Developed by JoomVision.com

MOTOR NEWS

MOTOR NEWS : ปอร์เช่ ประเทศไทย ชวนคุณหวนรำลึกเอกลักษณ์ไทยด้วยผลงานศิลปะร่วมสมัยสุดประณีตบนไทคานน์ ยนตรกรรมสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า

 

 

 

 

 

 

 

 

   ปอร์เช่ ประเทศไทยโดยบริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด (AAS) ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ร่วมกับ นารายา (NaRaYa) แบรนด์สัญชาติไทยที่มีอัตลักษณ์อันโดดเด่นเเละได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ รังสรรค์ผลงานศิลปะไทยร่วมสมัยผ่านลวดลายที่ได้รับเเรงบันดาลใจมาจากเสน่ห์เเละเอกลักษณ์อันสื่อถึงวัฒนธรรมไทยบน ไทคานน์ เทอร์โบ เอส (Taycan Turbo S) รถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า 100%  ทุกๆ รายละเอียดและลวดลายล้วนถูกสรรสร้างมาจากหัวใจดังเช่นลายช้างเครื่องทรงเเละผ้าไหมสีทองอร่ามปริวสไหวอันสื่อถึงพละกำลังเเละสมรรถนะของยนตรกรรมสปอร์ตเเห่งอนาคตที่จะไม่หยุดนิ่ง นับเป็นการผสม ผสานระหว่างเทคโนโลยีล้ำยุคเเละศิลปะการออกเเบบของไทยที่เพิ่มความโดดเด่นและคุณค่าให้กับยนตรกรรมสปอร์ตได้อย่างลงตัว

   ปอร์เช่ ไทคานน์ ยนตรกรรมสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า 100% ที่มาตอบโจทย์ในทุกไลฟ์สไตล์ ยานพาหนะแห่งอนาคตคู่ใจคันนี้ พร้อมจะพาคุณท่องเที่ยวทั้งยามทิวาและราตรี ในเมืองและนอกเมือง เริ่มต้นที่การปรากฏโฉม ณ แลนด์มาร์คสำคัญที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์คู่กรุงเทพมหานคร ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (Temple of the Emerald Buddha) ดื่มด่ำกับบรรยากาศหลังพระอาทิตย์อัสดงและแสงไฟสีทองส่องสว่างจากสถาปัตยกรรมไทยในรูปแบบรัตนโกสินทร์กลมกลืนไปกับความล้ำสมัยของรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าและขับเคลื่อนไปยังเสาชิงช้า (Phram Giant Swing)เสาไม้สีแดงสูงเด่นเก่าแก่คู่เมืองกรุงเทพฯ พร้อมชื่นชมเอกลักษณ์ย่านเมืองเก่าบริเวณชุมชนลานคนเมือง เต็มอิ่มกับสุนทรีย์ในยามค่ำคืนที่ สถานีรถไฟกรุงเทพฯ หรือสถานนีรถไฟหัวลำโพง สถานที่สุดคลาสสิคของเหล่านักบันทึกเรื่องราวแห่งการเดินทาง มนต์เสน่ห์เหล่านี้ สรรสร้างภาพถ่ายที่สวยงามได้อย่างสมบูรณ์แบบ

   ไม่เพียงเท่านั้น ปอร์เช่ ไทคานน์ ยังช่วยเติมเต็มการใช้ชีวิตในรูปแบบซิตี้ไลฟ์ของคุณได้อย่างไร้ที่ติ ไม่ว่าคุณจะเดินทางไปใช้เวลาเพลิดเพลิน ณ ศูนย์การค้าใจกลางเมืองอย่าง เซ็นทรัลเวิลด์ (Central World)และ สยามพารากอน (Siam Paragon) หรือดื่มด่ำบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ ไอคอนสยาม (ICONSIAM) ปอร์เช่ ไทคานน์ พร้อมพาคุณไป         สรรสร้างเวลาแห่งความสุขได้ทุกรูปแบบ

   ปิดท้ายด้วยบรรยากาศนอกเมืองที่ ปอร์เช่ ไทคานน์ พาเราไปเยือน เรือนลดา (Ruanlada) สถานที่ท่องเที่ยวที่ได้สัมผัสกับวัฒนธรรมและวิถีไทยทั้ง 4 ภาค พร้อมกับสถาปัตยกรรมในอดีตกาลที่ย้อนเวลากลับมาให้ชื่นชมอีกครั้งและนี่คือประสบการณ์ที่มากกว่าการขับขี่ของ ปอร์เช่ ไทคานน์ ยนตรกรรมสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า 100%พร้อมมอบให้แด่คุณ

 

MOTOR NEWS : เจาะลึกแบรนด์ DNA ของ HAVAL เอสยูวีอัจฉริยะที่จะเป็นทุกสิ่งที่คุณตามหา จาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ด้วยความสำเร็จตลอด 10 ปี สู่การเป็นผู้นำรถเอสยูวีระดับโลก

 

 

 

 

 

 

 

 

   การก้าวสู่ความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดในทุกภูมิภาคทั่วโลกนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยทีเดียว โดยเฉพาะในประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่แบรนด์รถเอสยูวีจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ อย่าง HAVAL ได้ทำลายทุกสถิติจนสามารถก้าวสู่ความเป็นผู้นำได้อย่างเต็มภาคภูมิ นำ HAVAL ไปสร้างความนิยมในหลายประเทศทั่วโลก และในปีนี้ ประเทศไทยจะเป็นประเทศล่าสุดที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประกาศจะนำแบรนด์ HAVAL เข้ามาเป็นธงรบในการรุกตลาดครั้งนี้

   ตั้งแต่เริ่มเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้มีการศึกษาตลาด ทำความรู้จักคนไทยอย่างใกล้ชิด พร้อมสื่อสารเกี่ยวแบรนด์และผลิตภัณฑ์มาอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการเผยโฉม All New HAVAL H6 Hybrid SUV เป็นครั้งแรกของโลกที่ประเทศไทย ในงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42ที่ผ่านมา และได้รับความสนใจจากผู้บริโภคชาวไทยอย่างล้นหลาม มาจนถึงการเผยภาพยนตร์โฆษณาได้อย่างน่าสนใจ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ทำให้ชื่อแบรนด์ HAVAL เริ่มเป็นที่รู้จักของคนไทยมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งก่อนที่จะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV อย่างเป็นทางการและเปิดให้คนไทยได้จับจองเป็นเจ้าของในเร็วๆ นี้ ลองมาทำความรู้จักและดูการเติบโตของแบรนด์ HAVAL ซึ่งมีความน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

ทศวรรษแห่งการเริ่มต้น สู่เป้าหมายการก้าวขึ้นสู่ผู้นำรถเอสยูวีระดับโลก

   HAVALได้รับการยกย่องให้เป็นแบรนด์รถเอสยูวีระดับโลก นำโดยรุ่นเรือธงอย่าง HAVAL H6ซึ่งครองสถิติ
“รถเอสยูวีที่มียอดขายสูงสุดในประเทศจีน” ติดต่อกันเป็นระยะเวลายาวนานถึง 8ปี HAVAL H6 มีจุดเริ่มต้นในปี 2554ด้วยภาพลักษณ์ของรถสมาร์ทเอสยูวี ที่โดดเด่นด้วยสมรรถนะและการใช้งาน จนสามารถคว้ารางวัล “CCTV Utility Vehicle” [1]ไปครองในปี 2555หลังจากนั้นจึงเริ่มใช้ชื่อแบรนด์ HAVAL อย่างเป็นทางการในปี 2556และเปิดตัว HAVAL H6เวอร์ชั่น Sport ในปีเดียวกัน ตามด้วยการเผยโฉม HAVAL H6 COUPE ในปี 2558

