Developed by JoomVision.com

NEW CARS

NEW CARS : ฮอนด้า เผยโฉม ซีอาร์-วี ใหม่ ตอกย้ำเอกลักษณ์ความแข็งแกร่งและพรีเมียมแห่งยนตรกรรมเอสยูวี พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของด้วยข้อเสนอสุดพิเศษ

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัดเปิดตัวยนตรกรรมพรีเมียมเอสยูวีไอคอนของฮอนด้าซีอาร์-วี ใหม่ในไทยเป็นประเทศแรกของภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียด้วยดีไซน์ภายนอกที่ตอกย้ำความสปอร์ตหรูหราและความแข็งแกร่งในทุกมิติพรีเมียมยิ่งขึ้นด้วยหลังคาซันรูฟไฟฟ้าแบบพาโนรามาและไฟเลี้ยวด้านหน้าแบบ LED Sequentialเสริมความมั่นใจในทุกการเดินทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING)และนวัตกรรมเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ ฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT)ครบครันด้วยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกสบายล้ำสมัยระดับพรีเมียมภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้งานทั้งแบบ 7 ที่นั่งและ 5 ที่นั่ง มาพร้อมขุมพลังการขับเคลื่อนทั้งเครื่องยนต์ 1.6ลิตร i-DTEC DIESEL TURBOและเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4ลิตร DOHC i-VTECมาพร้อมสีใหม่สีน้ำเงินคอสมิกในราคา 1,369,000 - 1,759,000 บาทพร้อมมอบข้อเสนอพิเศษดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% หรือเลือกรับข้อเสนอ Double Smileผ่อนเริ่มต้นเพียงเดือนละ 18,000 บาท

   พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปีเปิดให้ลูกค้าได้สัมผัสในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41และที่โชว์รูมฮอนด้า*ตั้งแต่ 13 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป

   ดีไซน์ภายนอกหรูหราและแข็งแกร่งในทุกมุมมอง

- ตอกย้ำความพรีเมียมเหนือระดับด้วยหลังคาซันรูฟไฟฟ้าแบบพาโนรามา(Panoramic Sunroof) พร้อมระบบเปิด-ปิดแบบ One-Touch

- เสริมอารมณ์ความสปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยกระจังหน้าแบบ Gloss Black และกันชนหน้า-หลังดีไซน์ใหม่

- ฝากระโปรงท้ายตกแต่งด้วยโครเมียมรมดำและไฟท้ายรมดำ

- ไฟหน้าแบบ FULL LEDมาพร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED
(Daytime Running Light- DRL)พร้อมไฟเลี้ยวด้านหน้าแบบ LED Sequentialและไฟท้าย
แบบ FULL LED

- โดดเด่นด้วยเส้นสายที่เฉียบคมพร้อมล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตใหม่ขนาด 18 นิ้ว

   มั่นใจในทุกการเดินทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะฮอนด้าเซนส์ซิ่ง(HondaSENSING)ได้แก่

- ระบบเตือนการชนรถและคนเดินถนนพร้อมระบบช่วยเบรก(Collision Mitigation Braking System: CMBS)

- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)

- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)

- ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure MitigationSystem with Lane Departure Warning : RDM with LDW)

- ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)

   และยังมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัย อาทิ ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) ระบบช่วยเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Driver Attention Monitor) (ทุกรุ่น)ตรวจจับความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ผ่านการควบคุมพวงมาลัยและแจ้งเตือนผ่านหน้าจอ TFT พร้อมการสั่นเตือนที่พวงมาลัย ระบบเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ (Agile Handling Assist) อีกทั้งนวัตกรรมเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT)เป็นต้น

   ดีไซน์ภายในกว้างขวางสะท้อนความหรูหรา ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายระดับพรีเมียม

   ภายในห้องโดยสารมาพร้อมแผงคอนโซลขนาดใหญ่ ตกแต่งด้วยลายไม้และวัสดุสีดำ Piano Blackมีทั้งแบบเบาะนั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง และแบบ 2แถว 5ที่นั่ง ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายระดับพรีเมียม อาทิ อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) กระจกมองข้างแบบพับเก็บอัตโนมัติ (ควบคุมด้วยรีโมท) (Auto Foldable Side Door Mirror) ระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่(Driver Memory Seat) เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมปุ่มปรับดันหลังไฟฟ้า 4 ทิศทางกระจกมองหลังปรับลดแสงอัตโนมัติ(Auto Dimming Rear View Mirror) (ทุกรุ่น)ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย/ขวา i-Dual Zoneและระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารแถว 2และแถว 3(รุ่น 7ที่นั่ง)เหนือระดับด้วยเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออันล้ำสมัย อาทิ ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touchรองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlayและระบบสั่งการด้วยเสียง Siriระบบนำทางเนวิเกเตอร์ (เฉพาะรุ่น 4WD)มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFTซึ่งสามารถแสดงผลฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย ควบคุมทุกการสั่งงานได้อย่างง่ายดายผ่านพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันพร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียง และปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ เป็นต้น

   พร้อมตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์และทุกการใช้งาน ด้วยฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมระบบแฮนด์ฟรี(Hands-free Power Tailgate) (ทุกรุ่น)สะดวกสบายด้วยการควบคุมการเปิด-ปิดด้วยรีโมท และปรับระดับความสูงของการเปิดฝากระโปรงท้ายได้ตามต้องการ ดีไซน์ทุกพื้นที่การใช้งานได้ด้วยเบาะนั่งที่สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับผู้โดยสารและการใช้งานที่หลากหลาย พร้อมด้วยช่องเก็บของบริเวณคอนโซลกลางที่สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อให้เข้ากับการใช้งานได้ถึง 3แบบ

   มาพร้อม 2 ขุมพลังขับเคลื่อนได้แก่

- เครื่องยนต์ดีเซล 1.6ลิตร i-DTEC DIESEL TURBO4สูบ ให้กำลังสูงสุดถึง 160แรงม้า ที่ 4,000รอบต่อนาที ด้วยแรงบิดสูงสุดที่ 350นิวตัน-เมตรที่ 2,000รอบต่อนาที  ซึ่งเทียบเท่ากับเครื่องยนต์ดีเซลขนาดใหญ่ ผสานการทำงานกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 9สปีด เป็นระบบเกียร์ไฟฟ้าที่ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ด้วยสวิตช์(Shift by Wire) ให้ทั้งอัตราเร่งและอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมสูงถึง 17.9กิโลเมตร/ลิตร โดยมาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4WD

- เครื่องยนต์เบนซิน 2.4ลิตร DOHC i-VTEC4สูบ ให้กำลังสูงถึง 173แรงม้าที่ 6,200 รอบต่อนาที
ด้วยแรงบิดสูงสุดที่ 224นิวตัน-เมตรที่ 4,000รอบต่อนาที ผสานการทำงานกับเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ให้การตอบสนองที่ทันใจ พร้อมรองรับพลังงานทางเลือก E85 และ E20 มีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อน
สองล้อ 2WD และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4WD

   ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 5รุ่นดังนี้

·     เครื่องยนต์ดีเซล      รุ่น DT-EL 4WD      7ที่นั่ง         ราคา 1,759,000บาท

·     เครื่องยนต์เบนซิน   รุ่น 2.4 EL 4WD     7ที่นั่ง         ราคา 1,579,000บาท

·     เครื่องยนต์เบนซิน   รุ่น 2.4 E                7ที่นั่ง         ราคา 1,419,000บาท

·     เครื่องยนต์เบนซิน   รุ่น 2.4 ES 4WD     5ที่นั่ง         ราคา 1,529,000บาท

·     เครื่องยนต์เบนซิน   รุ่น 2.4 S                5ที่นั่ง         ราคา 1,369,000บาท

โดยมีให้เลือกทั้งหมด 5 สีได้แก่ สีใหม่ สีน้ำเงินคอสมิก (เมทัลลิก) สีดำคริสตัล (มุก) สีเทาโมเดิร์นสตีล
(เมทัลลิก) สีขาวแพลทินัม (มุก) และสีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก)

   ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่มาพร้อมข้อเสนอพิเศษ เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%หรือ เลือกรับข้อเสนอ Double Smile” ผ่อนเริ่มต้นเพียงเดือนละ 18,000 บาทพร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี

พบกับ ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ ได้ที่โชว์รูมฮอนด้า* ตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม 2563เป็นต้นไป และในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41ตั้งแต่วันที่ 15 - 26กรกฎาคม 2563(รอบบุคคลทั่วไป) โดยมาพร้อมข้อเสนอเดียวกันทั้งที่โชว์รูมฮอนด้าและในงานมอเตอร์โชว์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ที่ปรึกษาการขาย หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center) โทร. 02-341-7777

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ฮอนด้า ซีอาร์-วี ที่ www.honda.co.th/crv

หมายเหตุ:

- *กรุณาโทรนัดหมายก่อนเข้าเยี่ยมชม เพื่อความสะดวกของท่าน

- อุปกรณ์มาตรฐานแตกต่างกันในแต่ละรุ่น

- สีน้ำเงินคอสมิก (เมทัลลิก) เฉพาะรุ่น DT-EL 4WD, 2.4 EL 4WDและ2.4 ES 4WD

- สำหรับสีขาวแพลทินัม (มุก)เพิ่ม 12,000บาท และสีดำคริสตัล (มุก)เพิ่ม 8,000บาท

 

NEW CARS : โตโยต้าเปิดตัวรถยนต์อเนกประสงค์ SUV ครั้งแรกของโลก “โคโรลล่า ครอส” ใหม่ A New Journey…ให้ชีวิตเดินทาง

 

 

 

 

 

 

 

 

   มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และนายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วย มร.ไดโซะ คาเมะยามา หัวหน้าวิศวกร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น เปิดตัวรถยนต์อเนกประสงค์ SUVครั้งแรกของโลกที่ประเทศไทย “โคโรลล่า ครอส” ใหม่ A New Journey…ให้ชีวิตเดินทาง     พร้อมเทคโนโลยีและฟังก์ชั่นตอบโจทย์การใช้ชีวิตเพื่อที่สุดของความสะดวกสบาย กับการเดินทางที่จะเติมเต็มความหมายให้กับชีวิต ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2563

   บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำรถยนต์อเนกประสงค์ SUVครั้งแรกของโลกที่ประเทศไทยกับ “โคโรลล่า ครอส” ใหม่ (All-New Corolla CROSS)ด้วยการออกแบบภายนอกให้ดูโฉบเฉี่ยว ปราดเปรียว และมีความแข็งแกร่ง ภายในห้องโดยสารกับที่สุดแห่งความกว้างขวาง สะดวกสบายพร้อมด้วยพื้นที่เก็บสัมภาระ ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้หลากหลาย อีกทั้งยังมอบความเงียบภายในห้องโดยสารได้อย่างยอดเยี่ยม ตอบโจทย์ทุกการใช้งานและทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในยุคปัจจุบันได้อย่างสมบูรณ์แบบ  ครบครันด้วยฟังก์ชันการใช้งานของอุปกรณ์อำนวยความสะดวก อาทิ ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมเซนเซอร์เปิด-ปิดฝาท้ายไฟฟ้าแบบ Kick activated และกล้องมองภาพรอบทิศทาง พร้อมมุมมองแบบ 3 มิติ (Panoramic view monitor) นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับสถาปัตยกรรมโครงสร้างยานยนต์ใหม่ TNGA(Toyota New Global Architecture)ให้สมรรถนะที่เหนือกว่า ควบคู่ไปกับระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถโตโยต้า (Toyota Safety Sense)มั่นใจในทุกสถานการณ์การขับขี่   มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร ทั้งแบบเบนซิน และแบบไฮบริดรุ่นล่าสุดเจเนเรชันที่ 4  ที่ให้ทั้งอัตราเร่งที่ตอบสนองได้ทันใจและประหยัดน้ำมัน

   มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ กล่าวว่า“จากสถานการณ์โรคเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยเริ่มดีขึ้นตามลำดับ และเพื่อสอดรับกับสถานการณ์ดังกล่าว รัฐบาลไทยได้ประกาศใช้มาตรการผ่อนคลายสำหรับประชาชนในการดำรงชีวิตประจำวันและการดำเนินธุรกิจ ขณะที่ประเทศไทยพยายามดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อให้สถานการณ์ฟื้นตัวสู่สภาพปกติโดยเร็ว ในส่วนของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เรายังคงมุ่งมั่นที่จะเคียงข้างคนไทยด้วยการเดินหน้าดำเนินโครงการ “Toyota Stay with You”หรือ โตโยต้า เคียงคู่ไทย สู้ภัยโควิด-19 แม้ว่าสถานการณ์ในปัจจุบันกำลังคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ทุกคนก็ควรที่จะระมัดระวังและลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาดที่อาจจะเกิดขึ้นให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้”

   ตามที่โตโยต้าได้ก้าวสู่การเป็นองค์กรแห่งการขับเคลื่อน (Mobility Company) ด้วยการเดินหน้ามอบความสุขและความปลอดภัยให้กับทุกคน ภายใต้ปรัชญาของโตโยต้าที่มุ่งสร้างสรรค์ "ยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่า" (Ever Better Car) ด้วยความมุ่งมั่นที่จะพัฒนายนตรกรรมที่ดียิ่งขึ้น และผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดนี้ คือรถรุ่นที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน และเป็นยนตรกรรมที่จะเปิดประสบการณ์ให้ท่านได้ไปพบกับการเดินทางครั้งใหม่ สำหรับวิถีชีวิตแบบใหม่ ภายใต้รถยนต์อเนกประสงค์ "โคโรลล่า ครอส" ใหม่ (All New Corolla CROSS)

   มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ กล่าวเสริมว่า “โคโรลล่า ครอส ใหม่มาพร้อมกับสโลแกน“A New Journey… ให้ชีวิตเดินทาง”ซึ่งได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด "ความกะทัดรัดที่มาพร้อมกับความสะดวกสบาย" (Compact yet Comfortable) และ “ความล้ำสมัยที่สะท้อนตัวตนของความภูมิฐานสำหรับชีวิตในเมือง" (Dignity Urban Vogue) นี่คือ ผลิตภัณฑ์ล่าสุดของโตโยต้าที่ไม่เคยมีมาก่อนในตลาด SUVและโคโรลล่า ครอส ใหม่นี้ ได้เปิดตัวในประเทศไทยซึ่งถือเป็นประเทศแรกของโลก โดยใช้แพลตฟอร์มของโคโรลล่า ซีดาน ที่โดดเด่นในความสมบูรณ์แบบตามมาตรฐาน QDR อันประกอบไปด้วย คุณภาพ (Quality) ความทนทาน (Durability) และความน่าเชื่อถือ (Reliability) สิ่งที่ทุกท่านจะได้รับจากรถรุ่นนี้ คือ "การได้ใช้เวลาอันมีค่ากับครอบครัวในพื้นที่ที่ปลอดภัยและเป็นส่วนตัว" รวมถึง "สะท้อนตัวตนและบ่งบอกไลฟ์สไตล์" ด้วยการออกแบบภายนอกที่ผสานความทรงพลังกับความปราณีตเข้าด้วยกันอย่างลงตัว พร้อมมอบพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางโอ่โถง และความอเนกประสงค์ที่เป็นเลิศเหนือความคาดหมายภายใต้ราคาที่จับต้องได้ โดย โคโรลล่า ครอส จะถูกส่งออกจากโรงงานประกอบรถยนต์โตโยต้าเกตเวย์ ซึ่งเป็นโรงงานผลิตรถยนต์นั่งของโตโยต้าที่ตั้งอยู่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา ตั้งแต่วันที่ 13กรกฎาคมนี้ ถือเป็นรถรุ่นที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยฝีมือคนไทย และส่งออกไปยังตลาดอื่นๆ ทั่วโลก ภายใต้ฝีมือการผลิตของคนไทย”

   มร.ไดโซะ คาเมะยามา กล่าวว่า “แนวคิดของรถคันนี้คือ "การนำ DNA ของรถยนต์โคโรลล่ามาพัฒนาให้เกิดเป็นรถยนต์อเนกประสงค์" ทั้งนี้โคโรลล่า คือรุ่นรถที่ขายดีที่สุดในโลกของโตโยต้า กล่าวคือ โคโรลล่า ก็คือโตโยต้า นับตั้งแต่การเปิดตัวรถโคโรลล่ารุ่นแรกในประเทศญี่ปุ่นในปี 2509และเป็นรถที่ขายดีที่สุดของโตโยต้า ปัจจุบันขายมาแล้ว 150 ประเทศทั่วโลก ด้วยยอดขายสะสม 48ล้านคัน

   คุณลักษณะที่โดดเด่นที่สุดของโคโรลล่า ครอส คือ สัมผัสแห่งความหรูหรา พร้อมประโยชน์ใช้สอยที่เหนือความคาดหมายของลูกค้า สะท้อนภาพลักษณ์ของยนตรกรรมที่มี “ความแข็งแกร่งสำหรับชีวิตในเมือง” (Urban Toughness)ซึ่งเห็นได้ชัดจากดีไซน์และการออกแบบฐานล้อที่กว้าง เรามั่นใจว่ารถยนต์อเนกประสงค์คันนี้ เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ดึงดูดใจ ทั้งความสวยงามโฉบเฉี่ยวล้ำสมัย แฝงไว้ด้วยความทรงพลัง กระตุ้นและมอบแรงบันดาลใจให้ผู้ขับขี่ออกไปเผชิญความท้าทายใหม่ๆ โดยมอบความสะดวกสบายอย่างเหนือระดับในทุกด้าน”

โคโรลล่า ครอส ใหม่…A NEW JOURNEY มี 5จุดขายหลัก

1.         ด้านการออกแบบ

A New Outstanding Journey – ให้ชีวิตเดินทาง…โดดเด่นด้วยดีไซน์เหนือระดับ

การออกแบบภายนอกโดดเด่นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ดูโฉบเฉี่ยว ปราดเปรียว สะท้อนความหรูหราแต่ยังคงไว้ซึ่งความแข็งแกร่ง มาพร้อมหลังคามูนรูฟแบบไฟฟ้า ราวหลังคา ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว

A New Satisfying Journey – ให้ชีวิตเดินทาง…พื้นที่ที่ตอบทุกความต้องการ

การออกแบบภายในได้อย่างลงตัว ด้วยสีภายใน สีแดงใหม่ Terra Rossa จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ MID (Multi Information Display) ขนาด 7 นิ้ว

2.         ด้านสมรรถนะการขับขี่

A New Energetic Journey – ให้ชีวิตเดินทาง…ขีดสุดแห่งพลังขับเคลื่อน

เครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร แบบระบบไฮบริดรุ่นใหม่ล่าสุด เจเนเรชันที่ 4ที่พัฒนาแบตเตอรี่ใหม่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ทนทานและประหยัดน้ำมัน แต่ยังคงไว้ซึ่งความสนุกในการขับขี่ และตอบสนองต่อการเร่งแซงได้อย่างมั่นใจ ด้วยอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย 23.3 กิโลเมตรต่อลิตรปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 98 กรัมต่อกิโลเมตรและแบบเบนซิน อัตราเร่งเต็มพลังตอบสนองได้ดั่งใจ ด้วยอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย 15.4 กิโลเมตรต่อลิตรปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 150 กรัมต่อกิโลเมตร

A New Confident Journey – ให้ชีวิตเดินทาง…ควบคุมได้อย่างมั่นใจในทุกเส้นทาง

ด้วยแพลตฟอร์ม TNGA มาใช้ควบคู่กับช่วงล่างแบบคานแข็งที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ เพื่อปรับช่วงล่างให้มีประสิทธิภาพการเกาะถนนที่ดี  แต่ยังนุ่มนวลสะดวกสบายในทุกระดับเพิ่มประสิทธิภาพการทรงตัวทั้งการขับขี่ทางตรงและในขณะเข้าโค้ง ทำให้การขับขี่ปราดเปรียว มั่นใจ ทัศนวิสัยดีขึ้น

3.         ด้านความสะดวกสบาย

- A New Convenient Journey – ให้ชีวิตเดินทาง…ความสะดวกสบายทุกเส้นทาง

เน้นประโยชน์ใช้สอยที่โดดเด่นด้วยพื้นที่จุสัมภาระได้มากถึง 487ลิตรนอกจากนี้ ในส่วนของห้องโดยสาร โดดเด่นด้วยประตูด้านหลังขนาดใหญ่ที่ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถขึ้นและลงจากรถได้อย่างสะดวกสบาย และยังมีการออกแบบที่ว่างเหนือศีรษะให้สูงพอดี มีความโปร่ง สบาย ไม่อึดอัด มาพร้อมประตูท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมเซนเซอร์เปิด-ปิดประตูท้ายแบบ Kick Activated เพิ่มความสะดวกสบายในการเก็บสัมภาระ เบาะคนขับปรับไฟฟ้า ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ Dual Zoneพนักพิงด้านหลังปรับเอนได้ 6 องศาพนักวางแขนด้านหลังพร้อมที่วางแก้วน้ำ ช่องระบายอากาศและช่องต่อ USB สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

4.         ด้านความปลอดภัย

A New Protected Journey – ให้ชีวิตเดินทาง…มาตรฐานความปลอดภัย

อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อมของโคโรลล่า ครอส ได้ถูกพัฒนาขึ้นโดยสืบทอดลักษณะเด่นที่เป็นดีเอ็นเอของรถในตระกูลโคโรลล่า เพื่อความมั่นใจทุกการขับขี่ด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถโตโยต้า (Toyota Safety Sense)  อาทิ ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (Pre-Collision System) ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยหน่วงอัตโนมัติ(Lane Departure Alert with Steering Assist) ระบบควบคุมและปรับลดความเร็วอัตโนมัติพร้อมช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน(Dynamic Radar Cruise Control with Lane Tracing Assist) และระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ (Automatic High Beams)รวมทั้ง กล้องมองภาพรอบทิศทาง พร้อมมุมมองแบบ 3มิติ (Panoramic View Monitor)ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง(Blind Spot Monitor) ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ (Rear Cross Traffic Alert) และถุงลมเสริมความปลอดภัย ระบบ SRS 7 ตำแหน่ง (Air Bags)

5.         ด้านการเชื่อมต่อ

A New Connected Journey – ให้ชีวิตเดินทาง…เชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์ด้วยความเชื่อมั่น ปลอดภัย ไร้กังวล

สะดวกสบายไปกับหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับ Apple CarPlayและ T-Connect เชื่อมต่อความสุขทุกเส้นทางให้คุณอุ่นใจปลอดภัยไร้กังวลในทุกสถานการณ์ ให้การดูแลรถยนต์เป็นเรื่องง่าย

   นายสุรศักดิ์ สุทองวัน กล่าวว่า “ประเทศไทยเป็นประเทศที่สวยงามซึ่งมีเอกลักษณ์อันโดดเด่น คือ ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นดั่งเพื่อนและครอบครัว จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบัน ส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงโลกของเราให้กลายเป็นสังคมที่มีการเว้นระยะห่างทางสังคม แต่ในทางกลับกันทำให้เราได้ใกล้ชิดกับครอบครัวมากขึ้น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของวิถีใหม่ที่ได้เริ่มขึ้นแล้ว โตโยต้าพร้อมจะขับเคลื่อนความสุขให้กับคุณ       ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การท่องเที่ยว กีฬา และพักผ่อนกับครอบครัว การเดินทางไปยังบ้านเกิด และการท่องเที่ยวกับเพื่อน

   โคโรลล่า ครอส ใหม่จะสร้างนิยามใหม่ “A New Journey ให้ชีวิตเดินทาง” ในรูปแบบวิถีใหม่ (New Normal) ซึ่งเป็นการเปิดตัวครั้งแรกของโลกในประเทศไทย จากรถยนต์นั่งสู่รถยนต์อเนกประสงค์ โดยเพิ่มประโยชน์   ใช้สอย มีความเป็นอิสระ และขับสนุกเหมือนรถยนต์นั่งสไตล์สปอร์ต อีกทั้งยังมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยที่ครบครัน

   กลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักคือ กลุ่มครอบครัวที่มีไลฟ์สไตล์หลากหลายและชอบความทันสมัย โดยเฉพาะจุดขายหลักของรถรุ่นนี้คือ สะดวก สบาย ปลอดภัยสำหรับทุกคนในครอบครัว อีกทั้งยังนั่งสบายทุกเบาะ ขับขี่อย่างมั่นใจตลอดการเดินทาง ไม่เหนื่อยและไม่เมื่อยล้า และยังมีเครื่องยนต์ไฮบริดที่ประหยัดน้ำมัน เงียบ แรง และค่ามลพิษต่ำ นอกจากนี้ยังคุ้มค่า คงทน ราคาขายต่อดี และนี่คือ เอกลักษณ์ของโตโยต้า”

   พร้อมสัมผัสประสบการณ์การซื้อรูปแบบใหม่ New Buying Experienceและประสบการณ์การใช้งานรูปแบบใหม่ New Usage Experience ผ่านแอปพลิเคชัน T-Connect by Toyotaที่มีเทคโนโลยีและบริการที่จะเชื่อมการขับเคลื่อนแห่งอนาคต รองรับทุกไลฟ์สไตล์

ประสบการณ์การซื้อรูปแบบใหม่ New Buying Experience ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยได้เปลี่ยนการซื้อรถจากรูปแบบเดิม สร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้าด้วยบริการรูปแบบใหม่ที่โตโยต้าได้คิดค้นพัฒนาขึ้น

Connect Locator บริการเช็กสถานะสต็อกและระยะเวลาการส่งมอบรถยนต์แบบเรียลไทม์ (Real time) ทำให้สามารถตรวจสอบข้อมูล สถานะการส่งมอบรถได้อย่างแม่นยำ

Connected Auto Loan (CAL)การอนุมัติสินเชื่อรถยนต์รูปแบบใหม่ ที่ทำให้เป็นเจ้าของรถได้ง่ายขึ้น

บริการ Sabuy :Dมิติใหม่ในการเช่าซื้อ ด้วยการผ่อนต่ำลง 20% พร้อมรวมค่าเช็คระยะ และบำรุงรักษา ณ ศูนย์บริการโตโยต้า มูลค่า 23,000บาท และการรับประกันราคาสำหรับการแลกเปลี่ยนรถในอนาคต

KINTOบริการออนไลน์รูปแบบใหม่สำหรับลูกค้าบุคคลทั่วไปเช่ารถระยะยาว เป็นอีกหนึ่งทางเลือกรูปแบบใหม่สะดวกสบายไม่ต้องใช้เงินดาวน์

