Developed by JoomVision.com

NEW CARS

NEW CARS : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เปิดตัว มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ ครอสโอเวอร์สำหรับครอบครัวคนรุ่นใหม่ ที่เป็นได้มากกว่า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวมิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ ครอสโอเวอร์สำหรับครอบครัวคนรุ่นใหม่ที่ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้มีการปรับดีไซน์ให้โดดเด่นมากขึ้นด้วยล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 16นิ้ว กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ และเสาอากาศแบบครีบฉลาม พร้อมเอกลักษณ์การออกแบบ Advanced ‘Dynamic Shield’ ที่มาพร้อมกับสีภายนอกใหม่ สีเทา Graphite Gray

   มร. โมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2561มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ มียอดจำหน่ายสะสมแล้วมากกว่า 30,000คันและเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของเรา โดยมิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ นี้ยังเป็นรถครอสโอเวอร์ที่สมบูรณ์แบบทั้งในด้านดีไซน์และความทันสมัย เหมาะสำหรับครอบครัวคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความอเนกประสงค์ และห้องโดยสารที่กว้างขวาง พร้อมสมรรถนะการใช้งานในแบบรถเอสยูวี ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ทุกไลฟ์สไตล์ให้สามารถเป็นไปได้ พร้อมขับผ่านทุกอุปสรรคได้อย่างสะดวกสบาย”

   มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ มีดีไซน์ภายนอกที่โดดเด่นและแข็งแกร่ง พร้อมด้วยระยะความสูงจากพื้นถึง 205มม. ห้องโดยสารของรถครอสโอเวอร์รุ่นนี้ยังคงความสะดวกสบาย กว้างขวาง มีเสียงรบกวนและการสั่นสะเทือนที่ต่ำ (NVH)ช่วยเพิ่มสุนทรียภาพตามปรัชญาแบบ ‘โอโมเตะนาชิ’ ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่ถ่ายทอดความประณีตและยังใส่ใจในทุกรายละเอียด ห้องโดยสารตกแต่งด้วยวัสดุบุนุ่มคุณภาพเยี่ยม ช่วยสร้างผิวสัมผัสที่นุ่มนวลและยังช่วยทำให้ห้องโดยสารมีความเงียบเพิ่มมากขึ้น

   มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ ยังคงครบครันด้วยความอเนกประสงค์แบบ 7ที่นั่ง ตอบสนองทุกการใช้งาน สามารถปรับพับเบาะที่นั่งได้หลากหลาย รวมทั้งการปรับพับเบาะที่นั่งให้แบนราบเพื่อเพิ่มพื้นที่การจัดเก็บสัมภาระ พร้อมด้วยช่องเก็บของอเนกประสงค์ที่ติดตั้งในตำแหน่งต่างๆ และสะดวกยิ่งขึ้นด้วยช่องจ่ายกระแสไฟ DC 12โวลต์ 3ตำแหน่ง

   เพิ่มความสะดวกสบายมากขึ้นด้วยกุญแจอัจฉริยะแบบ KOS พร้อมปุ่มสตารทเครื่องยนต์ และระบบปรับอากาศด้านหลังแบบแยกอิสระสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง พวงมาลัยสามารถปรับระดับสูง-ต่ำ และปรับเข้า-ออกได้ ที่มาพร้อมกับสวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์บนพวงมาลัย และจอแสดงข้อมูลอเนกประสงค์ TFT ขนาด 4.2นิ้วพร้อมการแสดงผลแบบภาพเคลื่อนไหว 3มิติ เฉพาะรุ่น GT

   มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ ครบครันด้วยระบบความปลอดภัย อาทิ ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC) ระบบป้องกันการลื่นไถล (TCL) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA) ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก (ABS) ระบบกระจายแรงดันน้ำมันเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) ระบบเสริมแรงเบรก (BA) ระบบไฟกะพริบฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS) ถุงลมนิรภัยด้านคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า และกล้องมองภาพด้านหลังขณะถอยจอด

   มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ ได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะการขับขี่และการควบคุมให้มีความปราดเปรียวเช่นเดียวกับรถยนต์แบบซีดานและยังสะดวกสบายบนทุกเส้นทาง  ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ MIVEC ขนาด 1.5ลิตร ที่ให้ความเงียบและความประหยัด พร้อมเกียร์อัตโนมัติแบบ 4-สปีด ที่ตอบสนองได้อย่างนุ่มนวล 

   มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ มี 2รุ่น ได้แก่ รุ่น GLS-LTD มีราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 789,000 บาท และรุ่น GT มีราคาจำหน่ายที่ 863,000 บาท ทั้งนี้ลูกค้าสามารถเลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 0.99%หรือแพคเกจ 5ปี ดูแลดีถึงใจ ที่ประกอบด้วย ฟรีค่าบำรุงรักษาตามระยะ 5 ปี และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงนาน 5 ปีและมั่นใจยิ่งขึ้นด้วยบริการหลังการขายภายใต้สโลแกน ‘เราดูแล คุณแค่ขับ’ ที่ลูกค้าสามารถมั่นใจได้ว่ารถยนต์ มิตซูบิชิ ทุกคันจะพร้อมใช้งานเสมอ ด้วยค่าบำรุงรักษาที่ไม่แพง

   พบกับมิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ ได้ที่โชว์รูม มิตซูบิชิ ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หรือ สามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมและติดต่อขอทดลองขับได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th  หรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 ที่เปิดให้บริการทุกวันตลอด 24ชั่วโมง

(*)เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กําหนด

 

NEW CARS : ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดตัว ฟอร์ด มัสแตง รุ่นพิเศษ ฉลองครบรอบ 55 ปี รถสปอร์ตแห่งตำนาน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   ฟอร์ด ประเทศไทยเปิดตัว ฟอร์ด มัสแตง รุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 55 ปี ที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีและออปชั่นเสริมสำหรับผู้ขับขี่ที่หลากหลายแตกต่างกัน โดยมีวางจำหน่ายเพื่อลูกค้าในประเทศไทยสองรุ่น คือ รุ่น 5.0L V8GT Coupe Performance Packและรุ่น2.3L EcoBoost Coupe Performance Pack

   ฟอร์ดเดินหน้าต่อยอดความสำเร็จของ ฟอร์ด มัสแตง ที่ครองตำแหน่งรถสปอร์ตคูเป้ที่ขายดีที่สุดในโลก ด้วยฟอร์ด มัสแตง รุ่นพิเศษในปี 2020ด้วยสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมที่สุด มาพร้อมเครื่องยนต์อันทรงพลัง มอบสมรรถนะความเร็วสูง อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อัจฉริยะและออปชั่นเสริมมากขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความชื่นชอบและความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกัน ด้วยดีไซน์ที่ปราดเปรียวและโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.0ลิตร และ เครื่องยนต์ EcoBoost ขนาด 2.3ลิตร ผสานกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 10สปีด พร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัยแพดเดิ้ลชิฟท์

   เครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.0ลิตร ได้รับการพัฒนาให้เหนือชั้นยิ่งขึ้นเพื่อมอบสมรรถนะในการขับขี่อันน่าตื่นเต้น ด้วยขุมพลังสูงสุด 449 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 529นิวตันเมตร ขณะที่เครื่องยนต์ EcoBoost ขนาด 2.3ลิตร ซึ่งประหยัดน้ำมันมากกว่า มอบขุมพลัง 290แรงม้าและแรงบิด 441นิวตันเมตร ฟอร์ด มัสแตง ทั้งสองรุ่นมาพร้อมชุดแต่ง Performance Pack ที่ให้เฟืองท้ายแบบ Limited-Slip ทำให้การขับขี่ในโค้งสนุกสนานขึ้น     พร้อมล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 19นิ้ว และฟีเจอร์เสริมอีกมากมายที่เข้ากับเอกลักษณ์ในการขับขี่ที่สนุกสนานในแบบฉบับของฟอร์ด มัสแตง ได้เป็นอย่างดี

   “ฟอร์ดมีความภาคภูมิใจที่ได้เปิดตัวรถสปอร์ตอเมริกันระดับตำนานในประเทศไทย ด้วย 2รุ่นย่อยจากไลน์อัพที่ทรงสมรรถนะที่สุดของฟอร์ด มัสแตง” นายวิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว “ฟอร์ด มัสแตง รุ่นพิเศษนี้ยังคงเป็นรถที่ครบครันด้วยสมรรถนะและดีไซน์ปราดเปรียวอันเป็นเอกลักษณ์ สมกับตำแหน่งรถสปอร์ตคูเป้ที่ขายดีที่สุดในโลก 5ปีซ้อน”

   ภายในห้องโดยสารของมัสแตง รุ่นพิเศษนี้ ได้รับการออกแบบให้มีความพรีเมียมกว่าเดิม ด้วยคอนโซลหน้ารถสไตล์สปอร์ตใหม่ พร้อมสัญลักษณ์ “MUSTANG FIFTY FIVE YEARS”ฉลองการครบรอบ 55ปีและเบาะหนัง RECARO® เบาะที่นั่งดีไซน์สำหรับรถแข่ง มอบความสบายและกระชับ รองรับการขับขี่ได้อย่างยอดเยี่ยมแม้ในเวลาเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่รถสปอร์ตสมรรถนะสูงได้อย่างเต็มที่

   ฟอร์ด มัสแตงรุ่นพิเศษนี้ยังสามารถปรับแต่งเครื่องยนต์ให้เข้ากับการขับขี่ที่สนุกสนานเร้าใจด้วยโหมดการขับขี่ มากมาย รวมถึงโหมด Good Neighbor Modeที่เป็นมิตรต่อเพื่อนบ้านซึ่งเหมาะสำหรับการขับขี่ตอนเช้าตรู่และยามดึก โดยชุดท่อไอเสีย Active Valve Performance Exhaust ช่วยลดเสียงของเครื่องยนต์ นอกจากนี้ ยังมีระบบ Electronic Line Lock ฟีเจอร์ซึ่งทำงานเฉพาะกับเบรกคู่หน้า เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเบิร์นยางคู่หลังได้ง่ายๆ ขณะรถจอดนิ่งก่อนออกตัว

เทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อความปลอดภัยและสะดวกสบาย

   ฟอร์ด มัสแตง ใหม่ ยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อัจฉริยะมากมาย รวมถึงระบบเตือนการชน (Pre-Collision Assist) ที่ผสานระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน (AEB) และระบบตรวจจับยานพาหนะ (Vehicle Detection) ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control) ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning System) และระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping System)ซึ่งจะช่วยให้ผู้ขับขี่มั่นใจในทุกการเดินทางบนท้องถนน

  ด้านระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC®3มาพร้อมหน้าจอมัลติทัชสกรีนขนาด 8นิ้ว และยกระดับไปอีกขั้นด้วยระบบสื่อสารและความบันเทิงล้ำสมัย รองรับการทำงานทั้งบน Apple CarPlay และ Android Auto™ผ่านการเชื่อมต่อได้ทั้งบลูทูธและไวไฟ ช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่พลาดการเชื่อมต่อ และยังคงความปลอดภัยขณะขับขี่

