Developed by JoomVision.com

.

NEW CARS

NEW CARS : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ประกาศราคาจำหน่าย มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ เริ่มต้นที่ 799,000 บาท

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศราคาจำหน่ายสำหรับ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ 2 รุ่น ได้แก่รุ่น GLS-LTD มีราคาจำหน่ายที่ 799,000 บาท และรุ่นท็อป GT มีราคาจำหน่ายที่ 895,000 บาท

มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ประสบความสำเร็จจากการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 และได้รับเสียงตอบรับอย่างดีเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ การยกระดับดีไซน์ภายนอกที่มอบความรู้สึก SUV มากขึ้น ความประณีตเหนือระดับของดีไซน์ภายในโฉมใหม่และ สมรรถนะการขับขี่ที่นุ่มนวลและสะดวกสบาย โดยผลสำรวจความคิดเห็น1เผยว่า 83% ของผู้เข้าร่วมการสำรวจต่างชื่นชอบ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ นี้

   รถครอสโอเวอร์ 7 ที่นั่งรุ่นใหม่ล่าสุดจาก มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังคงคอนเซป ‘Expand Your Advanced Life’ ถือเป็นรถยนต์ที่เหมาะสำหรับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของครอบครัวยุคใหม่ที่ต้องการรถยนต์ที่มีห้องโดยสารกว้างขวาง ความอเนกประสงค์ครบครัน และสามารถขับขี่ไปทุกจุดหมายได้อย่างง่ายดาย พร้อมด้วยสมรรถนะการใช้งานในแบบรถเอสยูวีที่ช่วยสร้างทุกความเป็นไปได้ในชีวิตให้แก่ลูกค้าทุกท่าน

   “ยอดจองรถยนต์ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ถือว่าเหนือความคาดหมายไม่ใช่เฉพาะแค่งานนี้เท่านั้น เรายังได้รับเสียงชื่นชมจากทั่วประเทศ ที่ต่างประทับใจกับ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ นี้ หลังการเปิดตัวอย่างเป็นทางการสู่ตลาดรถยนต์ไทยเพียงหนึ่งเดือน มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ มียอดจองรวมมากกว่า 2,500คัน เรายังมีความยินดีที่จะแจ้งว่า ทางบริษัทฯ จะเริ่มดำเนินการส่งมอบ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ ให้แก่ลูกค้าได้ ตั้งแต่สิ้นเดือนเมษายนนี้ เป็นต้นไป”มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

   “เรารู้สึกภูมิใจมาก กับสมรรถนะการขับขี่ที่นุ่มนวลและสะดวกสบายของ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ ซึ่งได้รับการยกระดับมาจากรถยนต์รุ่นที่ผ่านมา ผู้ขับขี่สามารถสัมผัสได้ถึงสมรรถนะการขับขี่เที่หนือระดับ แม้จะขับในระยะเพียง 10 เมตร นอกจากนี้ เราได้จัดส่งรถยนต์ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ ไปยังผู้จำหน่ายรถยนต์มิตซูบิชิทั่วประเทศเรียบร้อยแล้ว และเราหวังว่า ลูกค้าจะเยี่ยมชมศูนย์จำหน่ายรถยนต์มิตซูบิชิ และสัมผัสความประทับใจในการทดลองขับ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ ที่ศูนย์จำหน่ายรถยนต์ของเรา” มร. โคอิโตะ กล่าวเสริม

   มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ มีการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมไปอีกขั้น ทั้งดีไซน์ภายนอกและดีไซน์ภายใน รวมถึงการยกระดับสมรรถนะการขับขี่ ด้านหน้าดีไซน์ใหม่แบบ Advanced Dynamic Shieldการยกระดับความสูงจากพื้นมากถึง 220 มม. ดีไซน์ภายในอัพเกรดคุณภาพใหม่ด้วยวัสดุบุนุ่ม สีทูโทน สีน้ำตาล-ดำ การติดตั้งระบบเกียร์อัตโนมัติแบบแปรผันต่อเนื่องรุ่นใหม่ Eco-Dynamic CVT

   ทั้งนี้ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ ยังมอบความมั่นใจในด้านบริการหลังการขายภายใต้สโลแกน ‘เราดูแล คุณแค่ขับ’ ที่พร้อมให้บริการแก่ลูกค้าด้วยผู้จำหน่ายทั่วประเทศกว่า 231 แห่ง ด้วยการให้บริการที่ได้มาตรฐาน คุณภาพอะไหล่แท้ ให้บริการด้วยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญและผ่านการฝึกอบรม ตลอดจนความสะดวกสบายในการเข้ารับบริการด้วยเครือข่ายผู้จำหน่ายที่ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศเพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่ารถยนต์ มิตซูบิชิ ทุกคันจะพร้อมใช้งานอยู่เสมอ ด้วยค่าบำรุงรักษาที่ไม่แพง

   ผู้ที่สนใจสามารถชม มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ ทั้ง 2 รุ่น ได้ที่โชว์รูม มิตซูบิชิ ทั่วประเทศ รวมถึงสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและนัดหมายเพื่อทดลองขับได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.thหรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 ที่พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

 

NEW CARS : ฮอนด้า เผยโฉม “ฮอนด้า ซีวิค อี:เอชอีวี ใหม่” ในประเทศไทยเป็นครั้งแรกในโลก ยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมียมซีดานไอคอน ที่มาพร้อมขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV และ Honda SENSING ชมคันจริงได้ที่บูทฮอนด้า ในงานมอเตอร์โชว์ 2022

 

 

 

 

 

   บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัดเผยโฉม ฮอนด้า ซีวิค อี:เอชอีวี ใหม่ยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมียมซีดานไอคอน ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีการขับเคลื่อนขุมพลัง
ฟูลไฮบริด
e:HEVใหม่ และเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING)เป็นครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทยที่จะมาขับเคลื่อนกลุ่มรถยนต์คอมแพคท์ให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น พร้อมตอบสนองการขับขี่ในชีวิตประจำวันด้วยสมรรถนะอันทรงพลังแบบฟูลไฮบริด ซึ่งผสานการทำงานอันทรงพลังร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้า 2ตัวกับเครื่องยนต์ขนาด 2.0ลิตร Direct Injection Atkinson-Cycle DOHCมาพร้อมกับดีไซน์สปอร์ต โฉบเฉี่ยว และหรูหรามากยิ่งขึ้น ด้วยการตกแต่งโครเมียม และเอกลักษณ์ของยนตรกรรมไฮบริด ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายด้วยเบาะนั่งด้านหลังแยกพับแบบ 60:40เพิ่มพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ ช่องปรับอากาศตอนหลัง สะดวกสบายเหนือกว่ากับระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะพร้อม Honda Smart Key Cardครบครันด้วยเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัย ด้วยราคาประมาณการรุ่น e:HEV EL+ ไม่เกิน 1,150,000บาท และรุ่น e:HEV RSไม่เกิน 1,270,000 บาทพร้อมเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสเป็นครั้งแรกที่บูทฮอนด้า (A9)งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม – 3 เมษายน 2565และเปิดให้ลูกค้าจองสิทธิ์ได้ที่งานและโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 24มีนาคม 2565 – 31 พฤษภาคม 2565โดยจะทำการเปิดตัวและจำหน่ายอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน 2565**

