าของด้านหน้ารถด้วยตำแหน่งไฟหน้าที่ทอดตัวต่อเนื่องจากกระจังหน้าพร้อมชุดไฟCombination Lampsติดตั้งที่มุมของกันชน กระโปรงหน้าที่สูงขึ้นกว่าเดิมช่วยเพิ่มมิติความลึกให้กับด้านหน้ารถ  อีกทั้งการตกแต่งด้วยชิ้นส่วนโครเมียมที่มีดีไซน์แข็งแกร่งทรงพลังยังช่วยถ่ายทอดความประณีตหรูหราให้แก่รูปลักษณ์ภายนอก

2) อุปกรณ์เทคโนโลยีอำนวยความสะดวกใหม่

จอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ LCD ขนาด 8 นิ้วรถในตระกูลต ใหม่ ในอีก ่งที่ง่ายต่อการอ่าน พร้อมเชื่อมต่อและแสดงข้อมูลจากหน้าจอระบบสัมผัส SDA ระบบเปิดและปิดประตูท้ายด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบความปลอดภัยและระบบแฮนด์ฟรี ระบบรีโมทคอนโทรลของ มิตซูบิชิ มอบความสะดวกสบายด้วยคำสั่งการทำงานต่างๆ ซึ่งจะส่งการแจ้งเตือนไปยังสมาร์ทโฟนของผู้ขับขี่ในกรณีที่เปิดประตูท้ายหรือไฟหน้าทิ้งไว้ อีกทั้งยังสามารถสั่งการเปิดและปิดประตูท้ายไฟฟ้าผ่านสมาร์ทโฟน โดยระบบจะส่งคำสั่งการเปิดและปิดประตูท้ายอัตโนมัติเมื่อเจ้าของรถอยู่ในระยะใกล้ตัวรถ และสามารถส่งคำสั่งได้จากทุกที่ในระยะของการเชื่อมต่อรถยนต์ผ่านแอปพลิเคชัน โดยทำงานควบคู่กับระบบกุญแจอัจฉริยะ KOSหรือเมื่ออยู่ในระยะสัญญาณบลูทูธ

3) ภายในห้องโดยสารเหนือระดับด้วยคุณภาพและความสบาย

คอนโซลกลางและมือจับประตูแบบใหม่พร้อมด้วยวัสดุบุนุ่มพิเศษเพื่อยกระดับความสะดวกสบายและรูปลักษณ์ภายในที่ประณีตยิ่งขึ้น เพิ่มช่องเก็บของใต้คอนโซลซึ่งสะดวกต่อการใช้งานทั้งด้านผู้ขับและผู้โดยสารด้านหน้า พร้อมปรับปรุงการจัดวางตำแหน่งช่องจ่ายกระแสไฟและช่องต่ออุปกรณ์ USBที่ตำแหน่งบริเวณคอนโซลกลางด้านหลังเพื่อการใช้งานทีสะดวกสบายยิ่งขึ้นสำหรับผู้โดยสารในทุกตำแหน่ง

4) สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้น

เครื่องยนต์ MIVEC เทอร์โบดีเซลขนาด 2.4 ลิตร จับคู่กับระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ เพื่อการขับเคลื่อนอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสมรรถนะการขับเคลื่อนที่สะดวกสบาย เทคโนโลยีความปลอดภัยครบครันยิ่งขึ้นด้วยระบบส่งสัญญาเตือนเมื่อเปลี่ยนเลน (LCA)และระบบสัญญาณเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด (RCTA)

   มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ มอบสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมจากเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน สี่ล้อSUPER-SELECT 4WD-IIถ่ายทอดกำลังได้อย่างเหมาะสมต่อการขับเคลื่อนไปบนทุกสภาพพื้นผิวถนนและสามารถควบคุมการขับขี่ได้อย่างมั่นใจ พร้อมระบบควบคุมใหม่เพื่อปรับเปลี่ยนการขับเคลื่อนสำหรับเส้นทางออฟโรดในรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ พัฒนาไปอีกขั้นเพื่อการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมในทุกสภาพภูมิประเทศ ฝ่าอุปสรรคได้อย่างเหนือชั้นด้วยการทำงานร่วมกันของเครื่องยนต์เปี่ยมสมรรถนะ การปรับแต่งระบบส่งกำลังและระบบเบรก

*บลูทูธเป็นเครื่องหมายจดทะเบียนการค้าของบริษัท Bluetooth SIG Inc.ประเทศสหรัฐอเมริกา ภายใต้การใช้งานโดย มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ผู้ได้รับใบอนุญาตอย่างเป็นทางการสำหรับการใช้งาน

ราคาจำหน่ายรุ่น2WD 2.4 GT อยู่ที่1,299,000 บาท, รุ่น2WD 2.4 GT-Premium ราคา1,469,000 บาทและรุ่น4WD 2.4 GT-Premium ราคา1,599,000 บาท

   สำหรับลูกค้าที่สนใจชม หรือทดลองขับรถยนต์มิตซูบิชิรุ่นต่างๆ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์มิตซูบิชิทั่วประเทศ หรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์หมายเลขโทรศัพท์  02-079-9500  วันจันทร์ – วันอาทิตย์ระหว่างเวลา 8:30-17:00น.