   นอกจากนี้ ฟอร์ด มัสแตง รุ่นพิเศษนี้ ยังครบครันด้วยฟีเจอร์เพื่อความปลอดภัยมากมาย ทั้งระบบช่วยโทรฉุกเฉิน ระบบควบคุมการทรงตัว Advancetrac® (Advancetrac® With Electronic Stability Programme) พร้อม ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (Traction Control) และระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน(Hill Launch Assist) เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในกับลูกค้าในประเทศไทย

   ฟอร์ด มัสแตง รุ่นพิเศษมีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ 3สีใหม่ คือสีน้ำเงิน เวโลซิตี้ บลู (Velocity Blue) สีส้ม ทวิสเตอร์ ออเรนจ์ (Twister Orange) และสีแดง แรพิด เรด (RapidRed) และ 1สีคลาสสิก คือสีเทา แมคเนติค เมทัลลิค (Magnetic Metallic)   

ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ สำหรับฟอร์ด มัสแตง รุ่นฉลองครบรอบ 55ปีทั้งสองตัวเลือกเครื่องยนต์ ได้แก่

  • ฟอร์ด มัสแตง 5.0L V8 GT Coupe Performance Packราคา 4,899,000 บาท
  • ฟอร์ด มัสแตง 2.3L EcoBoost Coupe Performance Packราคา 3,699,000 บาท

   ฟอร์ด มัสแตง รุ่นพิเศษที่ผลิตขึ้นเพื่อฉลองการครบรอบ 55ปี ของ ฟอร์ด มัสแตง พร้อมให้ลูกค้าจองแล้ว ณ ผู้จำหน่ายฟอร์ด มัสแตง อย่างเป็นทางการ 9แห่ง ทั้งในกรุงเทพ และต่างจังหวัด ในจำนวนจำกัดเท่านั้น

   พิเศษสุดสำหรับลูกค้าฟอร์ด มัสแตง ใหม่ จะได้รับความคุ้มค่าและความสะดวกสบายที่เหนือกว่า มอบการดูแลอย่างดีตลอด5 ปี ด้วยแพ็กเก็จ ‘Ford Five YearsPremium Care’ที่มาพร้อมการรับประกันคุณภาพรถนานสูงสุดถึง 5ปี พร้อมบริการฟรีค่าแรงและค่าอะไหล่ในการตรวจเช็คตามระยะ อีกทั้งบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24ชั่วโมง เป็นเวลา 5 ปี

   สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้จำหน่ายฟอร์ด มัสแตง อย่างเป็นทางการ และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ ฟอร์ด คอลเซ็นเตอร์ โทร. 1383หรือบนเว็บไซต์ www.ford.co.th

 

NEW CARS : บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เผยโฉมบีเอ็มดับเบิลยู M2 CS ใหม่ ส่งความเร็วเร้าใจเต็มพิกัดจากสนามแข่งสู่ท้องถนน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทยเผยโฉมบีเอ็มดับเบิลยู M2 CS รถสปอร์ตสมรรถนะสูงตระกูล Mในดวงใจของแฟน ๆ ที่ผสานความเร้าใจจากสนามแข่งเข้ากับการขับขี่ในชีวิตประจำวันไว้ได้อย่างลงตัว สานต่อตำนานมอเตอร์สปอร์ตด้วยความเร็ว แรง เร้าใจทะลุพิกัดในสไตล์ M ด้วยสมรรถนะที่เหนือว่ารุ่นก่อนหน้าอย่าง M2 Competitionทั้งในด้านดีไซน์ ระบบขับเคลื่อน และสุนทรียภาพในการขับขี่ ซึ่งบีเอ็มดับเบิลยู M2 CS ใหม่นี้ นับเป็นรุ่นแรกของตระกูล M ในเซกเมนต์พรีเมียมคอมแพ็คที่ผลิตมาในรุ่นพิเศษและมีช่วงการผลิตที่จำกัด

   มร.อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยกล่าวว่า “บีเอ็มดับเบิลยู M2 CS ใหม่นี้ ได้รับการพัฒนาให้โดดเด่น เน้นย้ำความเป็นที่สุดแห่งสมรรถนะจากสนามแข่งในแบบของบีเอ็มดับเบิลยู M และแตกต่างจากบีเอ็มดับเบิลยู M2 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสมาชิกตระกูล M ที่แฟน ๆ บีเอ็มดับเบิลยูชื่นชอบกันเป็นอย่างมาก โดยสมรรถนะที่มาในบีเอ็มดับเบิลยู M2 CS เรียกได้ว่าทรงพลังเทียบเท่ากับรถแข่งพันธุ์แท้ แต่ยังคงไว้ซึ่งสุนทรียภาพและความสะดวกสบายของการขับขี่ในชีวิตประจำวันบนท้องถนน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอกลักษณ์การขับขี่ที่สนุกสนานในสไตล์บีเอ็มดับเบิลยู และการเปิดตัวบีเอ็มดับเบิลยู M2 CSใหม่ในครั้งนี้ ยังเป็นข้อพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของเราในการมอบตัวเลือกทางยนตรกรรมที่หลากหลายให้แก่ลูกค้า ครอบคลุมทุกความต้องการไม่ว่าจะเป็นในแง่ของเครื่องยนต์ ประเภทรถ ไปจนถึงไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง เรียกได้ว่าเป็นการมอบพลังแห่งทางเลือกให้กับลูกค้าได้อย่างแท้จริง”

   บีเอ็มดับเบิลยู M2 รถสปอร์ตสมรรถนะสูงในดวงใจของแฟน ๆ ได้หวนคืนสู่ท้องถนนอีกครั้งเพื่อสานต่อตำนานแห่งความทรงพลังของตระกูล M กับความเร้าใจที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิมในรุ่นบีเอ็มดับเบิลยู M2 CS ที่สืบทอดเอกลักษณ์จากรุ่นก่อนหน้าอย่าง M2 Competition แต่ยกระดับสมรรถนะอย่างรอบด้านด้วยดีเอ็นเอความโฉบเฉี่ยวแบบฉบับ CS จากรุ่นพี่อย่าง M3 CS และ M4 CS ได้รับการพัฒนาจากพื้นฐานรถแข่งของบีเอ็มดับเบิลยู M2 CS Racing ตอบโจทย์ผู้หลงใหลในความรวดเร็วที่มองหารถยนต์คู่ใจในชีวิตประจำวัน

   ความพิเศษของบีเอ็มดับเบิลยู M2 CS ใหม่ อยู่ที่การใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์เพื่อลดน้ำหนักพร้อมเสริมประสิทธิภาพการระบายอากาศและแอโรไดนามิกส์ในชิ้นส่วนต่าง ๆ ด้านนอกรถ ไม่ว่าจะเป็นกระโปรงหน้าในวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ ที่ช่วยลดน้ำหนักให้เบาลงถึง 50 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มความโดดเด่นด้วยช่องระบายอากาศที่กึ่งกลางกระโปรงหน้าในสีดำเงา ช่วยลดแรงกดและเสริมประสิทธิภาพการระบายอากาศในห้องเครื่อง นอกจากนี้ หลังคารถยังมาในโครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์เป็นครั้งแรกในรุ่น M2 ช่วยพัฒนาทั้งในเรื่องความแข็งแกร่งและลดเสียงรบกวนจากภายนอก อีกทั้งสร้างจุดศูนย์ถ่วงต่ำร่วมกับกระโปรงหน้าเพื่อความปราดเปรียวยิ่งขึ้น ชิ้นส่วนภายนอกอื่น ๆ ที่มาในวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ ได้แก่ ลิ้นกันชนหน้า สปอยเลอร์หลัง แผงใต้กันชนท้าย และฝาครอบกระจกข้าง ซึ่งทำงานร่วมกันในการเสริมประสิทธิภาพการไหลผ่านของอากาศเพื่อศักยภาพในการเกาะถนนที่ดียิ่งขึ้น

   บีเอ็มดับเบิลยู M2 CS ใหม่ ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังสมรรถนะสูงจากเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ ขนาด 3.0 ลิตร พร้อมเทคโนโลยี M TwinPower Turboส่งพละกำลัง 331 กิโลวัตต์/450 แรงม้า สูงกว่าบีเอ็มดับเบิลยู M2 Competition ถึง 29 กิโลวัตต์/40 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 550 นิวตันเมตร โลดแล่นด้วยความเร็วจากหยุดนิ่งถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในเวลา 4.0 วินาที สู่ความเร็วสูงสุด 280 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ M แบบคลัทช์คู่ 7 สปีด พร้อมระบบ Drivelogic ก็พร้อมให้ผู้ขับขี่เลือกโหมดการขับขี่ได้ 3 โหมดตามต้องการ ได้แก่ COMFORT SPORT และ SPORT+

   ระบบช่วงล่างของบีเอ็มดับเบิลยู M2 CS ใหม่ ได้รับการออกแบบมาเพื่อการขับขี่ทั้งบนสนามแข่งและบนท้องถนน มาพร้อมระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ (Dynamic Stability Control)และระบบเฟืองท้ายแบบ Active M (Active M Differential) ที่ปรับการควบคุมการล็อกเฟืองท้ายด้วยไฟฟ้าให้เหมาะสมตามสภาวะการขับขี่ ขณะที่โหมด M Dynamic (MDM)จะเปิดใช้งานทันทีที่เลือกโหมดการขับขี่แบบ SPORT+หรือกดปุ่ม DSC ขณะขับขี่ในโหมดอื่น ๆ เพื่อเพิ่มอิสระในการควบคุมให้โลดแล่นได้โฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น บีเอ็มดับเบิลยู M2 CS ใหม่ ยังมาพร้อมระบบช่วงล่าง Adaptive Mเป็นครั้งแรก เสริมความสปอร์ตด้วยล้ออัลลอยน้ำหนักเบาแบบ M ขนาด 19 นิ้ว ลาย V-Spoke พร้อมเบรก M Sport และคาลิเปอร์เบรกในสีแดงสะดุดตาสำหรับรุ่นเกียร์อัตโนมัติ

   ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยสีตัวถัง Misano Blue metallicท้ายรถคงเอกลักษณ์ความสปอร์ตด้วยท่อไอเสียสแตนเลสแบบคู่ทั้งสองข้าง พร้อมสลักตัวอักษร M ภายในมอบความรู้สึกเร้าใจแบบฉบับรถแข่งด้วยพวงมาลัย M Sport เบาะนั่งหนังแท้สไตล์ M Sport สีดำตัดตะเข็บสีแดง เสริมโฉบเฉี่ยวด้วยสีสันจากลาย BMW Mบริเวณพนักพิงศีรษะ บนขอบประตูสลักโลโก้ M2 CS เสริมเอกลักษณ์ความโดดเด่นไม่ซ้ำใคร

   บีเอ็มดับเบิลยู M2 CS ใหม่ มีราคาจำหน่าย 6,999,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)

 