   ในระหว่างปี 2560 - 2562 HAVAL เริ่มเข้าสู่ยุคแห่งการขับขี่ปลอดภัยครอบคลุมทุกด้านด้วย All New HAVAL H6 และสามารถครองใจผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2563 HAVAL H6 3rd Generationก็ยังคงเป็นยานยนต์ที่ตอบโจทย์ทุกการขับขี่และความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี และจากการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งทำให้ HAVAL H6 ครองใจผู้ใช้จนสามารถขึ้นแท่นเป็น ”รถเอสยูวีที่ขายดีอันดับ 1ของประเทศจีนในแต่ละเดือน” ติดต่อกันถึง91เดือน และนับตั้งแต่เปิดตัว มียอดขายรวมกว่า 3ล้านคัน นอกจากนี้ ยังได้รับรางวัลมากมายในตลาดต่างประเทศหลายแห่ง เช่น รางวัลรถเอสยูวี ที่มีคุณค่ามากที่สุดในออสเตรเลีย และเป็นรถเอสยูวีรุ่นที่ดีที่สุดในชิลี

   ซึ่งนอกจาก HAVAL H6 แล้ว ยังมีรุ่นอื่นๆ จากแบรนด์ HAVAL ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น รุ่นยอดนิยมจาก F Series อย่างเช่น HAVAL F7รถเอสยูวีที่มาพร้อมเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออัจฉริยะรุ่นใหม่ล่าสุด หรือ HAVAL Big Dogรถเอสยูวีรุ่นใหม่ที่แยกไลน์ออกจากรุ่นเดิมอย่างชัดเจน เพื่อให้เป็น “รถที่ใช่” สำหรับผู้มีไลฟ์สไตล์กลางแจ้ง HAVAL H9รถเอสยูวีอัจฉริยะรุ่นใหญ่ ที่มาพร้อมคุณสมบัติและฟีเจอร์การใช้งานครบครัน โดย HAVAL เป็นรถเอสยูวีแบรนด์แรกในจีนที่เข้าสู่กลุ่มยอดขาย 6ล้านคัน ด้วยยอดขายสะสมมากกว่า 6.5ล้านคัน ทั้งยังรักษายอดขายรถเอสยูวีอันดับ 1ในประเทศจีนได้เป็นระยะเวลา 11ปี ติดต่อกัน[2]

   สุด HAVAL ได้ประกาศ Brand DNA ใหม่ ภายใต้แนวคิด “กล้าคิด กล้าทำ กล้าลองที่จะสร้าง เล่นได้ไม่จำกัด” โดยพัฒนาโมเดลใหม่ๆ ออกมาอีกหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็น All New HAVAL H6 Hybrid SUV HAVAL JOLION HAVAL CHITU (HAVAL Red Rabbit) รวมถึง Concept Carอย่าง HAVAL X Dog และ HAVAL - XY เพื่อให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคครบทุกด้าน เชื่อมต่อความต้องการของคน GEN Zพร้อมประกาศเป้าหมายยอดขาย 1.3 ล้านคันทั่วโลกภายในปี 2023

HAVAL รถเอสยูวีชั้นนำที่เปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีระดับโลก มาพร้อมกับกลยุทธ์การตลาดที่แตกต่าง

   เบื้องหลังความสำเร็จของของHAVAL คือ เทคโนโลยีอำนวยความสะดวกในการขับขี่ที่เข้าถึงง่าย ใช้ประโยชน์ได้จริง ซึ่งทีมวิจัยและนักพัฒนาจากศูนย์วิจัยและพัฒนากว่า 10 แห่งใน 7 ประเทศทั่วโลก ที่ได้ทุ่มเทพัฒนาขึ้น โดยจะเห็นได้จากฟีเจอร์ที่โดดเด่นของ All New HAVAL H6 Hybrid SUVที่เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะในคอนเซปต์ LIFE+(LIFE PLUS) ที่จะตอบสนองความต้องการในทุกเส้นทางการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็น

L: L2ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ Level 2

I: Intelligence V3.5 ระบบอัจฉริยะที่ช่วยสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

F: FOTA ระบบการอัปเกรดโปรแกรมออนไลน์

E: EYE Q4 ชิปอัจฉริยะที่ประมวลผลได้รวดเร็วขึ้นและ + (Plus) ซึ่งให้ได้ “มากกว่า” ด้วยเทคโนโลยี GWM LEMON Hybrid DHTที่ผสานกับความปลอดภัยและการออกแบบอันล้ำสมัย พร้อมโหมดการขับขี่ 4แบบ ได้แก่ โหมดมาตรฐาน/ โหมดสปอร์ต/ โหมดประหยัด/ โหมดสภาพถนนลื่น เพื่อตอบสนองการขับขี่ในสภาพถนนที่แตกต่างกัน

   ทั้งนี้ All New HAVAL H6 Hybrid SUVซึ่งเผยโฉมเป็นครั้งแรกของโลกภายในงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จะเป็นรถรุ่นแรกที่เกรท วอลล์ มอเตอร์จะแนะนำสู่ตลาดเมืองไทย โดยมีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเร็ว ๆ นี้ (ภายในไตรมาสที่ 2) ซึ่งเป็นการตอกย้ำกลยุทธ์ xEV Leaderการเป็นผู้นำด้านรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย และมุ่งมั่นที่จะส่งมอบสิ่งใหม่ๆ ด้านการขับขี่ให้กับคนไทย ทั้งในด้าน “NEW ENERGY” พลังงานใหม่ “NEW EXPERIENCE” ประสบการณ์ใหม่ และ “NEW LUXURY” ความหรูหรารูปแบบใหม่

    จากวันแรกจนถึงวันนี้ HAVAL ยังคงพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งในการส่งมอบรถเอสยูวีที่มีความโดดเด่น ทั้งด้านสมรรถนะที่ทรงพลัง เทคโนโลยีอัจฉริยะที่ชาญฉลาด ระบบความปลอดภัยเหนือระดับ ที่มาพร้อมสไตล์และดีไซน์อันหรูหรา รวมถึงฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย HAVAL ทุกๆ รุ่น ที่ทยอยออกมาทำตลาดในตลอดระยะเวลา 10ปี ที่ผ่านมาและต่อไปในอนาคต ก็จะยังคงเป็นรถเอสยูวีที่ตอบโจทย์ความต้องการอันหลากหลายของผู้บริโภคในตลาดโลกและนานาประเทศต่อไป

   ในฐานะ “บริษัทที่ให้บริการการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีระดับโลก (Global Mobility Technology Company)” เกรท วอลล์ มอเตอร์ มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างวิวัฒนาการใหม่ให้กับยานยนต์ไทย พร้อมนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าสายพันธุ์ใหม่เพื่อให้ผู้บริโภคชาวไทยได้มีโอกาสสัมผัสอย่างใกล้ชิด โดยเริ่มนำแบรนด์ที่เปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมอันล้ำสมัย ที่มาพร้อมกับความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคทั่วโลกอย่าง HAVAL เข้ามาเป็นเรือธงหลักในการรุกตลาด และพร้อมก้าวสู่การเป็น Top of Mind แบรนด์รถยนต์ของประเทศไทย ด้วยความมุ่งมั่นที่จะส่งมอบยานยนต์และเทคโนโลยีอัจฉริยะ พร้อมประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับ ควบคู่ไปกับการสนับสนุนและยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและเศรษฐกิจไทยให้ก้าวไกลและเติบโตต่อไปอย่างยั่งยืน


[1]https://www.haval-global.com/about/honors/

[2]ข้อมูลอัพเดท ณ เมษายน 2564

 

MOTOR NEWS : ฟอร์ดจัดแคมเปญ ‘นัดหมายชมรถฟอร์ดที่บ้านคุณ’ อำนวยความสะดวกให้ลูกค้าในช่วงสถานการณ์โควิด-19

