Developed by JoomVision.com

MOTOR NEWS

MOTOR NEWS : เมอร์เซเดส-เบนซ์ มอบทองคำมูลค่ากว่า 1 ล้านบาทให้ลูกค้าผู้โชคดีที่ออกรถยนต์ “The new GLB”

   มร.โรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด มอบทองคำ 96.5%น้ำหนักรวม 38บาท มูลค่ากว่า 1ล้านบาทให้กับคุณอำนาจ ตั้งจิตมุ่งมั่น ลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ “Mercedes-Benz GLB 200 Progressive” กับบริษัท ที เอส ที หัวหิน จำกัด ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ ผ่านช่องทางออนไลน์ในแคมเปญพิเศษของ The new GLB ระหว่างวันที่ 15กรกฎาคมถึง 30กันยายน 2563 ที่ผ่านมา โดยมีมร. บีเยิร์น กุซเทรา รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด ร่วมแสดงความยินดี ที่สำนักงานใหญ่ของบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด

 

MOTOR NEWS : ‘ซูซูกิ’ ปรับกลยุทธ์สู้ศึกตลาดรถยนต์ปลายปี จัดเต็มแคมเปญสุดร้อนแรง งาน Motor Expo 2020 พร้อมเผยตัวเลขยอดขาย 10 เดือน ฟันธงยอดขายรถยนต์ซูซูกิปี 63 ปิด 25,000 คัน เติบโต 5% เมื่อเทียบกับปีก่อน

   บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัดเตรียมความพร้อมสู้ศึกตลาดรถยนต์ปลายปี ชูไฮไลท์ SUZUKI SWIFT GL MAX EDITION พร้อมรถตกแต่งหลากหลายรุ่น ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 37  หรือ Thailand International Motor Expo 2020ซึ่งเป็นงานจัดแสดงรถยนต์เพื่อขายงานสุดท้ายของปี มั่นใจปิดยอดขายปีนี้รวม 25,000 คัน จากรายงานผลการดำเนินงานในช่วงเดือนมกราคม-ตุลาคม 2563ซึ่งยังคงต้องเผชิญกับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19มาอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงระยะเวลา 10เดือนที่ผ่านมา มียอดจำหน่ายสะสมจำนวนทั้งสิ้น 19,623 คัน มีส่วนแบ่งทางการตลาดในกลุ่มรถยนต์นั่งอยู่ที่ 3.22% ซึ่งมีอัตราปรับตัวลดลง 4% เมื่อเทียบกับช่วงระยะเวลาเดียวกันของปี 2562ซึ่งมียอดจำหน่ายอยู่ที่ 20,426คัน แต่เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับภาพรวมของยอดขายรถยนต์ในตลาด ซูซูกิ มีอัตราการหดตัวน้อยกว่าตลาดเป็นอย่างมาก

   ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดอย่างรุนแรงของไวรัสโควิด-19ยอดการจำหน่ายรถยนต์ซูซูกิได้รับผลกระทบไม่มากนัก ส่วนหนึ่งเพราะ ซูซูกิมีสินค้าคุณภาพที่สามารถตอบโจทย์ได้อย่างหลากหลาย แต่ปัจจัยสำคัญมาจากการที่ ซูซูกิ เซเลริโอ้ รถยนต์นั่งขนาดคอมแพ็ค กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งในหมู่ผู้บริโภคที่มองหาความเป็นส่วนตัวในการเดินทางและต้องการรักษาระยะห่างทางสังคม ในราคาที่สามารถจ่ายได้ และมีอัตราการผ่อนต่อเดือนที่ไม่สูงมากนักท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจในช่วงนี้

   อีกส่วนก็คือ การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ในช่วงเดือนกรฎาคมที่ผ่านมา อย่าง SUZUKI XL7รถยนต์ครอสโอเวอร์ขนาด 7 ที่นั่ง สำหรับครอบครัวยุคใหม่ ซึ่งได้รับผลตอบรับเกินคาดมีผู้บริโภคให้ความสนใจและแสดงความจำนงค์ในการจับจองเพื่อเป็นเจ้าของจำนวนมาก จนทำให้ในช่วงแรกมียอดแบ็คออเดอร์ถึงเมื่อเดือนตุลาคม ที่ผ่านมาถึง 1,150 คัน

   สำหรับยอดจำหน่ายรถยนต์ซูซูกิ ในช่วง 10เดือนของปี 2563(มกราคม – ตุลาคม 2563) แบ่งตามรุ่นจะพบว่า รถยนต์ที่ยังคงได้รับความนิยม ได้แก่

●         ซูซูกิ สวิฟท์ สปอร์ตอีโคคาร์ มียอดจำหน่ายอยู่ที่ 7,957คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน  74.23%

●         ซูซูกิ เซเลริโอ้ รถยนต์นั่งขนาดคอมแพ็คคุณภาพเกินตัว มียอดจำหน่ายอยู่ที่ 3,229คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน  293%

●         ซูซูกิ เซียส พรีเมียมอีโคคาร์ซีดาน มียอดจำหน่ายอยู่ที่ 2,520คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน  70.83%

●         ซูซูกิ เออร์ติก้า ยนตรกรรมอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง มียอดจำหน่ายอยู่ที่ 2,407คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน  79.31%

●         ซูซูกิ เอ็กซ์แอล 7 ใหม่ รถยนต์ครอสโอเวอร์ขนาด 7 ที่นั่ง มียอดจำหน่ายนับตั้งแต่การเปิดตัว อยู่ที่ 1,471คัน 

●         ซูซูกิ แครี่ รถกระบะบรรทุกอเนกประสงค์เปิดประบะท้ายได้ 3ด้าน มียอดจำหน่ายอยู่ที่ 1,989คัน สามารถรักษาระดับตัวเลขจากช่วงเดียวกันของปีก่อน  100.56%

●         ซูซูกิ จิมนี่ รถยนต์อเนกประสงค์สมรรถนะสูงขนาดเล็กมียอดจำหน่ายอยู่ที่ 50คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 147.06%

   โดยจากตัวเลขยอดจำหน่ายดังกล่าวจะเห็นได้ว่า แม้จะมีรถยนต์ในบางรุ่นมีอัตราการหดตัวลงจากปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังมียอดจำหน่ายในรุ่นอื่นเติบโตขึ้นมาทดแทนได้ จึงส่งผลให้ตัวเลขในภาพรวมของซูซูกิไม่ตกลงมากนัก จึงทำมีความมั่นใจว่า จะสามารถสร้างยอดจำหน่ายรถยนต์ภายในปีนี้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้จำนวน 25,000คัน ซึ่งคิดอัตราเติบโต 5% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