NEW CARS : ฮอนด้า เสริมลุคเอสยูวีไอคอน “ซีอาร์-วี ใหม่” ด้วยชุดแต่งพรีเมียมโมดูโล (Modulo) อัปเลเวลดีเอ็นเอความสปอร์ตหรูอีกขั้นกับหลากหลายไอเท็มพิเศษ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เสริมเอกลักษณ์ความแข็งแกร่ง เพิ่มดีกรีความสปอร์ตหรูหราขึ้นอีกขั้นของพรีเมียมเอสยูวีไอคอนฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ เอาใจสายแต่งรถด้วยชุดอุปกรณ์ตกแต่งระดับพรีเมียมโมดูโล (Modulo) รอบคัน ที่สะท้อนถึงดีไซน์การออกแบบที่โดดเด่นลงตัว เสริมด้วยหลากหลายไอเท็มพิเศษ ที่ยกระดับเอกลักษณ์ความอเนกประสงค์ ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน

อย่างสมบูรณ์แบบ โดยมีให้เลือก 2 แพ็กเกจ ได้แก่

   Sport Package ราคา 36,000บาท ประกอบด้วย ชุดตกแต่งกันชนด้านหน้า (แบบ 2 ชิ้น) ชุดตกแต่งกันชนด้านหลัง (แบบ 2 ชิ้น) ชุดแผงใต้กันชนด้านหน้า บันไดข้าง (แบบ 2 ชิ้น) ชุดตกแต่งกระจกมองข้าง
(แบบ 2 ชิ้น) และ ชุดตกแต่งฝาท้ายคิ้วโครเมียม

   Smart Package ราคา 30,500บาท ประกอบด้วย ชุดตกแต่งกันชนด้านหน้า (แบบ 2 ชิ้น) ชุดตกแต่งกันชนด้านหลัง (แบบ 2 ชิ้น) ชุดแผงใต้กันชนด้านหน้า และ สปอยเลอร์หลังแบบสปอร์ต

   พร้อมแนะนำไอเท็มพิเศษใหม่ ได้แก่ คิ้วตกแต่งซุ้มล้อด้านหน้า (แบบ 2 ชิ้น) ราคา 2,500 บาท ปลอกท่อไอเสียสเตนเลส ราคา 1,750 บาท และ ชุดป้องกันรอยบริเวณที่เปิดประตูโครเมียม (1 ชุด มี 4 ชิ้น) ราคา 1,200 บาทอีกทั้งไอเท็มชุดแต่งอื่นๆ ที่มีให้เลือกสรรอย่างหลากหลาย รองรับทุกไลฟ์สไตล์การใช้งาน อาทิ แผงครอบกันรอยขอบห้องสัมภาระ กระบะใส่ของท้ายรถ แผ่นกั้นห้องสัมภาระ คิ้วบันไดสเตนเลสพร้อมไฟ LED เป็นต้น

   ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ มาพร้อมดีไซน์ภายนอกที่สปอร์ตหรูหราและแข็งแกร่งในทุกมิติ โดดเด่นด้วยหลังคาซันรูฟไฟฟ้าแบบพาโนรามา (Panoramic Sunroof) พร้อมระบบเปิด-ปิดแบบ One-Touchและไฟเลี้ยวด้านหน้าแบบ LED Sequentialมั่นใจยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING)และ ฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT)ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง ครบครันด้วยฟังก์ชันอำนวยความสะดวกสบายล้ำสมัยระดับพรีเมียม อาทิ อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย ระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่ กระจกมองหลังปรับลดแสงอัตโนมัติฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมระบบแฮนด์ฟรี โดยมีให้เลือก ทั้งแบบ 7ที่นั่งและ 5ที่นั่งกับ 2ขุมพลังทางเลือก เครื่องยนต์ดีเซล 1.6ลิตร i-DTEC DIESEL TURBO และเครื่องยนต์เบนซิน 2.4ลิตร DOHCi-VTECมาพร้อมทางเลือกระบบขับเคลื่อนสองล้อ 2WD และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4WD ตอกย้ำการเป็นยนตรกรรมพรีเมียมเอสยูวีไอคอนที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบ

   ลูกค้าที่สนใจ ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่และชุดอุปกรณ์ตกแต่งระดับพรีเมียมโมดูโล (Modulo)หรือข้อมูลเพิ่มเติมอื่นๆ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้กับที่ปรึกษาการขายผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.honda.co.th/autoshowหรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center) โทร. 023417777 หรือที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

   อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ ได้ที่ www.honda.co.th/crvรายละเอียดโปรโมชันและข้อเสนอพิเศษสำหรับรถยนต์ฮอนด้าได้ที่www.honda.co.th/promotionsและข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ฮอนด้า ได้ที่ www.hondaaccess.co.th

 

NEW CARS : “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์” เติมเต็มพลานุภาพ เพิ่มเกียร์อัตโนมัติครบทุกรุ่น ตามคำเรียกร้อง

 

 

 

 

 

 

 

 

อีซูซุยกระดับความสะดวกสบายในทุกการขับขี่ ตอบสนองคำเรียกร้องของลูกค้าผู้ใช้รถโดยเพิ่มรถรุ่นเกียร์อัตโนมัติที่มาพร้อมระบบความปลอดภัยครบครันในรถปิกอัพ “ออลนิว อีซูซุ     ดีแมคซ์ พลานุภาพ...พลิกโลก!” (The “All-NewIsuzuD-Max…InfinitePotential”)ครบทุกรุ่น ทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถปิกอัพความสูงมาตรฐานเพื่อตอกย้ำในความเป็นรถที่คุ้มค่าเงินสูงสุด  

   กลุ่มตรีเพชร โดย นางปนัดดา เจณณวาสิน กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัดเผยว่า“ด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ประกอบกับวิกฤติโควิด-19ส่งผลกระทบให้ยอดขายในตลาดรถยนต์เมืองไทย8 เดือนแรกของปีนี้หดตัวลงไปมากเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีที่แล้ว แต่ “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ...พลิกโลก!” ยนตรกรรมที่เหนือกว่าคำว่าปิกอัพ ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา ยังคงมีกระแสความร้อนแรงจนถึงปัจจุบัน และเป็นที่น่าสังเกตว่าในทุกวิกฤติ รถปิกอัพจะเป็นที่ต้องการมากเพราะสามารถนำมาใช้งานได้อเนกประสงค์ และลูกค้าจะคิดถึงรถที่คุ้มค่าเงินเป็นหลัก ทำให้รถอีซูซุได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษจากคุณสมบัติเรื่องการประหยัดน้ำมัน ความแข็งแกร่งทนทาน และราคาขายต่อสูง ดังนั้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้รถ และเพิ่มทางเลือกแห่งความสะดวกสบายในการ  ขับขี่ อีซูซุจึงได้เพิ่มรุ่นรถที่มีเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมโหมดการขับขี่แบบสปอร์ต Rev Tronic ซึ่งสามารถเลือกเปลี่ยนเกียร์ได้แบบเกียร์ธรรมดา ในรถ “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ...พลิกโลก!”จนครบทุกรุ่น ซึ่งมาพร้อมระบบความปลอดภัยที่เหนือชั้นในรถปิกอัพความสูงมาตรฐาน ได้แก่ รุ่นแค็บโฟร์ รุ่นสเปซแค็บ และรุ่นสปาร์ค ขับเคลื่อน 2 ล้อพร้อมส่งมอบกลางเดือนตุลาคม ศกนี้ เป็นต้นไป”

   รถปิกอัพ “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ...พลิกโลก!”เครื่องยนต์ 1.9 ดีดีไอ          บลูเพาเวอร์ ที่มีการเพิ่มรุ่นเกียร์อัตโนมัติให้เลือก มาพร้อมระบบความปลอดภัยที่ช่วยในการควบคุมรถได้ง่ายทุกสถานการณ์อย่างครบครัน ได้แก่ ระบบควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESC (Electronic Stability Control)ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีขณะออกตัว TCS (Traction Control System) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA (Hill Start Assist)และระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC (Hill Descent Control)โดยมีรายละเอียดและราคา ดังนี้

·       ใหม่!ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ แค็บโฟร์  รุ่น S  ราคา 721,000บาท

(สีเมทัลลิก เพิ่ม 7,000 บาท)

·       ใหม่! ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ สเปซแค็บ รุ่น S  ราคา 640,000 บาท

(สีเมทัลลิก เพิ่ม 7,000 บาท)

·       ใหม่! ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ สปาร์ค 4x2  ซึ่งมีการปรับโฉมห้องโดยสารใหม่ เพิ่มที่วางแขนพร้อมช่องเก็บของระหว่างที่นั่งคนขับและผู้โดยสาร  ราคา607,000 บาท

(สีเมทัลลิก เพิ่ม 7,000 บาท)

·       ใหม่! ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ แค็บ/แชสซีส์  ราคา545,000 บาท

   ติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ :  www.isuzu-tis.com Facebook : All-New Isuzu D-Max  และ Line Official : Isuzu Thailand

 

NEW CARS : ปอร์เช่ เปิดตัวยนตรกรรมสปอร์ตซาลูน รุ่นปรับโฉม เสริมทัพด้วยรุ่นไฮบริดและยกระดับสมรรถนะสูงสุดให้แก่ พานาเมร่า (Panamera)

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

   สะท้อนความแตกต่างอย่างเหนือระดับ ปอร์เช่ พานาเมร่า ใหม่(The new Porsche Panamera)ถึงเวลาเติมเต็มทางเลือกที่หลากหลายผสมผสานสมรรถนะของรถสปอร์ตและความสะดวกสบายในรูปแบบรถสปอร์ตซาลูนสุดหรูด้วยพละกำลัง สูงสุดกว่า 630 แรงม้า(463กิโลวัตต์) พานาเมร่า เทอร์โบ เอส (Panamera Turbo S) จึงกลายเป็นรถสปอร์ตซาลูนจากสายการผลิตปกติที่ถือได้ว่าให้สมรรถนะการขับขี่ดีเยี่ยมที่สุดในรถระดับเดียวกันเรือธง คันใหม่ของรุ่นมีการพัฒนาในหลายส่วนให้ดีขึ้นกว่า พานาเมร่า เทอร์โบ(Panamera Turbo) ในรุ่นก่อนหน้า ปอร์เช่ไม่ละเลยที่จะยกระดับตัวรถให้เหนือชั้นในเชิงของกลยุทธการพัฒนาด้านE-Performanceพานาเมร่า โฟร์เอส อี ไฮบริด(Panamera 4S E-Hybrid) คือรุ่นที่ได้รับการเปิดตัวเข้ามาเติมเต็มสายพันธุ์plug-in hybrids ติดตั้งระบบขับเคลื่อนใหม่ให้พละกำลังสูงสุด 560แรงม้า(412กิโลวัตต์) เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่น ไฮบริด ก่อนหน้า พบว่าพิสัยระยะการเดินทางด้วยพลังงานไฟฟ้าอย่างเดียว เพิ่มขึ้นถึง 30 เปอร์เซ็นต์ ความนุ่มนวล และความสปอร์ต คือประโยชน์ที่ได้รับจากการปรับปรุงชิ้นส่วนต่างๆ ของระบบช่วงล่างและระบบควบคุมการทำงานจนสามารถสัมผัสได้ ชัดเจน ยิ่งขึ้นเมื่อทำงานร่วมกับระบบควบคุมพวงมาลัย และยางรถยนต์สมรรถนะสูงเจเนอเรชันล่าสุด