   นายโนริยุกิ ทาคาคุระ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้า ซีวิค เป็นผู้นำในตลาดรถยนต์คอมแพคท์ของประเทศไทยมาอย่างยาวนาน และหลังจากที่ฮอนด้าได้เปิดตัว ซีวิค เจเนอเรชันที่ 11 ไปเมื่อปีที่ผ่านมา ก็ได้รับกระแสการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากลูกค้า โดยสามารถครองอันดับ 1 ในตลาดคอมแพคท์ไว้ได้อย่างต่อเนื่อง ครั้งนี้ได้แนะนำ ฮอนด้า ซีวิค อี:เอชอีวี ใหม่เป็นครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย ซึ่งจะมายกระดับตลาดรถยนต์คอมแพคท์ให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น พร้อมมอบประสบการณ์ใหม่ด้วยขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV อันทรงพลังและประหยัดน้ำมัน แต่ยังคงไว้ซึ่งดีเอ็นเอความสปอร์ตสไตล์ซีวิค โดยจะเข้ามาเป็นยนตรกรรมพลังงานทางเลือกสำคัญที่พร้อมตอบรับทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ซึ่งระบบการขับเคลื่อนแบบฟูลไฮบริดจะเป็นเทคโนโลยีหลักในกลุ่ม xEV ที่ลงตัวกับการใช้งานจริงในปัจจุบันและจะเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่เชื่อมไปสู่การขับเคลื่อนแห่งอนาคตได้เป็นอย่างดีฮอนด้าเชื่อมั่นว่าฮอนด้า ซีวิค อี:เอชอีวี ใหม่จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับไลน์อัปของ ฮอนด้า ซีวิค รวมทั้งเติมเต็มไลน์อัปยนตรกรรมกลุ่ม e:HEV ของฮอนด้าให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์และกิจกรรมต่างๆ ของฮอนด้า มีปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ เพื่อสร้างสังคมปลอดมลพิษให้เกิดขึ้นจริง ตามเป้าหมายการดำเนินงานของฮอนด้าปี 2593”

 

 

   ฮอนด้า ซีวิค อี:เอชอีวี ใหม่ มาพร้อมดีไซน์การออกแบบที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยกลิ่นอายของความสปอร์ตพรีเมียม โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกที่บ่งบอกความเป็นยนตรกรรมไฮบริดที่ชัดเจนด้วยโลโก้ H Mark ตกแต่งกรอบสีฟ้า และสัญลักษณ์ e:HEVที่ด้านท้าย โดดเด่นด้วยกระจังหน้าและกันชนหน้าสไตล์สปอร์ต และมือจับประตูด้านนอกสีเดียวกับตัวรถตกแต่งด้วยโครเมียม ไฟหน้าตกแต่งด้วยโครเมียมพร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LEDไฟตัดหมอกคู่หน้าและไฟท้ายแบบ LEDสไตล์เอกลักษณ์เฉพาะตัว เสาอากาศแบบครีบฉลาม และล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วสีใหม่

 

   ยกระดับความสปอร์ตพรีเมียมในรุ่น e:HEV RS ด้วยดีไซน์สุดเอกซ์คลูซีฟรอบคัน โดดเด่นด้วยกระจังหน้าตกแต่งด้วยโครเมียม และกันชนหน้าดีไซน์สปอร์ต พร้อมสัญลักษณ์ RSไฟหน้าตกแต่งด้วยโครเมียมพร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบLEDไฟตัดหมอกคู่หน้าและไฟท้ายแบบ LED กระจกมองข้างสีดำ มือจับประตูด้านนอกสีดำตกแต่งด้วยโครเมียม เสาอากาศแบบครีบฉลามสีดำ สปอยเลอร์หลังสีดำพร้อมสัญลักษณ์ RS ด้านท้าย และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ ขนาด 18 นิ้ว  ภายในห้องโดยสารสะท้อนความสปอร์ตพรีเมียม ด้วยเบาะหนังกลับและวัสดุสังเคราะห์ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง แป้นเหยียบคันเร่งและเบรกแบบสปอร์ต

   ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง เบาะนั่งด้านหลังแยกพับแบบ 60:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่สัมภาระพร้อมเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกล้ำสมัยที่จะเชื่อมต่อคุณและรถยนต์ให้เป็นหนึ่งเดียวด้วยฟังก์ชันและเทคโนโลยีที่หลากหลาย* สำหรับรุ่น e:HEV RS อาทิระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะพร้อม Honda Smart Key Cardดีไซน์เรียบหรู พกพาสะดวก ให้คุณล็อกและปลดล็อกรถได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่พกการ์ดไว้กับตัว มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 10.2 นิ้ว ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว แบบ Advanced Touchรองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlayแบบไร้สายและ Android Auto พร้อมระบบสั่งการด้วยเสียง Siriอุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger)ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย-ขวา ช่องปรับอากาศและช่องเชื่อมต่อ USB
2 ตำแหน่งสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
และฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT) เทคโนโลยีเชื่อมต่อรถยนต์ที่ทำงานผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน เป็นต้น

   สำหรับรุ่น e:HEV EL+อาทิ มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7นิ้ว ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 9นิ้ว แบบ Advanced Touchรองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlayแบบไร้สายและ Android Auto พร้อมระบบสั่งการด้วยเสียง Siri ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ เป็นต้น

   ฮอนด้า ซีวิค อี:เอชอีวี ใหม่มาพร้อมขุมพลังขับเคลื่อนแบบฟูลไฮบริด e:HEVที่ผสานการทำงานอันทรงพลังร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้า 2ตัวกับเครื่องยนต์ขนาด 2.0ลิตร Direct Injection Atkinson-Cycle DOHC 4สูบ 16วาล์ว พร้อมด้วยเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนโดยระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้อย่างชาญฉลาด เหมาะสมกับการขับขี่ในทุกสถานการณ์ โดยมีทั้งหมด 3โหมด ได้แก่ โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode) และโหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode)พร้อมโหมดการขับขี่ที่เลือกได้ตามสไตล์ 3โหมด ได้แก่

·   ECON Mode - โหมดการขับขี่แบบประหยัด พร้อมปรับการทำงานของเครื่องยนต์ให้สัมพันธ์กับการ
ขับขี่เพื่ออัตราการประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น

·     Normal Mode - โหมดการขับขี่แบบปกติ สำหรับการขับขี่ใช้งานโดยทั่วไป

·   เพิ่มเติมด้วย Sport Mode - โหมดการขับขี่แบบสปอร์ตที่การทำงานของเครื่องยนต์ตอบสนองการเร่ง
ได้ดียิ่งขึ้นเพื่อการขับขี่ที่สนุกเร้าใจ

   มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSINGทำงานผ่านกล้องมุมมองกว้างด้านหน้าช่วยตรวจจับรถยนต์และคนเดินถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการทำงานหลัก ๆ ดังนี้

·   ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS) ระบบช่วยเตือนผู้ขับขี่ให้ลดความเร็วเมื่อมีรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จักรยาน หรือคนเดินถนนที่อยู่ในระยะไม่ปลอดภัย และเมื่อมีความเสี่ยงต่อการชน ระบบจะช่วยเสริมแรงเบรกอัตโนมัติ เพื่อหลีกเลี่ยงการชนหรือลดความรุนแรงจากอุบัติเหตุ

·     ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACCwith LSF)

·     ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)

·     ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)

·     ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)

·     ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN)

   พร้อมด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยล้ำสมัย*อาทิ ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) ระบบช่วยเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Driver Attention Monitor) กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3ระดับ (Multi-angle Rearview Camera) ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) และระบบ Auto Brake Holdระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้า พร้อมเตือนผู้โดยสารด้านหลัง (Front Passenger and Rear Seat Belt Reminder) และไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง (Rear Seat Reminder)เป็นต้น

ฮอนด้า ซีวิค อี:เอชอีวี ใหม่มีให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่นย่อยได้แก่

·     รุ่น e:HEV RS   ราคาประมาณการไม่เกิน 1,270,000 บาท***

·     รุ่น e:HEV EL+  ราคาประมาณการไม่เกิน 1,150,000 บาท***

   โดยมีสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 6สีได้แก่ สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) เฉพาะรุ่น e:HEV RSสีดำคริสตัล (มุก) สีขาวแพลทินัม (มุก) สีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) และสีฟ้ามอร์นิงมิสต์ (เมทัลลิก) เฉพาะรุ่น e:HEV EL+และสีภายใน มีทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีดำ และสีเทาเบจ ซึ่งขึ้นอยู่กับสีภายนอกโดยรุ่น e:HEV RS สีภายในจะเป็นสีดำเท่านั้น

   สัมผัส ฮอนด้า ซีวิค อี:เอชอีวี ใหม่ได้ที่บูทฮอนด้า (A9)ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่24 มีนาคม – 3เมษายน 2565โดยลูกค้าที่สนใจสามารถจองสิทธิ์ได้ในงานหรือที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2565 31 พฤษภาคม 2565โดยจะทำการเปิดตัวและจำหน่ายอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน 2565

   พิเศษลูกค้าที่จองสิทธิ์ ฮอนด้า ซีวิค อี:เอชอีวี ใหม่ ระหว่างวันที่ 24 มีนาคม 2565 ตั้งแต่เวลา 10.00น.ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2565 เวลา 22.00 น.** รับฟรี ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ (Honda Ultimate Care)แพ็กเกจขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์ โดยเพิ่มระยะเวลาอีก 2 ปี หรือระยะทาง 40,000กิโลเมตร ต่อจากระยะเวลาหรือระยะทางการรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่ 3ปี หรือ 100,000กิโลเมตรแรกสิ้นสุดลง มูลค่า 19,500 บาท**โดยจะได้รับสิทธิ์เมื่อจองและรับรถภายในวันที่บริษัทฯ กำหนด**

   สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือแชทกับที่ปรึกษาการขายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.thหรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777หรืออ่านรายละเอียดผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th/civic

หมายเหตุ

*รายละเอียดของข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคและอุปกรณ์มาตรฐานในแต่ละรุ่น จะแจ้งอีกครั้งเมื่อเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

**เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

***ราคาที่แสดงเป็นราคาประมาณการ ซึ่งราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการอาจมีการเปลี่ยนแปลง

 

NEW CARS : เกรท วอลล์ มอเตอร์ อวดโฉม “TANK 300 HEV Concept Car” และ “ORA Good Cat GT” ครั้งแรกในไทย พร้อมทัพ xEV และนวัตกรรมล้ำสมัย เดินหน้าสู่ความเป็นผู้นำด้านยนตรกรรมไฟฟ้าแห่งอนาคต ณ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43

 

 

 

 

 

 

 

   เกรท วอลล์ มอเตอร์ในฐานะบริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า (xEV Leader) ของประเทศไทย ขนทัพรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (xEV) ทั้งสิ้น 6รุ่น และนวัตกรรมยานยนต์สุดล้ำ ร่วมจัดแสดงภายใต้แนวคิด “Leading the Future”ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43พร้อมไฮไลท์สุดพิเศษกับการเผยโฉม “TANK 300 HEVConcept Car”เอสยูวีออฟโรดสไตล์โมเดิร์นขวัญใจขาลุย และ “ORA Good Cat GT”เจ้าเหมียวไฟฟ้าแนวสปอร์ตขวัญใจมหาชน เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ร่วมด้วยรถยนต์xEV ยอดนิยมที่มีจำหน่ายในประเทศไทยในปัจจุบัน ทั้ง All New HAVAL H6 Hybrid SUV,All New HAVAL JOLION Hybrid SUV และORA Good Cat พร้อมทั้งนำรถยนต์เอสยูวีปลั๊กอิน-ไฮบริด All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUVกลับมาจัดแสดงให้คนไทยได้ยลโฉมกันอีกครั้ง พร้อมด้วยกิจกรรมที่น่าสนใจและข้อเสนอสุดพิเศษมากมายที่ บูธ เกรท วอลล์ มอเตอร์

   มร. เอลเลียต จาง ประธานอาเซียน เกรท วอลล์ มอเตอร์เปิดเผยว่า “ในปีที่ 2 ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เกรท วอลล์ มอเตอร์ เดินหน้าสานต่อความสำเร็จในปีแรกและวิสัยทัศน์แห่งความเป็นผู้นำด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารวมถึงปณิธานในการขับเคลื่อนระบบนิเวศด้านยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ จนถึงปัจจุบัน เราได้เพิ่มจำนวนยานยนต์พลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะบนท้องถนนไทยไปแล้วกว่า 6,000 คัน และจะยังคงเดินหน้าส่งมอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้กับผู้บริโภคชาวไทย ในวันนี้ เราจึงมีความยินดีที่จะได้เผยโฉมTANK 300 HEV Concept Carในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ให้แฟนๆ ได้สัมผัสดีไซน์คลาสสิกที่ผสานความทันสมัยและสมรรถนะที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ขาลุยสำหรับการขับขี่ในเมือง ขณะเดียวกัน เราจะผลักดันประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์พลังงานไฟฟ้า และศูนย์กลางการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของภูมิภาคอาเซียน พร้อมต่อยอดไปสู่ศูนย์กลางการผลิตและส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าสู่ตลาดโลก นอกจากนี้ ภายใต้กลยุทธ์ 4+4 เพื่อรุกตลาดในภูมิภาคอาเซียนโดยมีประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง โดยเกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้เข้าไปดำเนินงานอย่างเป็นทางการแล้วใน 4ประเทศ ได้แก่ ไทย ลาว พม่า และบรูไน และมีแผนที่จะเปิดตัวแบรนด์ในอีก 4ประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ เพื่อขยายตลาดในอาเซียนให้ครอบคลุมรวมทั้งยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งภูมิภาคให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นบนเวทีระดับโลก”​