   นายมิโนรุ อามาโนะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า นับตั้งแต่เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2554ซูซูกิ ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากลูกค้าชาวไทย แม้ในสภาวะวิกฤติครั้งนี้ก็เช่นกัน เราจึงมุ่งมั่นเพื่อตอบแทนสังคมไทยให้สามารถผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน จึงได้จับมือกับผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิทุกราย ริเริ่มโครงการแครี่ ปันสุข และ บริการฉีดยาฆ่าเชื้อฟรี เพื่อช่วยเหลือผู้บริโภคในช่วงโควิด-19 รวมถึงช่วงสถานการณ์น้ำท่วมหนักในหลายพื้นที่ ทางผู้จำหน่ายก็ทำการปรับแต่งรถยนต์ซูซูกิเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยอีกด้วย

   นายมิโนรุ อามาโนะ กล่าวอีกว่า สถานการณ์โควิด-19ในประเทศไทยที่เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งคาดการณ์ว่าตลาดรถยนต์โดยรวมในปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 760,000คัน หดตัวลง 25% ซึ่งแนวโน้มเป็นไปในทิศทางที่ดีกว่าตัวเลขคาดการณ์ในช่วงกลางปีที่ผ่านมา

   นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ที่ผ่านมาพบว่าลูกค้าชะลอการตัดสินใจซื้อรถยนต์ในช่วงกลางปีเพื่อรอดูความชัดเจนและความมั่นคงในหลายด้านของชีวิต แต่เมื่อสถานการณ์หลายอย่างคลี่คลายลง การกลับมาของกำลังซื้อน่าจะเริ่มดีขึ้นเล็กน้อยในช่วงปลายปีนี้  ซูซูกิ มีการเตรียมความพร้อมของกลยุทธ์ด้านการตลาดและการขาย เพื่อให้สามารถแข่งขันกับตลาดในช่วงปลายปีซึ่งเป็นฤดูแห่งการซื้อ-ขายรถยนต์ รวมถึงตอบรับความต้องการของลูกค้าในยุคใหม่ได้อย่างเหมาะสมอีกด้วย

   จากปัญหาการอนุมัติสินเชื่อที่มีความยากขึ้นของสถาบันการเงิน โดยเฉพาะในกลุ่มอาชีพที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากวิกฤติโควิด-19การเดินหน้าตามแผนงานที่เราใช้ในช่วงที่ผ่านจึงยังเป็นสิ่งสำคัญ ด้วยการพุ่งเป้าไปยังลูกค้าได้อย่างตรงกลุ่ม ตรงกับสภาพเศรษฐกิจในช่วงนี้ อย่างเช่น กลุ่มข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ นับว่าเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อและมีความต้อง การที่จะมีรถยนต์เป็นของตนเอง การเข้าถึงเพื่อนำเสนอสินค้าและบริการได้อย่างตรงใจ ก็มีโอกาสในการสร้างยอดขายได้เป็นอย่างมาก

   ในอนาคต ซูซูกิ ยังมีแผนที่จะพัฒนาและยกระดับพนักงานให้เข้าถึงช่องทางออนไลน์ปรับพฤติกรรมการขายและการดูแลให้เข้ากับพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคให้มีความแม่นยำ และโดนใจมากยิ่งขึ้น ส่วนด้านงานบริการหลังการขาย ซูซูกิ มุ่งมั่นพัฒนาร่วมกับทางผู้จำหน่ายมาโดยตลอด มุ่งหวังที่จะสร้างคุณค่าให้แก่งานบริการเพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง  โดยล่าสุด แม้จะอยู่ในช่วงที่หลายธุรกิจได้รับผลกระทบจากโควิด-19แต่กลับยังมีนักธุรกิจที่เชื่อมั่นและให้ความสนใจเข้าร่วมลงทุนกับซูซูกิ มอเตอร์ ประเทศไทย จนทำให้เราเตรียมที่จะขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายเพื่อดูแลลูกค้าให้ครอบคลุมทุกพื้นที่เกินกว่า 130แห่ง ภายในเดือนมีนาคม 2564นี้

   สำหรับการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าร่วมงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 37  หรือ Thailand International Motor Expo 2020 ซึ่งเป็นงานจัดแสดงรถยนต์เพื่อขายงานสุดท้ายของปี จึงทำให้มีการแข่งขันสูงอย่างยิ่ง โดยภายในงาน ซูซูกิ ได้เตรียมไฮไลท์ คือ การจัดแสดง ซูซูกิ สวิฟท์ จีแอล แม็กซ์ อิดิชั่น รถแฮทแบ็กช์อีโคคาร์รุ่นตกแต่งพิเศษ ที่เพิ่งทำการเปิดตัวไปไม่นานซึ่งจะมาพร้อมโปรโมชั่นแคมเปญสุดพิเศษ และยังมีซูซูกิรุ่นอื่นๆ ที่ตกแต่งเป็นแนวทางสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการตกแต่งรถตามสไตล์ของตัวเอง  

   แคมเปญพิเศษภายในงานสำหรับลูกค้าทุกท่าน เพื่อให้สามารถเป็นเจ้า ของรถยนต์ซูซูกิทุกรุ่นได้ง่ายยิ่งขึ้น เมื่อลูกค้าจองรถยนต์ซูซูกิทุกรุ่น ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37จะได้รับสิทธิพิเศษทันที ขับฟรี 90 วัน! ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่าสูงสุด 50,000บาท (แล้วแต่รุ่น) ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้นที่ 0%(แล้วแต่รุ่น) พร้อมฟรี ประกันภัยชั้น 1 และสิทธิพิเศษต่างๆ อีกมากมายแบบไม่ต้องลุ้น

   นายวัลลภ กล่าวอีกว่า ด้วยสถานการณ์หลายอย่างเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น รวมถึงบรรยากาศที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซื้อรถได้ง่ายในช่วงปลายปีจะกลับมาสู่ภาวะปรกติเช่นเดิม เราจึงคาดการณ์ว่าจะสามารถสร้างยอดจองภายในงานปีนี้ได้ถึง 2,500คัน  (โดยปีที่ผ่านมา บริษัทฯได้ยอดจองที่จำนวน 2,308 คัน)

   ทั้งนี้  ซูซูกิ มีความต้องการให้ผู้บริโภคทุกคนเข้าถึงสินค้าที่มีคุณภาพดี และการบริการที่ดีทั้งก่อนและหลังการขาย เราจึงไม่ได้มุ่งหวังแค่จะสร้างยอดขายให้เติบโตเพียงเท่านั้น แต่เราต้องการที่จะสร้างให้ซูซูกิเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อถือและไว้วางใจเดินคู่เคียงข้างคนไทยต่อไปในอนาคต