   เทอร์โบ เอส (Turbo S): อัตราเร่ง 0ถึง100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน3.1 วินาทีพละกำลังสูงสุดกว่า 630 แรงม้า(463กิโลวัตต์) พร้อมแรงบิดมหาศาลถึง820 นิวตันเมตร พานาเมร่า เทอร์โบ เอส (Panamera Turbo S) ให้แรงม้ามากขึ้นถึง80แรงม้า(59 กิโลวัตต์) และให้แรงบิดมากขึ้นถึง 50 นิวตันเมตร เมื่อเปรียบเทียบกับพานาเมร่า เทอร์โบ (Panamera Turbo)ขุมพลังสันดาปภายในรุ่นก่อนหน้า ผลลัพธ์คือสมรรถนะ การขับขี่ที่เหนือชั้นขึ้นไปอีกระดับ เมื่อเลือกใช้งานSport Plus mode รุ่นเทอร์โบ เอส(Turbo S)ให้อัตราเร่งจาก0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในระยะเวลาเพียง3.1 วินาที การพัฒนาเกิดขึ้นในWeissach และผลิตที่โรงงานZuffenhausen ขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินขนาด 4.0ลิตรV8 เทอร์โบคู่ ผ่านการปรับปรุงใหม่หมดจดแทบทุกจุดให้รถทำความเร็ว สูงสุดได้ถึง315 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อให้สามารถถ่ายทอดกำลังมหาศาลลงสู่พื้นถนนได้อย่างเต็มที่ภายใต้การควบคุม ที่เเม่นยำและให้ประสิทธิภาพในการเข้าโค้งอย่างไร้ที่ติ สิ่งที่ปอร์เช่นำมาใช้คือระบบช่วงล่างถุงลมthree-chamber air suspensionระบบควบคุมการทรงตัวPorsche Active Suspension Management (PASM) และroll stabilisation Porsche Dynamic Chassis Control Sport (PDCC Sport) รวมทั้งระบบPorsche Torque Vectoring Plus (PTV Plus) ทั้งหมดได้รับการปรับแต่งอย่างละเอียดเพื่อให้การตอบสนองที่เหมาะสมกับสมรรถนะของแต่ละรุ่น

   ปอร์เช่ พานาเมร่า เทอร์โบ เอสใหม่ (The new Porsche Panamera Turbo S) ผ่านบทพิสูจน์ในเชิง ของสมรรถนะการขับขี่ที่ไร้การประนีประนอมใดๆ มาเรียบร้อยแล้วจากการพิชิตสนามระดับตำนานNürburgring Nordschleife: โดย Lars Kern นักขับทดสอบมือฉมังวิ่งรอบสนามซึ่งถือเป็นศาสดาของสนามแข่งแห่งหนึ่งในโลก ระยะทางรวม 20.832 กิโลเมตร ภายในระยะเวลา7:29.81 นาทีบันทึกสถิติใหม่อย่างเป็นทางการในประเภทรถยนต์“executive cars”

เติมเต็มความสปอร์ต พร้อมความนุ่มนวล ด้วยระบบช่วงล่างปรับแต่งใหม่

   เครื่องยนต์เบนซินV8 เทอร์โบคู่ ใน พานาเมร่า จีทีเอส(Panamera GTS) ได้รับการปรับปรุงเพิ่มเติม โดยเน้นไปที่พละกำลังสูงสุด ผลลัพธ์ที่ได้คือตัวเลข480แรงม้า(353กิโลวัตต์) และแรงบิด620 นิวตันเมตรพานาเมร่า จีทีเอส ใหม่(The new Panamera GTS) ให้กำลังมากกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง20แรงม้า(15กิโลวัตต์) โดยความแรงที่มากยิ่งขึ้นสามารถตอบสนองผู้ขับขี่ได้อย่างต่อเนื่อง จนใกล้เคียงกับรอบการทำงานสูงสุดของเครื่องยนต์ ซึ่งมีบุคลิกการทำงานที่คล้ายคลึงกับรถสปอร์ตสไตล์ดั้งเดิมที่ติดตั้งเครื่องยนต์ไร้ระบบอัดอากาศให้เสียงคำรามที่เปี่ยมไป ด้วยเอกลักษณ์ของเครื่องยนต์V8 ที่สัมผัสได้ถึงความเเข็งเเกร่งดุดันยิ่งกว่าที่เคยจนต้องยกประโยชน์ให้ระบบระบายไอเสียsports exhaust ใหม่ ที่มาพร้อมหม้อพักท่อไอเสียท้ายแบบasymmetrically positioned

    ปอร์เช่ พานาเมร่า(Porsche Panamera) และ พานาเมร่า โฟร์(Panamera 4)ประจำการด้วยเครื่องยนต์เบนซิน2.9-ลิตรV6 เทอร์โบคู่ ในทุกภูมิภาคที่วางจำหน่าย ให้พละกำลังสูงสุด330 แรงม้า (243กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด450 นิวตันเมตร ตัวเลขสมรรถนะที่ทำได้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง

   ช่วงล่างและระบบควบคุม ได้รับการปรับแต่งให้เกิดความสมดุลระหว่างการขับขี่ที่ดุดันสไตล์สปอร์ตและความนุ่มนวล สะดวกสบายอันเป็นคุณลักษณะเด่นที่สำคัญของ พานาเมร่า ใหม่ (The new Panamera) ในทุกรุ่น ถือเป็นครั้งแรก สำหรับบางระบบในการรีดศักยภาพการทำงานออกมาจนสมบูรณ์แบบ อาทิระบบPorsche Active Suspension Management (PASM) ที่ผ่านการปรับปรุงจนสามารถรู้สึกได้อย่างชัดเจนถึงความนุ่มนวลที่เพิ่มขึ้นขณะโดยสาร ขณะที่ ระบบ roll stabilisation Porsche Dynamic Chassis Control Sport (PDCC Sport) ได้รับการเพิ่มขีดความสามารถ ในด้านการควบคุม เพื่อให้มั่นใจในเสถียรภาพการทรงตัวทั้งหมดมีเพียงระบบควบคุมพวงมาลัยและยางรถยนต์ เท่านั้นที่เป็นอุปกรณ์ในเจเนอเรชันใหม่ 

4 เอส อี ไฮบริด (4S E-Hybrid) พร้อมแบตเตอรี่17.9 กิโลวัตต์ วิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าได้ไกลสุด54 กิโลเมตร

   ปอร์เช่ นำเสนอนิยามใหม่ของยนตรกรรมplug-in hybrid เปี่ยมประสิทธิภาพ พานาเมร่า 4 เอส อี ไฮบริด ใหม่ (The new Panamera 4S E-Hybrid) ยานยนต์อัจฉริยะประสานพลังระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด136แรงม้า(100กิโลวัตต์) และเครื่องยนต์เบนซิน2.9ลิตรV6เทอร์โบคู่ กำลังสูงสุด440แรงม้า (324กิโลวัตต์) เมื่อทำงานร่วม กันก่อให้เกิดความแรงระดับ 560แรงม้า (412กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุดที่ 750นิวตันเมตร ถ่ายทอดกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ PDKคลัทช์คู่ 8 จังหวะ ให้ผลตัวเลขสมรรถนะการขับขี่สุดแสนประทับใจเมื่อทำงาน ร่วมกับชุดแต่งเพิ่มสมรรถนะ Sport Chrono Packageอัตราเร่งจาก0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ภายใน ระยะเวลาเพียง3.7 วินาที ความเร็วสูงสุดกว่า298 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความจุแบตเตอรี่ปรับเพิ่มขึ้นจาก14.1 เป็น17.9 กิโลวัตต์ เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นก่อนหน้าการปรับปรุงเซลล์แบตเตอรี่และการทำงานของdriving modesช่วยให้ ประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานดีขึ้น4 เอส อี ไฮบริด (4S E-Hybrid)สามารถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าได้ไกลสุดถึง54 กิโลเมตร เมื่อทดสอบตามมาตรฐานWLTP EAER City (มาตรฐาน NEDC: ทำได้สูงสุดที่64กิโลเมตร)

ภาพลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยว ปราดเปรียวเหนือระดับ

   ปอร์เช่ พานาเมร่าใหม่ (The new Porsche Panamera) นอกเหนือจากรุ่นสปอร์ตซาลูนยังเพิ่มทางเลือกในรูปแบบตัวถัง สปอร์ต ทัวริสโม (Sport Turismo) หรือรุ่นเอ็กเซ็คคูทีฟ(Executive) ฐานล้อยาว โดยขึ้นอยู่กับระบบขับเคลื่อน ในแต่ละรุ่นได้รับการติดตั้งชุดแต่งตัวถังSport Design ซึ่งเคยเป็นอุปกรณ์พิเศษในรุ่นที่แล้ว มาเป็นมาตรฐานครีบดักอากาศกันชนหน้าสุดเฉียบคม  ช่องอากาศด้านข้างตัวถังขนาดใหญ่ และโคมไฟหน้าแบบsingle-barมุมมองด้านหน้าที่ใหม่หมดจดของ พานาเมร่า เทอร์โบ เอส(Panamera Turbo S) สร้างความแตกต่าง จากช่องดักอากาศด้านข้างที่ขยายใหญ่ขึ้นและชิ้นงานตกแต่งตัวถังภายนอกดีไซน์ใหม่พ่นสีเดียวกับตัวรถติดตั้งต่อเนื่อง ทุกชิ้นในแนวราบเน้นย้ำรูปทรงตัวรถให้ดูกว้างยิ่งขึ้นชุดไฟหน้าภายในโคมของรุ่น เทอร์โบ ได้รับการออกแบบให้แตกต่าง จากรุ่นอื่นแถบเรืองแสงท้ายรถปรับปรุงใหม่วางตำแหน่งต่อเนื่องแนบสนิทไปกับรูปทรงเหนือแนวฝากระโปรงท้ายเป็น จุดเชื่อมต่อสายตาเพิ่มความลื่นไหลระหว่างไฟท้ายLEDดีไซน์ใหม่ทั้ง 2  ฝั่ง เสริมมาดสปอร์ตเต็มพิกัดในรุ่นจีทีเอส (GTS) ด้วยไฟท้ายรมดำเป็นอุปกรณ์มาตรฐานพร้อมฟังก์ชันdynamic coming/leaving homeเพิ่มทางเลือกในการตกแต่ง ด้วยล้ออัลลอยลวดลายใหม่ขนาด20และ21นิ้วรวมเป็นล้ออัลลอยที่สามารถรองรับความต้องการได้ทั้งหมดกว่า 10 ดีไซน์

ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ เสริมความปลอดภัย และความสะดวกสบาย

   ปอร์เช่ พานาเมร่า (Porsche  Panamera) ยกระดับระบบช่วยเหลือการขับขี่และระบบไฟส่องสว่างให้เหนือชั้นขึ้นไปอีกขั้น อาทิ อุปกรณ์มาตรฐานระบบLane Keeping Assistพร้อมระบบตรวจจับสัญญาณจราจรroad sign recognition รวมทั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่เวลากลางคืนNight Vision AssistระบบLane Change Assistไฟหน้าLED matrixพร้อมระบบPDLS Plusระบบช่วยเตือนการจอด Park Assist ซึ่งรวมเอากล้องรอบคันSurround View และการแสดงข้อมูลบนกระจกหน้าhead-up display