   ฟอร์ด ประเทศไทยจัดแคมเปญ ‘นัดหมายชมรถฟอร์ดที่บ้านคุณ’นำเสนอบริการพิเศษสำหรับลูกค้าที่ไม่สะดวกเข้ามาชมรถยนต์ฟอร์ดที่โชว์รูมในช่วงสถานการณ์โควิด-19เพียงลูกค้าทำการนัดหมายล่วงหน้าเพื่อรับบริการทดลองขับหรือชมรถฟอร์ดที่บ้านผ่านช่องทางออนไลน์บนเว็บไซต์ฟอร์ดwww.ford.co.th/showroom-on-demandหรือโทรนัดหมายผ่านผู้จำหน่ายฟอร์ด ลูกค้าจะได้รับโค้ดส่วนลด Lazada 200บาทฟรี โดยลูกค้า 1ท่าน สามารถรับ 1สิทธิ์ โค้ดส่วนลดมีจำนวนจำกัด 10,000 รางวัล มูลค่ารวม 2,000,000 บาทตลอดระยะเวลาโปรโมชั่นตั้งแต่วันที่10-31พฤษภาคม 2564

   เมื่อลูกค้าลงทะเบียนออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ฟอร์ดwww.ford.co.th/showroom-on-demandหรือโทรนัดหมายผ่านผู้จำหน่ายฟอร์ดและใช้บริการชมรถฟอร์ดที่บ้านคุณ จะได้รับรหัสยืนยันการใช้บริการจากผู้จำหน่ายฟอร์ดลูกค้าจะต้องกรอกรหัสยืนยันการใช้บริการที่ได้รับจากผู้จำหน่ายฟอร์ดเพื่อลงทะเบียนรับโค้ดส่วนลด Lazadaมูลค่า 200บาทโดยฟอร์ดจะส่งโค้ดส่วนลด Lazada มูลค่า 200บาท ไปยังหมายเลขโทรศัพท์ที่ลงทะเบียนยืนยันการใช้บริการ โค้ดส่วนลด Lazada มูลค่า 200บาท ที่ได้รับจะไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดหรือของรางวัลอื่นได้และเงื่อนไขการใช้โค้ดส่วนลด Lazada มูลค่า 200บาท จะเป็นไปตามที่Lazada กำหนด

   ในการรับบริการ ‘นัดหมายชมรถฟอร์ดที่บ้านคุณ’พนักงานของผู้จำหน่ายจะนำรถยนต์ฟอร์ดไปให้ลูกค้าชมและทดลองขับถึงที่บ้าน โดยฟอร์ดได้จัดให้มีมาตรการด้านสุขอนามัยเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของลูกค้า รถที่เข้ารับบริการทุกคันจะได้รับบริการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อเพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าจะได้รับบริการที่สะดวกอุ่นใจ และปลอดภัยโดยไม่ต้องออกจากบ้าน

   ลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ฟอร์ด Ford Call Centerโทร. 1383 หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์www.ford.co.th/showroom-on-demandในส่วนของเงื่อนไขและข้อกำหนดสำหรับการใช้โค้ดส่วนลด Lazadaมูลค่า 200บาท สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ของLazadaโทร. 02-018-0000 เวลาทำการ วันจันทร์-วันเสาร์ เวลา 9.00 -18.00น. ปิดทำการวันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

 

MOTOR NEWS : เอรียา จุฑานุกาล คว้าแชมป์ประวัติศาสตร์กอล์ฟสตรี "ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2021" สานฝันอันยิ่งใหญ่ให้แฟนกอล์ฟชาวไทยนักกอล์ฟไทยคนแรกแชมป์ของทัวร์นาเมนต์

 

 

 

 

 

 

 

 

   มร.มาซายูคิ อิงาราชิประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด พร้อมด้วย พิทักษ์ พฤทธิสาริกร  ประธานคณะกรรมการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด  (ขวาบน) และ มร.โนริยุกิ ทาคาคุระประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด(ซ้ายบน) และ ร่วมแสดงความยินดีกับ "โปรเม" เอรียา จุฑานุกาลโปรกอล์ฟสาวชาวไทย มือ33ของโลก คว้าแชมป์การแข่งขันกอล์ฟสตรี “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2021” ณ สยามคันทรีคลับ พัทยา โอลด์คอร์ส จังหวัดชลบุรี

   ผลการแข่งขันรายการกอล์ฟอาชีพสตรี “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2021”ณ สนามกอล์ฟ สยามคันทรีคลับ พัทยา โอลด์คอร์ส จ.ชลบุรี  วันสุดท้าย"โปรเม" เอรียา จุฑานุกาล โชว์วงสวิงได้อย่างร้อนแรงตี 9 อันเดอร์พาร์ ไล่บี้ "โปรจีน" อาฒยา ฐิติกุล วัย 18ปี ปาดหน้าคว้าแชมป์ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2021 ไปครองด้วยสกอร์รวม 22 อันเดอร์พาร์ 266 สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกอล์ฟไทยคนแรกที่คว้าแชมป์ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ นับตั้งแต่มีการแข่งขันทั้งหมด 14 ครั้ง  ขณะที่ "โปรเหมียว" แพตตี้ ธวัชธนกิจ ผู้นำสามวันแรกมาพลาดวันสุดท้าย จบอันดับ 3 ร่วม

   ตลอดทั้ง 4วัน ของการแข่งขัน “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2021”นักกอล์ฟสาวทั้งชาวไทยและต่างชาติ 72 คน ร่วมประชันวงสวิงชิงเงินรางวัลรวม 1.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯหรือประมาณ 50 ล้านบาท และลุ้นรางวัลพิเศษรถยนต์ ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด รุ่น HYBRID TECH มูลค่า 1,799,000 บาท กับการทำโฮลอินวันหลุมที่ 16  ณ สยามคันทรีคลับ พัทยา โอลด์คอร์ส จังหวัดชลบุรี ระหว่างวันที่ 6 - 9 พฤษภาคม 2564  โดยผู้ชนะอันดับหนึ่งจะได้รับเงินรางวัล 240,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 7.5 ล้านบาท อันดับสอง  148,877 เหรียญสหรัฐฯ  หรือประมาณ 4.8 ล้านบาท และอันดับสาม 108,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 3.4 ล้านบาท โดยมีการถ่ายทอดสดตลอดการแข่งขันไปยังกว่า 100ประเทศทั่วโลก รวมทั้งผ่านทางช่อง PPTV GOLD บนเว็บไซต์ www.pptvhd36.com แอพลิเคชั่น PPTVHD36รวมทั้งเฟสบุค และยูทูปของสถานี ฯ และ PPTV HD ช่อง 36

   การแข่งขันวันสุดท้ายลุ้นแชมป์กันอย่างตื่นเต้นระหว่างสามโปรสาวไทย "โปรเหมียว" แพตตี้  หรือ ปภังกร ธวัชธนกิจ ผู้นำหลังจบรอบสาม "โปรจีน" อาฒยา ฐิติกุล วัย 18ปี จากอันดับสองร่วม และ "โปรเม" เอรียา จุฑานุกาล เจ้าของแชมป์เมเจอร์สองรายการ ที่สตาร์ทวันสุดท้ายตามหลังแพตตี้ ผู้นำ 5 สโตรก ซึ่งทั้งสามคนหวังสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกอล์ฟไทยคนแรกที่คว้าแชมป์ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ นับตั้งแต่มีการแข่งขันครั้งแรกปี 2006    