ช่องทางติดต่อทางออนไลน์

www.suzuki.co.th  

www.facebook.com/officialsuzukimotorthailand

ช่องทางติดต่อทาง Call Center 

โทรศัพท์พื้นฐาน     โทร 1800-600-900

โทรศัพท์เคลื่อนที่    โทร 1401-600-900

 

MOTOR NEWS : โตโยต้ามอบรถเรซซิ่งวีลแชร์และชุดนักกีฬาให้กับนักกีฬาพาราลิมปิก

 

 

 

 

 

 

 

   มร.มิจิโนบุ  ซึงาตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วยนายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ และนายศุภชัย สินสุวรรณรักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัดร่วมพิธีส่งมอบการสนับสนุนเรซซิ่ง วีลแชร์ จำนวน 10 คันพร้อมเงินสนับสนุนจำนวน 10 ล้านบาทและชุดเครื่องแบบกีฬาสำหรับนักกีฬาพาราลิมปิก

   ให้แก่นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย ดร.กิตติพงษ์ โพธิมู กรรมการมูลนิธิพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย นายพิทักษ์ พลขันธ์ กรรมการฝ่ายเทคนิคกีฬา คณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย เพื่อสนับสนุนในการฝึกซ้อมรวมถึงพัฒนาศักยภาพนักกีฬาพาราลิมปิกทีมชาติไทย เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 ณ ศูนย์ทดสอบรถยนต์โตโยต้า TOYOTA Driving Experience Park บางนา  กม.3

โตโยต้า ขับเคลื่อนความสุข

 

MOTOR NEWS : Mazda2 สกายแอคทีฟคลีนดีเซลแรงหยุดไม่อยู่คว้าแชมป์ประจำปี Thailand Super Series 2020 ทั้งประเภทบุคคลและประเภททีม

 

 

 

 

 

 

 

   วงการมอเตอร์สปอร์ตร้อนระอุอีกครั้ง เมื่อรถแข่งมาสด้า2เครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซล ขนาด 1500 ซีซี ทั้งรุ่นแฮตช์แบค 5 ประตู และซีดาน 4ประตู ภายใต้ทีม Mazda Innovation Motorsport ประกาศศักดาคว้าแชมป์ประเทศไทยมาครองทั้งประเภทบุคคลและประเภททีม ในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบชื่อดังของเมืองไทย รายการ Thailand Super Series 2020ในรุ่น Super Compactตอกย้ำความแรงสายพันธุ์สปอร์ตจากมาสด้า ปิดฉากฤดูกาล 2020อย่างเต็มภาคภูมิ ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ในระหว่างวันที่ 14–15 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา

   นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า มอเตอร์สปอร์ตนับเป็นกีฬาที่เป็นต้นกำเนิดหรือเป็น “จิตวิญญาณ” ความเป็นมาสด้า การคว้าชัยชนะในครั้งนี้ตอกย้ำถึงดีเอ็นเอสายเลือดสปอร์ตที่ไม่เคยจางหายไปตามกาลเวลา ทั้งยังได้พัฒนาและส่งต่อมาถึงเจเนอเรชั่นปัจจุบัน โดยมาสด้าได้ส่งมาสด้า2 เครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซล 1500 ซีซี ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงจากลูกค้าชาวไทย เจ้าของสโลแกนทั้งแรงและประหยัดน้ำมันลงการแข่งขันสังกัดในหมายเลข 43 และ 55ซึ่งผลการแข่งขันก็เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ คือสามารถก้าวขึ้นสู่การเป็นแชมป์ทั้งในประเภททีมและบุคคลอีกครั้ง และยังได้ปั้นนักแข่งดาวรุ่นเจนฯ ใหม่ขึ้นมาประดับวงการ พร้อมแท่นนักแข่งมืออาชีพไปพร้อมๆ กัน ซึ่งต้องขอขอบคุณทีมแข่งที่ฝึกซ้อมและพัฒนารถให้มีความสมบูรณ์มากที่สุด จนสามารถประสบความสำเร็จและคว้าชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่ในครั้งนี้มาครองได้สำเร็จ

   นายไมเคิล ฟรีแมน ผู้อำนวยการทีม Mazda Innovation Motorsport ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการแข่งขันใน 2 เรซ สุดท้ายว่าการแข่งในเรซที่ 3 รุ่น Thailand Super Compact ยังคงดุเดือดเช่นเคย โดยนักแข่งจากทีม หมายเลข 43 ซึ่งขับขี่โดย จารุตม์ จรวิเศษ หนุ่มน้อยนักแข่งดาวรุ่งดวงใหม่ ออกสตาร์ทจากกิตอันดับสุดท้าย ขับเขี้ยวคู่แข่งอย่างดุเดือด ก่อนที่จะทะยานขึ้นเป็นผู้นำ สุดท้ายก็ฉีกหนีทิ้งห่างคู่แข่งมาขับตีคู่กับเพื่อนร่วมทีมหมายเลข 55 ก่อนทะยานเข้าสู่เส้นชัยเป็นอันดับ 1คว้าชัยชนะมาครองอีกหนึ่งสนาม ส่วนหมายเลข 55 ขับโดยมานะ พรศิริเชิด และ ไมเคิล ฟรีแมน นักแข่งมากฝีมือรุ่นใหญ่ก็ไม่น้อยหน้า ออกตัวสตาร์ทนำโด่งหนีคู่แข่งขันในช่วงแรก ก่อนที่หนุ่มน้อยจารุตม์จะขับมาตีเสมอ จนสามารถเคียงคู่เข้าเส้นชัยด้วยกันในช่วงท้าย ทำให้หมายเลข 55เข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 2และทีมมาสด้าสามารถคว้าตำแหน่งโพเดียม 2 ลำดับแรกมาครองได้สำเร็จ

   สำหรับเรซที่ 4 หรือเรซสุดท้ายของปี หมายเลข 55มานะ พรศิริเชิด และไมเคิล ฟรีแมน เริ่มการแข่งด้วยกำลังใจเต็มเปี่ยม ฟอร์มดีมาแรงแซงทุกคู่ต่อสู้ จนสามารถคว้าโพเดียมอันดับ 2 มาครองได้สำเร็จ ส่วนหนุ่มน้อยจารุตม์ หมายเลข 43ขับเคี่ยวเกาะกลุ่มมาก่อนในช่วงแรก ก่อนที่เครื่องยนต์จะมีปัญหาในช่วงท้ายแต่ก็ยังสามารถจบการแข่งในอันดับ 6 ซึ่งหลังจบการแข่งขันทั้งสี่สนาม คะแนนรวมของทีม Mazda Innovation Motorsport ก็ยังนำคู่แข่งเช่นเคย และปิดการแข่งขันฤดูกาล 2020 ในรุ่น Thailand Super Compactด้วยการคว้าชัยชนะประเภททีมมาครอง และจารุตม์ จรวิเศษ หมายเลข 43 ก็ยังสามารถทะยานขึ้นสู่ตำแหน่งแชมป์ประเภทบุคคลได้สำเร็จ สร้างชื่อเสียงกระฉ่อนไปทั่ววงการมอเตอร์สปอร์ตของเมืองไทย