-  แพ็กเกจประกันภัยชั้น 1 Convini-Insureคุ้มครองนาน 3 ปี และสามารถนำไปรวมกับยอดแบ่งจ่ายรายเดือนได้

การรับประกันมูลค่ารถในอนาคตGFV(Guarantee Future Value)  ราคาขายต่อไม่ต้องกังวล สำหรับรถรุ่น Hybrid

ประสบการณ์ในการใช้งานรูปแบบใหม่ (New Usage Experience)เทคโนโลยีเชื่อมการขับเคลื่อนแห่งอนาคตที่ส่งมอบบริการผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ (T-Connect by TOYOTA) ด้วย 3 คุณสมบัติหลัก

1.   Always located and protect บริการเพื่อความอุ่นใจ ปลอดภัย ไร้กังวล ประกอบด้วยการบริการ ดังนี้

Find My Car

ระบบติดตามการโจรกรรม (TheftTrack)

ระบบช่วยเหลือฉุกเฉิน (SOS)

ระบบกำหนดขอบเขตปลอดภัย (Geo-fencing)

2.   Telematics CAREช่วยให้การดูแลรถยนต์เป็นเรื่องง่าย สำหรับผู้ใช้รถยนต์โตโยต้าคลายกังวลในการขับขี่

บริการแจ้งเตือนการบำรุงรักษา(Maintenance Reminder) รวมถึงการนัดหมายออนไลน์

ข้อมูลรถและการขับขี่(Vehicle Information)

-  ประกันภัย ขับดีลดให้ Toyota Care PHYD (Pay How You Drive)ประกันภัยรูปแบบใหม่ ที่จะทำให้ประหยัดได้มากกว่า ด้วยส่วนลดจากการวิเคราะห์ข้อมูลการขับขี่ ขับรถดี ขับปลอดภัย มีส่วนลดค่าเบี้ยประกันต่ออายุ ต่อแรก ส่วนลดประวัติดี ในปีที่ 2: 20% พร้อมลดเพิ่ม ต่อสอง ขับดีลดให้ อีกสูงสุด 25%

3.   Happiness Mobility บริการเพิ่มความสุขทุกเส้นทาง ประกอบด้วย

บริการผู้ช่วยส่วนตัว (Concierge Services)พร้อมดูแลคุณตลอดการเดินทาง

นอกจากนั้น ยังมีระบบบริหารยานพาหนะและการขนส่งแบบครบวงจร FTS (Fleet Telematics Service) สำหรับกลุ่มลูกค้าธุรกิจ ที่จะช่วยให้สามารถติดตาม วางแผนการใช้รถ และควบคุมการใช้งาน รวมทั้งพนักงานขับรถได้อย่างสะดวกสบายและมีประสิทธิภาพ โดยมีระบบแสดงผลได้แบบ Real Time พร้อมรายละเอียดข้อมูลสถานะต่างๆ ของตัวรถและการใช้งานรถ

นายสุรศักดิ์ สุทองวัน กล่าวเพิ่มเติมว่า “เพื่อตอบสนอง A New Journey ของทุกคนที่แตกต่างกัน นอกจากรุ่นมาตรฐานแล้ว เรายังมีรุ่นตกแต่ง ณ จุดขาย ที่จะมาเพิ่มความสุขและความสนุกให้มากขึ้น

-          Urban sport styleเพิ่มความสปอร์ต สะท้อนความเป็นตัวคุณให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ตกแต่งด้วยชุดสปอยเลอร์รอบคัน และคิ้วตกแต่งประตูหลัง

-          Adventure styleเพิ่มดีไซน์ให้ดุดัน พร้อมลุยได้ทุกที่ ตอบโจทย์คนที่ชอบการเดินทาง ท่องเที่ยว เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การขับขี่และท่องเที่ยว ตกแต่งด้วยชุดสปอยเลอร์รอบคัน และคิ้วตกแต่งประตูหลัง

   โดยลูกค้าสามารถเลือกรูปแบบที่ชอบ โดยจ่ายเพิ่มไม่เกิน 500บาท ต่อเดือนในยอดการผ่อนชำระรายเดือนเท่านั้น (คำนวณจากการเช่าซื้อนาน 60เดือน) ซึ่งลูกค้าสามารถติดต่อผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ

   นอกจากนั้น ขอแนะนำอีกหนึ่งช่องทางการสื่อสารระหว่าง โตโยต้ากับลูกค้าToyota Tube(T-Tube) ที่จะเป็นสื่อแนะนำการใช้รถยนต์ในรูปแบบวีดีโอบนโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้ลูกค้าเข้าใจวิธีการใช้งานของเทคโนโลยีและอุปกรณ์ต่างๆ ได้ง่าย และถูกต้อง สำหรับลูกค้าที่สนใจทดลองขับรถ Corolla Cross ใหม่ สามารถลงทะเบียนผ่านทางออนไลน์ www.toyotatestacar.com ได้ตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคมนี้ หรือ ติดต่อที่โชว์รูมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ”

   มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ กล่าวปิดท้ายว่า “สำหรับการพัฒนาโคโรลล่า ครอส ใหม่ เน้นให้ความสำคัญมากที่สุดคือ ความรู้สึกที่ผู้ขับขี่จะได้รับประสบการณ์การขับขี่ที่ง่าย สะดวก และสนุกอย่างลงตัว พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครันเหนือความคาดหวังของลูกค้า นอกจากนี้ สิ่งสำคัญที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี T-Connect คือนวัตกรรมการประกันภัยรูปแบบใหม่ภายใต้ชื่อ “ขับดี ลดให้” (Pay How You Drive – PHYD) ซึ่งเป็นนวัตกรรมประกันภัยรถยนต์ที่ผมมั่นใจว่าจะเป็นแรงจูงใจที่ดีให้ทุกท่านขับรถอย่างปลอดภัย ผมเชื่อมั่นว่าสุดยอดแห่งยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุดของเราคันนี้ จะเปิดประสบการณ์สู่การเดินทางครั้งใหม่ของทุกท่านเพื่อมุ่งหน้าสู่ยุคแห่งอนาคต พร้อมมอบความอุ่นใจในทุกเส้นทาง”

เลือกเป็นเจ้าของ โคโรลล่า ครอส ใหม่ 4รุ่น และ 7สีภายนอก

-  Metal Stream Metallic

-  Red  Mica Metallic

-  Attitude Black Mica

-  Celestite Gray Metallic

-  Platinum White Pearl*

-  Graphite Metallic

-  Nebula Blue

สีภายใน2สี

-  Terra Rossa  (เฉพาะรุ่น Hybrid Premium Safety และ HybridPremium ที่มีสีภายนอก Attitude Black Mica /

 Celestite Gray Metallic / Platinum White Pearl)

-  Black

สำหรับรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด เกียร์อัตโนมัติ

ŽHybrid Premium Safety                  ราคา           1,199,000 บาท**

ŽHybrid Premium                             ราคา           1,089,000 บาท**

ŽHybrid Smart                                  ราคา          1,019,000 บาท**

สำหรับรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน เกียร์อัตโนมัติ

Ž1.8 Sport                                        ราคา            989,000 บาท**

                                                      ราคาพิเศษ 959,000 บาท (ณ วันเปิดตัว – 30 กันยายน 2563    มีจำนวนจำกัด)

*สำหรับสีพิเศษ Platinum White Pearl เพิ่ม 10,000 บาท

**ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน รวมเครื่องปรับอากาศและภาษีมูลค่าเพิ่ม

 

 

พิเศษสำหรับลูกค้าซื้อ All-New Corolla Crossวันนี้ ถึง 30 กันยายน 2563

·      เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 1.85% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1Toyota Care

·      ขยายระยะเวลารับประกันรถใหม่5ปีหรือ 150,000กม.ฟรีค่าแรงเช็กระยะจนถึง 100,000 กม. มูลค่ากว่า34,000บาท

·      ToyotaPrivilege Moreข้อเสนอพิเศษเพิ่มเติมเฉพาะลูกค้าโตโยต้า

ร่วมสัมผัสและทดลองขับ All-New Corolla Cross

ได้ที่โชว์รูมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ

ตั้งแต่วันที่ 24กรกฎาคม 2563

และงาน Bangkok International Motor Show 2020

ในวันที่ 15– 26กรกฎาคม 2563

ติดตามข้อมูลผลิตภัณฑ์และกิจกรรมการตลาดเพิ่มเติมได้ที่:

https://www.toyota.co.th/

Facebook:Toyota Motor Thailand

LINE ID: @ToyotaThailand

 

NEW CARS : แลนด์โรเวอร์ ดีเฟนเดอร์ ใหม่ (All-New Land Rover Defender) ตำนานแห่งแลนด์โรเวอร์ เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมพลิกโฉมการสั่งรถแลนด์โรเวอร์ด้วยดิจิทัลแพลตฟอร์ม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เปิดตัวแลนด์โรเวอร์ ดีเฟนเดอร์ ใหม่ (All-New Land Rover Defender) ด้วยราคาเริ่มต้น 5,400,000บาท สำ00 บาท (วยDynamic 6,299,000 THBหรับแลนด์โรเวอร์ ดีเฟนเดอร์รุ่น 3 ประตู (รุ่น 90) และราคาเริ่มต้น 5,800,000 บาท สำหรับแลนด์โรเวอร์ ดีเฟนเดอร์รุ่น 5 ประตู (รุ่น 110)

   แลนด์โรเวอร์ ดีเฟนเดอร์ รุ่นใหม่ ปรับโฉมรูปลักษณ์ให้สมกับศตวรรษที่ 21 ด้วยความหลงใหลและความเคารพต่อรถรุ่นดั้งเดิมเป็นแรงผลักดัน ทำให้ดีเฟนเดอร์มอบขีดความสามารถที่พัฒนาต่อได้อย่างไม่สิ้นสุด ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับการขับขี่ในทุกภาคพื้นพลิกโฉมการผจญภัย โดยยังคงไว้ซึ่งจิตวิญญาณแห่งการบุกเบิกอันเป็นเครื่องหมายประจำตัวของแลนด์โรเวอร์มาตลอด 71 ปี

   นายชาญชัย มหันตคุณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “แลนด์โรเวอร์ ดีเฟนเดอร์ รุ่นใหม่นี้เป็นสมาชิกใหม่ที่มาเติมเต็มไลน์โปรดักส์ของแลนด์โรเวอร์ให้มีผลิตภัณฑ์ที่ครบสมบูรณ์ ดีเฟนเดอร์ รุ่น 5 ประตู เป็นจุดเริ่มต้นของรถตระกูลขับเคลื่อนสี่ล้อที่มีสมรรถนะสูงและทนทานที่สุดในโลก มีห้องโดยสารแบบ 5+2 ที่นั่ง และดีเฟนเดอร์ รุ่น 3 ประตู ที่มีขนาดเล็กกว่า กะทัดรัด ฐานล้อสั้น สำหรับการใช้งานอเนกประสงค์ที่ทนทานกว่ารุ่นอื่นๆ

   มีระบบส่งกำลังให้เลือกหลากหลายแบบ ได้แก่ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 200 แรงม้า หรือแบบ 240 แรงม้า เครื่องยนต์ 4 สูบ เทคโนโลยีเทอร์โบคู่แบบต่อเนื่องที่ส่งแรงบิด 430 นิวตัน-เมตร ที่ 1,400 รอบ/นาที เพิ่มประสิทธิภาพและประหยัดเชื้อเพลิง อีกทั้งตัวเลือกเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 300 แรงม้า และเบนซิน 3.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 400 แรงม้า โดยเครื่องยนต์ทุกแบบขับเคลื่อนด้วยชุดเกียร์อัตโนมัติแปดสปีด ZF ที่ลื่นไหลและตอบสนองว่องไว ระบบเกียร์แบบ twin-speed เพื่อส่งกำลังในอัตราความเร็วต่ำขณะลากจูงหรือขับขี่บนเส้นทางขรุขระซึ่งต้องใช้การควบคุมมากกว่าปกติ ดีเฟนเดอร์ ใหม่ ได้สร้างนิยามใหม่ของขีดจำกัดความสามารถให้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสมรรถนะสำหรับการขับขี่ทุกสภาพอากาศ ทุกภูมิประเทศ และยังคงความสบายเมื่อขับขี่บนเส้นทางราบเรียบ ในทุกการเดินทาง ดีเฟนเดอร์ ใหม่ สามารถบรรทุกน้ำหนักสูงสุดถึง 900 กิโลกรัม โดยหลังคารถสามารถรับน้ำหนักสูงสุดขณะจอดนิ่งที่ 300 กิโลกรัมและน้ำหนักสูงสุดขณะขับขี่ที่ 168 กิโลกรัม และความสามารถในการลุยน้ำได้สูงสุดที่ความลึก 900 มิลลิเมตร รองรับด้วยโปรแกรมตรวจสอบความลึกของน้ำในระบบ Terrain Response 2 ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถขับลุยน้ำด้วยความมั่นใจเต็มร้อย