   "โปรเม" เอรียา จุฑานุกาล เจ้าของแชมป์เมเจอร์สองรายการ มือ  33 ของโลก และรองแชมป์ฮอนด้า แอลพีจี ไทยแลนด์ 2013 ออกรอบวันสุดท้ายสกอร์ตามหลังผู้นำ 5 สโตรก  เริ่มต้นวันอย่างร้อนแรง เก็บ 6 เบอร์ดี้ใน 9 หลุมแรก ทำให้มีโอกาสขึ้นมาลุ้นแชมป์ จากนั้นใน 9 หลุมหลัง เอรียาทำเบอร์ดี้เพิ่มได้ที่หลุม 10 และ 12 และในหลุมสุดท้าย เอรียา มีโอกาสพัตต์อีเกิ้ลที่ระยะราว 10 ฟุต แต่พัตต์ไม่ลงเก็บได้แค่เบอร์ดี้ จบวันสุดท้ายตีถึง 9 อันเดอร์พาร์ 63 โดยไม่เสียโบกี้ เป็นนักกอล์ฟที่ทำสกอร์ดีที่สุดของวันสุดท้าย สกอร์รวม 22 อันเดอร์พาร์ 266 ขึ้นไปนำบนคลับเฮาส์

   ด้าน"โปรจีน" อาฒยา ฐิติกุล วัย 18 ปี ที่ได้รับเชิญร่วมแข่งขันรายการนี้ในฐานะนักกอล์ฟอาชีพเป็นครั้งแรก ออกสตาร์ทวันสุดท้ายที่อันดับ 2 ร่วม  เก็บสองเบอร์ดี้ที่หลุม 1 และ หลุม  2 แม้หลุม 6 พาร์ 4 ตีไปตกบังเกอร์แต่แก้ไขในช็อตสองได้ดีจนเก็บเบอร์ดี้ได้ รักษาโอกาสลุ้นแชมป์ ก่อนจะทำเบอร์ดี้เพิ่มที่หลุม 7,10  ทว่าช่วง 9 หลุมหลังมาพลาดเสียโบกี้ที่หลุม 17 ทำให้สกอร์หล่นมาตามหลัง"โปรเม" หลังจากนั้นมีการประกาศพักการแข่งขันราว 30 นาทีเนื่องจากมีประจุไฟฟ้าในสนาม ก่อนที่โปรจีน จะกลับมาเล่นต่อในหลุม 18 หลุมสุดท้าย แต่อาฒยาไม่สามารถทำเบอร์ดี้เพื่อลุ้นเพลย์ออฟ ได้แค่เซฟพาร์เท่านั้น จบวันสุดท้ายด้วยสกอร์ 4 อันเดอร์พาร์ 68  สกอร์รวม 21 อันเดอร์พาร์ 267 ได้รองแชมป์ไปครองและพลาดตั๋วไปแอลพีจีเอ ทัวร์ อย่างน่าเสียดาย

ส่งผลให้เอรียาสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกอล์ฟไทยคนแรกที่คว้าแชมป์ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ นับตั้งแต่มีการแข่งขันทั้งหมด 14 ครั้ง  อีกทั้งเป็นแชมป์แอลพีจีเอ ทัวร์ รายการที่ 11 ของ"โปรเม" ต่อจากรายการ อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด อินเวสต์เมนท์ส เลดี้ส์ สกอตติช โอเพ่น  2018 และเป็นแชมป์แรกของเธอในปีนี้ด้วย

   เอรียาถึงกับร่ำไห้หลังจากได้แชมป์ให้สัมภาษณ์ว่า "วันนี้เล่นได้ดีมากกระทั่งหลุมสุดท้ายเล่นโฟกัสทุกช็อตแล้วก็ทำได้ รู้สึกดีใจ และภูมิใจมากที่สามารถคว้าแชมป์รายการนี้ได้ซึ่งเป็นแชมป์ที่คนไทยรอมานานมาก"

   ขณะที่อาฒยา รองแชมป์ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2021 ให้สัมภาษณ์ว่า "ถือเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ดีเยี่ยมกับโอกาสการเข้าใกล้กับการเป็นแชมป์ แต่กับพัตต์สุดท้ายได้แต่คิดในใจว่าขอแค่พัตต์ดีๆสักหนึ่งพัตต์และทำให้ดีที่สุด รู้สึกภูมิใจกับตนเองมากเพราะได้ทำดีที่สุดแล้ว อีกทั้งรู้สึกดีใจที่ได้มีโอกาสมาแข่งขันฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ เพราะที่นี่ให้ประสบการณ์ที่ดีกับเธอเสมอ"

   ด้าน "โปรเหมียว" แพตตี้  หรือ ปภังกร ธวัชธนกิจ นักกอล์ฟไทยมือ 12 ของโลก วัย 21 ปี เจ้าของแชมป์เมเจอร์ เอเอ็นเอ อินสไปเรชั่น 2021 ผู้นำจากสามวันแรกมาพลาดในวันสุดท้าย ช่วง 9 หลุมแรก เก็บ 3 เบอร์ดี้ ที่หลุม 2,5 และ 7 แต่มาเสียสองโบกี้ที่หลุม 6 และ 9 ทำให้หล่นไปรั้งอันดับ 3 หลังจากเล่นผ่านไป 9 หลุม  ส่วน 9 หลุมหลังแพตตี้เก็บเพิ่ม2 เบอร์ดี้ และเสียดับเบิ้ลโบกี้ที่หลุม 12  จบวันสุดท้ายที่สกอร์ 2 อันเดอร์พาร์ 70 สกอร์รวมสี่วัน 20 อันเดอร์พาร์ 268 จบอันดับที่ 3 ร่วมกับเอเมี่ หยาง แชมป์เก่า, โซยอน ริว จากเกาหลีใต้ และ แองเจิ้ล ยิน จากสหรัฐฯ

   แพตตี้ เผยหลังจบวันสุดท้ายว่า "วันนี้ตีได้ไม่ค่อยดี บอกกับตัวเองว่าเล่นให้ดีที่สุด โฟกัสกับเกมตัวเอง แต่ภูมิใจกับผลการแข่งขันที่ออกมา และดีใจที่ได้มาแข่งขันที่นี่ หลังจบรายการนี้อยากพักผ่อนก่อนและฟื้นฟูสภาพร่างกายก่อนแข่งขันรายการต่อไป"

   เอมี่ หยาง  วัย 31 ปี จากเกาหลีใต้ แชมป์เก่าและแชมป์ 3 สมัยซึ่งวันสุดท้ายทำสกอร์ 8 อันเดอร์พาร์ 64 ให้สัมภาษณ์หลังจบการแข่งขันว่า "ช่วง 9 หลุมแรกพัตต์ดีแม้จะมีโบกี้แต่โดยรวมสนุกกับเกมวันสุดท้าย ตลอดสัปดาห์แข่งขันที่นี่สนุกกับเกมมากและยินดีที่ได้กลับมาเล่นทัวร์นาเมนท์ที่ประเทศไทยอีกครั้ง หลังจบรายการนี้จะหยุดพักสามสัปดาห์เพื่อชาร์จพลังเพื่อเตรียมพร้อมแข่งขันยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น"  

   ขณะที่ "โปรเมียว" ปาจรีย์ อนันต์นฤการ วัย 21 ปี  วันสุดท้ายระเบิดฟอร์ม ทำ 9 อันเดอร์พาร์  โดยไม่เสียโบกี้ จบวันที่9 อันเดอร์พาร์ 63 เป็นนักกอล์ฟที่ทำสกอร์ดีที่สุดของวันสุดท้ายร่วมกับโปรเม  สกอร์รวม 15 อันเดอร์พาร์ 273  จบอันดับ 13 ร่วม ซึ่งเป็นผลงานดีที่สุดจากการร่วมแข่งรายการนี้ 3ครั้ง