   “ชัยชนะในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งเรื่องน่ายินดี ซึ่งทำให้เรามั่นใจว่าสปิริตนักสู้และดีเอ็นเอของการเป็นนักแข่งของทีมมาสด้าไม่เคยสูญหายไปไหน เราจะยังคงให้การสนับสนุนกีฬามอเตอร์สปอร์ตในหลากหลายรูปแบบ เพื่อผลักดันคนรุ่นใหม่ที่มีใจรักในความเร็วได้เข้าสู่วงการมอเตอร์สปอร์ต และต่อยอดเป็นอาชีพในฝันได้ต่อไปในอนาคต” นายธีร์ กล่าวเสริม

โปรดติดตามความเคลื่อนไหวและกิจกรรมของมาสด้าผ่านทางโซเชียลมีเดีย

เว็บไซต์ www.mazda.co.thและ MazdaThailandOfficial: Facebook/YouTube/Instagram/LINE

 

MOTOR NEWS : มาสด้าฉลองครบรอบ 100 ปี ขอบคุณทุกการสนับสนุนของคนไทย ย้อนรำลึกกับรถยนต์คันแรก R360 Coupe พร้อมรุ่นพิเศษ 100 ปี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

     มาสด้าจัดงาน Mazda 100th Anniversary Exclusive Dayเฉลิมฉลองการถือกำเนิดแบรนด์มาสด้าครบรอบ 100 ปี นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1920 และใช้โอกาสนี้ขอบคุณผู้ที่มีส่วนร่วมในทุกย่างก้าวความสำเร็จ โดยเฉพาะลูกค้าที่เลือกให้แบรนด์มาสด้าเป็นรถคู่ใจ ผู้จำหน่ายที่เชื่อมั่นในแบรนด์ และร่วมถ่ายทอดคุณค่าไปสู่ลูกค้าคนไทย รวมถึงหน่วยงานภาครัฐฯ และพันธมิตรทางธุรกิจ ที่ส่งเสริมและสนับสนุนด้วยดีมาโดยตลอด

   ในงานพบกับ Mazda R360 Coupe รถยนต์นั่ง 4 ล้อ คันแรกที่ออกจากสายพานการผลิตจากค่ายมาสด้าที่นำมาจัดแสดงเพื่อให้ทุกคนได้ย้อนรำลึกถึงความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ยังนำ Mazda2, Mazda3 และ Mazda CX-30 นำมาผลิตขึ้นเป็นรุ่นพิเศษ 100th Anniversary Edition เพื่อส่งมอบความเหนือระดับเป็นเอกลักษณ์เฉพาะนำมาซึ่งความภาคภูมิใจให้กับผู้ที่ได้ครอบครองด้วยจำนวนจำกัด ภายในตกแต่งด้วยสีทูโทนและดีไซน์คลาสสิกที่ถ่ายทอดจาก Mazda R360 Coupeและบ่งบอกความเป็นรุ่นพิเศษด้วยสัญลักษณ์ 100 ปี มาจัดแสดงให้ชมอย่างใกล้ชิด

   นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า จากบทบาทการเป็นผู้ผลิตจุกไม้ค๊อก เติบโตสู่การเป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่มีถิ่นกำเนิด ณ เมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น เราได้ส่งมอบคุณค่ารถมาสด้าให้กับผู้คนทั่วโลก พร้อมๆ กับขยายการลงทุนในหลายประเทศเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศนั้นๆ ให้ก้าวล้ำไปตามยุคสมัยเป็นระยะเวลา 1 ศตวรรษ

   นอกจากนี้ “มาสด้า” ได้เข้ามาเติมเต็มคุณภาพชีวิตให้กับคนไทยเป็นระยะเวลาเกือบ 70 ปี นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1951ภายใต้ชื่อ “มาสด้าสุโกศล” และก่อตั้ง บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ในปี ค.ศ. 1999โดยมาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น เข้ามาลงทุนดำเนินธุรกิจจวบจนปัจจุบันก้าวเข้าสู่ปีที่ 22

   มาสด้าจึงขอใช้โอกาสพิเศษครบรอบ 100 ปี จัดงาน Mazda 100thAnniversary Exclusive Day เพื่อกล่าวขอบคุณผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ ทั้งลูกค้าที่เชื่อมั่นและเลือกให้มาสด้าเป็นรถของครอบครัว ผู้แทนจำหน่ายที่ร่วมถ่ายทอดคุณค่าของแบรนด์ไปสู่ลูกค้า จนมีรถมาสด้าโลดแล่นบนท้องถนนเมืองไทยนับล้านคัน รวมถึงหน่วยงานภาครัฐฯ พันธมิตรทางธุรกิจ ที่ให้การส่งเสริมและสนับสนุนด้วยดีมาโดยตลอด

   นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ กล่าวถึงความพิเศษของการจัดงาน Mazda 100thAnniversary Exclusive Day ว่าเกิดขึ้นจากความตั้งใจจริงที่จะเปิดโอกาสให้ลูกค้าชาวไทยได้ร่วมย้อนวันเวลาไปสัมผัสเรื่องราวการถือกำเนิดขึ้นของแบรนด์ “มาสด้า” ความสำเร็จในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ให้กับวงการยานยนต์ของโลกตลอดระยะเวลานับ 100 ปี รวมถึงเส้นทางการเติบโตในประเทศไทยในทุกย่างก้าว โดยจัดขึ้นในรูปแบบของนิทรรศการ และอีกหนึ่งไฮไลท์ที่สำคัญ คือ การนำรถยนต์นั่ง 4 ล้อ ขนาดกะทัดรัดรุ่นแรกของมาสด้า Mazda R360Coupe รวมถึงรถยนต์รุ่นพิเศษ 100thAnniversary Edition รุ่น Mazda2, Mazda3และ Mazda CX-30 ที่เหนือระดับด้วยดีไซน์ และป้ายสัญลักษณ์ บ่งบอกความเป็นรุ่นพิเศษครบรอบ 100 ปี ที่ได้รับการถ่ายทอดแรงบันดาลใจอันทรงคุณค่าจาก Mazda R360Coupe มาจัดแสดงให้ชมและสัมผัส รวมทั้งสามารถจับจองเป็นเจ้าของในจำนวนจำกัด

   การจัดงานในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการประกาศวิสัยทัศน์ในการเดินหน้าก้าวไปสู่อีก 100 ปี ข้างหน้าอย่างเป็นทางการ โดยมาสด้าตั้งปณิธานในการเป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่ให้ความสำคัญกับผู้คนเป็นลำดับแรก มุ่งมั่นสร้างสรรค์เทคโนโลยี และพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนาน เร้าใจ อันเป็นเอกลักษณ์ของมาสด้าให้คงอยู่สืบต่อไป อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าที่เป็นเจ้าของรถมาสด้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมครั้งประวัติศาตร์ โดยสามารถลงทะเบียนร่วมชมงาน Mazda 100thAnniversary Exclusive Day รอบพิเศษซึ่งจะจัดให้มีขึ้นในวันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายนนี้ ตั้งแต่เวลา 10:00 จนถึงเวลา 16:00 น. ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท สื่อสากล จำกัด โดยสามารถลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่ https://bit.ly/32ENcX8

 

MOTOR NEWS : ฟอร์ด เรนเจอร์ คว้า 2 โพเดียมส่งท้ายการแข่งปีแรก รายการ ‘ไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรีส์’

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   ฟอร์ด ประเทศไทยโกยเสียงเชียร์ส่งท้ายการลงสนามแข่งรถยนต์ทางเรียบปีแรกในรายการไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรีส์ 2563 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ หลังจากทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง (Ford Thailand Racing – FTR)นำโดยนักขับแซนดี้ เคราแก้ว สตูวิค สร้างความประทับใจให้กับแฟนพันธุ์แท้รถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ ด้วยการสร้างประวัติศาสตร์คว้า 2 ถ้วยรางวัลจากการแข่งขันรถกระบะรายการไทยแลนด์ ซูเปอร์ ปิคอัพ สนามที่ 2เมื่อวันที่ 14-15 พฤศจิกายน 63

   สำหรับการลงแข่งขันรถกระบะ ไทยแลนด์ ซูเปอร์ ปิกอัพ สนามที่สอง ทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ส่งฟอร์ด เรนเจอร์ หมายเลข 3 เข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 1 ในคลาส เอ และได้ลำดับที่ 2Overall ในการแข่งขันทั้งสองสนาม ขณะที่แข่งขันประเภท TAV8 เคล เคิร์นส์ ผู้บริหารฟอร์ด และผู้อำนวยการทีม ฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง คว้าชัยชนะไว้ได้อีกทั้ง 2 วัน ในรถฟอร์ด มัสแตง จีที ถือเป็นการสร้างสีสัน และความประทับใจให้วงการมอเตอร์สปอร์ตที่มีฟอร์ด มัสแตง เป็นรถรุ่นดังในการแข่งขันทั่วโลกมาเป็นเวลานาน

   “เรารู้สึกภูมิใจมากกับการปิดฤดูกาลแข่งขันครั้งแรกของทีม ฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ได้อย่างสวยงาม เราใช้เวลาเรียนรู้และพัฒนารถคันนี้มาเพียงหนึ่งปีเศษๆ แต่เราก็มีพัฒนาการที่ดีมาโดยตลอด จนทำให้เราแข่งได้จบทุกสนาม และไม่เพียงเท่านั้น เรายังเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 1 ของคลาส เอ และอันดับที่ 2 overall ได้ในการแข่งขันทั้งสองวันในรอบนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพร้อมด้านศักยภาพและความทนทานของรถยนต์และเครื่องยนต์ฟอร์ด รวมถึงความทุ่มเทของทีมงานทุกคน” มร. เคล เคิร์นส์ กล่าว

   ด้านนายวิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า “เมื่อเร็วๆ นี้ ฟอร์ด ประเทศไทย เพิ่งเปิดตัวรถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ รุ่นสตรีท ซึ่งได้รับการออกแบบโดยทีมดีไซเนอร์เดียวกันกับผู้ออกแบบรถแข่งฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทำให้ลูกค้าที่ชื่นชอบรถฟอร์ด เรนเจอร์ และช่วยกันส่งแรงเชียร์รถแข่งในสนาม สามารถเป็นเจ้าของรถกระบะฟอร์ด ตัวเตี้ยตอนครึ่งแต่งพิเศษที่ตอบโจทย์การใช้งานของคนรุ่นใหม่ได้ง่ายๆ ด้วยราคาสุดเร้าใจที่โชว์รูมฟอร์ดทั่วประเทศ

 

MOTOR NEWS : "เบนซ์สตาร์แฟลก" ถล่มไตรมาสสุดท้าย ครั้งแรกกับการจัดงาน Mercedes-AMG Festival พบความพิเศษที่เบนซ์สตาร์แฟลกที่นี่ที่เดียว Mercedes-AMG GT53 4MATIC+ 4-Door Coupé รถสปอร์ต 4 ประตูที่มาพร้อมความแรง เร็ว และสมรรถนะยอดเยี่ยม พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ ผ่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

    คุณชยุส ยังพิชิตกรรมการผู้จัดการ บริษัท สตาร์แฟลก จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ และ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี อย่างเป็นทางการ เปิดเผยว่า ช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา บริษัทฯ ประสบความสำเร็จอยางมาก โดยลูกค้าให้การตอบรับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ เป็นอย่างดี และในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ เบนซ์สตาร์แฟลก ยังเดินเกมรุกพบกับครั้งแรกกับงาน Mercedes-AMG Festival ยกทัพ Mercedes-AMG จัดเต็มทุกรุ่น พร้อมสิทธิพิเศษ อาทิ เช่น Mercedes-AMG GT53 4MATIC+ 4-Door Coupé , Mercedes -AMG C43 4MATIC Coupe, Mercedes-AMG CLA 35 4MATIC, Mercedes-AMG E53 4MATIC, Mercedes-AMG GLC43 4MATIC

   ไฮไลท์ พิเศษ!!!!! ที่นี่ที่เดียว Mercedes-AMG GT53 4MATIC+ 4-Door Coupé รถสปอร์ตในฝันที่นักสะสมต้องมีไว้ครอบครอง หรูหราเหนือใคร กับข้อเสนอที่คุณจะปฏิเสธไม่ได้ ผ่อนเริ่มต้นเพียง 99,999 บาท มาพร้อมกองทัพรถใหม่ครบทุกรุ่น และ รถผู้บริหาร ไมล์น้อย ป้ายแดง สภาพใหม่เอี่ยม ให้คุณผ่อน ดอกเบี้ย 0.99% นานสูงสุด 6 ปี ที่เหนือกว่าใครกับราคาที่พิเศษสุดๆ ย้ำ!!!! ที่เดียว ที่เบนซ์สตาร์แฟลกเท่านั้น