 

   ด้าน นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “เกรท วอลล์ มอเตอร์ มุ่งดำเนินงานโดยยึดถือผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง (Consumer Centric)และพร้อมสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าภายใต้การดำเนินการในแบบ Online to Offline สำหรับในปีนี้ เรามีแผนที่จะเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในไทยอีก 5 รุ่น จาก 3แบรนด์ โดยจะมีรถยนต์ไฟฟ้า 100% จากแบรนด์ ORA เพื่อตอบรับกับกระแสรถยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตขึ้นในประเทศไทยรวมถึงนโยบายส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าจากภาครัฐ ในโอกาสนี้ เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงการรับฟังเสียงของผู้บริโภคและปลุกกระแสรถยนต์ไฟฟ้าในไทยอีกครั้ง เราได้นำผลิตภัณฑ์อีกหนึ่งรุ่นที่คนไทยรอคอย ORA Good Cat GT ซึ่งอัดแน่นสมรรถนะที่โดดเด่นยิ่งกว่าและดีไซน์สปอร์ตอันโฉบเฉี่ยวมาจัดแสดงอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทยให้ผู้บริโภคได้ยลโฉมอย่างใกล้ชิด”

   ขณะเดียวกัน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงกับกรมสรรพสามิตเพื่อร่วมมาตรการสนับสนุนการใช้และการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยในเฟสแรก โดยในเฟสแรกนี้ รัฐบาลจะมอบเงินอุดหนุนจำนวน 70,000 – 150,000บาทต่อคันตามขนาดแบตเตอรี่รถยนต์ พร้อมสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมจากการลดลงของภาษีมูลค่าเพิ่ม  ซึ่ง เกรท วอลล์ มอเตอร์ พร้อมให้ความร่วมมือและสนับสนุนนโยบายดังกล่าวอย่างเต็มที่ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าทั่วประเทศไทย และมีความยินดีที่จะประกาศราคาขายปลีกภายใต้เงินอุดหนุนจากรัฐบาลในเฟสแรกนี้ของ ORA Good Cat ที่จำหน่ายในประเทศไทย ทั้ง 3 รุ่น ดังต่อไปนี้

·       ORA Good Cat รุ่น 400 TECH จากราคา 989,000 บาท เป็นราคา 828,500 บาท

·       ORA Good Cat รุ่น 400 PRO จากราคา 1,059,000 บาท เป็นราคา 898,500 บาท

·       ORA Good Cat รุ่น 500 ULTRA จากราคา 1,199,000 บาท เป็นราคา 1,038,500 บาท

   นอกจากนี้ เพื่อแสดงความขอบคุณลูกค้าทุกท่านสำหรับความรักและความไว้วางใจที่มอบให้กับเราเสมอมา เกรท วอลล์ มอเตอร์ ขอมอบสิทธิประโยชน์รวมมูลค่ากว่า 25,000 บาท ให้กับลูกค้า ORA Good Cat ที่ได้ออกรถไปแล้วก่อนการลงนามบันทึกข้อตกลงกับกรมสรรพสามิต หรือก่อนวันที่ 21มีนาคม 2565ซึ่งประกอบไปด้วยGWM Point 100,000 คะแนน ซึ่งเทียบเท่ามูลค่า 10,000 บาท และเครดิตการชาร์จประจุไฟฟ้า ณ สถานีอัดประจุไฟฟ้าของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ทั่วประเทศมูลค่า 15,000 บาท

   และเพื่อช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยและเดินหน้าสู่การเป็นผู้นำด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะเดินหน้าสนับสนุนการสร้างระบบนิเวศของรถยนต์ไฟฟ้าให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมโดยจะร่วมมือกับการไฟ้ฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) การไฟฟ้านครหลวง (MEA) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ในการสร้างจุดชาร์จตามสถานที่ต่างๆ การพัฒนา GWM แอปพลิเคชัน รวมถึงสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการชาร์จประจุไฟฟ้า เพื่ออำนวยความสะดวกในการชาร์จไฟให้กับผู้ใช้รถยนต์ในประเทศไทยที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง” นายณรงค์กล่าวเสริม

 

   ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43นี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ขนทัพรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (xEV) ทั้ง 6รุ่น และนวัตกรรมยานยนต์สุดล้ำมาจัดแสดง พร้อมมอบข้อเสนอและสิทธิประโยชน์สุดพิเศษสำหรับลูกค้าชาวไทยภายในงานนี้โดยเฉพาะ เพื่อสะท้อนภาพความเป็นผู้นำด้านยนตรกรรมไฟฟ้าแห่งอนาคต

 

TANK 300 HEV Concept Car กับการอวดโฉมในต่างประเทศครั้งแรก

   ครั้งแรกกับการปรากฏโฉมในตลาดต่างประเทศของเอสยูวีออฟโรดพลังงานไฟฟ้าสำหรับนักขับขี่ขาลุย หลังจากที่ได้จัดแสดงครั้งแรกที่งาน Shanghai Auto Show ในปีที่ผ่านมา TANK 300 HEVConcept Carจากแบรนด์TANKที่มาพร้อมดีไซน์คลาสสิก บึกบึน แต่แฝงความสง่างามและทันสมัยอยู่ในตัว พร้อมด้วยเครื่องยนต์ทรงพลังและเทคโนโลยีอัจฉริยะมากมายที่พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การขับขี่ในเมืองได้อย่างครบครัน และยังรองรับการผจญภัยได้อย่างลงตัวด้วยกันชนขนาดใหญ่ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง จัดเต็มกับล้อขนาดใหญ่พร้อมลุยและโหมดการขับขี่ที่มากถึง 7รูปแบบ ร่วมด้วยระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะระดับ L2+ และฟังก์ชั่นช่วยเหลือการขับขี่มากกว่า 30 ฟังก์ชั่น โดย TANK 300 HEV Concept Car สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม TANK ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มอัจฉริยะสำหรับรถยนต์ออฟโรดของ เกรท วอลล์ มอเตอร์