   โปรเมียวกล่าวหลังจบการแข่งขันว่า "เป็นสัปดาห์การแข่งขันที่สนุกโดยเฉพาะการได้คุณพ่อมาเป็นแคดดี้ วันสุดท้ายฟอร์มพัฒนาดีขึ้นมากตีได้ดีหลายช็อตทำให้เก็บเบอร์ดี้ได้เยอะจนทำให้ทำผลงานดี อย่างไรก็ตาม รู้สึกมีแรงจูงใจอย่างดีเยี่ยมทุกครั้งที่ได้มาแข่งขันที่นี่    และขอบคุณเป็นอย่างยิ่งสำหรับการมอบโอกาสที่ทำให้ได้กลับมาแข่งขันทัวร์นาเมนท์ระดับโลกในประเทศไทย"

ส่วนผลงานนักกอล์ฟไทยรายอื่นๆ มีดังนี้

"โปรโม" โมรียา จุฑานุกาล มือ 40 ของโลก วัย 26 ปี รองแชมป์ร่วมปี 2018 เก็บเพิ่ม 3 อันเดอร์พาร์ 69 สกอร์รวม 13 อันเดอร์พาร์ 275 จบอันดับที่ 17 ร่วม

"โปรแจน" วิชาณี มีชัย วัย 28 ปี ที่รับเชิญร่วมแข่งขันเป็นครั้งแรก วันสุดท้ายทำเพิ่ม 2 อันเดอร์พาร์ 70 สกอร์รวม 6 อันเดอร์พาร์ 282  จบอันดับที่ 43 ร่วมกับ "โปรแหวน" พรอนงค์ เพชรล้ำ วัย 31 ปี วันสุดท้ายสกอร์ 1 โอเวอร์พาร์ 73

"โปรจูเนียร์" จัสมิน สุวัณณะปุระ วัย 28 ปี วันสุดท้ายสกอร์ 3 อันเดอร์พาร์ 69 สกอร์รวม 4 อันเดอร์พาร์ 284 จบอันดับที่ 54 ร่วม

"โปรพราว" ชเนตตี วรรณแสน วัย 17 ปี ผู้ชนะจากเนชั่นแนล ควอลิฟายเออร์ส วันสุดท้ายเก็บเพิ่ม 4 อันเดอร์พาร์ 68 สกอร์รวม 3 อันเดอร์พาร์ 285 จบอันดับที่ 57 ร่วม

"โปรมายด์" กานต์พนิตนันท์ เมืองคำสกุล วัย 22 ปี ซึ่งได้รับเชิญร่วมแข่งขันเป็นครั้งแรก วันสุดท้ายทำ 1 อันเดอร์พาร์ 71  สกอร์รวม 4  โอเวอร์พาร์ 292 จบอันดับที่ 69 ร่วม

   มิสวินนี่ เฮง รองประธานและกรรมการผู้จัดการ ไอเอ็มจี ประเทศไทยในฐานะผู้จัดการแข่งขัน กล่าวว่า “ขอแสดงความยินดีกับผู้ชนะการแข่งขัน และขอขอบคุณนักกอล์ฟทุกท่านที่มาร่วมดวลวงสวิงกันอย่างสนุกสนานตลอดสัปดาห์การแข่งขันอันยอดเยี่ยมครั้งนี้ การรวมพลังของนักกอล์ฟหญิงในทัวร์นาเมนต์นี้ถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ และดิฉันรู้สึกภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เห็นรายชื่อนักกอล์ฟไทยโดดเด่นในตารางผู้นำการแข่งขันตลอดทั้ง 4วัน ซึ่งสร้างความตื่นเต้นสนุกสนานให้กับแฟนกอล์ฟชาวไทยที่ร่วมเชียร์นักกอล์ฟไทยในการคว้าชัยชนะ ผลงานครั้งนี้จึงเป็นบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของฮอนด้าและผู้สนับสนุนทุกท่านที่ต้องการพัฒนากีฬากอล์ฟสตรีในประเทศไทยอย่างแท้จริง

   ดิฉันขอขอบคุณฮอนด้า ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ และพันธมิตรการจัดการแข่งขันทุกท่านที่ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย ที่ช่วยกำหนดแนวทางการดำเนินงานซึ่งทำให้การจัดงานเป็นไปอย่างปลอดภัยและราบรื่นตลอดการแข่งขัน

   การจัดการแข่งขันครั้งนี้เกิดขึ้นจากการรวมพลังของทีมงานและอาสาสมัครทุกท่าน ซึ่งทำงานกันอย่างเต็มที่เพื่อให้การแข่งขันครั้งนี้เกิดขึ้น ดิฉันต้องขอขอบคุณในความทุ่มเทและการทำงานหนักของทุกคน และแน่นอน ขอขอบคุณแฟนกอล์ฟทุกท่านที่ช่วยสนับสนุนและติดตามการแข่งขันอยู่ที่บ้าน หากเรายังคงคิดถึงการมีผู้ชมแฟนกอล์ฟในสนาม และหวังว่าจะได้ต้อนรับทุกท่านอีกครั้งที่สนามกอล์ฟสยามคันทรีคลับ พัทยา โอลด์คอร์สในปีหน้า

   แม้อยู่ภายใต้สถานการณ์ที่ท้าทาย ทัวร์นาเมนต์นี้ยังคงสานต่อ “ความฝันอันยิ่งใหญ่” อันเป็นสโลแกนของการจัดงาน  และเราหวังอย่างยิ่งว่าทัวร์นาเมนต์นี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจแก่ทุกคนที่หลงใหลในกีฬากอล์ฟ ซึ่งเราได้พยายามอย่างเต็มที่ในการสร้างโอกาสใหม่ ๆ เช่น การจัดการแข่งขัน National Qualifiersเพื่อจุดประกายความฝันแก่นักกีฬารุ่นเยาว์ ซึ่งเราหวังว่าจะมีส่วนช่วยผลักดันให้เยาวชนของเรามุ่งมั่นสานฝันสู่เวทีการแข่งขันระดับโลกในอนาคต

   เราคาดหวังว่าการจัดรายการฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ในปีนี้ จะช่วยปูทางสู่การจัดแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติอื่นๆ ในประเทศไทยซึ่งพิสูจน์แล้วว่ามีความปลอดภัย อีกทั้งมีส่วนช่วยพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและการท่องเที่ยวเพื่อกีฬากอล์ฟ และเหนืออื่นใด เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ต้อนรับนักกีฬาและผู้ชมทุกท่านในการแข่งขันฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2022 อีกครั้งในปีหน้า” มิสวินนี่กล่าว

   การแข่งขันฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2021จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 6-9พฤษภาคม 2564ทีมงานผู้จัดงานขอขอบคุณ ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย  กระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมโรค สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 6จังหวัดชลบุรี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี กระทรวงการต่างประเทศ กรมการกงศุล กระทรวงมหาดไทย จังหวัดชลบุรีและเมืองพัทยา  กองทัพอากาศ กรมแพทย์ทหารอากาศ  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบังคับการตำรวจภูธรภาค 2  และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีส่วนช่วยให้การจัดงานประสบความสำเร็จ

   ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและติดตามข่าวสารของการแข่งขันรายการ “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2021” ได้ที่ www.hondalpgathailand.com  และ www.facebook.com/lpgaThailand

 

 

MOTOR NEWS : นิสสัน ใส่ใจลูกค้าช่วงหน้าร้อน มอบแคมเปญ “NISSAN ALWAYS CARES” ร้อนนี้...ดูแลรถแบบราคาเย็นใจ สบายกระเป๋า

   นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทยแนะนำแคมเปญสำหรับลูกค้าในช่วงหน้าร้อน “Nissan Always Cares: ร้อนนี้...ดูแลรถแบบราคาเย็นใจ สบายกระเป๋า” พร้อมดูแลรถยนต์และเพิ่มความใส่ใจให้กับลูกค้าทุกคน Nissan Always Caresเริ่มตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 มิถุนายน 2564 สำหรับลูกค้าที่เข้ารับบริการจะได้รับสิทธิพิเศษมากมาย อาทิ