   Mercedes-AMG GT53 4MATIC+ 4-Door Coupé เป็นรถตระกูล AMG GT family ที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่สนใจรถตระกูล GT แบบ 4ประตู ตัวถังออกแบบมาเป็นแบบ Sport Sedan Coupe’ 4ประตู ดีไซน์ใหม่ทั้งคัน เพื่อให้มีความสปอร์ตมากยิ่งขึ้น มีความสดใหม่เพราะเป็นรถตระกูล GT generation แรกของทาง AMG ที่ทำออกมาเป็นแบบ 4ประตู

   ด้วยพละกำลังเครื่องยนต์แถวเรียง 6 และเทอโบทำให้ตัวรถมีพละกำลัง 435 แรงม้า แรงบิด 520 นิวตันเมตร ทำความเร็ว 0-100 ได้ 4.5 วินาที  มีช่วงล่างเป็น AMG RIDE CONTROL+ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4MATIC+ ที่ปรับได้ทุกสถานะการณ์ของการขับขี่และมีเสียงเครื่องยนต์แบบ AMG ที่จะเพิ่มอารมณ์ทำให้การขับขี่สนุกเร้าใจมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นรถสปอร์ตที่สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างดีเยี่ยม แต่ได้ความสนุกสนานเร้าใจเหมือนกับลงแข่งในสนาม

   คุณชยุส กล่าวเพิ่มเติมว่า เบนซ์สตาร์แฟลก ยังมีความพิเศษสำหรับลูกค้าคนพิเศษ สำหรับเดือนพฤศจิกายนนี้ ลูกค้า Mercedes-AMG นำรถมาเข้ารับการตรวจเช็คฟรี 70 รายการ ที่ศูนย์บริการเบนซ์สตาร์แฟลก เราพร้อมดูแลคุณด้วยศูนย์บริการ AMG Performance Centre workshop สำหรับคนรักรถ AMG สะดวก รวดเร็ว และมั่นใจในคุณภาพกับช่างที่มากประสบการณ์ การันตีด้วย AMG certified พร้อมให้บริการคุณทุกวันไม่มีวันหยุด ตั้งแต่วันจันทร์-วันอาทิตย์ โดยสามารถจองการรับบริการล่วงหน้าได้ที่ โทร 02 248 6699 # 2

   ยังไม่พอ เบนซ์สตาร์แฟลก ขอมอบบริการพิเศษ นำรถเข้าซ่อมที่ศูนย์บริการหลังการขายเรามีรถทดแทนให้ใช้ฟรี ทั้งนี้เงื่อนไขเป็นไปตามรุ่นรถที่บริษัทกำหนด พิเศษอีกขั้นด้วยแคมเปญผ่อนค่าช่อม 0% นาน 6 เดือน และบริการรับและส่งรถฟรีถึงหน้าบ้าน หากไม่สะดวกนำรถมาเข้าศุนย์บริการด้วยตัวเอง เบนซ์สตาร์แฟลก โชว์รูมพร้อมศูนย์บริการ ถนนวิภาวดีรังสิต โทร. 02 248 6699 หรือ Line : @benzstarflag

 
 

MOTOR NEWS : เกรท วอลล์ มอเตอร์ พร้อมนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ หนุน S-Curve อุตสาหกรรมดาวเด่นสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

 

 

 

 

 

 

   การยกระดับเศรษฐกิจของชาติโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นกลไกสำคัญของการพัฒนาประเทศ  “ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก” (Eastern Economic Corridor) หรือ EEC นับเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศไทย ที่เต็มไปด้วยเมกะโปรเจค และการลงทุนใ อุตสาหกรรมต่างๆ  ถือเป็นหนึ่งในเขตเศรษฐกิจเนื้อหอมที่ได้รับความสนใจจากนานาประเทศที่จะเข้ามาลงทุนเป็นอย่างมาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะ “บริษัทที่ให้บริการการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีระดับโลก” (Global Mobility Technology Company)เป็นอีกหนึ่งบริษัทยักษ์ใหญ่จากจีนที่มั่นใจในศักยภาพของประเทศไทย และมีความพร้อมที่จะนำนวัตกรรม เทคโนโลยี รวมไปถึงความรู้ขั้นสูงเพื่อมาช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรม S-Curve ไทย ทั้งด้านยานยนต์ เทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมไปถึงการใช้หุ่นยนต์ในระบบอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ก้าวไกลไปอีกขั้น

   พื้นที่ภาคตะวันออกของไทย นับเป็นพื้นที่สำคัญด้านเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกหรือ Eastern Seaboard ซึ่งเป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมและโรงงานมากมาย เมื่อโลกก้าวสู่ยุคดิจิทัลที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จึงถูกตั้งขึ้นเพื่อต่อยอดโครงการ Eastern Seaboardให้ตอบโจทย์การพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมของไทย ดึงดูดนักลงทุนเพื่อเข้ามาลงทุน ซึ่งไม่เพียงแต่จะเป็นการเพิ่มเม็ดเงินของเศรษฐกิจในภาพรวม แต่ยังรวมไปถึงการช่วยพัฒนาองค์ความรู้ทั้งด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีให้แก่คนไทยและภาคอุตสาหกรรมอีกด้วย

EEC จุดยุทธศาสตร์สำคัญในแนวรบเศรษฐกิจไทยและอาเซียน

   จากการศึกษาของศูนย์วิจัยตลาดเติบโตสูงของ PwC แสดงให้เห็นว่า กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่กำลังมีบทบาทในเศรษฐกิจโลกมากขึ้น การรวมตัวกันของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และการใช้นโยบายเชิงรุกเพื่อเตรียมความพร้อมและกำหนดกลยุทธ์สำหรับการเติบโตในอนาคตจึงได้รับความนิยมมากขึ้น การพัฒนาพื้นที่ EEC จึงเน้นโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี 5G โครงสร้างด้านสมาร์ทโลจิสติกส์ และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ เพื่อรองรับการเข้ามาลงทุนในพื้นที่ให้มีต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด และสนับสนุนยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมสำคัญตามยุทธศาสตร์ชาติทั้ง 12อุตสาหกรรมเป้าหมาย (12 S-Curve Industries) ซึ่งหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่สำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ก็คือ อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ (Next-Generation Automotive)