 

NEW CARS : อาวดี้ ประเทศไทย เขย่าตลาดยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมียมเต็มพิกัด เปิดตัว TT ครบไลน์ครั้งแรกในประเทศไทยกับ The New Audi TT Roadster ที่ ดิ เอ็มควอเทียร์ 18-21 กค.นี้

 

 

 

 

 

 

 

   อาวดี้ ประเทศไทยเขย่าตลาดยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมียมในช่วงกลางปีให้ฮอตขึ้นไปอีก เปิดตัว Audi  TT สเปคไทย 3 รุ่นรวด TheNew Audi TT Roadster, Audi TTSCoupé และ Audi TT Coupé ครบไลน์ตระกูล TT ยกขบวนทุกรุ่นมาอวดโฉม ที่ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ 18-21 กรกฎาคมนี้ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ

 

   นายกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อาวดี้ ประเทศไทยเผยว่า เรายังคงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ทางเลือกการขับขี่ให้ลูกค้ามากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะยนตรกรรมสปอร์ตตระกูล TT ที่ได้รับความนิยมและตอบรับจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัว Audi TT สเปคไทย ทีเดียว 3 รุ่น คือ The New Audi TT Roadster,  Audi TTS Coupé และ Audi TT Coupé ใหม่ พร้อมเปิดให้จองครบภายในงาน UnveilAudi TT Family ที่ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 18-21กรกฎาคม 2562 พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ เมื่อคุณจอง 50,000 บาท รับเพิ่มเป็น 100,000 บาท และดอกเบี้ย 1%

 

   “ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน Audi TT ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนก้าวขึ้นเป็นไอคอนแห่งอาวดี้ เห็นได้จากการเปิดรับจอง AudiTT 20 ปี ผ่านทางออนไลน์ ได้รับกระแสตอบรับเกินคาด ถูกจองหมดภายใน 5 นาที ต้องขอบคุณทุกท่านที่ให้การตอบรับ เรื่องราวของ Audi TT ที่มีมานาน และจุดเด่นดีไซน์รูปทรงที่มีเอกลักษณ์ สมรรถนะสปอร์ต เราจึงนำทั้ง 5 รุ่น ใหม่ มาให้ผู้ที่ชื่นชอบมนต์เสน่ห์แห่ง Audi TT ได้เลือกเป็นเจ้าของ”

 

   Audi TT 3 รุ่นใหม่ ที่เปิดตัวในงาน คือ The new Audi TT Roadster 45 TFSI quattro Sline สำหรับผู้ชื่นชอบการใช้ชีวิตแบบอิสระ เติมเต็มอารมณ์โรดสเตอร์ด้วยหลังคาแบบซอฟท์ท็อปสีดำ ที่มีความสะดวกในการใช้งานเปิด-ปิด ควบคุมด้วยไฟฟ้า ลงตัวกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 16 วาล์วDOHC ไดเรคอินเจคชั่น เทอร์โบชาร์จ ขนาด 1,984 ซีซี ตอบสนองการขับขี่ที่ร้อนแรงด้วยกำลังสูงสุด 230 แรงม้าที่ 4,500-6,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 370 นิวตันเมตรที่ 1,600-4,300 รอบ/นาที ถ่ายทอดกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ S tronic 6 จังหวะ และสามารถควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ด้วยตัวเองที่แป้นหลังพวงมาลัย ช่วยเพิ่มความสนุกในการขับขี่มากขึ้น ยังเพิ่มความมั่นใจด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือ quattro เอกลักษณ์ของอาวดี้ พร้อมช่วงล่างแบบสปอร์ต ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 5.6วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 250 กม./ชม. แม้จะเป็นรถในรูปแบบโรดสเตอร์ แต่ก็ยังมีพื้นที่เก็บสัมภาระได้ 280 ลิตร เพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน

   ส่วนผู้ที่ชื่นชอบความแรง และอารมณ์สปอร์ตที่เต็มขั้น อาวดี้ ประเทศไทย มี Audi TTSCoupé มาตอบสนอง กับเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ16 วาล์ว DOHC ไดเรคอินเจคชั่น ขนาด 1,984 ซีซี ที่ให้กำลังสูงสุด 286 แรงม้า    ที่ 5,300-6,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 380 นิวตันเมตรที่ 1,800-5,200 รอบ/นาที ถ่ายทอดกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติS tronic 6 จังหวะ เร้าใจกับอัตราเร่งที่ดุดัน 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.7 วินาที ทำความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. และที่สำคัญยังให้คุณสัมผัสความสปอร์เต็มกำลังด้วยช่วงล่าง  Audimagnetic ride ระบบช่วงล่างที่จะปรับความหนืดของโช้คอัพด้วยอนุภาคแม่เหล็ก ตามสถานการณ์การขับขี่จริง (real time) นิยมติดตั้งในรถสปอร์ตสมรรถนะสูง อาทิ Audi R8 เพื่อลดอาการโคลงของตัวถัง และเสริมสร้างเสถียรภาพในทุกจังหวะของการขับขี่