ORA Good Cat GT เจ้าเหมียวไฟฟ้าดีไซน์สปอร์ต กับการเผยโฉมครั้งแรกในไทย

   ครั้งแรกในประเทศไทยกับการปรากฏโฉมอย่างเป็นทางการของ ORA Good Cat GT เจ้าเหมียวไฟฟ้า 100% ยอดนิยมอีกหนึ่งรุ่นจากแบรนด์ ORA ที่มาพร้อมกับสมรรถนะอันเร้าใจด้วยพละกำลังสูงสุด 171 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตร กระจังหน้าดีไซน์สปอร์ตลายคาร์บอนไฟเบอร์ ส่วนด้านหลังโดดเด่นด้วยสปอยเลอร์ดีไซน์โฉบเฉี่ยวพร้อมตราสัญลักษณ์ GT ล้ออัลลอยทูโทนขนาด 18 นิ้ว มาพร้อมกับดิสก์เบรคคาลิปเปอร์สีแดง ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยสีแดง-ดำอันเป็นเอกลักษณ์ สะดวกสบายไปกับเบาะคนขับที่ติดตั้งระบบบันทึกตำแหน่งและฟังก์ชัน Welcome Seat พร้อมเบาะระบบนวดไฟฟ้าและระบบระบายอากาศสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า และประตูท้ายเปิด-ปิดไฟฟ้าระบบแฮนด์ฟรี

การปรากฏโฉมอีกครั้งของ All New HAVAL H6 Plug-In Hybrid SUV

   หลังจากที่เคยเผยโฉมเป็นครั้งแรกของโลกที่ประเทศไทยเมื่อปลายปีที่ผ่านมาและได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากสื่อมวลชนและผู้บริโภค เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้นำรถยนต์เอสยูวีพลังงานไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊กรุ่นล่าสุดนี้กลับมาอวดโฉมให้แฟนๆ ชาวไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดอีกครั้ง โดย All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUVสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มโมดูลาร์อัจฉริยะ GWM LEMON ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 1.5L Turbo ผสานการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า และเพลาขับเคลื่อนอิเล็กทรอนิกส์แบบ Multi-mode DHT ให้กำลังรวมสูงสุด 230 แรงม้า แรงบิดรวมสูงสุดถึง 530 นิวตันเมตร รองรับการขับขี่ที่หลากหลาย ช่วยประหยัดน้ำมัน พร้อมโหมดการขับขี่สูงสุดถึง 8 โหมด รวมถึงโหมดการขับขี่แบบไฟฟ้า 100% ที่วิ่งได้ระยะทางสูงสุดถึง 201 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC โดยมาพร้อมกับรูปลักษณ์ภายนอกโดดเด่นสะดุดตาด้วยกระจังหน้าสีดำขนาดใหญ่ที่รับกับล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 19 นิ้ว ไฟหน้า Intelligent LED และไฟท้าย LED Taillight Strip และหลังคาพาโนรามิกซันรูฟ 360 องศา ส่วนภายในออกแบบด้วยสีโทนดำ-เทา ภายใต้แนวคิด Future Intelligent Cockpit มาพร้อม Electronic Shifter ชุดเกียร์ไฟฟ้า พร้อมสีพิเศษแบบ High-gloss ดูโดดเด่นและหรูหรา หน้าจอกลางอัจฉริยะแบบ Touch Screen Audio Display ที่มาพร้อมกับความบันเทิงเต็มรูปแบบ เช่น  MP3, Joox และ ระบบนำทาง ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกอิสระซ้าย-ขวา พร้อมระบบกรองอากาศ PM2.5 ทั้งยังล้ำสุดๆ ด้วย Wireless Charger กุญแจ Smart Key และระบบ Push Start ประตูท้ายมาพร้อมกับระบบ Kick Sensor เปิด-ปิดอัตโนมัติไฟฟ้าและพื้นที่เก็บสัมภาระอเนกประสงค์ที่สามารถใช้งานได้หลายรูปแบบ

   นอกจากนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นยอดนิยมที่มีจำหน่ายแล้วในประเทศไทย อีก 3รุ่น มาจัดแสดง พร้อมข้อเสนอและสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้าและผู้ที่สนใจซื้อรถยนต์ภายในงาน ดังนี้  

   All New HAVAL H6 Hybrid SUVรถยนต์รุ่นแรกที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เปิดตัวในประเทศไทยและครองความเป็นผู้นำอันดับต้นๆ ในเซกเมนต์รถยนต์คอมแพคเอสยูวีมาตลอดนับตั้งแต่มีการส่งมอบ

·       รับดอกเบี้ยพิเศษ 1.79% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีเต็ม แพ็กเกจบำรุงรักษา GWM PRO Service Inclusive (GPSI) 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมบริการการส่งมอบรถยนต์ถึงหน้าบ้านและฟรีน้ำมันเต็มถัง สิทธิ์ในการเรียกใช้บริการรับหรือส่งรถยนต์เพื่อเข้ารับบริการบำรุงรักษาตามระยะทาง และ/หรือ สิทธิ์ในการใช้บริการเช็คระยะนอกสถานที่ (GWM Mobile Service) จำนวน 4 ครั้ง บริการช่วยเหลือฉุกเฉินฟรี 5ปี รับคะแนนสะสม GWM Point 15,000 คะแนน และสิทธิประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย รวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท

·       พิเศษ สำหรับรุ่น PRO รับข้อเสนอเพิ่มเติมด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% และรับฟรี ฟิล์มกรองแสงและถาดรองสัมภาระตอนท้าย และสิทธิประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย รวมมูลค่ากว่า 138,000 บาท

·       สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 23มีนาคม 2565- 30เมษายน 2565สามารถร่วมแคมเปญ “HAVAL H6 HOLE IN ONE” เพียงกดเข้าร่วมกิจกรรมโดยกรอกชื่อ-นามสกุลและเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้พร้อมโพสต์รูปคู่กับ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ใต้โพสต์กิจกรรมใน GWM แอปพลิเคชัน แล้วแชร์โพสต์กิจกรรมบนเฟซบุ๊ก HAVAL Thailand ไปยังเฟซบุ๊กส่วนตัว ตั้งค่าโพสต์เป็นสาธารณะพร้อมติด #HAVALH6HOLEINONE เพื่อลุ้นรับบัตรสมาชิก Phothalai Gold Member Club ระยะเวลา 1 ปี พร้อม Voucher Gift Card หรือลุ้นรับสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรม Workshop at Driving Range & Tournament with Golf GURU จำนวน 30 รางวัลมูลค่ารวมกว่า 2,500,000 บาท[1]

All New HAVAL JOLION Hybrid SUVเจ้าสิงโตอารมณ์ดีที่มาพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะมากมาย สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับรถยนต์ในเซ็กเมนต์เอสยูวีบี

·       ดาวน์เริ่มต้นเพียง 5%หรือ ผ่อนสูงสุด 84 เดือนฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี แพ็กเกจบำรุงรักษา GWM PRO Service Inclusive (GPSI) 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมบริการการส่งมอบรถยนต์ถึงหน้าบ้านและฟรีน้ำมันเต็มถัง สิทธิ์ในการเรียกใช้บริการรับหรือส่งรถยนต์เพื่อเข้ารับบริการบำรุงรักษาตามระยะทาง และ/หรือ สิทธิ์ในการใช้บริการเช็คระยะนอกสถานที่ (GWM Mobile Service) จำนวน 4 ครั้ง บริการช่วยเหลือฉุกเฉินฟรี 5ปี รับคะแนนสะสม GWM Point 15,000 คะแนน และสิทธิประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย รวมมูลค่ากว่า 96,000 บาท