   จากสถิติล่าสุดพบว่า กลุ่มประเทศอาเซียน มี GDP รวมกันคิดเป็น 3.6% ของ ของ GDP โลก โดย EEC ของประเทศไทยเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ทั้งในเชิงงบประมาณ และขนาดพื้นที่กว่า 13,266 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุม 3จังหวัด ได้แก่ ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา มีประชากรรวมกันกว่า 3 ล้านคน รวมมูลค่า GDP ของทั้ง 3 จังหวัดเท่ากับ 2,464,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนถึง 14% ของมูลค่า GDP ประเทศEEC จึงเป็นพื้นที่ศักยภาพที่ดึงดูดการลงทุนระดับเมกะโปรเจคจากนานาประเทศ ซึ่งข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าพบว่า สัดส่วนการลงทุนจากต่างชาติในนิติบุคคลที่จัดต้ังในไทย มีการลงทุนในจังหวัดระยองสูงสุด 399,389.60 ล้านบาท ชลบุรี 266,457.87 ล้านบาท และฉะเชิงเทรา 71,164.51 ล้านบาท โดย ญี่ปุ่น จีน และสิงคโปร์ คือ สามอันดับแรกของประเทศที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย ช่วงเดือนมกราคม - สิงหาคม 2563 มีการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ EEC จำนวน 277 โครงการ รวมมูลค่าการลงทุนรวม 106,300 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 51% ของมูลค่าการขอรับการส่งเสริมการลงทุนทั้งประเทศ

เสริมความแข็งแกร่งอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

   อุตสาหกรรมยานยนต์ นับเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรม S Curve ดาวเด่น ที่น่าจับตามอง ซึ่งประเทศไทยนับได้ว่าเป็นศูนย์กลางด้านการผลิตรถยนต์ที่สำคัญ โดยเป็นผู้ผลิตยานยนต์อันดับที่ 11 ของโลก อันดับที่ 5 ของเอเชีย และอันดับ 1ของอาเซียน มีมูลค่าการลงทุนกว่า 12,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมูลค่าอุตสาหกรรมยานยนต์คิดเป็น 10% ของ GDPของประเทศ

   เกรท วอลล์ มอเตอร์ บริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมยานยนต์ของโลกเป็นอีกหนึ่งบริษัทที่มั่นใจในศักยภาพประเทศไทย โดยมีเป้าหมายให้ไทยเป็นฐานการผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์พวงมาลัยขวาในไทยและภูมิภาคอาเซียน ซึ่งในต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา บริษัทได้เริ่มเข้ามาดำเนินการที่โรงงานในจังหวัดระยองอย่างเป็นทางการ ปักหมุดสร้าง “โรงงานอัจฉริยะ” (Smart Factory) เพื่อพัฒนาและยกระดับระบบการผลิตยานยนต์ ผ่านนวัตกรรม เทคโนโลยี องค์ความรู้ และระบบการทำงานต่างๆ รวมไปถึงการวางแผนที่จะนำหุ่นยนต์ และการเชื่อมโยงระบบข้อมูลอัจฉริยะที่รวมการวิจัย การผลิต การจัดหา และการตลาดเข้าด้วยกัน เพื่อมาเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการทำงาน ลดการใช้แรงงานในส่วนงานที่อันตรายและต้องการความแม่นยำสูงที่สามารถใช้หุ่นยนต์ทดแทนได้ เพื่อพัฒนาศักยภาพแรงงานไปทำในส่วนสำคัญอื่นๆ มากยิ่งขึ้น นับได้ว่าเป็นวิสัยทัศน์ในการนำอุตสาหกรรมยานยนต์ให้ก้าวไปสู่โลกอนาคตอย่างแท้จริง

   ทั้งนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีต่างๆ ที่มีศักยภาพเพื่อนำมาส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ (Next-Generation Automotive)อาทิ

             ·    การใช้หุ่นยนต์ และระบบ Welding machine ที่ทันสมัยในกระบวนการผลิตและประกอบรถยนต์ในโรงงาน

·    การใช้แพลตฟอร์ม Lemon แพลตฟอร์มอัจฉริยะแบบโมดูล่าร์ระดับโลกที่สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับการพัฒนาของรถซีดาน รถเอสยูวี และรถเอ็มพีวี ตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงใหญ่ ส่งผลให้ตัวรถมีน้ำหนักเบา สามารถลดแรงระหว่างการขับเคลื่อนให้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

·    การใช้แพลตฟอร์มTank แพลตฟอร์มระดับโลกเพื่อตอบโจทย์ทุกขีดความสามารถในการผลิตรถยนต์สำหรับการขับขี่แบบออฟโรด

·    การใช้ระบบ Coffee Intelligenceระบบอัจฉริยะเพื่อการขับเคลื่อนแห่งอนาคต (Future Mobility)  ที่ประกอบด้วย ห้องโดยสารอัจฉริยะ (Intelligent Cab) การขับขี่อัตโนมัติ (Intelligent Driving) และการออกแบบไฟฟ้าอัจฉริยะ (Intelligent Electrical Architecture) ที่จะสร้างประสบกาณ์การขับขี่ที่สะดวกและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงพัฒนาขีดความสามารถในการเชื่อมต่อระบบอินเทอร์เน็ต ที่จะสร้างความสัมพันธ์ใหม่และใกล้ชิดกันระหว่างคนและรถได้มากยิ่งขึ้น

พัฒนาทักษะเทคโนโลยีสมัยใหม่ให้แรงงานไทยทะยานสู่มืออาชีพระดับโลก

   การเข้ามาลงทุนของเกรท วอลล์ มอเตอร์ นอกจากมุ่งเน้นการขับเคลื่อนเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยแล้ว ยังให้ความสำคัญกับการจ้างงาน รวมไปถึงการเตรียมความพร้อมให้กับบุคลากรไทย ทั้งทักษะสมัยใหม่องค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม และการทำงานเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถรองรับอุตสาหกรรมใหม่ที่กำลังจะเติบโตและสอดคล้องกับแนวทางการยกระดับการพัฒนาเศรษกิจของประเทศ โดยบริษัทจะยังคงเดินหน้าดำเนินธุรกิจเพื่อตอกย้ำความมั่นใจให้กับประเทศไทย ในการนำวิสัยทัศน์ ผลิตภัณฑ์ การบริการอันยอดเยี่ยมรวมถึงเทคโนโลยีการขับขี่รถยนต์ที่ล้ำสมัย มานำเสนอให้กับผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัส พร้อมสื่อสาร ข้อมูลความรู้ และนวัตกรรม เพื่อให้คนไทยเข้าสู่ยุคของอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งโลกอนาคต

 