ราคาจำหน่าย

   ปอร์เช่ พานาเมร่า ใหม่ (The new Porsche Panamera)ปอร์เช่ พานาเมร่า เทอร์โบ เอส ใหม่ (The new Porsche Panamera TurboS)ปอร์เช่ พานาเมร่า เทอร์โบ ใหม่ (The new Porsche Panamera Turbo)  ปอร์เช่ พานาเมร่า จีทีเอส ใหม่ (The new PorschePanamera GTS)  และปอร์เช่ พานาเมร่า โฟร์เอส อี ไฮบริด ใหม่ (The new PorschePanamera 4S E-Hybrid)พร้อมรับคำสั่งซื้อเเล้ววันนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูม ปอร์เช่ เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ทุกสาขา พบกับข้อมูลข่าวสาร สื่อภาพยนต์เเละภายถ่ายอื่นๆ  ได้ที่ Porsche Newroom:newsroom.porsche.com

   อัตราการการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยและอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้รับการตรวจสอบตามมาตรฐาน สากลที่สอดคล้องกับวิธีการ Light Vehicle Test Procedure (WLTP) ล่าสุดสำหรับค่าการตรวจวัด อัตราการบริโภคตาม มาตรฐานNEDC ที่ระบุในบทความนี้ ใช้อ้างอิงได้เฉพาะสภาพการทดสอบในช่วงเวลาเดียวเท่านั้นไม่สามารถ นำมาเปรียบเทียบกับค่าการตรวจวัดอัตราการบริโภคของNEDCที่ได้จากวิธีการอื่นใดก่อนหน้าการทดสอบนี้

   สำหรับข้อมูลอย่างเป็นทางการของผลทดสอบอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยและอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนได ออกไซด์ในรถยนต์รุ่นใหม่อื่นๆ สามารถค้นหาได้จากเอกสารGuidelines on fuel consumption, CO2 emissions and power consumption of new passenger cars” [Leitfaden über den Kraftstoffverbrauch, die CO2-Emissionen und den Stromverbrauch neuer Personenkraftwagen], ผ่านตัวแทนจำหน่ายและสถาบันDeutsche Automobil Treuhand GmbH (DAT) โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

 

NEW CARS : โตโยต้า แนะนำ YARIS และ ATIV “รุ่นปรับปรุงโฉมใหม่” ที่สุดของความคุ้มค่า ตอบโจทย์ความเป็นตัวคุณ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำอีโคคาร์แฮทช์แบ็ค YARIS และอีโคคาร์ซีดานยอดนิยม ATIV“รุ่นปรับปรุงโฉมใหม่” ที่ปรับดีไซน์ใหม่ให้โฉบเฉี่ยวสไตล์สปอร์ตพรีเมียมมากยิ่งขึ้น มาพร้อมmujกสดหกสด กับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและฟังก์ชันความปลอดภัยที่ครบครัน ให้ความมั่นใจในการขับขี่ทุกเส้นทาง พร้อมความคุ้มค่าตอบโจทย์ในทุกไลฟ์สไตล์การใช้งานได้อย่างลงตัวเมื่อวันที่ 19สิงหาคม 2563

   YARIS อีโคคาร์แฮทช์แบ็คยอดนิยมเครื่องยนต์ขนาด 1.2ลิตร ทำการเปิดตัวในเดือนตุลาคมปี 2556 เพื่อตอบสนองความนิยมรถเครื่องยนต์ขนาดเล็กในประเทศไทยและในเดือนสิงหาคมปี 2560ได้เปิดตัวรถ           อีโคคาร์ซีดานครั้งแรกกับ ATIV ที่โดดเด่นด้วยสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว กว้างขวาง สะดวกสบาย พร้อมสมรรถนะการขับขี่คล่องตัว ให้ความรู้สึกสนุกสนานในทุกการขับขี่ (Fun-To-Drive) อีกทั้งยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและประหยัดน้ำมันสูงสุด ที่สำคัญเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐานเหนือรถระดับเดียวกัน พร้อมด้วยการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ  5 ดาว จากอาเซียน เอ็นแคป (ASEAN NCAP)* ทำให้ครองใจลูกค้าชาวไทยด้วยดีตลอดมา โดยYARISสามารถสร้างยอดขายสูงสุดในตลาดอีโคคาร์แฮทช์แบ็ค ด้วยยอดขายสะสมมากกว่า 256,000** คัน และ ATIV มียอดขายสะสมในตลาดรถยนต์
อีโคคาร์ซีดานของประเทศไทยมากกว่า 90,000*** คัน

*รางวัลการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5ดาวจากการทดสอบการชนรถใหม่ในอาเซียน หรืออาเซียน เอ็นแคป

ตามหลักเกณฑ์การประเมินแบบใหม่สำหรับ พ.ศ. 2560  – 2563 จัดขึ้นที่ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560

**ข้อมูลยอดขายสะสมของ YARIS ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2556 – เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2563

***ข้อมูลยอดขายสะสมของ ATIVตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2560 – เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2563

 

   มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “ก่อนอื่นผมขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้การตอบรับรถยนต์โตโยต้า YARIS และ ATIV เป็นอย่างดีตลอดมา โดยในรุ่นปรับปรุงใหม่ในปี 2020 นี้ บริษัทฯ ยังคงรักษาไว้ซึ่งพื้นฐาน อันสำคัญทางด้านคุณภาพ (Quality)ความทนทาน(Durability)และความน่าเชื่อถือ(Reliability)รวมไปถึงการพัฒนาในด้านดีไซน์ให้มีความสปอร์ต หรูหรา ล้ำสมัย ทั้งภายนอกและภายใน อีกทั้งยังมีความคุ้มค่าและมาพร้อมกับสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกสนาน (Fun-To-Drive) รวมไปถึงระบบความปลอดภัยที่เหนือกว่ารถในระดับเดียวกัน และเพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าทุกท่านจะได้รับผลิตภัณฑ์ที่ดีเยี่ยม นอกจากการพัฒนาในด้านพัฒนาผลิตภัณฑ์แล้วนั้น โตโยต้ายังคงมุ่งมั่นยกระดับการมอบประสบการณ์การซื้อรูปแบบใหม่และการใช้งานรูปแบบใหม่ เพื่อสร้างความพึงพอใจ และความภาคภูมิใจในการเป็นเจ้าของ รวมไปถึงความรู้สึกสบายใจตลอดระยะเวลาที่ครอบครองรถยนต์โตโยต้าอีกด้วย”

   โดยในปีนี้บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัดได้เปิดตัว YARISและ ATIV รุ่นปรับปรุงโฉมใหม่ภายใต้แนวคิดในการสื่อสาร“THIS IS WHAT I AMนี่สิ...ที่เป็นเรา” สะท้อนความมุ่งมั่นและไอเดียของคน        รุ่นใหม่ ที่นำมาสร้างสรรค์จนเกิดเป็นอาชีพใหม่ ๆ ในช่วงสถานการณ์โควิด-19ซึ่ง YARISและ ATIVสามารถ      ตอบโจทย์และตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าเหล่านี้ได้ ด้วยดีไซน์สปอร์ต พรีเมียม ฟังก์ชันสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พร้อมด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถยนต์โตโยต้า (Toyota Safety Sense)ที่เหนือกว่ารถยนต์ระดับเดียวกัน โดยเฉพาะระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน (LDA)ที่มีครั้งแรกในตลาดรถยนต์นั่งอีโคคาร์ คุ้มค่าตอบโจทย์ต่อลูกค้ารุ่นใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ จึงมั่นใจได้ว่า YARISและ ATIV  จะสามารถสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่ก้าวไปสู่ความสำเร็จในทางของตนเองได้

YARISและ ATIV รุ่นปรับปรุงใหม่...ดีไซน์สปอร์ตพรีเมียม ฟังก์ชันครบครัน คุ้มค่า     
ทุกการใช้งาน

ดีไซน์ภายนอก...ใหม่

-          กระจังหน้าสีดำแบบ Meshดีไซน์สปอร์ตสำหรับYARISเฉพาะตัว และกระจังหน้าสีดำแบบ Horizontal Line ดีไซน์พรีเมียมสำหรับ ATIV...สไตล์โดดเด่นแบบมีเอกลักษณ์

-          ไฟหน้า LED แบบมัลติรีเฟลกเตอร์ พร้อมระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ และระบบFollow-Me-Home…เพิ่มความสปอร์ตในทุกมุมมองระบบจะเปิดไฟอัตโนมัติเมื่อเข้าสู่ที่มีแสงสว่างน้อย และเมื่อกลับมาในที่ที่มีแสงสว่าง ไฟหน้าจะปิดเองอัตโนมัติ นอกจากนี้เมื่อดับรถแล้ว ไฟยังจะสว่างต่อ 30 วินาที เพิ่มความปลอดภัยก่อนเข้าบ้าน (เฉพาะ YARISและ ATIV รุ่น Sport Premium และ รุ่น Sport)

-          ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED Light Guiding...ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ เพื่อให้รถที่อยู่ด้านหน้าสังเกตเห็นในเวลากลางวันได้ง่าย (เฉพาะ YARISและ ATIV รุ่น Sport Premium และ รุ่น Sport)

-          ไฟตัดหมอกหน้าแบบLED...ล้ำสมัย เพิ่มทัศนวิสัยการขับขี่ให้คมชัด (เฉพาะ YARISและ ATIV รุ่น Sport Premium)

-          สเกิร์ตด้านข้างซ้าย-ขวา และหลัง...สปอร์ต โฉบเฉี่ยว(เฉพาะ YARIS และ ATIV รุ่น Sport Premium และ รุ่น Sport)

-          สปอยเลอร์หลังสีดำเงา...สปอร์ต เข้ม (เฉพาะ ATIVรุ่น Sport Premium และ รุ่น Sport)

-          ไฟท้ายแบบ LED Light Guiding…สปอร์ต เท่ห์ในทุกมิติ มีสไตล์ในทุกมุมมอง

-          ล้ออัลลอยปัดเงาสีทูโทนขนาด 15นิ้ว....สะท้อนภาพลักษณ์อันโดดเด่นที่ทันสมัย (เฉพาะYARIS และ ATIV รุ่น Sport Premium และ รุ่น Sport)

-          หลังคาสีดำ Attitude Black Mica…มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดดเด่นไม่เหมือนใคร(เฉพาะ YARIS รุ่น Sport Premium)

ดีไซน์ภายใน

-          ใหม่...วัสดุตกแต่งภายใน สีเงินเข้มเท่ห์ทันสมัยกว่าที่เคยสัมผัส

-          ใหม่...ช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า USB 2 ช่อง สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง…เพิ่มความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง (เฉพาะ YARIS และ ATIV รุ่น Sport Premium)

-          มาตรวัดเรืองแสง Optitron พร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบสี TFT ขนาด 4.2 นิ้ว…เทคโนโลยีที่พร้อมให้สามารถใช้งานได้ง่ายและชัดเจนกว่าที่เคย

-          หน้าจอสัมผัสขนาด 6.7 นิ้ว รองรับระบบเชื่อมต่อ Apple CarPlay...สะดวกสบาย            ให้ความสนุกในทุกการเดินทาง