   ด้านเทคโนโลยีมีการนำระบบ Configurable Terrain Response มาใช้กับรถ ดีเฟนเดอร์ ใหม่ เป็นครั้งแรก โดยเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้ผู้ที่มีความชำนาญในการขับขี่บนเส้นทางแบบขรุขระสามารถปรับการตั้งค่าในการขับขี่แต่ละครั้งให้เหมาะสมกับสภาวะต่างๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ขณะเดียวกันผู้ขับขี่มือใหม่ก็สามารถให้ระบบค้นหาการตั้งค่าที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่มากที่สุดได้โดยใช้ฟังก์ชั่นอัตโนมัติแบบอัจฉริยะ ด้านเทคโนโลยีระบบข้อมูลและความบันเทิงด้วย Pivi-Pro แบบใหม่ หน้าจอสัมผัสที่ล้ำสมัยสามารถใช้งานได้ง่ายและเป็นมิตรต่อผู้ใช้ เพียงป้อนข้อมูลไม่กี่อย่างก็สามารถทำงานในฟังก์ชั่นที่มีการใช้งานบ่อยได้ และดีเฟนเดอร์ ใหม่ ยังยกระดับการอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านสัญญาณแบบไร้สาย Software-Over-The-Air จะทำให้คุณได้รับซอฟต์แวร์ใหม่ล่าสุดตลอดเวลา ด้วยการดาวน์โหลดข้อมูลขณะที่ลูกค้ากำลังนอนหลับอยู่ที่บ้านหรืออยู่ในสถานที่ห่างไกล โดยส่งสัญญาณข้อมูลสำหรับการอัปเดตจะไปยังตัวรถยนต์อัตโนมัติอย่างรวดเร็ว ทำให้ลูกค้าไม่จำเป็นต้องเดินทางไปยังศูนย์บริการของแลนด์โรเวอร์เลย

   แลนด์โรเวอร์ ดีเฟนเดอร์ ตัวใหม่นี้มาพร้อมคอนเซ็ป “MAKE IT YOUR DEFENDER" ให้คุณปรับแต่งเพื่อแสดงตัวตนในแบบของคุณ ลูกค้าจะเลือกได้ตั้งแต่ดีไซน์ตัวถังแบบ 3 ประตู ที่ห้องโดยสารแถวหน้า 3 ที่นั่ง หรือแบบ 5 ประตู ที่สามารถเลือกห้องโดยสารแบบ 5+2 ที่นั่ง รุ่นต่างๆ ของรถประกอบด้วย Defender X รุ่นเรือธง รุ่น S และรุ่น SE จากนั้นลูกค้าจะสามารถปรับแต่งรถได้หลากหลายรูปแบบด้วยชุดอุปกรณ์เสริม 4 แบบ ได้แก่ ชุด Explorer, Adventure, Country และ Urban โดยชุดตกแต่งแต่ละชุดประกอบด้วยอุปกรณ์เสริมหลากหลายที่คัดสรรมาโดยเฉพาะเพื่อมอบบุคลิกที่แตกต่างกัน นอกจากชุดอุปกรณ์เสริมแล้ว ดีเฟนเดอร์ ใหม่ ยังมีอุปกรณ์แบบแยกชิ้นให้เลือกหลากหลายครบครันกว่ารถรุ่นอื่นๆ เช่น เต็นท์หลังคารถ ผ้าใบกันสาดแบบเป่าลม ไปจนถึงชุดอุปกรณ์ลากจูงและโครงเหล็กบรรทุกสัมภาระบนหลังคารถ”

   นายชาญชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า “ในปีนี้เราเปลี่ยนวิธีการให้บริการลูกค้าให้มีความสะดวกมากขึ้นและเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ด้วยระบบการสั่งซื้อผ่าน Online Car Configurator การออกแบบ-เลือกอุปกรณ์รถยนต์ตามความต้องการ ด้วยโปรแกรมภาพจำลองเสมือนจริงผ่านทางออนไลน์ ที่สามารถแสดงราคาทุกออปชั่นให้ลูกค้าเลือกได้อย่างชัดเจน ส่วนในด้านการบริการหลังการขาย ลูกค้าสามารถทำการนัดหมายเข้ารับบริการผ่าน Online Booking Service โดยพบกับการนำเสนอสินค้าและบริการทางออนไลน์ของเราเพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ให้แก่ลูกค้าได้ที่เว็บไซต์ www.landrover.co.th

 

NEW CARS : เปิดตัว มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีลีท เอดิชั่น ใหม่ ความสำเร็จที่เป็นคุณ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีลีท เอดิชั่น ใหม่ ที่มาพร้อมความหรูหรา พรีเมียม และสไตล์ที่เหนือระดับสะท้อนความสำเร็จที่แตกต่างในแบบฉบับที่เป็นคุณ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีลีท เอดิชั่น ใหม่ โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอก ภายในห้องโดยสารยังได้รับการปรับปรุงให้มีความหรูหรามากขึ้น ครบครันเหนือระดับทั้งในด้านความปลอดภัย สมรรถนะ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย

   “ผู้ที่ชื่นชอบรถอเนกประสงค์สามารถสัมผัสกับความหรูหราและสมรรถนะที่เหนือชั้นของรถอเนกประสงค์ระดับผู้นำ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีลีท เอดิชั่น ใหม่ มีความโดดเด่น หรูหราเหนือระดับ ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และระบบความปลอดภัย สะท้อนถึงความสำเร็จอีกขั้นของผู้ขับขี่” มร. โมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

   มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีลีท เอดิชั่น ใหม่ ตอบโจทย์ลูกค้าผู้ที่ชื่นชอบรถอเนกประสงค์ที่หรูหรา มีสมรรถนะสูง ครบครันด้านอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ทันสมัย พร้อมลุยทุกอุปสรรคและรองรับทุกการใช้งาน มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีลีท เอดิชั่น ใหม่ มีให้เลือก 2 สีได้แก่ สีดำ (Jet Black Mica)ที่ดูหรูหราแต่ดุดัน และสีขาว (White Diamond)ตัดกับหลังคาสีดำ ที่สะกดทุกสายตาแบบสปอร์ตพรีเมียม

   สีตัวถังทั้ง 2 สีมาพร้อมอุปกรณ์ตกแต่งมาตรฐาน ได้แก่ กระจังหน้ารถสีดำตกแต่งด้วยโลโก้‘PAJERO SPORT’ บนฝากระโปรงหน้าและโลโก้‘ELITE EDITION’ ที่ฝาประตูท้ายพร้อมปลายท่อไอเสียสเตนเลส ทั้งนี้ยังติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งสีดำทั้งหมด ได้แก่ ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ ล้ออัลลอยขนาด18 นิ้วชุดตกแต่งใต้กันชนหน้า-หลัง ราวหลังคา สปอยเลอร์หลัง และ เสาอากาศแบบครีบฉลาม

   ภายในห้องโดยสารของ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีลีท เอดิชั่น ใหม่ ยกระดับความหรูหราและความสะดวกสบายด้วยเบาะนั่งสีน้ำตาล ‘QUOLE MODURE’ที่มีคุณสมบัติพิเศษช่วยสะท้อนความร้อนจากแสงแดดเพื่อความสบายตลอดการเดินทาง มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีลีท เอดิชั่น ใหม่ ยังตกแต่งพิเศษด้วยแผงข้างประตูและคอนโซลกลางบุด้วยวัสดุนุ่มสีน้ำตาล พร้อมสัญลักษณ์ ‘PAJERO SPORT’เหนือกล่องเก็บของด้านหน้าฝั่งผู้โดยสาร ฝาครอบสเตนเลสพร้อมไฟ LED พรมห้องโดยสารปักโลโก้ ‘PAJERO SPORT’ และกล้องบันทึกภาพหน้ารถ DVR (Digital VDO Recorder) มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีลีท เอดิชั่น ใหม่ เหนือระดับด้วยเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ครบครัน อาทิจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ LCD ขนาด 8 นิ้วที่ง่ายต่อการอ่าน รองรับการเชื่อมต่อผ่านสมาร์ทโฟน SDA(Smartphone-link Display Audio)และ Apple CarPlay* ใช้งานง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส และสามารถสั่งงานด้วยเสียง

   ผู้โดยสารตอนหลังสามารถเพลิดเพลินกับระบบความบันเทิงตลอดการเดินทางด้วยจอภาพขนาด 12.1 นิ้ว ติดตั้งบนเพดานรถ พร้อมรีโมทคอนโทรล รองรับการเชื่อมต่อผ่าน USB และสมาร์ทโฟนผ่าน HDMI

   มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีลีท เอดิชั่น ใหม่ มาพร้อมกับฟังก์ชั่นยอดนิยมอย่าง ระบบเปิด-ปิดประตูท้ายด้วยไฟฟ้าที่สามารถสั่งการด้วยระบบแฮนด์ฟรี ผ่านระบบมิตซูบิชิ รีโมท คอนโทรล ที่พร้อมมอบความสะดวกสบายในการใช้งานมากมาย

   มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีลีท เอดิชั่น ใหม่ ยังครบครันด้วยเทคโนโลยีระบบความปลอดภัยทั้งแบบป้องกันและแบบปกป้องมากที่สุดเมื่อเทียบกับรถอเนกประสงค์ในระดับเดียวกัน ประกอบด้วยระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM)ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะเมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็ว (UMS)ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวพร้อมระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (ASTC) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA) ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC) อุ่นใจยิ่งขึ้นด้วยการติดตั้งติดตั้งถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่งพร้อมเข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

   มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีลีท เอดิชั่น ใหม่ มีทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อและรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ได้แก่ รุ่น 2.4 GT-PREMIUM 2WD ELITE EDITIONและ รุ่น 2.4 GT- PREMIUM 4WD ELITE EDITION ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล MIVEC VG Turbo Clean-Diesel ความจุ 2.4 ลิตร รองรับการใช้น้ำมันไบโอดีเซล บี 20  ให้พละกำลังสูงสุด 181 แรงม้าที่ 3,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตรที่ 2,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดเพื่อการขับเคลื่อนอย่างเต็มสมรรถนะและความประหยัด

   มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีลีท เอดิชั่น ใหม่ มีราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 1,524,000 บาทสำหรับรุ่น 2.4 GT- PREMIUM 2WD ELITE EDITIONและ 1,629,000 บาทสำหรับรุ่น 2.4 GT- PREMIUM 4WD ELITE EDITION

   พิเศษสำหรับลูกค้า200ท่านแรกที่ลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ระหว่างวันที่6-20 กรกฎาคม 2563และออกรถอเนกประสงค์ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีลีท เอดิชั่น ใหม่ ภายในวันที่31สิงหาคม 2563รับฟรี บัตรเติมน้ำมันมูลค่า10,000บาทสำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถรับข้อเสนอสุดพิเศษนี้สามารถลงทะเบียนและตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th

   เตรียมพบกับ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีลีท เอดิชั่น ใหม่ ได้ที่โชว์รูม มิตซูบิชิ ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 9กรกฎาคม 2563 นี้เป็นต้นไป และจะจัดแสดงภายในบูธของมิตซูบิชิ ประเทศไทย A13 ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 ระหว่างวันที่ 15 – 26 กรกฎาคม 2563
ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 – 3 เมืองทองธานี

   * เงื่อนไขการใช้งาน Apple CarPlay เป็นไปตามเงื่อนไขที่ Apple Inc.กำหนด Apple CarPlayและ iPhoneเป็นเครื่องหมายการค้า ของบริษัท Apple Inc. สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูที่ http://www.apple.com/ios/carplay/

 

NEW CARS : ซูซูกิ เปิดตัว ALL NEW SUZUKI XL7, Multi-Dynamic Crossover เปิดประสบการณ์ใหม่ให้ชีวิต THINK XL คิดได้เกินคาด ไปได้เกินใคร พร้อมเขย่าตลาดรถยนต์ในประเทศไทย ด้วยราคาพิเศษช่วงแนะนำเริ่มต้น 779,000 บาท

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัดสร้างปรากฎการณ์ให้กับตลาดรถยนต์ อีกครั้ง ประกาศเปิดตัว ALL NEW SUZUKI XL7, Multi-Dynamic Crossoverอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ชูแนวคิด THINK XLคิดได้เกินคาด ไปได้เกินใครตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของชีวิตด้วยสมรรถนะและฟังก์ชันที่       ครบครันมาพร้อมดีไซน์สปอร์ต ซึ่ง ALL NEW SUZUKI XL7ได้รับการออกแบบมาเพื่อการใช้งานได้หลากหลายตามแบบฉบับของรถ Crossoverได้อย่างลงตัวเพื่อให้ทุกการขับขี่เป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบในเส้นทางที่หลากหลาย มอบอิสระและตัวตนที่ชัดเจน มุ่งขยายฐานกลุ่มลูกค้าให้ครอบคลุมทุกความต้องการ โดดเด่นด้วยความคล่องตัว  ทั้งการขับขี่ทั้งในเมืองและนอกเมือง โดยมั่นใจว่า ALL NEW SUZUKI XL7 คือรถยนต์ที่จะให้ทั้งความสนุก ความท้าทาย และ    ความคุ้มค่าที่สุดในตลาดครอสโอเวอร์ ณ เวลานี้

   มร.มิโนรุ อามาโนะกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ท่ามกลางสถานการณ์ของการระบาดของไวรัส COVID-19 และการปรับตัวให้เข้ากับวิถีการดำรงชีวิตแบบใหม่ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วของผู้บริโภคประชาชนชาวไทย แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความแข็งแกร่งทางจิตวิญญาณของคนไทยที่มุ่งมั่นพร้อมรวมใจเป็นหนึ่ง ที่จะผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ แม้ผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์    มีตัวเลขยอดขายรถยนต์หดตัวลงเป็นอย่างมากแต่ซูซูกิยังมุ่งหวังจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทย  โดยเฉพาะด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ให้ฟื้นตัวโดยเร็วผ่านความตั้งใจและมุ่งมั่นในการพัฒนาและผลิตยานยนต์              ที่มีคุณภาพเพื่อตอบสนองความต้องการและสร้างความพึงพอใจอย่างสูงสุดให้กับลูกค้า

   ตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ซูซูกิได้ดำเนินการผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล           เพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศมากมาย เช่น SUZUKI SWIFT, SUZUKI CELERIO และ SUZUKI CIAZ ทั้งยังมีรถยนต์ที่นำเข้าอย่าง SUZUKI ERTIGA และSUZUKI CARRY มาจำหน่ายในประเทศไทย        เพื่อเติมเต็มทุกความต้องการให้มากขึ้น อีกทั้งยังมุ่งมั่นยกระดับงานบริการของโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานทั่วประเทศในทุกด้าน อาทิ บริการส่งมอบชิ้นส่วนอะไหล่ภายใน 24 ชั่วโมง  อีกทั้งผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิยังใส่ใจที่จะปรับปรุงและพัฒนางานบริการทั้งก่อนและหลังการขายอย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบบริการที่ดีที่สุดและเหนือความคาดหวังให้กับลูกค้าทุกท่าน 

   ในครั้งนี้การนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพรุ่นใหม่ล่าสุด ALL NEW SUZUKI XL7รถครอสโอเวอร์ขนาด 7 ที่นั่ง ซึ่งมาพร้อมดีไซน์สปอร์ตเข้ม ดุดัน ตอบโจทย์และสะท้อนภาพลักษณ์ของผู้ใช้งานได้อย่างลงตัว โดยมุ่งหวังจะเป็นหนึ่งในทางเลือกสำคัญให้สำหรับคนที่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจและต้องการทำสิ่งที่เป็นไปได้ ให้ไกลเกินกว่าที่คิดไว้แล้ว ซูซูกิจึงคาดหวังว่า     ALL NEW SUZUKI XL7 จะเป็นรถครอสโอเวอร์อีกหนึ่งรุ่นที่เข้ามาสร้างสีสันในตลาดรถยนต์ประเทศไทยให้คึกคักขึ้นได้อย่างแน่นอน”

   นายวัลลภ ตรีฤกษ์งามกรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “สำหรับไตรมาสแรกของปี 2563 ซูซูกิได้แนะนำรถยนต์จำนวน 2 รุ่น ประกอบด้วย New Suzuki Ciaz “สัมผัสใหม่ สบายทุกมิติ” สปอร์ตอีโคซีดาน สมบูรณ์แบบทั้งดีไซน์และสมรรถนะ มอบความคุ้มค่ายิ่งกว่าด้วยที่สุดของความสบาย ครบครันทุกฟังก์ชัน เพื่อความสุขตลอดทุกการเดินทาง และ New Suzuki Ertiga “จุดประกายอีกขั้นของชีวิต” หรือ“SPARK IT UP” ที่เพิ่มฟีเจอร์ความสะดวกสบายให้รถยนต์อเนกประสงค์ขนาด 7 ที่นั่ง เป็นรถยนต์สำหรับคนรุ่นใหม่         ที่ให้ความสำคัญกับครอบครัวในขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับการใช้เวลาร่วมกับกลุ่มเพื่อนอีกด้วย จึงส่งผลให้บริษัทฯ มียอดขายที่สวนทางกับตลาดโดยรวมด้วยจำนวน 6,529 คัน เพิ่มขึ้น 15.11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี      ที่ผ่านมา

   อย่างไรก็ตาม แม้ปีนี้จะเป็นปีแห่งความท้าทาย อันเนื่องมาจากผลกระทบจากวิกฤตไวรัสCOVID-19 แต่ ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพเพื่อให้รองรับกับความต้องการของผู้บริโภคอย่างครอบคลุมในทุกด้านของชีวิต โดยเล็งเห็นว่ารถยนต์ประเภทครอสโอเวอร์เป็นหนึ่งกลุ่มที่มีลูกค้าให้ความสนใจเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ด้วยปัจจัยหลักที่ตอบโจทย์การใช้งานทั้งในเมืองและนอกเมืองได้เป็นอย่างดี ซึ่งเข้ากับไลฟ์สไตล์ชีวิตยุคใหม่ที่คนเริ่มมองหาความท้าทายที่มาพร้อมความสนุกสนาน เดินทางไปด้วยกันได้ทุกที่ ซูซูกิจึงภูมิใจที่จะนำเสนอรถรุ่นใหม่ล่าสุด  ALL NEW SUZUKI XL7, Multi-Dynamic Crossover เพื่อมาเปิดประสบการณ์ใหม่ให้ทุกท่านได้ THINK XL คิดได้เกินคาด ไปได้เกินใคร

   ALL NEW SUZUKI XL7ผ่านการคิดค้นและออกแบบเพื่อต้องการให้ผู้ใช้งานได้รับความคุ้มค่าและครบครันมากกว่าใคร มิติของตัวรถถูกออกแบบให้มีความสูงขึ้นเพื่อให้สามารถเดินทางไปได้หลากหลายเส้นทางเหมาะกับสภาพถนนเมืองไทย แต่ยังคงไว้ซึ่งสมรรถนะการขับขี่ที่นุ่มนวล พร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกรวมไปถึงอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย   มีมาให้อย่างครบครัน

   ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสะท้อนภาพลักษณ์ของ ALL NEW SUZUKI XL7ให้ชัดเจนและสื่อสารไปยังผู้บริโภคให้เกิดการรับรู้ในผลิตภัณฑ์ได้มากยิ่งขึ้น ซูซูกิได้รับเกียรติจากอินฟลูเอนเซอร์จำนวน 3 ท่าน จากต่างสายอาชีพ เข้ามาเป็นตัวแทนในการบ่งบอกความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวเอง ประกอบด้วย คุณบอย อริย์ธัช พลตาล นักร้องนำวงโลโมโซนิค ร็อคเกอร์หนุ่มไฟแรงที่เปี่ยมไปด้วยพลังกับชีวิตที่รักการวิ่งในทุกๆ วัน, คุณทวีพงษ์ ประทุมวงษ์ ช่างภาพแนวสตรีทระดับโลก ที่ได้รับการยอมรับโดยภาพของเขาได้รับการจัดแสดงทั้งในเอเชีย อเมริกาเหนือ และยุโรป และอินฟลูเอนเซอร์ท่านสุดท้าย  คือ เชฟแวน-เฉลิมพล โรหิตรัตนะ นักปรุงอาหารมืออาชีพที่เข้าใจโลกของการทำอาหารจากการได้อยู่กับธรรมชาติและ            รู้คุณค่าของวัตถุดิบที่นำมาปรุงเพื่อรังสรรค์เมนูอาหารใหม่ๆ อยู่เสมอ

   โดยอินฟลูเอนเซอร์ทั้ง 3 ท่านเป็นเหมือนตัวแทนของผู้ที่มีความคิด ความฝัน ความมุ่งมั่นที่จะก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่เกรงกลัวต่ออุปสรรค เฉกเช่นเดียวกับ ALL NEW SUZUKI XL7 ที่มีเทคโนโลยีและฟังก์ชันในการอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ห้องโดยสารกว้างสบาย กับมิติรถที่มีขนาดใหญ่และพร้อมลุยทุกเส้นทางในแบบฉบับของรถครอสโอเวอร์         ที่จะเป็นรถคู่ใจให้กับผู้ที่มีความคิดแบบ XL เดินทางสู่ความสำเร็จได้

   ALL NEW SUZUKI XL7, Multi-Dynamic Crossover มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีส้ม Rising Orange Pearl Metallic (ZZY), สีเทา Metallic Magma Gray (ZYZ), สีขาว PearlSnow White (ZQZ) และสีดำ Cool Black Metallic (ZBD)

   ซูซูกิพร้อมจะมอบสุดยอดความคุ้มค่าให้ผู้ที่สนใจได้เป็นเจ้าของ  ALL NEW SUZUKI XL7 ได้ง่ายยิ่งขึ้นกับราคาพิเศษในช่วงแนะนำที่ 779,000 บาท(สีขาวเพิ่ม 5,000 บาท) พร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษสุดเริ่มต้นเพียง 1.89%”

   อีกทั้ง ซูซูกิจัดให้มีกิจกรรมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ALL NEW SUZUKI XL7 ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิในวันที่ 4-5 กรกฎาคม 2563 เชิญทุกท่านร่วมสัมผัสและทดลองขับ ALL NEW SUZUKI XL7 ที่โชว์รูมผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิและรับของที่ระลึกบัตรชมภาพยนตร์ 2 ที่นั่ง โดยสามารถติดต่อสำรองการเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิใกล้บ้านครอบคลุมทั่วประเทศ

ช่องทางติดต่อออนไลน์

http://www.suzuki.co.th

http://www.facebook.com/officialsuzukimotorthailand

 

NEW CARS : มาสด้าเปิดตัวแนะนำ NEW MAZDA CX-3 เคาะราคาเริ่มต้นเพียง 7 แสนเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร แรงสุด ประหยัดสุด เทคโนโลยีสกายแอคทีฟล้นคัน

 

 

 

 

 

 

 

 

   มาสด้าป่วนตลาดรถอเนกประสงค์ขนาดกะทัดรัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยียานยนต์ เปิดตัวฟรีสไตล์ครอสโอเวอร์อเนกประสงค์NEW MAZDACX-3สะท้อนภาพลักษณ์และบุคลิกเฉพาะตัว ตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่น ดีไซน์โฉบเฉี่ยวสปอร์ตพรีเมี่ยมทั้งภายนอกและภายใน มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้นด้วยเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.0 ลิตร ทั้งแรงและประหยัด อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยเต็มคัน ให้คุณก้าวสู่อีกระดับของการใช้ชีวิตในแบบที่เป็นคุณ มาพร้อมคอนเซ็ปต์ใหม่ Leap Forward ให้ชีวิตไปอีกขั้น วางกลยุทธ์เด็ดเจาะฐานลูกค้ากลุ่มใหญ่ B-Car Upper และลูกค้ากลุ่ม B-SUV ที่ต้องการรถประเภท SUV เป็นคันแรกในบ้าน ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 700,000 กว่าบาท พร้อมดอกเบี้ย 0%1ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5ปี หรือ 150,000กิโลเมตร3และฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5ปี หรือ 100,000กิโลเมตร4

   การเปิดตัวแนะนำฟรีสไตล์ครอสโอเวอร์NEW MAZDA CX-3ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของมาสด้าที่ต้องการก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาดรถอเนกประสงค์เอสยูวีในปีนี้ หลังจากที่เคยก้าวขึ้นครองอันดับหนึ่งรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นมาแล้วเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งมาสด้าได้วางยุทธศาสตร์เพื่อส่งรถอเนกประสงค์หรือรถเอสยูวี รุ่นใหม่ๆ ลงสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง และปัจจุบันกลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่สำคัญของลูกค้า เพราะมาสด้ามีรถอเนกประสงค์ให้เลือกมากถึง 4 รุ่น ประกอบด้วย CX-8, CX-5, CX-30 และรุ่นล่าสุดกับ NEW MAZDA CX-3ที่เปิดตัวในวันนี้ โดยตั้งเป้ายอดขายเฉลี่ยมากถึงเดือนละ 600 คัน และมั่นใจว่ายอดขายรวมทั้ง 4 รุ่น จะถึงเป้าที่ 20,000 คัน ภายในปีงบประมาณ 2563ซึ่งจะส่งผลให้มาสด้าก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดอย่างเต็มภาคภูมิ

   นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า มาสด้าเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าตลาดรถยนต์ในประเทศไทยกำลังจะกลับมาในเร็วๆ นี้ แม้ว่าวันนี้เรายังประเมินสถานการณ์ต่างๆ ได้ไม่ชัดเจนมากนัก แต่จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทำให้มั่นใจว่าทุกอย่างจะกลับสู่สภาวะปกติได้โดยเร็ว ส่วนสำคัญคือทุกค่ายต้องร่วมมือกันกระตุ้นตลาด โดยเฉพาะการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ ที่ผ่านมาการแนะนำ MAZDACX-3 ประสบความสำเร็จทุกตลาดทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทย ทั้งด้านยอดขายและรางวัลเกียรติยศที่คว้ามาแล้วมากมายจากทั่วโลก มียอดขายสะสมในประเทศไทยกว่า 16,000 คัน ภายใต้เครื่องยนต์อันทรงพลังที่ให้สมรรถนะที่ดีที่สุดในรถระดับซับคอมแพคครอสโอเวอร์กับเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซินขนาด 2.0 ลิตร ที่ให้การประหยัดน้ำมันสูงสุด 16.4 กิโลเมตรต่อลิตร นอกจากนั้นแล้วมาสด้ายังใส่ใจในทุกรายละเอียดทั้งภายนอกและภายใน ประกอบกับอุปกรณ์มาตรฐานที่ใส่มาจนเต็มคัน ส่งผลให้เกิดความคุ้มค่า คุ้มราคา รวมถึงการตั้งราคาเริ่มต้นเพียง 768,000 บาท จะเป็นการพลิกสถานการณ์และเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคให้หันมานิยมรถอเนกประสงค์มากยิ่งขึ้น และคาดว่าจะประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว

   นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์กล่าวถึงการวางกลยุทธ์การตลาดในครั้งสำคัญนี้ว่า แนวทางการสื่อสารการตลาด NEW MAZDA CX-3 มาพร้อมคอนเซ็ปต์ Leap Forward ให้ชีวิตไปอีกขั้น”เพราะหลายๆ ครั้งเกิดคำถามกับตัวเองว่า “ทำไม” ต้องทำตามหลักการในตำรา ในเมื่อเรามีทางเลือกที่จะไปได้เร็วกว่า ทำไมต้องรอให้มีใครทำก่อนแล้วค่อยเดินตามแนวทางของคนอื่น ทำไมต้องรอโอกาสทั้งๆ ที่ในบางครั้งเราก็สามารถไขว่คว้าไว้ด้วยตัวเอง ทำไมต้องเลือกทำเพียงสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้ดีที่สุด แทนที่จะทำหลายๆ สิ่งให้ดีที่สุด และทำไมไม่ก้าวข้ามไปอีกขั้นเพื่อค้นหาตัวตนที่แท้จริง ในเมื่อรู้ว่าเป้าหมายสูงสุดของเราคืออะไร ยังมีสิ่งที่ดีกว่าและคุ้มค่ากับการใช้ชีวิตในวันข้างหน้า และเราต้องเชื่อมั่นว่าเราทำได้ จงให้เป้าหมายเป็นเหตุผลของการใช้ชีวิต ให้อารมณ์เป็นพลังขับเคลื่อน เพื่อให้เราก้าวไปข้างหน้าในแบบฉบับของเราเอง “ให้ชีวิตไปอีกขั้น”

   ดังนั้นการวางกลยุทธ์และกลุ่มเป้าหมายจึงเป็นสิ่งสำคัญ มาสด้าจึงปรับกลยุทธ์เพื่อสื่อสารโดยตรงกับลูกค้า โดยมุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการรถอเนกประสงค์สไตล์ SUV เป็นคันแรกในครอบครัว NEW MAZDA CX-3 จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในกลุ่มซับคอมแพค หรือ B-SUV รวมถึงกลุ่มลูกค้าที่ต้องการพื้นที่อรรถประโยชน์ที่มากกว่า B-Car Segmentขีดสุดในเรื่องของสมรรถนะการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ที่แรงที่สุดในตลาดถึง 156 แรงม้า ในราคาเริ่มต้นเพียง 700,000 กว่าบาท ให้ความมั่นใจในการขับขี่ด้วยระบบความปลอดภัยระดับโลก i-ACTIVSENSEพร้อมด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครัน สะดวกสบายยิ่งขึ้น ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง

NEW MAZDA CX-3ประกอบด้วย 4 รุ่น ดังนี้

NEW MAZDA CX-3 รุ่น BASE มาพร้อมอุปกรณ์ฟังชั่นที่ครบครัน ให้ความคุ้มค่าคุ้มราคา ด้วยขนาดเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ให้ขุมพลังแรงที่สุดในตลาด ราคาเริ่มต้นเพียง 768,000 บาท

-           ด้วยอุปกรณ์มาตรฐานเต็มคัน

-           เครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.0 ลิตร

-           ระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ หรือ G-Vectoring Control(GVC)

-           ระบบเบรกมือไฟฟ้า พร้อมระบบ Auto Hold

-           ไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบฮาโลเจน

-           ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว

-           เบาะผ้าสีดำ ตกแต่งด้วยด้ายสีเทา

-           เบาะนั่งคนขับปรับได้ 6ทิศทาง และพนักพิงเบาะหลัง พับได้แบบ 60:40

-           คอนโซลหน้าหุ้มด้วยหนังสีดำ ตกแต่งด้วยด้ายสีเทา

-           หน้าจอสี Center Display แบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว พร้อมปุ่มควบคุมอัจฉริยะ Center Commander

-           พนักวางแขนด้านหน้า พร้อมช่องเก็บของแบบอเนกประสงค์

-           มาตรวัดความเร็วแบบอนาล็อค พร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่

-           ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ (Push Start Button)

-           ถุงลมนิรภัยคู่หน้า

NEW MAZDA CX-3 รุ่น COMFORT       ออกแบบมาเพื่อให้ความสะดวกสบายครบทุกฟังก์ชั่น

ราคาจำหน่าย 848,000 บาท

ด้วยอุปกรณ์มาตรฐานเพิ่มเติม

-           วัสดุตกแต่งเสาประตูด้านนอกสีดำเปียโนแบล็ก

-           เบาะหนังและผ้าสีดำ ตกแต่งด้วยด้ายสีเทา

-           พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนังสีดำ ตกแต่งด้วยสีเงินซาติน

-           คอนโซลหน้าหุ้มด้วยหนังสีเทาเข้ม ตกแต่งด้วยด้ายสีเทา

-           พนักวางแขนด้านหลัง พร้อมที่วางแก้วน้ำ

-           ระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ (Smart Keyless Entry)

-           กล้องมองหลัง

-           ระบบควบคุมความเร็วคงที่ (Cruise Control)

(หมายเหตุ: เพิ่มเติมจากรุ่น BASE)

NEW MAZDA CX-3 รุ่น PROACTIVE     ให้การขับขี่ที่มั่นใจด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับโลก i-ACTIVSENSE

ราคาจำหน่าย 948,000 บาท

ด้วยอุปกรณ์มาตรฐานเพิ่มเติม

-           ล้ออัลลอย ขนาด 18 นิ้ว

-           ไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบ LED พร้อมไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ  LED

-           ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่เวลากลางวัน (Daytime Running Lamp) แบบ LED Signature

-           ไฟท้ายแบบ LED Signature

-           ระบบไฟหน้าปรับระดับสูง-ต่ำ อัตโนมัติ และระบบเปิด-ปิด ไฟหน้าอัตโนมัติ

-           กันชนหน้าและแผงกันกระแทกด้านข้าง ตกแต่งด้วยโครเมียม

-           เบาะหนังสีดำ ตกแต่งด้วยด้ายสีเทา

-           คอนโซลหน้าหุ้มด้วยผ้า Grand Luxe Suede® สีเทา ตกแต่งด้วยด้ายสีเทา

-           ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ

-           ABSM: ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน

-           RCTA: ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง

(หมายเหตุ: เพิ่มเติมจากรุ่น COMFORT)

NEW MAZDA CX-3 รุ่น STYLE   สำหรับไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างในความพรีเมี่ยม

ราคาจำหน่าย 1,048,000 บาท

ด้วยอุปกรณ์มาตรฐานเพิ่มเติม

-           ล้ออัลลอย ขนาด 18 นิ้ว สี Dark Silver

-           หลังคาซันรูฟแบบไฟฟ้า

-           เบาหนัง Nappa*สีแดง Deep Red พร้อมแถบสีขาว Pure White ตกแต่งด้วยด้ายสีขาว

-           เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบปรับเบาะดันหลังไฟฟ้า และระบบบันทึกตำแหน่ง

-           คอนโซลหน้าหุ้มด้วยหนังสีขาว Pure White ตกแต่งด้วยด้ายสีขาว

-           หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบสี Active Driving Display

-           มาตรวัดความเร็วแบบดิจิตอล พร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่

-           รองรับระบบ Apple CarPlay

-           ระบบนำทาง Navigation System

-           ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง และม่านนิรภัย รวม 6 ตำแหน่ง

-           ระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง (360° View Monitor) พร้อมระบบเซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้าและด้านหลัง

-           MRCC: ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ

-           SBS: ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติ

-           SCBS: ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติ

(หมายเหตุ: เพิ่มเติมจากรุ่น PROACTIVE)

NEW MAZDA CX-3 ถูกออกแบบให้มีสมรรถนะการขับขี่ที่ดีที่สุดในตลาด พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่แบบที่ไม่มีรถคอมแพคครอสโอเวอร์คันไหนสามารถทำได้มาก่อน นั่นคือ

- เครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซินขนาด 2.0 ลิตร แรงม้าสูงสุด 156 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 204 นิวตัน-เมตร ให้อัตราการประหยัดน้ำมันสูงถึง 16.4 กิโลเมตรต่อลิตร พร้อมเทคโนโลยีประหยัดพลังงานอัจฉริยะi-Stop (Idling Stop System)

- SKYACTIV-DRIVEเกียร์อัตโนมัติสกายแอคทีฟ 6 สปีด ให้อารมณ์การตอบสนองที่แม่นยำเฉกเช่นเดียวกับเกียร์ธรรมดา สัมผัสความแรงที่มาพร้อมความประหยัดน้ำมันมากขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งยังมีสวิตช์ Driving Selection สามารถเลือกขับขี่ในโหมดSport เมื่อต้องการเร่งแซง หรือให้อัตราเร่งที่เพิ่มขึ้นในรอบเครื่องยนต์ที่สูง มอบความสนุกเร้าใจเสมือนขับขี่ด้วยเกียร์ธรรมดา

- SKYACTIV-BODY โครงสร้างตัวถังสกายแอคทีฟ ซึ่งเป็นโครงสร้างของรถยนต์ยุคใหม่ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อให้มีน้ำหนักที่เบาลงเหมาะสมกับขนาดและกำลังของเครื่องยนต์ และเพิ่มโลหะเกรดพรีเมี่ยมเหล็กกล้าทนแรงดึงสูง (High Tensile Steel) ที่แข็งแกร่งแต่มีน้ำหนักเบา

- SKYACTIV-CHASSIS ช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยวสกายแอคทีฟ ที่เกาะถนนมั่นคง คงความนุ่มนวลของช่วงล่างยังคงอยู่ ซึ่งระบบบังคับเลี้ยวให้ความมั่นใจในการควบคุมรถขณะเข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ

- ระบบความปลอดภัย i-ACTIVSENSEเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงของมาสด้าที่พัฒนาขึ้นตามปรัชญาความปลอดภัย Mazda Proactive Safetyช่วยให้ผู้ขับขี่รับรู้ถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น ช่วยให้ตัดสินใจได้ถูกต้อง เทคโนโลยีเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อช่วยป้องกันหรือลดความรุนแรงในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ

- อีกขั้นของเทคโนโลยีสกายแอคทีฟที่ประสานและควบคุมการทำงานของรถทั้งคันให้มีประสิทธิภาพ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ตามแนวคิด จินบะ-อิไต ควบคุมทุกเส้นทางได้อย่างมั่นใจด้วยระบบควบคุมการขับขี่อัจฉริยะ หรือGVC ภายใต้เทคโนโลยี SKYACTIV-Vehicle Dynamicsโดยระบบ GVCจะช่วยควบคุมสมรรถนะการขับขี่ให้แม่นยำและสมดุล เพื่อให้ผู้ขับขี่สัมผัสถึงความเป็นหนึ่งเดียวกับรถได้อย่างสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

- ล้ำหน้ากับการเชื่อมต่อแบบไร้ขีดจำกัดผ่านระบบ Mazda Connectไม่พลาดทุกการติดต่อ อัพเดทข้อมูลข่าวสาร หรือ รับ-ส่ง SMS จากสมาร์ทโฟนผ่านสัญญาณ Bluetooth ให้ความเพลิดเพลินไปกับไลฟ์สไตล์ดิจิทัลยิ่งขึ้นด้วย Apple Carplay ที่เชื่อมต่อแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน เพื่อความสะดวกสบายในการขับขี่อย่างปลอดภัย

ระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันขั้นสูงของรถฟรีสไตล์ครอสโอเวอร์ NEW MAZDA CX-3

-           ระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ หรือ G-Vectoring Control (GVC)

-           ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว หรือ DSC (Dynamic Stability Control)

-           ระบบช่วยป้องกันรถลื่นไถล หรือ TCS (Traction Control System)

-           ระบบช่วยออกตัวรถขณะอยู่บนเนินชัน หรือHLA (Hill Launch Assist)

-           สัญญาณไฟกระพริบอัตโนมัติเมื่อเบรกรถในภาวะฉุกเฉิน เพื่อส่งสัญญาณเตือนรถคันหลัง หรือESS (Emergency Signal System)

-           ระบบ ABS 4 ล้อ พร้อมEBD ช่วยกระจายแรงเบรก

-           ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติ SBS (Smart Brake Support)ที่สามารถตรวจจับรถคันหน้าและช่วยเบรกอัตโมมัติ

-           ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติหากตรวจพบว่าไม่สามารถหลีกเลี่ยงการชนได้ ระบบจะช่วยเบรกอัตโนมัติจากการชนปะทะด้านหน้า SCBS (Smart City Brake Support)

-           ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง RCTA(Rear Cross Traffic Alert)

-           ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ABSM(Advanced Blind Spot Monitoring)

-           ระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง (360° View Monitor)

-           ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ MRCC(Mazda Radar Cruise Control)

-           และปกป้องทันทีจากอุบัติเหตุด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง ม่านถุงลมนิรภัย รวม 6ตำแหน่ง

สีภายนอกมีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ประกอบด้วย

-           สีขาว เซรามิก เมทัลลิค (Ceramic Metallic)

-           สีแดง โซล เรด คริสตัล (Soul Red Crystal)

-           สีเทา แมชชีน เกรย์ (Machine Gray)

-           สีขาว สโนว์เฟลก ไวท์ เพิร์ล (Snowflake White Pearl)

-           สีดำ เจ็ท แบล็ก (Jet Black)