·       สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 23มีนาคม 2565- 30เมษายน 2565และโพสต์ภาพความประทับใจกับ All New HAVAL JOLION Hybrid SUV ที่ใต้โพสต์กิจกรรม “เที่ยวให้ WOW กับ HAVAL Jolion” ใน GWM แอปพลิเคชัน พร้อมกับติด #เที่ยวให้wowกับHavalJolion มีสิทธิ์ลุ้นรับบัตรสมาชิกโรงแรมชั้นนำในเครือ Accor Plus และบัตรเงินสด Gift card จำนวน 50 รางวัล มูลค่ารวม 1,210,000บาท[2]

   ORA Good Catเจ้าเหมียวไฟฟ้าที่จุดกระแสตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 100% ให้กับชาวไทยและครองความเป็นผู้นำในตลาดอย่างแข็งแกร่งนับตั้งแต่เปิดตัว โดยในปี 2021 ที่ผ่านมา แบรนด์ ORA ได้ทำการปรับเปลี่ยนการสร้างแบรนด์ใหม่ โดยใช้แนวคิด “Lady First”และกลยุทธ์ “SHE”เพื่อสร้างความแตกต่างให้กับตลาดรถยนต์ โดยเน้นการเป็นแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับผู้หญิง ซึ่งแนวคิดนี้ทางเกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ทำการสื่อสารไปพร้อมกับการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกในประเทศไทย ORA GOOD CAT

·       รับดอกเบี้ยพิเศษ 1.79% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% สำหรับทุกรุ่น ฟรีโฮมชาร์จเจอร์พร้อมติดตั้ง ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี แพ็กเกจบำรุงรักษา GWM PRO Service Inclusive (GPSI)5 ปี รับสิทธิ์ในการเรียกใช้บริการรับและส่งมอบรถยนต์เพื่อเข้ารับบริการบำรุงรักษาตามระยะทาง 4 ครั้ง บริการช่วยเหลือฉุกเฉินฟรี 5ปี รับคะแนนสะสม GWM Point 15,000 คะแนน และสิทธิประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย รวมมูลค่ากว่า 136,000 บาท

   ไม่เพียงเท่านั้น เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังขนสุดยอดเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะ สะท้อนความเป็นผู้นำด้านยนตกรรมไฟฟ้าระดับโลก อาทิ GWM LEMON Hybrid DHT Technology และ GWM LEMON Eมาให้ผู้ที่มาเยี่ยมชมบูธได้สัมผัสนวัตกรรมการขับขี่แห่งอนาคตอย่างใกล้ชิด พร้อมร่วมสนุกไปกับกิจกรรมต่างๆ ผ่าน GWM Fun ในการเก็บสะสมคะแนนเพื่อแลกรับของที่ระลึกและลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษมากมาย โดยมีน้อง Intelligent Ambassador(iAM)คอยดูแลและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด ผู้เยี่ยมชมยังได้เพลิดเพลินไปกับการเลือกซื้อสินค้าไลฟ์สไตล์และของที่ระลึกของเกรท วอลล์ มอเตอร์ และพักผ่อนหย่อนใจได้ที่ GWM Barและ Lifestyle Loungeที่พร้อมต้อนรับอย่างอบอุ่นตลอดทั้งงาน

   สำหรับผู้ที่สนใจทดลองขับรถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV รถยนต์ All New HAVAL JOLION Hybrid และรถยนต์ ORA Good Cat สามารถลงทะเบียนและทดลองขับได้ที่งานเช่นกัน

ในภาพรวมการดำเนินงานภายในปี 2565 เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังคงเดินหน้าตามกลยุทธ์หลัก 4 ประการ ได้แก่

o   ด้านผลิตภัณฑ์ จะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ 5รุ่น จาก 3แบรนด์ภายในปีนี้

o   ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย จะขยาย GWM Store ทั้งที่เป็น GWM Direct Store และ Partner Store เพิ่มขึ้นอีก 50แห่ง ให้เป็น 80แห่ง โดยในวันที่ 23 มีนาคมนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะมีการเปิด GWM Direct Store สาขาสยาม สแควร์ วัน ใจกลางเมือง ซึ่งเป็นศูนย์กลางไลฟ์สไตล์และแหล่งรวมของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบเทคโนโลยี พร้อมเปิดรับกับแบรนด์ใหม่ๆ รวมถึงเพื่อให้บริการแก่แฟนๆ ผู้ที่ให้ความสนใจในผลิตภัณฑ์และบริการของเกรท วอลล์ มอเตอร์

o   ด้านการขยายสถานีชาร์จ สนับสนุนการสร้างระบบนิเวศของยานยนต์ไฟฟ้า ด้วยการขยายสถานีชาร์จให้เพิ่มขึ้นเป็น 55แห่งภายในปีนี้

o   ด้านประสบการณ์ลูกค้า ดำเนินงานโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางหรือ User-Centric เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีระหว่างลูกค้าและแบรนด์ในอีกหลากหลายมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเอาระบบบริการหลังการขายเข้ามาสร้างความสะดวกสบายให้กับลูกค้าผ่าน GWM application รวมถึงการนำเอาที่ตั้งของจุดชาร์จมารวมไว้ในแอปพลิเคชันให้ครอบคลุมถึง 80% ของสถานีชาร์จในปัจจุบัน เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น การค้นหา การนำทาง การจองหัวชาร์จ และการชำระเงิน

   สัมผัสกองทัพรถยนต์ไฟฟ้าสุดล้ำ เทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะ และกิจกรรมสนุกๆ มากมายจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ที่บูธ เกรท วอลล์ มอเตอร์ A4 ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม –3 เมษายน พ.ศ. 2565 เวลา 12.00 – 22.00 น. (วันธรรมดา) และ 11.00 – 22.00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ)


[1]เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

[2]เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

 

NEW CARS : เอ็มจี เปิดตัว NEW MG HS และ NEW MG HS PHEV โฉมใหม่ยกระดับรถยนต์ SUV ไปอีกขั้นด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เปิดตัว NEW MG HS และ NEW MG HS PHEVโฉมใหม่ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด REFINEMENTโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย   พร้อมรูปโฉมใหม่ที่ผสานความหรูหราทันสมัยและความสปอร์ตอย่างลงตัว ติดตั้งระบบความปลอดภัยขั้นสูง  26 ระบบ และฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกสบายที่ครบครัน โดยมีให้เลือกทั้งแบบเครื่องเบนซินเทอร์โบ และ          ปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid) ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายนนี้ หรือ ที่โชว์รูมเอ็มจีกว่า 150 แห่งทั่วประเทศ