·       ฟรี! บริการตรวจเช็กระยะมาตรฐาน 28 รายการ อาทิ น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ ยาง ผ้าเบรก และ แบตเตอรี่*

·       รับทันที ส่วนลด 200 บาท สำหรับบริการล้างแอร์รถยนต์

·       รับสิทธิ์แบ่งจ่ายในอัตราดอกเบี้ย 0% สูงสุด 10 เดือน เมื่อมียอดค่าใช้จ่าย 5,000 บาทขึ้นไปต่อเซลส์สลิป หรือเมื่อมียอดค่าใช้จ่าย 3,000 บาท ขึ้นไปต่อเซลส์สลิป รับสิทธิ์แบ่งจ่าย 0% 6 เดือน (ผ่านบัตรเครดิต ธนาคารกรุงศรีฯ, ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพานิชย์ ธนาคารกรุงเทพฯ และบัตรเครดิต เคทีซี**)

·       รับประกันราคายางรถยนต์ เจอดีลถูกกว่า นิสสันพร้อมจ่ายส่วนต่างให้เลย***

·       และฟรี! บริการทำความสะอาดและพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อภายในรถ ด้วยน้ำยาคุณภาพมาตรฐาน ได้รับการรับรองจากสถาบันนานาชาติ และ USFDA บริเวณจุดสัมผัส เช่น พวงมาลัย, เกียร์, เบาะ, ที่จับประตู และคอนโซลหน้า เป็นต้น

   สำหรับแคมเปญ “Nissan Always Cares” นี้มุ่งมั่นเพื่อให้ความสำคัญต่อความปลอดภัย ของลูกค้าที่ช่วยตอกย้ำความมุ่งมั่นของนิสสันในการส่งมอบบริการที่ยกให้ลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญอย่างต่อเนื่อง ด้วยบริการที่ครอบคลุมตรวจเช็กระยะฟรี พร้อมข้อเสนอเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา เพิ่มความอุ่นใจในการใช้รถยนต์ ทั้งนี้ลูกค้าที่สนใจสามารถติดต่อเข้ารับบริการพร้อมรับข้อเสนอพิเศษนี้ได้ที่ศูนย์บริการนิสสันใกล้บ้าน หรือติดต่อ นิสสัน คอลเซ็นเตอร์ โทร 02-401-9600

*รายการตรวจเช็ก 28 รายการ ประกอบด้วย

1.       ตรวจเช็กน้ำมันเครื่อง

2.       ตรวจเช็กกรองน้ำมันเครื่อง

3.       ตรวจเช็กกรองอากาศ

4.       ตรวจเช็กกรองระบบปรับอากาศ (เฉพาะรุ่นที่ใช้)

5.       ตรวจเช็กน้ำมันเกียร์ เฟืองท้าย

6.       ตรวจเช็กสายพาน

7.       ตรวจเช็กกรองน้ำมันเชื้อเพลิง

8.       ตรวจเช็กโคมไฟและหลอดไฟต่าง ๆ ไฟเลี้ยว ด้านหน้า

9.       ตรวจเช็กโคมไฟและหลอดไฟต่าง ๆ ไฟเลี้ยว ไฟเบรก ด้านหลัง

10.    ตรวจเช็กสภาพใบปัดน้ำฝน

11.    ตรวจเช็กสภาพกระจกบังลมหน้า

12.    ตรวจเช็กการรั่วซึมของน้ำมันเกียร์ เฟืองท้าย

13.    ตรวจเช็กน้ำยาหล่อเย็น

14.    ตรวจเช็กการรั่วซึมของท่อ สายยางเบรก

15.    ตรวจเช็กการรั่วซึมของท่อ สายน้ำมันเชื้อเพลิง

16.    ตรวจเช็กการรั่วซึมของท่อ สายยางน้ำหล่อเย็น

17.    ตรวจเช็กสภาพของยางหุ้มเพลาขับ

18.    ตรวจเช็กสภาพของระบบพวงมาลัย คันชักคันส่ง

19.    ตรวจเช็กสภาพของลูกหมาก และยางหุ้ม

20.    ตรวจเช็กระบบแอร์ ไฟ AC

21.    ตรวจเช็กระบบแอร์ มอเตอร์พัดลมแอร์

22.    ตรวจเช็กระบบแอร์ ระบบการทำความเย็นในห้องโดยสาร

23.    ตรวจเช็กระบบระบายความร้อน มาตรวัดความร้อน

24.    ตรวจเช็กระบบระบายความร้อน มอเตอร์พัดลมหม้อน้ำ

25.    ตรวจเช็กยาง

26.    ตรวจเช็กผ้าเบรกหน้า และหลัง

27.    ตรวจเช็กจานเบรก

28.    ตรวจเช็กแบตเตอรี่

   **สงวนสิทธิ์เฉพาะการรับบริการที่ศูนย์บริการนิสสันเท่านั้น ไม่รวมการเคลมรถยนต์ การซื้อสินค้า/อะไหล่ที่ศูนย์บริการ ซ่อมสีและตัวถัง และเฉพาะศูนย์บริการที่ร่วมรายการ ธนาคารที่เข้าร่วมโปรโมชั่นของแต่ละศูนย์บริการจะแตกต่างกัน ซึ่งสามารถสอบถามได้จากศูนย์บริการที่เข้ารับบริการ

   ***การขอคืนส่วนต่างราคายาง ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด และเฉพาะศูนย์บริการฯ ที่ร่วมรายการ

หมายเหตุ

·        บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ยกเลิก เปลี่ยนแปลงรายละเอียด โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

·        เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

 

MOTOR NEWS: เนลสัน ออโต้เฮ้าส์ ชลบุรี ยกระดับศักยภาพการบริการหลังการขาย ด้วยศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานระดับโลกของบีเอ็มดับเบิลยู

 

 

 

 

 

 

 

 

   บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยนำโดย มร. สเตฟาน สโลโบดา ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า ร่วมกับเนลสัน ออโต้เฮ้าส์ ผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการ นำโดย มร. แรนดี้ เนลสัน กรรมการผู้จัดการ ยกระดับมาตรฐานการบริการหลังการขายอย่างเต็มรูปแบบให้แก่ลูกค้าในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ด้วยศูนย์บริการ BMW Certified Body and Paint Center ณ เนลสัน ออโต้เฮ้าส์ ชลบุรี โดยนับเป็นศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากบีเอ็มดับเบิลยูแห่งที่ 15 ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย

   ศูนย์บริการBMW Certified Body and Paint Centerแห่งใหม่ พร้อมให้บริการด้วยเทคนิคการซ่อมตัวถังครบวงจรและนวัตกรรมระบบพ่นสีที่ทันสมัยถึง 24ช่องซ่อม แบ่งเป็นช่องซ่อมงานเบา จำนวน 6ช่อง ช่องซ่อมงานกลาง จำนวน 4 ช่อง ช่องซ่อมงานหนักรวมแท่นดึงตัวถังCar-O-Liner4 ช่อง ช่องรื้อประกอบ 4 ช่อง ช่องเตรียมพื้น 4 ช่องและช่องซ่อมงานขัดสีจำนวน 2 ช่อง พร้อมด้วยห้องอบพ่นสีจำนวน 2 ห้อง โดยเป็นเครื่องอบแบบแขนIRInfrared Nova Verta 1 ห้องโดยศูนย์บริการแห่งนี้เลือกใช้ระบบสีสูตรน้ำตามมาตรฐานสากลของบีเอ็มดับเบิลยูที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงเครื่องมือพิเศษที่สามารถซ่อมรถยนต์ที่เสียหายหนัก ทั้งยังสามารถรองรับการให้บริการซ่อมและพ่นสีรถยนต์ได้มากถึง200 คันต่อเดือน