-          เบาะหนังและหนังสังเคราะห์ พร้อมเบาะนั่งคู่หน้าทรงสปอร์ตหรูหราทุกสัมผัส รองรับทุกสรีระของผู้ขับขี่ (เฉพาะ YARIS รุ่น Sport Premiumและ ATIV รุ่น Sport Premium และ รุ่น Sport)

-          ระบบเปิดประตูอัจฉริยะ Smart Entry และระบบสตาร์ทอัจฉริยะ Push Start…ควบคุมการล็อก-ปลดล็อกประตู และสตาร์ทเครื่องยนต์อย่างง่ายดาย เพียงปลายนิ้วสัมผัส

ความสะดวกสบาย

-    ใหม่...ที่ปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ...ควบคุมโดยเซ็นเซอร์ตรวจจับของเหลวและความเร็วที่บริเวณกระจกด้านหน้าเพื่อความสะดวกสบายของผู้ใช้งานในขณะฝนตก (เฉพาะ YARIS และ ATIV      รุ่น Sport Premium)

-          ใหม่...กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงอัตโนมัติ...ช่วยปรับลดแสงจากไฟหน้ารถที่ขับตามหลังยามค่ำคืนแบบอัตโนมัติ (เฉพาะ YARIS และ ATIV รุ่น Sport Premium)

-          พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังขนาดใหญ่...กว้างขวางบรรจุของได้เต็มที่

-          เบาะด้านหลังแยกพับได้ 60:40...ปรับปลี่ยนพื้นที่ภายในรถได้ตามต้องการ เพิ่มพื้นที่ประโยชน์ใช้สอยได้อย่างคุ้มค่า (เฉพาะYARIS รุ่น Sport Premium และ รุ่น Sport)

ความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถโตโยต้า (Toyota Safety Sense)

-          ใหม่ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (PRE-COLLISION SYSTEM) (เฉพาะ YARIS และ ATIV รุ่น Sport Premium)

-          ใหม่ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน (LANE DEPARTURE ALERT)(เฉพาะ YARIS และ ATIV รุ่น Sport Premium)

-          กล้องบันทึกภาพหน้า-หลัง...บันทึกภาพความเคลื่อนไหว    ทั้งขณะเดินทางและขณะดับเครื่องยนต์ โดยเซ็นเซอร์สามารถตรวจจับแรงสั่นสะเทือน และบันทึกภาพกรณีพบสิ่งผิดปกติ (เฉพาะ YARIS และ ATIV รุ่น Sport Premium)

เพิ่มทางเลือกดีไซน์ที่เป็นตัวเองกับ ชุดตกแต่ง ณ จุดขาย

·       ชุดแต่งพิเศษ SHADOW PACKAGEนำเสนอภายใต้แนวคิด“Cool & Premium Sport Style” สะท้อนการออกแบบสปอร์ต พรีเมียม มีระดับ ด้วยชุดตกแต่ง สเกิร์ตกันชนหน้า สติกเกอร์ตกแต่งด้านข้าง และภายในมีสคัฟเพลทและกล่องแขวนอเนกประสงค์

·       ชุดแต่งพิเศษ FLASH PACKAGEนำเสนอภายใต้แนวคิด “Sophisticated outstanding Style” ที่เสริมความทันสมัย โฉบเฉี่ยว และดูโดดเด่นสะดุดตามากยิ่งขึ้นด้วยชุดอุปกรณ์ตกแต่ง สเกิร์ตกันชนหน้าชุดตกแต่งซุ้มล้อ  ชุดสติกเกอร์ตกแต่ง และฝาครอบกระจกมองข้าง

โดยลูกค้าสามารถเลือกรูปแบบที่ชอบ และเป็นเจ้าของได้ง่ายๆ โดยจ่ายเพิ่มในยอดการผ่อนชำระประมาณ 175 บาทต่อเดือนสำหรับชุดSHADOW PACKAGEและ 243บาทต่อเดือนสำหรับชุดFLASHPACKAGE (คำนวณจากการเช่าซื้อนาน 72เดือน) ซึ่งลูกค้าสามารถติดต่อผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า              ทั่วประเทศ

สัมผัสประสบการณ์การซื้อรูปแบบใหม่ New Buying Experience

แนะนำบริการเพิ่มเติมสุดพิเศษเพื่อเปิดประสบการณ์การซื้อรูปแบบใหม่ New Buying Experience สำหรับลูกค้า YARIS และ ATIVเปลี่ยนรูปแบบการซื้อรถจากรูปแบบเดิม และฟังก์ชันพิเศษที่จะปฏิวัติการอนุมัติสินเชื่อรถยนต์ให้เป็นเจ้าของรถง่ายยิ่งขึ้นด้วย

 

Connected Auto Loan (CAL)โปรแกรมใหม่เพื่อให้การอนุมัติสินเชื่อรถยนต์ง่ายขึ้นกว่าที่เคย  

โปรแกรมสบายดี (Sabuy :D) มิติใหม่ ทางเลือกใหม่ในการเช่าซื้อ ด้วยการผ่อนต่ำลงประมาณ  20% เมื่อเทียบกับการเช่าซื้อปกติ พร้อมรวมแพ็คเกจเช็กระยะ และบำรุงรักษา ณ ศูนย์บริการโตโยต้า มูลค่า 27,500บาท และการรับประกันราคาสำหรับการแลกเปลี่ยนรถในอนาคต

โปรแกรม KINTOบริการออนไลน์สำหรับลูกค้าบุคคลทั่วไปเช่ารถระยะยาว เป็นอีกหนึ่งทางเลือกรูปแบบใหม่สามารถเป็นเจ้าของรถใหม่โดยไม่ต้องใช้เงินดาวน์ สะดวกสบายด้วยบริการบำรุงรักษาดูแลรถยนต์จากศูนย์บริการโตโยต้าตลอดอายุการใช้งาน รวมไปถึงสามารถเปลี่ยนรถรุ่นใหม่ได้ตามต้องการเมื่อครบอายุสัญญา

Convini-Extแพ็กเกจประกันภัยพร้อมขยายระยะเวลารับประกันรถ สิทธิประโยชน์      สุดคุ้ม ที่ให้ลูกค้าครบจบในแพ็กเกจเดียว รวมประกันภัยชั้น 1 จาก โตโยต้าแคร์ 1 ปี ซ่อมศูนย์ทั่วไทยอะไหล่แท้พร้อมส่วนลด 20% สำหรับการต่ออายุประกันภัย ปี 2 และบริการขยายเวลารับประกัน  Extended Warrantyจาก 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร เป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ไม่ต้องใช้เงินสด ผ่อนรวมกับการเช่าซื้อรถยนต์ เพิ่มเพียงเดือนละ 365บาท*

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด(คำนวณจากรุ่น ATIV Sport, เช่าซื้อนาน 72เดือน)

เลือกเป็นเจ้าของ YARIS รุ่นปรับปรุงโฉมใหม่ 3 รุ่นย่อย 8สี

-          ใหม่...สีขาวมุก..Platinum WhitePearl (เฉพาะรุ่น Sportpremium)

-          ใหม่...สีฟ้า..Cyan Metallic (เฉพาะ YARIS รุ่น Sportและ รุ่น Entry) 

-          สีเงิน..Silver Metallic

-          สีเทา..Gray Metallic

-          สีดำ..Attitude Black Mica

-          สีแดง..Red Mica Metallic (เฉพาะรุ่นSportและ รุ่น Entry) 

-          สีเขียว..Citrus Mica Metallic(เฉพาะรุ่น Sport และ รุ่น Entry)

-          สีขาว..Super White II (เฉพาะรุ่นSportและ รุ่น Entry)

พิเศษหลังคาดำสำหรับ YARIS รุ่น Sport Premiumเท่านั้น

-          สีขาวหลังคาดำ.. Platinum WhitePearl with Black Roof

-          สีแดงหลังคาดำ.. Red Mica Metallicwith Black Roof

-          สีเหลืองหลังคาดำ.. Citrus Mica Metallicwith Black Roof

-          สีฟ้าหลังคาดำ.. Cyan Metallic with Black Roof

 YARISรุ่นปรับปรุงใหม่ 3 รุ่น พร้อม ราคา(รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและเครื่องปรับอากาศ)

-          Sport Premium with Black Roof      เกียร์อัตโนมัติ               ราคา    684,000 บาท****

-          Sport Premium                               เกียร์อัตโนมัติ               ราคา    679,000 บาท****

-          Sport                                             เกียร์อัตโนมัติ               ราคา    609,000 บาท****

-          Entry                                              เกียร์อัตโนมัติ               ราคา    549,000 บาท****

****ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน

เลือกเป็นเจ้าของ ATIV รุ่นปรับปรุงโฉมใหม่ 3 รุ่นย่อย 7สี

-          ใหม่...สีขาวมุก..Platinum WhitePearl (เฉพาะรุ่น SportPremium)

-          ใหม่...สีน้ำเงิน..GrayishBlue Metallic

-          สีเงิน..Silver Metallic

-          สีเทา..Gray Metallic

-          สีดำ..Attitude Black Mica

-          สีแดง..Red Mica Metallic 

-          สีขาว..Super WhiteII (เฉพาะรุ่นSportและ รุ่น Entry) 

 ATIVรุ่นปรับปรุงใหม่ 3 รุ่น พร้อม ราคา(รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและเครื่องปรับอากาศ)

-          Sport Premium                               เกียร์อัตโนมัติ               ราคา    674,000 บาท*****

-          Sport                                             เกียร์อัตโนมัติ               ราคา    599,000 บาท*****

-          Entry                                              เกียร์อัตโนมัติ               ราคา    539,000บาท*****

*****ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน

ร่วมสัมผัสYARIS และ ATIV“รุ่นปรับปรุงใหม่”

ได้ที่งาน BIG Motor Sale 2020ระหว่างวันที่ 21– 30สิงหาคม 2563

ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ

ทดลองขับได้ตั้งแต่วันที่ 3กันยายน 2563 ที่โชว์รูมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ และ Toyota Driving Experience Park (บางนา กม.3)

ติดตามข้อมูลผลิตภัณฑ์และกิจกรรมการตลาดเพิ่มเติมได้ที่:

https://www.toyota.co.th/

Facebook:Toyota Motor Thailand

LINE ID: @ToyotaThailand

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ : YARIS และ ATIV รุ่นปรับปรุงใหม่

   สำหรับ YARIS และ ATIV รุ่นปรับปรุงใหม่ มีทางเลือกทั้งหมด3 รุ่น ได้แก่ Sport Premium(จากเดิมคือรุ่น High) Sport (จากเดิมคือรุ่น Mid) และ Entryโดยมีฟีเจอร์เด่นที่จะตอบรับความต้องการในแต่ละรุ่น

รุ่น Sport Premium…เพิ่มความปลอดภัย

ภายนอกดีไซน์สปอร์ต เร้าใจ

-          กระจังหน้าสีดำแบบ Meshดีไซน์สปอร์ตสำหรับYARISเฉพาะตัว และกระจังหน้าสีดำแบบ Horizontal Line ดีไซน์พรีเมียมสำหรับ ATIV...สไตล์โดดเด่นแบบมีเอกลักษณ์