   สัมผัสความประณีต ใส่ใจในทุกรายละเอียดภายในห้องโดยสารของ NEW MAZDA CX-3 เบาะนั่งภายในห้องโดยสารมีทั้งหมด 4 แบบ ประกอบด้วย เบาะหนัง Nappa สีแดง Deep Red เบาะหนังสีดำ เบาะหนังผสมผ้าสีดำ และเบาะผ้าสีดำ ดีไซน์พรีเมี่ยมที่ผสานกันอย่างลงตัวของคอนโซลหน้า แผงประตูข้าง และกรอบช่องแอร์สีขาว Pure White สะดวกสบายด้วยพนักวางแขนด้านหน้า พร้อมช่องเก็บของอเนกประสงค์ที่สามารถปรับเปลี่ยนเป็นที่วางแก้วได้ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในแบบที่ลูกค้าต้องการ เชิญสัมผัส NEW MAZDA CX-3 ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ และในงาน มอเตอร์ โชว์ 2020 เร็วๆ นี้

หมายเหตุ:

1ดอกเบี้ย 0% เฉพาะรุ่น MY2020 เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน

2บริษัทประกันภัยที่ร่วมโครงการ ได้แก่ (1) บมจ. วิริยะประกันภัย (2) บมจ. ธนชาตประกันภัย (3) บมจ. ประกันภัยไทยวิวัฒน์

3ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ตามเงื่อนไขโปรแกรม Mazda Added Protection

4 ฟรีค่าแรงการบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 10 ครั้ง ทุก 6 เดือน หรือ ทุก 10,000 กม. ตั้งแต่ 10,000 - 100,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

 

NEW CARS : สองสุดยอดสปอร์ต SUV ยกระดับความแรง พร้อมเพิ่มเติมอุปกรณ์พิเศษ ติดตั้งขุมพลังเครื่องยนต์ V8: ปอร์เช่ คาเยนน์ จีทีเอส ใหม่ (The new Porsche Cayenne GTS)

 

 

 

 

 

 

 

 

   ผสานความสปอร์ตและอรรถประโยชน์เป็นหนึ่งเดียว : ปอร์เช่ คาเยนน์ จีทีเอส(Porsche Cayenne GTS) และ คาเยนน์ จีทีเอส คูเป้(Cayenne GTS Coupé)เสริมทัพยนตรกรรมสปอร์ตSUV รุ่นเรือธงด้วยงานออกเเบบ และสมรรถนะอันยอดเยี่ยมสำหรับรุ่นทีเอส(GTS) หัวใจสำคัญที่ปฏิเสธไม่ได้คือขุมพลังการขับเคลื่อน: เครื่องยนต์V6เทอร์โบคู่ขนาดความจุ 3.6ลิตร ซึ่งบรรจุอยู่ใต้ฝากระโปรงของรุ่นก่อนหน้า คาเยนน์ จีทีเอส (Cayenne GTS) ถูกแทนที่ด้วยการกลับมาติดตั้งเครื่องยนต์V8อีกครั้ง ส่งมอบพละกำลังสูงสุด460แรงม้า(338กิโลวัตต์) พร้อมแรงบิดมหาศาลกว่า620 นิวตันเมตร แหล่งกำเนิดพลังขนาดความจุ 4.0ลิตร เทอร์โบคู่สามารถยกระดับสมรรถนะ การขับขี่ในทุกด้านให้เหนือขึ้นไปอีกขั้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้ จีทีเอส (GTS) ทั้ง 2 ตัวถังให้อัตราเร่ง0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในระยะเวลาเพียง4.5 วินาทีเมื่อติดตั้งชุดแต่งเพิ่มสมรรถนะSport Chrono package ทะยานทะลุพิกัดความเร็วสูงสุดถึง270 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบช่วงล่างที่เน้นประสิทธิภาพในการบังคับควบคุมจากการ ลดระดับความสูงลง งานออกแบบดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์สะท้อนบุคลิกเฉพาะตัวและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ได้รับ การติดตั้งเพิ่มเติม สมกับเป็น จีทีเอส(GTS)

ทรงพลัง เปี่ยมประสิทธิภาพ เร้าใจทุกสัมผัส: เครื่องยนต์V8พร้อมระบบระบายไอเสียแบบสปอร์ต ใหม่

   เครื่องยนต์เบนซินV8เทอร์โบคู่ ขนาดความจุ 4.0ลิตร ขีดสุดความแรงของสายพันธ์ ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่โดยปอร์เช่ เพื่อประจำการใน คาเยนน์ จีทีเอสใหม่ (The new Cayenne GTS)ให้กำลังเพิ่มขึ้น20แรงม้า(14กิโลวัตต์) และแรงบิดเพิ่มขึ้น20 นิวตันเมตร เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นก่อนหน้าคือ องค์ประกอบหลักที่ส่งผลต่อสมรรถนะ ที่เพิ่มขึ้นอย่างเด่นชัด: อัตราเร่ง0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเร็วขึ้น0.6 วินาที เมื่อได้รับการติดตั้งชุดแต่งเพิ่มสมรรถนะSport Chrono packageในส่วนของความเร็วสูงสุดเพิ่มขึ้นอีก 8กิโลเมตรต่อชั่วโมง ยิ่งไปกว่านั้นรถคันนี้ยังได้รับการเสริม ประสิทธิภาพ ให้ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้นในทุกแง่มุมไม่ว่าจะเป็นเกียร์อัตโนมัติ8 จังหวะTiptronic S ระบบadaptive cylinder controlระบบจ่ายเชื้อเพลิงตรงเข้าห้องเผาไหม้และระบบระบายความร้อนที่ได้รับการออกแบบอย่างชาญฉลาด

   เพื่อให้สอดรับกับสมรรถนะการขับขี่อันน่าประทับใจ อุปกรณ์มาตรฐานระบบระบายไอเสียแบบสปอร์ตจึงได้รับการปรับ แต่งเพื่อวัตถุประสงค์ในการส่งมอบประสบการณ์สุดเร้าใจจากเสียงคำรามของเครื่องยนต์ทรงพลังมาพร้อมปลาย ท่อไอเสีย วางตัวบริเวณมุมกันชนหลังทั้ง 2 ฝั่ง ออกแบบโดยเน้นพลังเสียงดุดันสไตล์สปอร์ตเต็มพิกัดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว นอกจากนี้ คาเยนน์ จีทีเอส คูเป้ (Cayenne GTS Coupé)ได้รับการติดตั้งระบบระบายไอเสียแบบสปอร์ตhigh frequency-tuned ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่วางตำแหน่งของปลายท่อไอเสียทรงกลมคู่บริเวณกึ่งกลางของท้ายรถอุปกรณ์ดังกล่าว จะถูกนำมาใช้ใน คาเยนน์ เทอร์โบ คูเป้ (Cayenne Turbo Coupé) ในอนาคต ลูกค้าสามารถเลือกสั่งติดตั้งเป็นอุปกรณ์ พิเศษได้จากชุดแต่งLightweight Sports Package

ช่วงล่างลดระดับความสูงลง20 มิลลิเมตร พร้อมระบบdynamic damper control

   ปอร์เช่ คาเยนน์ จีทีเอสใหม่ (The new Porsche Cayenne GTS) ได้รับการปรับแต่งช่วงล่างเพื่อให้เป็นบรรทัดฐานสูงสุด ในแง่เสถียรภาพการบังคับควบคุมที่โดดเด่นด้วยชุดสปริงเหล็กกล้าลดระดับความสูงตัวรถลงถึง20 มิลลิเมตร ผสานการ ทำงานกับระบบPorsche Active Suspension Management (PASM) สำหรับการขับขี่สไตล์สปอร์ตโดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังได้รับการติดตั้งระบบ Porsche Torque Vectoring Plus (PTV Plus) เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน สวยสง่า ดุดัน ด้วยล้อมาตรฐานขนาด21นิ้ว ลายRS Spyder Design จานเบรกเหล็กหล่อขนาดใหญ่พิเศษ(390 x 38 มิลลิเมตร ที่ด้านหน้า, 358 x 28 มิลลิเมตรที่ด้านหลัง)ประกบด้วยคาลิเปอร์เบรกสีแดง ปอร์เช่ คาเยนน์ จีทีเอส(Porsche Cayenne GTS)  ถ่ายทอดความปราดเปรียวคล่องแคล่วและการตอบสนองที่ฉับไวมายังผู้ขับขี่ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง อันเป็นคุณสมบัติของยนตรกรรมสปอร์ตพันธุ์แท้ภายใต้รูปลักษณ์ของรถอเนกประสงค์SUVเสริมประสิทธิภาพการ ลดความเร็วด้วยอุปกรณ์พิเศษPorsche Surface Coated Brake (PSCB) เคลือบสารtungsten carbide บนจานเบรก หรือมั่นใจสูงสุดด้วยระบบเบรกเซรามิกPorsche Ceramic Composite Brake (PCCB) พร้อมทางเลือกพิเศษ อีกหลากหลายรายการ รวมถึงระบบช่วงล่างถุงลมthree-chamber air suspension ลดระดับความสูงช่วงล่างลงอีก 10มิลลิเมตร    ระบบช่วยเลี้ยวล้อหลังrear-axle steering และระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวด้วยอิเล็กทรอนิกส์Porsche Dynamic Chassis Control (PDCC) active roll stabilisation system

เเข็งแกร่ง ดุดัน ตอกย้ำสายพันธุ์ จีทีเอส (GTS)ด้วยชุดแต่งSport Design package

   ชุดแต่งตัวถังSport Design packageติดตั้งเป็นมาตรฐานบ่งบอกเอกลักษณ์เฉพาะตัวและความพิเศษที่เหนือกว่า เพียงสายตาสัมผัสจากอุปกรณ์ตกแต่งรายรอบคันสีดำ คาเยนน์ จีทีเอสใหม่ (The new Cayenne GTS)มาพร้อมล้ออัลลอยด์สีดำเงาsatin-gloss Black มาตรฐานขนาด21นิ้ว ลายRS Spyder Designไฟหน้าLED พร้อมระบบPorsche Dynamic Light System (PDLS) และไฟท้ายLED รมดำ ช่องรับอากาศกันชนหน้า กรอบกระจกประตู ปลายท่อของระบบระบายไอเสียแบบสปอร์ตตราสัญลักษณ์ประจำรุ่นและตัวอักษรPorsche บริเวณท้ายรถล้วนแล้ว แต่เป็นสีดำ

   ภายในห้องโดยสารตกเเต่งด้วยวัสดุคุณภาพสูงได้แก่Alcantara® บนผ้าหลังคา กึ่งกลางเบาะนั่ง ท้าวแขนคอนโซลกลาง และแผงประตู รวมทั้งตกแต่งชิ้นงานอะลูมิเนียมปัดเงาสีเข้มให้ภายในของ คาเยนน์ จีทีเอส (Cayenne GTS)สะท้อนอารมณ์สปอร์ตพร้อมความหรูหรา เบาะนั่งทรงสปอร์ตเฉพาะรุ่น จีทีเอส (GTS) สามารถปรับไฟฟ้าได้ 8 ทิศทาง ให้ความมั่นใจในยามขับขี่เข้าโค้งความเร็วสูงด้วยปีกข้างเบาะที่โอบกระชับให้การรองรับร่างกายที่ดียิ่งขึ้น ตราสัญลักษณ์GTS ประทับบริเวณประตูหน้า ธรณีประตู มาตรวัดความเร็วรอบเครื่องยนต์และหมอนรองศีรษะ พร้อมทางเลือก ในการตกแต่งภายในห้องโดยสารเพื่อแสดงความเป็นตัวตนของผู้ขับขี่อีกมากมายจากชุดแต่งGTS interior packageโดดเด่นจากการตัดโทนสีภายในด้วยสีแดงCarmine Red หรือสีเทาCrayonอาทิ รอยตะเข็บบนอุปกรณ์ต่างๆ

   ปอร์เช่ คาเยนน์ จีทีเอส ใหม่ (The new Cayenne GTS) พร้อมรับคำสั่งซื้อเเล้ววันนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูม ปอร์เช่ บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ทุกสาขา

 
 

NEW CARS : ที่สุดแห่งยนตรกรรมออฟโรดที่พร้อมพาคุณพิชิตทุกจุดหมายในการเดินทาง เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตัว “Mercedes-Benz G 350 d Sport” ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัดเปิดตัวMercedes-Benz G 350 d Sportที่สุดของยนตรกรรมออฟโรดสุดแข็งแกร่งและหรูหราที่พร้อมพาทุกคนพิชิตทุกจุดหมายในการเดินทาง อย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดย Mercedes-Benz G 350 d Sportมาพร้อมขุมพลังของเครื่องยนต์ดีเซลที่มอบสมรรถนะในการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมตลอดเส้นทาง พร้อมความหรูหราน่าเกรงขามของการออกแบบทั้งภายนอกและภายใน พร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยและระบบความปลอดภัยมากมาย โดยลูกค้ายังสามารถเลือกชุดแต่งรอบคันแบบ AMG Body Stylingเพื่อเติมเต็มความสปอร์ตตอบรับจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยในแบบฉบับของรถยนต์รุ่น G-Classได้อย่างเต็มที่