MOTOR NEWS : โตโยต้าถนนสีขาว ส่งมอบความสุขในเทศกาลท่องเที่ยว ขับขี่ปลอดภัย ภายใต้แนวคิด "เว้นระยะอีกนิด ชีวิตปลอดภัย"

   บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทยจำกัด เดินหน้ารณรงค์ขับขี่ปลอดภัยสไตล์ใหม่ ภายใต้โครงการโตโยต้าถนนสีขาว ส่งมอบความสุขในเทศกาลท่องเที่ยว ภายใต้แนวคิดการเว้นระยะห่างทั้งคน ทั้งรถผ่านข้อความสื่อสาร "เว้นระยะอีกนิด ชีวิตปลอดภัย" มุ่งเน้นให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเว้นระยะห่างในการขับขี่อย่างเหมาะสม เพื่อลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุในการเดินทางช่วงเทศกาล พร้อมส่งมอบความมั่นใจก่อนเดินทางให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนทุกท่าน ด้วยการให้บริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ฟรี 24รายการ ที่ศูนย์บริการ ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ และเพื่อส่งมอบความสุขในทุกเส้นทาง โตโยต้าร่วมกับ แอปพลิเคชันวงใน (Wongnai)มอบส่วนลดสุดพิเศษจากร้านอาหารชื่อดังกว่า 40 แห่งทั่วประเทศ ให้ผู้เดินทางท่องเที่ยวมีความสุขตลอดการเดินทาง

   บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยบนท้องถนน ถือเป็นหนึ่งในนโยบายด้านความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรผ่านโครงการโตโยต้าถนนสีขาว ซึ่งได้ดำเนินงานมากว่า 30 ปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัย ให้ผู้ใช้รถใช้ถนนได้ตระหนักถึงการเคารพกฎวินัยจราจร และแบ่งปันน้ำใจในการใช้รถใช้ถนนร่วมกัน อันจะนำไปสู่การลดอุบัติเหตุ และเป็นส่วนหนึ่งในการสร้าง "สังคมคนขับรถดี"โดยในปีนี้ ภายหลังจากมาตรการผ่อนปรนในสถานการณ์โควิด 19ที่ผ่านมา ทางบริษัทฯ มีความตั้งใจ รณรงค์ให้มีการนำวิถีชีวิตแบบใหม่ (New Normal) มาปรับใช้ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยการมุ่งเน้นให้มีการเตรียมตัวก่อนการเดินทางท่องเที่ยว เพื่อความปลอดภัยทั้งคนทั้งรถ อาทิ การเตรียมหน้ากากอนามัย เจลล้างมือ การเว้นระยะห่างขณะขับขี่ การเว้นระยะห่างจากโทรศัพท์มือถือ การเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล การงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงการเช็กสภาพรถยนต์
ให้พร้อมก่อนออกเดินทาง

   นอกจากนี้ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้การเดินทางท่องเที่ยวเป็นไปอย่างปลอดภัยตลอดเส้นทาง บริษัทฯ พร้อมด้วยผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ จึงได้มีการให้บริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ฟรี 24รายการ ในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม 2563 เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรถยนต์ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ และป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถนำรถยนต์ไปตรวจเช็กได้ตั้งแต่วันนี้ – 31ธันวาคม 2563โดยมีรายการตรวจเช็ก 24รายการ ดังนี้

1.ตรวจเสียงเครื่องยนต์ขณะสตาร์ท

2.ที่ปัดน้ำฝน/น้ำล้างกระจก

3.ยางกันฝุ่นเพลาขับ

4.ลูกปืนล้อ

5. ลูกหมากปีกนก

6. สภาพยางรถยนต์

7. สายพานต่างๆ

8. ไส้กรองอากาศเครื่องยนต์

9. รอยรั่วและความผิดปกติของท่อทางน้ำ

10. รอยรั่วและความผิตปกติของพวงมาลัยพาวเวอร์

11. รอยรั่วและความผิดปกติของหม้อน้ำ

12. รอยรั่วและความผิดปกติของเกียร์

13. รอยรั่วและความผิดปกติของเครื่องยนต์

14. ระบบฟรีแป้นเหยียบ/คลัตช์/เบรกมือ

15. ระบบไฟส่องสว่าง/แตร

16. ระบบเครื่องปรับอากาศพัดลมและน้ำยา

17. ระดับน้ำมันพาวเวอร์

18. ระดับน้ำมันเกียร์

19. ระดับน้ำมันเครื่อง

20. ระดับน้ำมันเบรก

21. ระดับน้ำในถังสำรอง/ระดับน้ำยาหล่อเย็น

22. เข็มขัดนิรภัย

23. แบตเตอรี่/ระดับน้ำกลั่น

24.โช้คอัพหน้าหลัง

> ระดับน้ำมันเฟืองท้าย(เพิ่มเติม เฉพาะรถที่มีอุปกรณ์ดังกล่าว)

> ระดับน้ำมันทรานเฟอร์ (เพิ่มเติม เฉพาะรถที่มีอุปกรณ์ดังกล่าว)

   ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อเป็นการเติมเต็มความสุขในระหว่างการเดินทางท่องเที่ยว โตโยต้า ได้ร่วมกับแอปพลิเคชันวงใน (Wongnai)มอบสิทธิประโยชน์สุดพิเศษให้แก่ทุกท่าน ด้วยการมอบส่วนลดร้านอาหาร 10%เมื่อทานอาหารหรือเครื่องดื่มในร้านค้าที่ร่วมรายการ โดยมีร้านอาหารชื่อดังที่เข้าร่วมแคมเปญมากกว่า 40 แห่งทั่วประเทศไทย

   โตโยต้าขอเชิญชวนทุกท่านมามีส่วนร่วมในการรณรงค์และประชาสัมพันธ์ การเว้นระยะห่างในการขับขี่ “เว้นระยะอีกนิด ชีวิตปลอดภัย” ให้ทุกคนเดินทางอย่างปลอดภัยในช่วงวันหยุด เพื่อขับเคลื่อนความสุขและส่งมอบรอยยิ้มให้แก่คนไทยทุกคน

โตโยต้า ขับเคลื่อนความสุข

 
 

More Articles...

Page 1 of 87

รับจัดกิจกรรมการตลาด ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( PIYA 0819012840 )

Designed by eTDS TechnoSys
Click here to donate

.

 

Latest News

MOTOR NEWS : เมอร์เซเดส-เบนซ์ มอบทองคำมูลค่ากว่า 1 ล้านบาทให้ลูกค้าผู้โชคดีที่ออกรถยนต์ “The new GLB”    มร.โรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด มอบทองคำ 96.5%น้ำหนักรวม... Read more...

Feature News

Joomla 1.5
You are here: Home MOTOR NEWS
Orange Green Red