-          ไฟหน้า LED แบบมัลติรีเฟลกเตอร์ พร้อมระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ และระบบFollow-Me-Home…เพิ่มความสปอร์ตในทุกมุมมองระบบจะเปิดไฟอัตโนมัติเมื่อเข้าสู่ที่มีแสงสว่างน้อย และเมื่อกลับมาในที่ที่มีแสงสว่าง ไฟหน้าจะปิดเองอัตโนมัติ นอกจากนี้เมื่อดับรถแล้ว ไฟยังจะสว่างต่อ 30 วินาที เพิ่มความปลอดภัยก่อนเข้าบ้าน

-          ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED Light Guiding...ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ เพื่อให้รถที่อยู่ด้านหน้าสังเกตเห็นในเวลากลางวันได้ง่าย (เฉพาะ YARISและ ATIV รุ่น Sport Premium และ รุ่น Sport)

-          ไฟตัดหมอกหน้าแบบLED...ล้ำสมัย เพิ่มทัศนวิสัยการขับขี่ให้คมชัด

-          สเกิร์ตด้านข้างซ้าย-ขวา และหลัง...สปอร์ต โฉบเฉี่ยว

-          สปอยเลอร์หลังสีดำเงา...สปอร์ต เข้ม

-          ไฟท้ายแบบ LED Light Guiding…สปอร์ต เท่ห์ในทุกมิติ มีสไตล์ในทุกมุมมอง

-          ล้ออัลลอยปัดเงาสีทูโทนขนาด 15นิ้ว....สะท้อนภาพลักษณ์อันโดดเด่นที่ทันสมัย

-          หลังคาสีดำ Attitude Black Mica…มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดดเด่นไม่เหมือนใคร

-          เสาอากาศครีบฉลาม (Shark Fin)โฉบเฉี่ยว ทันสมัยในแบบที่เป็นตัวเอง

ภายในพรีเมียม หรูหรา พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน

-          วัสดุตกแต่งภายใน สีเงินเข้มเท่ห์ทันสมัยกว่าที่เคยสัมผัส

-          ช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า USB 2 ช่อง สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง…เพิ่มความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง (เฉพาะ YARIS และ ATIV รุ่น Sport Premium)

-          มาตรวัดเรืองแสง Optitron พร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบสี TFT ขนาด 4.2 นิ้ว…เทคโนโลยีที่พร้อมให้สามารถใช้งานได้ง่ายและชัดเจนกว่าที่เคย

-          หน้าจอสัมผัสขนาด 6.7 นิ้ว รองรับระบบเชื่อมต่อ Apple CarPlay...สะดวกสบาย            ให้ความสนุกในทุกการเดินทาง

-          เบาะหนังและหนังสังเคราะห์ พร้อมเบาะนั่งคู่หน้าทรงสปอร์ตหรูหราทุกสัมผัส รองรับทุกสรีระของผู้ขับขี่

-          ระบบเปิดประตูอัจฉริยะ Smart Entry และระบบสตาร์ทอัจฉริยะ Push Start…ควบคุมการล็อก-ปลดล็อกประตู และสตาร์ทเครื่องยนต์อย่างง่ายดาย เพียงปลายนิ้วสัมผัส

-          วัสดุหุ้มเบาะนั่งแบบหนังและหนังสังเคราะห์ตกแต่งด้วยด้ายสีฟ้า สำหรับ YARISและตกแต่งด้วยด้ายสีเทา สำหรับ ATIVพร้อมเบาะนั่งคู่หน้าทรงสปอร์ตหรูหราทุกสัมผัส รองรับทุกสรีระของผู้ขับขี่

-          กล่องเก็บของที่คอนโซลกลางพร้อมฝาปิด หุ้มหนังสังเคราะห์ ตกแต่งด้วยด้ายสีเทา…      หรูหรา พรีเมียม

ความสะดวกสบายที่ครบครัน

-    ที่ปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ...ควบคุมโดยเซ็นเซอร์ตรวจจับของเหลวและความเร็วที่บริเวณกระจกด้านหน้าเพื่อความสะดวกสบายของผู้ใช้งานในขณะฝนตก

-          กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงอัตโนมัติ...ช่วยปรับลดแสงจากไฟหน้ารถที่ขับตามหลังยามค่ำคืนแบบอัตโนมัติ

-          พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังขนาดใหญ่...กว้างขวางบรรจุของได้เต็มที่

-          เบาะด้านหลังแยกพับได้ 60:40...ปรับปลี่ยนพื้นที่ภายในรถได้ตามต้องการ เพิ่มพื้นที่ประโยชน์ใช้สอยได้อย่างคุ้มค่า

-          ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและโทรศัพท์บนพวงมาลัย พร้อมปุ่มควบคุมจอแสดงผลการขับขี่ ควบคุมง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส

-          ระบบเซ็นทรัลล็อก พร้อมระบบ Speed Auto Lock…ปลอดภัยในทุกการเดินทาง

ความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถโตโยต้า (Toyota Safety Sense)

-           ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (PRE-COLLISION SYSTEM)

-           ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน (LANE DEPARTURE ALERT)

-           กล้องบันทึกภาพหน้า-หลัง...บันทึกภาพความเคลื่อนไหว    ทั้งขณะเดินทางและขณะดับเครื่องยนต์ โดยเซ็นเซอร์สามารถตรวจจับแรงสั่นสะเทือน และบันทึกภาพกรณีพบสิ่งผิดปกติ

รุ่น Sport ... ตอบโจทย์ความคุ้มค่ากว่าเดิมพร้อมชุดตกแต่งแท้จากโรงงาน

ภายนอกดีไซน์สปอร์ต เร้าใจ

-          กระจังหน้าสีดำแบบ Meshดีไซน์สปอร์ตสำหรับYARISเฉพาะตัว และกระจังหน้าสีดำแบบ Horizontal Line ดีไซน์พรีเมียมสำหรับ ATIV...สไตล์โดดเด่นแบบมีเอกลักษณ์

-          ไฟหน้า LED แบบมัลติรีเฟลกเตอร์ พร้อมระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ และระบบFollow-Me-Home…เพิ่มความสปอร์ตในทุกมุมมองระบบจะเปิดไฟอัตโนมัติเมื่อเข้าสู่ที่มีแสงสว่างน้อย และเมื่อกลับมาในที่ที่มีแสงสว่าง ไฟหน้าจะปิดเองอัตโนมัติ นอกจากนี้เมื่อดับรถแล้ว ไฟยังจะสว่างต่อ 30 วินาที เพิ่มความปลอดภัยก่อนเข้าบ้าน

-          ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED Light Guiding...ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ เพื่อให้รถที่อยู่ด้านหน้าสังเกตเห็นในเวลากลางวันได้ง่าย

-          สเกิร์ตด้านข้างซ้าย-ขวา และหลัง...สปอร์ต โฉบเฉี่ยว

-          สปอยเลอร์หลังสีดำเงา...สปอร์ต เข้ม

-          ไฟท้ายแบบ LED Light Guiding…สปอร์ต เท่ห์ในทุกมิติ มีสไตล์ในทุกมุมมอง

-          ล้ออัลลอยปัดเงาสีทูโทนขนาด 15นิ้ว....สะท้อนภาพลักษณ์อันโดดเด่นที่ทันสมัย

-          Aero Packages…ปราดเปรียว โฉบเฉี่ยว

-          กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า และพับเก็บอัตโนมัติ. พร้อมไฟเลี้ยว...เท่ห์ สะดวกสบาย

ภายในพรีเมียม พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน

-          วัสดุตกแต่งภายใน สีเงินเข้มเท่ห์ทันสมัยกว่าที่เคยสัมผัส

-          มาตรวัดเรืองแสง Optitron พร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบสี TFT ขนาด 4.2 นิ้ว…เทคโนโลยีที่พร้อมให้สามารถใช้งานได้ง่ายและชัดเจนกว่าที่เคย

-          หน้าจอสัมผัสขนาด 6.7 นิ้ว รองรับระบบเชื่อมต่อ Apple CarPlay...สะดวกสบาย            ให้ความสนุกในทุกการเดินทาง

-          เบาะหนังและหนังสังเคราะห์ พร้อมเบาะนั่งคู่หน้าทรงสปอร์ตหรูหราทุกสัมผัส รองรับทุกสรีระของผู้ขับขี่

-          ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ....สะดวกสบาย เลือกปรับอุณหภูมิได้อย่างเหมาะสม

-          พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนัง.…หรูหราทุกสัมผัส

ระบบความปลอดภัยที่มากกว่า

-          กล้องมองหลัง....มั่นใจ ถอยจอดได้อย่างแม่นยำ

-          ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizerและระบบเตือนการโจรกรรม TDS (Theft Deterrent System).…ป้องกันการปลอมแปลงกุญแจไม่สามารถสตาร์ทเครื่องยนต์ได้ เมื่อรหัสกุญแจและเครื่องยนต์ไม่ตรงกันปลอดภัยไร้กังวล

รุ่น Entry … สามารถเป็นเจ้าของได้ด้วยราคาเบาๆ

ภายนอกสปอร์ต ดีไซน์โดดเด่น

-          ไฟหน้ามัลติรีเฟลกเตอร์....เพิ่มทัศนวิสัยที่ชัดเจน

ภายในตอบโจทย์การใช้งาน พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน

-          พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS พร้อมสวิตช์ควบคุมโทรศัพท์ และเครื่องเสียง....ควบคุมง่าย สั่งงานได้สะดวกสบายเพียงปลายนิ้วสัมผัส

-          เครื่องเสียงวิทยุ AM/FM พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB และ AUX….สร้างความบันเทิง ตลอดการเดินทาง

-          ระบบเชื่อมต่อด้วย Bluetooth.... รองรับโทรศัพท์และการเล่นเพลง

-          เบาะผ้าลายใหม่สวย สะดุดตา

ระบบความปลอดภัย มาตราฐานที่ครบครัน

-          ระบบเบรก ABS (Anti-lock Braking System)

-          ระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake-force Distribution)

-          ระบบเสริมแรงเบรก BA (Brake Assist)

-          ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (Hill Start Assist Control)

-          ระบบควบคุมการทรงตัว VSC (Vehicle Stability Control)

-          ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC (Traction Control)

-          ถุงลมเสริมความปลอดภัยSRS7 ตำแหน่ง

-          โครงสร้างตัวถังนิรภัย GOA

 
 

NEW CARS : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เปิดตัว มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต รุ่นย่อยใหม่ จีที พลัส

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เสริมทัพกลุ่มรถอเนกประสงค์ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ ด้วยการเปิดตัวรุ่นย่อยใหม่ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต จีที พลัส สำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถอเนกประสงค์ มาพร้อมคุณสมบัติอันครบครันและฟีเจอร์ยอดนิยม ได้แก่ ระบบเปิด-ปิดประตูท้ายด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบแฮนด์ฟรีและปุ่มปิดฝาท้ายพร้อมล็อกรถ และจอภาพขนาด 12.1 นิ้ว มาพร้อมกับรีโมทและหูฟังอินฟาเรด เพื่อความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายต่างๆ อาทิ ระบบ Brake Auto Hold เบรกอัตโนมัติเมื่อจอดอยู่กับที่(BAH) ระบบเบรกมือควบคุมด้วยไฟฟ้าอัตโนมัติ(APB) กล้องมองภาพรอบคัน (MAM) และเซ็นเซอร์ช่วยจอด มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต จีที พลัส ใหม่ “พลัสทางเลือกใหม่ ให้ชีวิตเหนือระดับ”มีราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 1,349,000บาท