 

   ส่วนอีกทางเลือกหนึ่ง คือ อาวดี้  TT Coupé 45 TFSIquattro S line ราคา 3,299,000 บาท ที่ได้มีการเปิดตัวไปช่วงก่อนหน้านี้ ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1,984 ซีซี เทอร์โบ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 5.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม.

   สำหรับ  Audi TT นับเป็นไอคอนยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมียมของ  Audi ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ตั้งแต่เผยโฉมอย่างเป็นทางการในรูปแบบของรถต้นแบบในปี 2538และยังคงพัฒนาเพื่อให้ได้รถที่มีความสมบูรณ์แบบที่สุด ก่อนที่รถรุ่นแรกจะเข้าสู่โลกยานยนต์ในปี 2541 และได้รับความนิยมไปทั่วโลก

   จุดเด่นของ Audi TT ก็คือ การสร้างความพึงพอใจในการขับขี่ การดีไซน์ ที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดโดยรวมของตัวรถที่เป็นหนึ่งเดียว เส้นสายโค้งหลังคาที่โดดเด่น ขณะที่ภายในห้องโดยสารก็เน้นความสะดวกสบายในการขับขี่และเดินทาง ตอบสนองกับแนวคิดตั้งแต่ครั้งยังเป็นรถต้นแบบคือ “as muchas necessary and as little as possible”

   Audi TT ทุกรุ่นมาพร้อมกับเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ “quattro” แบบอิเล็กโทรไฮดรอลิค มัลติเพลทคลัทซ์ จะจัดการส่งกำลังจากเครื่องยนต์ไปยังล้อหน้าในการขับขี่ปกติ แต่หากอยู่ในบางสถานการณ์ที่ล้อหลังต้องการกำลังเพื่อเพิ่มการทรงตัว หรือเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ ระบบจะส่งกำลังไปยังล้อหลังภายในเสี้ยววินาทีในอัตราส่วนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งแตกต่างกันออกไป

   Audi TT ยังได้รับการติดตั้งระบบ  Audi Drive Select อันชาญฉลาดให้ผู้ขับได้เลือกใช้งานตามความเหมาะสม ทั้งสไตล์ในการขับขี่และสภาพถนน ประกอบไปด้วยcomfort, auto, dynamic, efficiency และindividual    ซึ่งระบบต่างๆ เหล่านี้จะควบคุมการทำงานของช่วงล่าง เครื่องยนต์ และพวงมาลัยที่แตกต่างกัน ทำให้ทุกประสบการณ์ในการขับขี่มีความสนุกสนาน ส่วนระบบเกียร์เป็นแบบดูอัลคลัทช์ ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ทำได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ไม่มีจังหวะสะดุด โดยมีโหมด manualให้เลือกเปลี่ยนเกียร์ได้เองจาก แพดเดิล ชิฟท์  ซึ่งติดตั้งไว้ที่ด้านหลังพวงมาลัย และในโหมด Efficiency รถจะรักษาความเร็วเมื่อผู้ขับถอนเท้าออกจากคันเร่ง

 

   ทั้งนี้รถอาวดี้เป็นรถยนต์นำเข้าจากต่างประเทศทุกรุ่น ลูกค้าที่ออกรถจะได้รับการดูแลจาก AudiProtection  รับประกันรถใหม่ 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance        ทั่วประเทศ 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Audi Centre Thailand 02 765 8888                       Audi New Petchburi 02 023 4888

Audi Pattaya 038 197 888                                     Audi Phuket 076 646 666

 
 

More Articles...

Page 5 of 9

รับจัดกิจกรรมการตลาด ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( PIYA 0819012840 )

Designed by eTDS TechnoSys
Click here to donate

.

ราคาน้ำมัน

Latest News

MOTOR NEWS : โครงการโตโยต้า ถนนสีขาว นำนักศึกษาที่ชนะการประกวด “Campus Challenge 2019” ศึกษาดูงานด้านความปลอดภัยทางถนน ณ ประเทศญี่ปุ่น                  โครงการโตโยต้า ถนนสีขาว นำนักศึกษาที่ชนะการประกวด “Campus Challenge 2019” ศึกษาดูงานด้านความปลอดภัยทางถนน... Read more...

Feature News

Joomla 1.5
You are here: Home NEW CARS
Orange Green Red