   นอกจากนี้ เนลสัน ออโต้เฮ้าส์ยังผนึกกำลังกับพันธมิตรผู้ให้บริการด้านประกันภัยชั้นนำ เพื่อให้การพิจารณาอนุมัติการซ่อมรถยนต์เป็นไปด้วยความรวดเร็ว ศักยภาพอันเหนือชั้นเหล่านี้สะท้อนความมุ่งมั่นในการส่งมอบบริการที่เป็นเลิศให้กับลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยูทุกราย และตอกย้ำความไว้วางใจในฐานะผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการของเนลสัน ออโต้เฮ้าส์

   ในฐานะผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการรายล่าสุดของบีเอ็มดับเบิลยู เนลสัน ออโต้เฮ้าส์ ได้นำความเข้าใจในความต้องการของลูกค้าในประเทศไทย และความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจ มาขับเคลื่อนการมอบบริการที่เหนือระดับให้กับลูกค้ามายาวนานกว่า20 ปี และยังพร้อมต่อยอดพัฒนาศักยภาพอย่างไม่หยุดยั้งผ่านนวัตกรรมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นศูนย์ one-stop service ที่มอบความสะดวกสบาย รวดเร็ว ครบวงจร และบริการบำรุงรักษารถยนต์ชั้นเลิศด้วยอะไหล่แท้คุณภาพจากบีเอ็มดับเบิลยู

   ลูกค้าสามารถนัดเวลาเพื่อเข้ารับบริการได้ที่ www.bmw.co.thหรือติดต่อ เนลสัน ออโต้เฮ้าส์ ชลบุรี ได้ที่เบอร์ 038-288-856

 

MOTOR NEWS : ฟอร์ดร่วมมือโพลีเน็ตส่งมอบแว่นตานิรภัย สนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์รับมือกับโควิด-19

 

 

 

 

 

 

 

 

   ฟอร์ด ประเทศไทยร่วมกับ บริษัท โพลีเน็ต จำกัดส่งมอบแว่นตานิรภัยทางการแพทย์ที่มีคุณสมบัติในการป้องกันการติดเชื้อทางดวงตาจำนวน 3,000 ชิ้น ให้แก่กระทรวงสาธารณสุขเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานทางการแพทย์ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยมี ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้แทนรับมอบจากนายวิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย นางกาญจนา เหลารัตนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท โพลีเน็ต จำกัด และคณะ

   “ฟอร์ดมีเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในการส่งมอบความช่วยเหลือในยามที่สังคมต้องการ และทีมวิศวกรของฟอร์ดก็มีความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ อยู่เสมอ ฟอร์ดจึงร่วมกับโพลีเน็ตซึ่งเป็นบริษัทคู่ค้าผู้ผลิตวัสดุชิ้นส่วนรถยนต์ฟอร์ดในการออกแบบและผลิตแว่นตานิรภัยโดยพัฒนาผลิตภัณฑ์จากการศึกษาข้อมูลและรับฟังประสบการณ์ใช้งานจริงของแพทย์ เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานจริงได้อย่างเหมาะสมเพื่อสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นแนวหน้าในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโควิด-19”นายวิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

   แว่นตานิรภัยทางการแพทย์ที่ฟอร์ดและโพลีเน็ตได้ร่วมกันผลิตขึ้น เป็นแว่นครอบตาที่ผลิตจากซิลิโคนเกรดทางการแพทย์ นำมาประกอบเข้ากับเลนส์กระจกโพลีคาร์บอเนตซึ่งเคลือบน้ำยาป้องกันฝ้า ทำให้มีความสามารถในการป้องกันดวงตาจากละอองน้ำ สารเคมี และของเหลวต่างๆ รวมถึงช่วยป้องกันการเกิดฝ้าขึ้นที่กระจกในกรณีที่ใช้เป็นเวลานาน ช่วยให้การมองเห็นไม่พร่ามัว

   ซิลิโคนเกรดทางการแพทย์ซึ่งมีความยืดหยุ่นทำให้ไม่เกิดความระคายเคืองต่อผิวหนัง สามารถสวมใส่ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานได้โดยไม่ทําให้เกิดรอยกดทับ นอกจากนี้ การที่กรอบแว่นซิลิโคนได้รับการออกแบบมาให้แนบสนิทกับใบหน้า นอกจากจะเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อโรคแล้ว ยังสะดวกต่อการเคลื่อนไหวในการทํางานต่างๆ อีกทั้งยังสามารถสวมทับแว่นสายตาโดยไม่ทําประสิทธิภาพการป้องกันลดลง และไม่ร่วงหลุดจากใบหน้าโดยง่าย

   ซิลิโคนเกรดทางการแพทย์ที่ใช้ยังสามารถทนต่อความร้อนสูงถึง 200 องศา ทำให้ง่ายต่อการทําความสะอาดเพื่อลดการติดเชื้อและการเกิดเชื้อราบริเวณข้อต่อที่ประกอบระหว่างกรอบซิลิโคนและกระจก นอกจากนี้กระจกแว่นยังสามารถถอดออกมาทำความสะอาดได้ ทําให้สะดวกในการชำระล้างสิ่งสกปรกต่างๆ ทั้งยังมีอายุการใช้งานยาวนานโดยไม่เปลี่ยนรูปทรง และไม่มีสารปนเปื้อนที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

 
 

MOTOR NEWS : “ซูซูกิ” ร่วมใจต้านภัยโควิด-19 ผสานผู้จำหน่ายทั่วประเทศเชิญชวนลูกค้า นำรถเข้ารับบริการทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ป้องกันและลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19) ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ได้แพร่อย่างรวดเร็วและกว้างขวาง บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด โดยให้ความสำคัญในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 และได้ดำเนินการตามมาตรฐานด้านสุขอนามัยอย่างเคร่งครัดและสม่ำเสมอ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของลูกค้าเป็นสำคัญ และเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า ซูซูกิประกาศจับมือผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ เพิ่มมาตรการงานบริการให้กับลูกค้า นำรถเข้ารับการบริการทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรค เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ณ ศูนย์บริการรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 7พฤษภาคม– 31 มิถุนายน 2564

   ซึ่งที่ผ่านมา ซูซูกิได้สนับสนุนรถ SUZUKI CARRY Biosafety Mobile Unit (รถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย)ให้แก่ หมอแล็บแพนด้า “ทนพ.ภาคภูมิ เดชหัสดิน” เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการตรวจบุคคลกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคโควิด-19 ในเชิงรุกแบบเคลื่อนที่  อีกทั้ง ซูซูกิมีความตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยด้านสุขอนามัยและห่วงใยลูกค้า เพื่อให้ลูกค้ามีความอุ่นใจ และปลอดภัย จึงมีได้การเพิ่มมาตรการงานบริการภายหลังการซ่อมรถยนต์ ด้วยการพ่นสเปรย์น้ำยาฆ่าเชื้อภายในห้องโดยสารของรถยนต์ซูซูกิทุกจุดสัมผัสที่สำคัญก่อนการส่งมอบรถยนต์ให้กับลูกค้า    รวมถึงสร้างความมั่นใจในขณะที่นำรถเข้ารับบริการและระหว่างนั่งรอในศูนย์บริการ   ซูซูกิมีขั้นตอนในการปฎิบัตงานและบริการลูกค้า โดยเมื่อลูกค้าเข้ารับบริการจะมีจุดตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย และจุดบริการเจลแอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือก่อนเข้าพื้นที่โชว์รูม รวมไปถึงการรักษาความสะอาด โดยการเช็ดทำความสะอาดพื้นที่ภายในศูนย์บริการด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ และจุดบริการเจลแอลกอฮอล์ตามพื้นที่ต่างๆ  บริเวณเคาน์เตอร์มีการเว้นระยะห่างระหว่างเจ้าหน้าที่ที่กำลังให้การบริการกับลูกค้า รวมไปถึงการทำความสะอาดรถยนต์ที่จัดแสดงบนโชว์รูม รถยนต์สำหรับให้ลูกค้าขับทดสอบ รถใหม่ที่เตรียมการส่งมอบให้กับลูกค้าด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่ได้การรับรองมาตรฐานไม่ส่งผลกระทบกับอุปกรณ์ภายในตัวรถและผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร

   ซูซูกิไม่เพียงแต่เล็งถึงความสำคัญของลูกค้าเท่านั้น  ซูซูกิยังส่งความห่วงใยไปถึงบุคลากรและพนักงานในองค์กรซึ่งถือว่าเป็นคนสำคัญในครอบครัวซูซูกิเช่นกัน โดยการเพิ่มมาตรการในการดูแลตัวเอง และปฎิบัติตามคำแนะนำของบริษัทฯ อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (COVID-19)

   นายวัลลภ กล่าวเพิ่มเติมว่า ซูซูกิจะยังคงเดินหน้าให้ความช่วยเหลือแก่สังคมในยามวิกฤติตามแนวทางของโครงการ “SUZUKI Cause We Care” ซึ่งสิ่งที่เรามุ่งมั่นและต้องการสื่อสารไปยังลูกค้าและพี่น้องชาวไทยทุกท่านว่าเราไม่ใช่แค่เพียงผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ แต่เราต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคม พร้อมกับการพัฒนาธุรกิจควบคู่ไปกับการอยู่คู่เคียงข้างชุมชนและสังคมไทยอย่างยั่งยืนอีกด้วย

   ทั้งนี้ลูกค้าสามารถเข้ารับบริการดังกล่าว โดยติดต่อนัดหมายล่วงหน้าได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิใกล้บ้าน  หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ SUZUKI Cause We Care  โทร 1800-600-900 (ไม่คิดค่าบริการ)

ช่องทางการติดต่อ

www.suzuki.co.th 

www.facebook.com/officialsuzukimotorthailand

SUZUKI Cause We Care  โทร 1800-600-900 (ไม่คิดค่าบริการ)

 

MOTOR NEWS : มาสด้ามอบช่วงเวลาแห่งความสุขกับข้อเสนอสุดคุ้มแห่งปี “M DAY” พร้อมเผยยอดขายเดือนเมษายนยังแรงโตอีก 118%

 

 

 

 

 

 

 

   มาสด้าอัดแคมเปญสุดคุ้มแห่งปี มาสด้า “M DAY”ตลอดเดือนพฤษภาคมกับดอกเบี้ยต่ำสุด 0% ฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance ฟรีค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี หรือ 100,000 กม. พร้อมเพิ่มความคุ้ม มอบฟรีลำโพงบลูทูธ JBL CLIP 4 มูลค่า 2,490 บาท สำหรับลูกค้า 1,000 ท่านแรกที่จองรถมาสด้าระหว่างวันที่ 8 – 16 พฤษภาคม 2564เพื่อแทนคำขอบคุณที่ให้การสนับสนุนและเชื่อมั่นในมาสด้าเสมอมา รวมถึงเผยความสำเร็จยอดขายเดือนเมษายนที่ผ่านมาเติบโตเป็นประวัติการณ์ถึง 118% ท่ามกลางกระแสโควิดระลอกใหม่ในประเทศไทย

   นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหาร ฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แคมเปญมาสด้า "M Day" นับเป็นแคมเปญร้อนแรงแห่งปีที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง เนื่องจากให้ข้อเสนอที่คุ้มค่า มีความหลากหลายและเอื้อประโยชน์ให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นดอกเบี้ยต่ำสุด 0% ฟรีประกันภัยชั้น 1 ฟรีค่าแรงเช็กระยะ5 ปี หรือ 100,000 กม. และอื่นๆ ทั้งนี้มาสด้ามองว่า แม้ประเทศไทยจะอยู่ในภาวะวิกฤตโควิด-19 ระลอกใหม่ แต่เชื่อว่าประชาชนยังมีความต้องการซื้อและมีกำลังซื้อมากพอเพียงแต่ยังมองหาโอกาสและแคมเปญพิเศษที่เหมาะสมเท่านั้น ดังนั้นแคมเปญมาสด้า“M Day” จึงถือเป็นแคมเปญที่ดีที่สุดของปีและเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้าที่ต้องการซื้อรถ ซึ่งลูกค้าไม่ควรพลาดกับโอกาสดีๆ เช่นนี้”

   นอกจากนี้ นายธีร์ ยังได้กล่าวถึงสถานการณ์รถยนต์และยอดขายมาสด้าในเดือนเมษายน 2564ว่า โดยภาพรวมตลาดรถยนต์ในเดือนเมษายนที่ผ่านมาถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยมียอดขายรวมอยู่ที่ 58,000 คัน (ตัวเลขประมาณการ) ซึ่งนับว่าเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2563 เช่นเดียวกับมาสด้าก็มียอดขายรถทุกรุ่นเติบโตสอดคล้องกับภาพรวมของตลาด โดยแบ่งออกเป็น มาสด้า2 จำนวน 969 คัน เพิ่มขึ้น 118%, มาสด้า3 จำนวน 189 คัน เพิ่มขึ้น 178%, มาสด้า CX-3 จำนวน 232 คัน เพิ่มขึ้น 648%, มาสด้า CX-30 จำนวน 639 คัน เพิ่มขึ้น 85%, CX-5 จำนวน 63 คัน เพิ่มขึ้น 7%, CX-8 จำนวน 66 คัน เพิ่มขึ้น 100%และมาสด้า บีที-50 จำนวน 50 คัน เพิ่มขึ้น 67% ตามลำดับ จึงทำให้ยอดขายรถมาสด้าประจำเดือนเมษายนมีตัวเลขรวมอยู่ที่ 2,208 คัน หรือเติบโตถึง 118%เมื่อเทียบกับจำนวน 1,012 คัน เมื่อเทียบกับเดือนเมษายนปี 2563และมียอดจำหน่ายสะสมรวม 4 เดือนแรกของปี 2564 อยู่ที่ 13,098 คัน หรือเติบโตขึ้นถึง 17%

   ในโอกาสนี้ เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่สนับสนุนและเชื่อมั่นในแบรนด์มาสด้า จึงขอมอบเสนอสุดพิเศษกับแคมเปญมาสด้า “M DAY” ตลอดเดือนพฤษภาคม 2564 พร้อมมอบฟรีลำโพงบลูทูธ JBL CLIP 4 มูลค่า 2,490 บาท สำหรับลูกค้า 1,000 ท่านแรกที่จองรถระหว่างวันที่ 8 – 16 พฤษภาคม 2564เท่านั้น ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ

 
 

Page 1 of 111

รับจัดกิจกรรมการตลาด ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( PIYA 0819012840 )

Designed by eTDS TechnoSys
Click here to donate

.

 

Latest News

NEW CARS : All New HAVAL H6 Hybrid SUV                      เผยโฉมเป็นครั้งแรกของโลก ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล... Read more...
TECHNIC ZONE : 10 ฟีเจอร์เด่นที่คนอยากทดลองขับรถฟอร์ดห้ามพลาด                    หากคุณกำลังมองหารถใหม่สักคันที่มีสมรรถนะดีเยี่ยมและฟีเจอร์อำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยครบครันอย่าง... Read more...
MOTOR NEWS : ปอร์เช่ ประเทศไทย ชวนคุณหวนรำลึกเอกลักษณ์ไทยด้วยผลงานศิลปะร่วมสมัยสุดประณีตบนไทคานน์ ยนตรกรรมสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า                    ปอร์เช่ ประเทศไทยโดยบริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด (AAS) ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย... Read more...

Feature News

Joomla 1.5
You are here: Home MOTOR NEWS
Orange Green Red