   “มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต จีที พลัส ใหม่ ช่วยให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของรถอเนกประสงค์ที่เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกได้ง่ายขึ้น โดยรุ่นย่อยใหม่นี้ มีความครบครันและคุ้มค่ามากที่สุดเมื่อเทียบกับรถในเซ็กเมนท์เดียวกันและในด้านราคาจำหน่าย” มร. โมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

   มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต จีที พลัส ใหม่มาพร้อมกับชุดไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ Bi-LED พร้อมระบบปรับระดับลำแสงอัตโนมัติ มาพร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ Spectrum LED ไฟส่องสว่างขณะเลี้ยวและไฟตัดหมอกหน้าแบบ LEDไฟท้ายแบบ LED เสาอากาศแบบครีบฉลาม ล้ออัลลอยสี
ทูโทนขนาด 18 นิ้ว

   ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง พร้อมเบาะหนังทุกที่นั่ง ที่นั่งด้านคนขับปรับระดับได้ 8 ทิศทางด้วยระบบไฟฟ้า สะดวกสบายมากขึ้นทั้งที่บริเวณหัวเข่าและที่พักแขนแผงประตูและคอนโซลกลางตกแต่งด้วยวัสดุบุนุ่มเพิ่มความหรูหราและช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอก ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แบบปรับแยกอุณหภูมิอิสระ ซ้าย-ขวา พร้อมติดตั้งช่องจ่ายกระแสไฟฟ้าและช่อง USB สำหรับชาร์จอุปกรณ์

   มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต จีที พลัส ใหม่มาพร้อมกับระบบ M-Connectแอปพลิเคชันอัจฉริยะที่ช่วยแจ้งสถานะตัวรถและข้อมูลสำคัญต่างๆ  พร้อมรองรับการใช้งานด้วยภาษาไทย

   มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต จีที พลัส ใหม่หรูหรา ครบครัน คุ้มค่า ครอบคลุมและรองรับทุกการใช้งาน ด้วยเครื่องยนต์ MIVEC VG Turboขนาด 2.4 ลิตร 181 แรงม้าที่ 3,500 รอบต่อนาที แรงบิด 430 นิวตันเมตรที่ 2,500 รอบต่อนาที รองรับเชื้อเพลิงดีเซล B20 มอบอัตราเร่งตอบสนองอย่างดีเยี่ยมและต่อเนื่อง ด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด

   เตรียมพบกับ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต จีที พลัส ใหม่ ได้ที่โชว์รูม มิตซูบิชิ ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 17สิงหาคม 2563 นี้เป็นต้นไป และจะจัดแสดงภายในบูธของมิตซูบิชิ ประเทศไทย ที่งาน บิ๊ก มอเตอร์ เซล2020ระหว่างวันที่ 21–30 สิงหาคม  2563 ณศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนา

 

NEW CAES : “ซูซูกิ” กระตุ้นตลาดอีโคคาร์เมืองไทย เตรียมแนะนำ SWIFT GL MAX EDITION อัพเกรดความสปอร์ตเร้าใจ ! เติมเต็มทุกความแตกต่างเหนือใคร ด้วยชุดแต่งพิเศษรอบคัน ราคาเริ่มต้นเพียง 541,000 บาท

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   นายมิโนรุ อามาโนะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า “นับตั้งแต่เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ซูซูกิ นับเป็นผู้นำในการผลิตรถยนต์อีโคคาร์มาอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความใส่ใจและตั้งมั่นในการปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพออกมาเพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่มองหาความแตกต่างได้เป็นอย่างดีมาโดยตลอด ในช่วงที่ผ่านมาซูซูกิมีการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาดมามากมายหลายรุ่น แต่ SUZUKI SWIFT ยังคงเป็นรถยนต์สปอร์ตแฮทช์แบ็กอีโคคาร์ ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในกลุ่มผู้บริโภคที่ชื่นชอบไลฟ์สไตล์อันแตกต่างไม่ซ้ำใคร

   ด้วยความโดดเด่นทั้งรูปลักษณ์ภายนอกและสมรรถนะในการขับขี่ที่ดีเยี่ยม ภายนอกดีไซน์เป็นเอกลักษณ์มีความสปอร์ตและดูปราดเปรียวภายในห้องโดยสารมาพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมาย มาตรวัดสไตล์สปอร์ต พร้อมจอแสดงข้อมูลขับขี่แบบ LCD รวมถึงพวงมาลัยทรงรูปตัว D เพื่อเพิ่มพื้นที่วางเท้าระหว่างเบาะและพวงมาลัย

   ทั้งยังเหนือชั้นกว่าใคร ด้วยแพลตฟอร์ม HEARTECT เทคโนโลยีเฉพาะของซูซูกิที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยเสริมให้รถมีน้ำหนักน้อยลงแต่คงความแข็งแกร่งและประหยัดน้ำมันมากขึ้น รวมถึงโครงสร้างตัวถังแบบ TECT พร้อมระบบกันการสั่นสะเทือน ระบบ TCS ช่วยในการควบคุมรถขณะขับขี่บนถนนลื่นหรือในทางโค้ง พร้อมระบบเบรก ABS และ EBD ระบบควบคุมเสถียรภาพตัวรถ ESP ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชันและยังเหมาะกับการขับในเมืองด้วยระบบ IDLING STOP ที่ช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันขณะรถหยุดนิ่ง ขับขี่อย่างมั่นใจในทุกเส้นทางด้วยระบบ Hill Hold Control  ช่วยออกตัวบนทางลาดชัน และปลอดภัยมากขึ้นด้วยถุงลมนิรภัย SRSคู่หน้า

   ตอบสนองทุกการขับขี่ด้วย เครื่องยนต์รหัส K12M แบบเบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.2 ลิตร หัวฉีดคู่หรือ DUALJET ซึ่งเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น จึงประหยัดน้ำมันกว่าเดิม ด้วยกำลังสูงสุด 83 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาทีแรงบิดสูงสุด 108นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาทีเกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมรองรับน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท E20 ประหยัดเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยกว่า 23 กิโลเมตร/ลิตร

   โดยนับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปี 2561สามารถสร้างยอดขายรวมไปได้แล้วทั้งสิ้น 30,387 คัน (ถึงเดือนกรกฎาคม 2563)ล่าสุด เพื่อตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ดีต่อลูกค้า ซูซูกิเตรียมแนะนำ SUZUKI SWIFT GL MAX EDITIONออกสู่ตลาดประเทศไทย โดยยังคงนำเสนอรูปลักษณ์อันแสนสปอร์ตเร้าใจ มอบทุกความแตกต่างที่ไม่ซ้ำใคร เดินหน้าเพื่อสานต่อความสำเร็จของรถยนต์สปอร์ตแฮทช์แบ็ก อีโคคาร์ รุ่นยอดนิยมของคนไทย และจะเป็นตัวที่มาช่วยเสริมทัพอีโคคาร์ของซูซูกิให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในปี 2563 นี้

   นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาดบริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สำหรับ SUZUKI SWIFT GL MAX EDITIONรุ่นตกแต่งพิเศษ มาภายใต้แนวคิด เต็มที่กับสไตล์ เร้าใจทุกมุมมอง  พร้อมที่จะเข้ามาเติมเต็มความต้องการของกลุ่มลูกค้าให้มากยิ่งขึ้น โดยถูกพัฒนามาจากรุ่น SWIFT GL ด้วยการยกระดับความสปอร์ตเร้าใจให้เหนือขึ้นไปอีกขั้นกับชุดแต่งที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษรอบคันเพื่อลูกค้าซูซูกิทุกท่าน

   SUZUKI SWIFT GL MAX EDITIONตกแต่งด้วยชุดแต่งดีไซน์ใหม่ กับชุดสเกิร์ตรอบคันพร้อมด้วยสปอยเลอร์หลังเติมเต็มความสปอร์ตให้มากขึ้นไปอีกขั้น เสาอากาศครีบฉลาม ซุ้มล้อสีดำ ตกแต่งท่อไอเสียคู่เสริมความดุดันเร้าใจ บ่งบอกถึงความพิเศษและเป็นเอกลักษณ์ด้วย ชุดสติกเกอร์ Max Edition พร้อมจะมาอวดโฉมอย่างเป็นทางการให้ลูกค้าที่ชื่นชอบในความโดดเด่นและแตกต่างไม่ซ้ำใคร ภายในงาน Big Motor Sale 2020 ที่กำลังจะจัดขึ้นในวันที่ 21-30 สิงหาคม 2563 ณ ศูนย์การแสดงสินค้า ไบเทคบางนา

SUZUKI SWIFT GL MAX EDITIONมีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีแดง Ablaze Red Pearl, สีเทาอ่อน Star Silver Metallic, Mineral สีเทาเข้ม Gray Metallic, สีดำ Super Black Pearl สีน้ำเงิน Speedy Blue Metallic จำหน่ายในราคาเพียง 541,000บาทและ สีขาว Pure White Pearl จำหน่ายในราคาเพียง 546,000บาท

   ทั้งนี้ ยังมาพร้อมแคมเปญสุดพิเศษเพื่อให้คุณสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์สปอร์ตแฮทช์แบ็กอีโคคาร์รุ่นนี้ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น สำหรับผู้ที่จอง SUZUKI SWIFT GL MAX EDITIONขับฟรี 90วัน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งสำหรับปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินจากบริษัท เอ ดับเบิลยู พี (ประเทศไทย) จำกัด ระยะเวลา 3 ปีรายละเอียดและเงื่อนไขต่างๆ เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด เป็นต้น”

   ช่องทางติดต่อทางออนไลน์

www.suzuki.co.th   หรือ   www.facebook.com/officialsuzukimotorthailand

ช่องทางติดต่อทาง Call Center 

โทรศัพท์พื้นฐาน     โทร 1800-600-900    หรือ    โทรศัพท์เคลื่อนที่        โทร 1401-600-900

 
 

Page 1 of 14

รับจัดกิจกรรมการตลาด ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( PIYA 0819012840 )

Designed by eTDS TechnoSys
Click here to donate

.

 

Latest News

MOTOR NEWS : บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ประเทศไทย จำกัด และ บริษัท โตโยต้าไดฮัทสุ เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด เข้าร่วมในงานสัมมนา Hydrogen Symposium Thailand    นายทวารัฐ สูตะบุตร หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงพลังงาน  นายนินนาท... Read more...
MOTOR NEWS : ซูบารุจับมือสิงห์ จัดแข่งจักรยาน ‘ซูบารุ สระแก้ว -สิงห์ เมาเท่นไบค์ ไทยแลนด์ โอเพ่น 2020’ ปั้นนักปั่นเยาวชนสู่ทีมชาติไทย เฟ้นพลังความท้าทายเพื่อสมรรถนะสูงสุดสู่ความสำเร็จ                ซูบารุ สระแก้วผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ซูบารุรถยนต์ที่ได้รับรางวัลมาตรฐานด้านความปลอดภัยระดับโลกผนึกพลังร่วมกับ... Read more...

Feature News

Joomla 1.5
You are here: Home NEW CARS
Orange Green Red