   มร. โรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า “เมอร์เซเดส-เบนซ์ในฐานะผู้นำในตลาดรถยนต์ระดับลักชัวรีไม่เคยหยุดนิ่งที่จะนำเสนอยนตรกรรมรุ่นใหม่ ๆ ที่จะตอบรับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายในประเทศไทย และวันนี้เราพร้อมแล้วที่จะแนะนำ Mercedes-Benz G 350 d Sportอย่างเป็นทางการ โดยรถยนต์คันนี้คือที่สุดแห่งยนตรกรรมออฟโรดของเมอร์เซเดส-เบนซ์รุ่น G-Class ที่แฟน ๆ ทั่วโลกชื่นชอบ ติดตาม และรอคอยในทุกครั้งที่มีรุ่นใหม่ เพราะนอกจากจะเป็นรถยนต์พรีเมียมเอสยูวีรุ่นสำคัญที่มาพร้อมความแข็งแกร่งและทนทาน พร้อมเผชิญกับทุกสภาพถนนและพาทุกคนถึงทุกจุดหมายปลายทางและได้สัมผัสจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยที่แท้จริงในแบบฉบับ G-Classแล้วMercedes-Benz G 350 d Sportยังมาพร้อมที่สุดของความหรูหราทั้งในเรื่องของดีไซน์ภายนอกและภายในที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์เหนือกาลเวลา โดยเฉพาะห้องโดยสารที่ถือว่าเป็นการพลิกโฉมการออกแบบในรอบ 40ปีของรุ่น G-Classด้วยแนวคิดวิถีแห่งธรรมชาติ ตลอดจนการคัดสรรเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยที่ล้ำหน้าที่สุดมาบรรจุไว้ภายใน จึงไม่น่าแปลกใจที่รถยนต์รุ่นนี้จะประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในตลาดโลก และได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมตลอดมา โดยในปี 2560โรงงานประกอบรถยนต์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่เมืองกราซ ประเทศออสเตรีย ได้ฉลองการประกอบรถยนต์รุ่น G-Class คันที่ 300,000 ออกสู่ตลาดได้สำเร็จมาแล้ว”

   Mercedes-Benz G 350 d Sportคือที่สุดแห่งยนตรกรรมออฟโรดที่พร้อมพาคุณพิชิตทุกจุดหมายในการเดินทางได้อย่างมั่นคงด้วยวิถีของเมอร์เซเดส-เบนซ์ G-Classกับสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมของเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2,925ซีซี และระบบส่งกำลังอัตโนมัติ 9จังหวะแบบ 9G-TRONIC ที่ให้ประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ทำได้รวดเร็วและนิ่มนวล  พร้อมเพิ่มความนุ่มนวลอีกระดับให้กับห้องโดยสารด้วยระบบกันสะเทือนแบบอิสระ Mercedes-Benz G 350 d Sportให้กำลังสูงสุด 286 แรงม้า และให้แรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร พร้อมอัตราเร่งจาก 0-100กิโลเมตรที่สามารถทำได้ในเวลา 7.4วินาที

   Mercedes-Benz G 350 d Sportดูโดดเด่นน่าเกรงขามตั้งแต่ภายนอกด้วยไฟหน้าแบบ LED High Performanceที่มอบทัศนวิสัยในการขับขี่ที่เปี่ยมประสิทธิภาพ พร้อมการตกแต่งภายนอกแบบ Stainless Steel Packageหลังคาซันรูฟแบบกระจกเลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า กระจกมองข้างและกระจกส่องหลังปรับลดแสงอัตโนมัติ และล้ออัลลอย 19 นิ้ว พร้อมพลิกโฉมแนวทางการออกแบบรถยนต์ G-Class ด้วยการตกแต่งห้องโดยสารตามแนวคิดวิถีแห่งธรรมชาติ ในพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวางและหรูหราล้ำสมัย ด้วยช่องปรับอากาศดีไซน์ใหม่สีเงินขัดเงา สอดรับกับแผงหน้าปัดอลูมิเนียม ผสานกลิ่นอายความแข็งแกร่งอันเป็นเอกลักษณ์ได้อย่างไร้ที่ติ พร้อมสุดยอดเทคโนโลยีที่รวมทุกสิ่งอำนวยความสะดวกให้คุณตลอดการเดินทางผ่านจอแสดงผลความละเอียดสูงขนาด 12.3 นิ้ว ทำงานสอดประสานกับ Touchpad with Controllerที่ใช้งานง่ายราวกับสัมผัสบนสมาร์ทโฟน

   นอกจากนี้ยังมาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่เผยให้เห็นความเป็นยนตรกรรมที่เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำสมัย และเปี่ยมด้วยเสน่ห์และมนต์ขลังเหนือกาลเวลาอีกมากมาย อาทิ ระบบช่วยในการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติพร้อมกล้อง 360 องศา (Parking package with 360° camera) โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (Electronic Stability Program) ระบบรักษาความเร็ว (Cruise Control) และจำกัดความเร็ว (SPEEDTRONIC) ฯลฯ พร้อมระบบความปลอดภัยขั้นสูงสุดมากมาย เพื่อให้ทุกการขับขี่คือช่วงเวลาของการได้สัมผัสจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยที่แท้จริงในแบบฉบับของรถยนต์ G-Class

   Mercedes-Benz G 350 d Sportวางจำหน่ายในราคา 9,390,000บาท โดยยังมีอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติมรอบคันแบบ AMG Body Stylingทั้งภายนอกและภายในเพื่อเพิ่มความสปอร์ตเร้าใจให้ลูกค้าสามารถสั่งซื้อเพิ่มเติมได้ในราคา 300,000บาท ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์คันนี้ได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์       เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

 

NEW CARS : โตโยต้า แนะนำ Toyota GR Supra 2020 Edition รถสปอร์ตที่เหนือกว่าด้วยสมรรถนะการขับขี่

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำรถสปอร์ตระดับตำนาน “Toyota GR Supra 2020 Edition” คงไว้ภายใต้แนวคิดการพัฒนา “จากสนามแข่งสู่ท้องถนน” (From Circuit To Road)เหนือกว่าด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น ผ่านการปรับแต่งเครื่องยนต์ และช่วงล่างใหม่ เพิ่มความแข็งแรง ลดการบิดของตัวถังรถยนต์ และทรงพลังยิ่งขึ้น พร้อมแนะนำรุ่น Special Editionกับสี “Horizon Blue” สีน้ำเงินใหม่ เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2563

   จากแรงบันดาลใจอันยาวนานกว่า 50 ปี ได้ถูกถ่ายทอดประสบการณ์อันเป็นที่สุดแห่งการผสมผสานสุดยอดสมรรถนะในการขับขี่ และเอกลักษณ์สไตล์รถสปอร์ตได้อย่างลงตัว ผ่านยนตรกรรม Toyota GR Supra ที่ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด (Design Concept)“Condensed Extreme”ที่มุ่งเน้นการจัดสรรองค์ประกอบและมิติต่างๆ ของตัวรถให้ส่งเสริมสมรรถนะอันโดดเด่นของรถได้เป็นอย่างดี  ทั้งนี้ “Condensed”สื่อถึงที่สุดแห่งความสัมพันธ์ของส่วนประกอบต่างๆ ทั้งความยาวของตัวรถ  ระยะฐานล้อ ไปจนถึงการวางตำแหน่งของล้อและยาง  ส่วน “Extreme” นั้นสื่อถึงความสัมพันธ์ระหว่างห้องโดยสาร (ตำแหน่งผู้ขับ) และระยะห่างระหว่างล้อที่ถูกขยายให้กว้างเมื่อเทียบกับ Belt lineแนวสันด้านข้างตัวถังที่ถูกกดให้ต่ำและโป่งนูนออกมามากเป็นพิเศษ ด้วยแนวคิดดังกล่าวทำให้ Toyota GR Supra  มีขนาดห้องโดยสารที่ลงตัวกับตำแหน่งตัวรถที่กดต่ำและหนักแน่น  ส่งผลให้รถมีการบังคับควบคุมและมีเสถียรภาพในระดับสูง โดดเด่นกว่ารถสปอร์ตทั่วไป  

 

   โดยปีที่แล้วในเจเนอเรชั่นที่ 5ถือเป็นรุ่นที่ได้รับการพัฒนาและแนะนำสู่ตลาดอย่างเป็นทางการโดย Toyota GAZOO Racingแบรนด์รถแข่งมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกของโตโยต้า ที่ดำเนินงานด้วยหลักปรัชญาที่ว่า “การทดสอบขีดจำกัดของสมรรถนะการขับขี่ขั้นสูงสุดของรถยนต์  จะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของรถยนต์ได้อย่างเต็มที่   ซึ่งเราไม่สามารถเห็นได้ในการขับขี่แบบปกติในชีวิตประจำวันโดยทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเป้าหมายที่ท้าทายในการพัฒนายนตรกรรม “ที่ดียิ่งกว่า” (Ever-Better Cars) ของโตโยต้า    

Toyota GR Supra2020 Edition...รถสปอร์ตที่เหนือกว่าด้วยสมรรถนะการขับขี่

   ในปีนี้บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัดได้แนะนำ “Toyota GR Supra 2020 Edition”    รถสปอร์ตในตำนานที่กลับมาอีกครั้ง กับเครื่องยนต์ขนาด 3.0ลิตรแบบหกสูบเรียง เครื่องยนต์วางหน้า ขับเคลื่อนล้อหลัง(inline-six-cylinder engine)อันทรงพลัง ที่ได้รับการปรับแต่งเครื่องยนต์ใหม่ เพิ่มความเร่าร้อน เร็ว และแรงเต็มพิกัด โดยมอบกำลังสูงสุดถึง 387แรงม้า(เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 340 แรงม้า)ผนวกกับการเพิ่มค้ำโช๊คและปรับช่วงล่างใหม่ เพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้าง ลดการบิดของตัวถัง ให้เสถียรภาพในการเข้าโค้งที่ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้มีประสิทธิภาพในการควบคุมที่ยอดเยี่ยม  และสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่า นอกจากนี้ยังให้ความสมบูรณ์แบบถึงขีดสุดกับภาพลักษณ์ดีไซน์ภายนอกสปอร์ตเต็มขั้น ด้วยการตกแต่งคาลิปเปอร์เบรกที่ล้อด้านหน้า ด้วยโลโก้ “Supra”และล้ออัลลอยสีดำด้าน* ขนาด 19 นิ้วโฉบเฉี่ยว ปราดเปรียว โดดเด่นไม่เหมือนใครพิเศษสุดกับสีภายในใหม่ สีดำ-น้ำเงิน*ให้ความรู้สึกที่ตัดกันของภาพลักษณ์สไตล์สปอร์ตและวัสดุสัมผัสได้อย่างลงตัว (*สำหรับรุ่นSpecial Edition เท่านั้น)

   นอกจากนี้ นำเสนอ GR Service Package ให้บริการฟรีเช็กระยะมาตรฐาน ค่าแรง พร้อมเปลี่ยนรายการอะไหล่ตามที่กำหนด จำนวน 5 ครั้ง ภายในระยะเวลา 3ปี หรือ 60,000 กม. แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน เมื่อเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการโตโยต้าทั่วประเทศ รวมถึงศูนย์บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน สำหรับเจ้าของรถยนต์ Toyota GR Supra บริการ 24 ชั่วโมง หมายเลขติดต่อ 02-386-2000

 

 

เลือกเป็นเจ้าของ Toyota GR Supra 2020 Editionมี8สี 

สีน้ำเงิน Horizon Blue…Special Edition(ใหม่)

สีเหลือง Lightning Yellow

สีแดง Prominence Red

สีเทา Ice Gray Metallic

สีขาว White Metallic

สีเงิน Silver Metallic

สีดำ Black Metallic

สีเทาด้าน Matte Storm Gray Metallic

พร้อมเป็นเจ้าของ Toyota GR Supra 2020 Edition  ราคา  5,199,000 บาท**              

**ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน รวมราคาเครื่องปรับอากาศและภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว

สนใจเป็นเจ้าของ Toyota GR Supra2020 Edition

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

ได้ที่โชว์รูมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ติดตามข้อมูลข่าวสาร ศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์และกิจกรรมการตลาด

เพิ่มเติมได้ที่ www.toyota.co.th

Facebook Toyota Motor Thailand

LINE ID: @ToyotaThailand                                   

 
 

Page 1 of 13

รับจัดกิจกรรมการตลาด ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( PIYA 0819012840 )

Designed by eTDS TechnoSys
Click here to donate

.

ราคาน้ำมัน

Latest News

MOTOR NEWS : บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ยกขบวนรถยนต์มือสองคุณภาพสูง พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ การันตีมาตรฐานคุณภาพ ใน BMW Executive Car Day    บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทยพร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษในงาน BMW Executive Car Day ระหว่างวันที่ 8 – 11 สิงหาคม 2563 ณ... Read more...
MOTOR NEWS : มาสด้าเจาะพื้นที่ทำเลทองแหล่งเศรษฐกิจใจกลางกรุงเทพฯ เปิดโชว์รูมใหม่ย่านรัชโยธินพร้อมให้บริการแบบครบวงจร                มาสด้า เซลส์ ประเทศไทยทุ่มลงทุนขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายเพิ่มเติม ล่าสุดจับมือกลุ่มพระนครเข้าร่วมดำเนินธุรกิจเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการแห่งที่... Read more...
TEST DRIVE : สัมผัสแรก Toyota Corolla CROSS ณ. TOYOTA Driving Experience Park                      Toyota Corolla CROSSได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ ภายใต้ตัวถังแบบเอสยูวีที่มีขนาดใหญ่... Read more...

Feature News

Joomla 1.5
You are here: Home NEW CARS
Orange Green Red