   มร. จาง ไห่โป กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ ซีพี จำกัด และบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย)จำกัด เปิดเผยว่า “ปัจจุบันเทคโนโลยีได้กลายมาเป็นปัจจัยหลักที่สร้างการเติบโตให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์  เราได้เห็นการเชื่อมต่อเทคโนโลยีเข้ากับรถยนต์ในรูปแบบใหม่ๆ และการพัฒนารถรุ่นใหม่ก็ถูกกำหนดโดยซอฟต์แวร์มากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับ เอ็มจี เราไม่เคยหยุดที่จะพัฒนาและพร้อมนำเสนอเทคโนโลยีใหม่                       อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ลูกค้าคนไทยได้มีประสบการณ์การขับขี่ที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้ก้าวทันอุตสาหกรรมยานยนต์โลกเราเป็นผู้นำในการติดตั้งเทคโนโลยีการเชื่อมต่อระหว่างคนกับรถในตลาดรถยนต์เมืองไทย และเป็นรายแรกที่ทำให้ผู้ขับขี่สามารถสั่งการฟังก์ชั่นในรถยนต์ได้ด้วยเสียงภาษาไทยภายใต้ชื่อระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMARTซึ่งปัจจุบันระบบนี้สามารถอัพเดทฟังก์ชันการทำงานใหม่ๆ ผ่านทางออนไลน์หรือ FOTA(Firmware – Over – The -Air) สร้างความสะดวกสบายในการใช้งานรถยนต์ได้มากยิ่งขึ้น สำหรับ NEW MG HSนอกจากจะมาพร้อมรูปลักษณ์ใหม่แล้วยังมีการติดตั้งเทคโนโลยี ระบบ AR NAVIGATION (ระบบนำทางเสมือนจริง) เป็นครั้งแรกในกลุ่มรถ C-SUV พร้อมการติดตั้งเทคโนโลยีใหม่ๆ อีกมากมายซึ่งจะสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยได้เป็นอย่างดี”

   เอ็มจี แนะนำ MG HSรุ่นแรกสู่ตลาดเมืองไทยในปีพ.ศ. 2562 และสามารถสร้างการจดจำให้กับแบรนด์เอ็มจีในฐานะหนึ่งในผู้เล่นหลัก (Key player) ในกลุ่ม C-SUV ในประเทศไทย สำหรับ NEW MG HS และ NEW MG HS PHEV โฉมใหม่ มาพร้อมกับนิยาม “REFINEMENT”สะท้อนความเป็นรถยนต์สปอร์ตพรีเมี่ยม SUVที่มีดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผสมผสานระหว่างความหรูหราและความสปอร์ตอย่างลงตัว ทั้งในด้านของการออกแบบภายนอกและภายในที่ทันสมัยใส่ใจในทุกรายละเอียด ฟังก์ชันและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยด้วยการติดตั้งระบบนำทางเสมือนจริง หรือ AR NAVIGATIONซึ่งระบบดังกล่าวเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกล้องหน้าที่ถ่ายทอดสภาวะแวดล้อมจริงในขณะเดินทางร่วมกับระบบนำทาง Navigation แบบ real time ช่วยให้การใช้งานระบบนำทางแม่นยำมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการพัฒนาระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMARTเพื่อให้ใช้งานได้สะดวกสบายมากกว่าเดิม และระบบกุญแจดิจิตอล (Digital Key Technology) อีกทั้งยังมีการติดตั้งระบบความปลอดภัยมาตรฐานสากลสูงสุดถึง 26 ระบบและระบบช่วยผู้ขับขี่หรือระบบ ADAS ที่เทียบเท่ากับระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติระดับที่ 2 พร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังจากระบบขับเคลื่อนทั้งแบบเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบขนาด 1.5 ลิตรและเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid)ที่ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้พละกำลังสูงสุด 284 แรงม้า มาพร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion แบบโมดูล ขนาดใหญ่ 16.6 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh)ทำให้สามารถขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า 100%(EV Mode) ได้ไกลถึง 67 กิโลเมตรรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี

   NEW MG HSและ NEW MG HS PHEV มี 5รุ่นย่อย แบ่งออกเป็นรุ่นที่เป็นเครื่องยนต์สันดาปจำนวน 3รุ่น ได้แก่ รุ่น C รุ่น D และรุ่น Xและรุ่นที่ขับเคลื่อนด้วยระบบปลั๊กอินไฮบริดจำนวน 2 รุ่นได้แก่ รุ่น PHEV D และ รุ่น PHEV X พร้อมสีตัวถังทั้งหมด 4สี ได้แก่ สีขาว (Arctic White) สีดำ (Black Knight)สีเทา (Metal Ash Grey)และสีแดง (Scarlet Red)

   NEW MG HSและ NEW MG HS PHEV จะเปิดตัวต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43และที่โชว์รูมเอ็มจีทุกสาขาทั่วประเทศ

   สำหรับผู้ที่จอง NEW MG HS และ NEW MG HS PHEVตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม ถึงวันที่  3 เมษายนนี้ จะได้รับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้

NEW MG HS

·         ดาวน์เริ่มต้นที่ 5% หรือดอกเบี้ยพิเศษ  0.90 %  นาน 4 ปี

·         ฟรีประกันภัยชั้น 1พร้อม พ.ร.บ. ความคุ้มครอง 1ปี

·         ประกันคุณภาพรถยนต์นาน 5 ปี หรือ 150,000 กม.

NEW MG HS PHEV 

·         ดาวน์เริ่มต้นที่ 5% หรือดอกเบี้ยพิเศษ  0.90 %  นาน 4 ปี

·         ฟรีประกันภัยชั้น 1พร้อม พ.ร.บ. ความคุ้มครอง 1ปี

·         ประกันคุณภาพรถยนต์นาน 5 ปี หรือ 150,000 กม.

·         ฟรี MG Home Charger พร้อมค่าติดตั้ง

·         แบตเตอรี่แรงดันสูงรับประกันนาน 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

   สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้ามารับชมพร้อมทดลองขับได้ที่งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์           ครั้งที่ 43ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม จนถึงวันที่ 3เมษายนนี้ ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค อารีน่า    เมืองทองธานี หรือที่โชว์รูมเอ็มจีกว่า 150 แห่งทั่วประเทศติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็ปไซด์www.mgcars.com

 

NEW CARS : “SUZUKI XL7” เสริมความสปอรต์ ดุดัน เพิ่มสีสไตล์ทูโทน ท้าชิงส่วนแบ่ง MPV ชูสมรรถนะการใช้งานที่ครบครัน ภายใต้ราคาจำหน่ายเริ่มต้น 789,000 บาท

 

 

 

 

 

 

 

   ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย)ปรับโฉม SUZUKI XL7 เพิ่มสีสไตล์ทูโทน ตอกย้ำความนิยมในตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ MPV ชูสมรรถนะการใช้งานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ในแบบฉบับของ Multi-Dynamic Crossover เคาะราคาจำหน่ายเริ่มที่ 789,000 บาท ตั้งเป้าขยับส่วนแบ่งในตลาด MPV ด้วยยอดขาย 5,400 คัน ด้วยความอเนกประสงค์และสมรรถนะการใช้งานที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในปัจจุบัน ส่งผลให้ SUZUKI XL7 มาพร้อมการตอบรับที่ยอดเยี่ยมจากลูกค้าชาวไทยเป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้นๆ ในตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ MPV การันตีคุณภาพและความนิยมด้วยยอดขายสะสมกว่า 6,000 คันในประเทศไทย นับตั้งแต่เข้ามาเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคในช่วงกลางปี 2563ภายใต้รูปโฉมของ Multi-Dynamic Crossover เติมเต็มการใช้งานด้วยเทคโนโลยีเสริมการใช้งานที่ครบครัน ชูสมรรถนะที่โดดเด่นภายใต้แนวคิด THINK XL ตอบสนองทุกฟังก์ชันการใช้งาน

   ล่าสุด ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ตอกย้ำบทบาทผู้นำรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็ก ด้วยการแนะนำ SUZUKI XL7 สีใหม่สไตล์ทูโทนโดยนายมิโนรุ อามาโนะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ด้วยความร้อนแรงของตลาดรถอเนกประสงค์ MPV ส่งผลให้หลากหลายค่ายส่งผู้เล่นลงขับเคี่ยวอย่างเข้มข้น ผลักดันให้เซกเมนต์ดังกล่าวเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับเป็นเรื่องที่ดีสำหรับผู้บริโภคสำหรับทางเลือกที่มากขึ้น โดย SUZUKI XL7 มีการเพิ่มความโดดเด่นและดุดันยิ่งขึ้น ทั้งยังคงไว้ซึ่งสมรรถนะการใช้งานที่ยอดเยี่ยมในแบบฉบับของ Multi-Dynamic Crossover”     

   นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า SUZUKI XL7 โดดเด่นด้วยสีทูโทน หลังคาสีดำตัดกับสีตัวรถ เติมเต็มความสปอร์ตด้วยกระจกมองข้างสีดำ ให้ความรู้สึกเข้มและดุดันด้วยกระจังหน้าดีไซน์สปอร์ตสีดำผสมโครเมียม สอดรับกับไฟหน้า LED สามารถปรับระดับองศาของไฟต่ำได้ มาพร้อม Daytime Running Light และไฟตัดหมอกหน้า ตกแต่งใต้กันชนด้วยวัสดุสีเงินรอบคัน มาพร้อมไฟท้าย LED และไฟเบรกแนวตั้ง เติมความเข้มด้วยซุ้มล้อสีดำ พร้อมล้ออะลูมิเนียมอัลลอยแบบทูโทนขนาด 16 นิ้ว รวมถึงราวหลังคา เพื่ออรรถประโยชน์ในการบรรทุกสัมภาระมากยิ่งขึ้น

 

   คอนโซลด้านหน้าตกแต่งวัสดุด้วยลาย CarbonFiber เสริมด้วยคิ้วโครเมียม และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่พร้อมรองรับทุกฟังก์ชันการใช้งานอย่างครบครัน อาทิ มาตรวัดพร้อมจอ LCD แสดงผล แจ้งสถานะข้อมูลสำคัญของตัวรถ ทั้งยังเชื่อมต่อกับความบันเทิงด้วยหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 10 นิ้ว มาพร้อมระบบปรับแต่งเสียงและประมวลผลในแบบดิจิทัล พร้อมฟังก์ชันเชื่อมต่อ Bluetooth การเชื่อมต่อสมาร์ตโฟน Apple CarPlay, Android Auto รวมไปถึงช่องเชื่อมต่อ USB และ HDMI ที่บริเวณคอนโซลหน้า อีกทั้งช่องจ่ายไฟสำรอง 12V มากถึง 3 ตำแหน่ง

   ภายในห้องโดยสารกว้างขวางและสะดวกสบาย ด้วยที่นั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง เบาะนั่งแถวที่สองปรับพับแยกเบาะแบบ 60:40 สามารถเลื่อนสไลด์ได้ 240 มิลลิเมตร เสริมความสปอร์ตด้วยพวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน ทรง D-Shape พร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและการสั่งการสมาร์ตโฟน ทันสมัยด้วยระบบ Keyless Push Start และระบบ Keyless Entry ประตูเปิด-ปิดได้ โดยไม่ต้องกดกุญแจรีโมต รวมถึงกระจกมองข้างที่ทำงานด้วยระบบไฟฟ้า ให้ผู้ขับขี่สัมผัสความสะดวกสบายในการใช้งาน

   ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์รหัส K15B ขนาด 1.5 ลิตร มอบกำลังสูงสุดถึง 105 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที สร้างแรงบิดสูงสุด 138 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ที่ได้รับการปรับแต่งประสิทธิภาพของเครื่องยนต์และอัตราทดเกียร์ให้เหมาะกับการขับขี่อย่างลงตัว ผสานกับแพลตฟอร์ม HEARTECT เทคโนโลยีอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของซูซูกิ ซึ่งช่วยเสริมสมรรถนะในการขับเคลื่อนเป็นไปอย่างคล่องตัว สนุกสนาน ปลอดภัย และประหยัดน้ำมันมากยิ่งขึ้น

   ระบบช่วงล่างได้รับการออกแบบและปรับแต่งเพื่อตอบสนองการขับขี่ได้ในทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยความสูงใต้ท้องรถ 200 มม. สร้างความนุ่มนวลและมั่นใจในทุกสภาวะถนนด้วยเหล็กกันโคลงด้านหน้าขนาดใหญ่ ลดอาการโคลงของตัวรถและเพิ่มการยึดเกาะถนน มาพร้อมระบบถุงลมนิรภัย SRS คู่หน้า, ระบบเบรก ABS, ระบบ EBD ช่วยกระจายแรงเบรก รวมทั้งระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน, จุดยึดเบาะสำหรับเด็ก ISOFIX และ Top tether กล้องมองภาพพร้อมเซ็นเซอร์ เสริมความปลอดภัยด้วยระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer

สำหรับ SUZUKI XL7 มีราคาและสีรถให้เลือกดังนี้

   พร้อมรับโปรโมชั่น “SUZUKI SUPER SURPRISE DEAL” สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถภายในวันที่ 30 เมษายน 2565 ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขตามที่บริษัทฯ กำหนด โดยผู้ที่สนใจสามารถเยี่ยมชมได้ที่บูธรถยนต์ซูซูกิ ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม-3 เมษายน 2565 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี หรือติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ

ช่องทางการติดต่อ

www.suzuki.co.th 

www.facebook.com/officialsuzukimotorthailand

SUZUKI Cause We Care: 1800-600-900     

 

NEW CARS : ฮุนได ไทยแลนด์ เปิดตัวรถยนต์อเนกประสงค์รุ่นแรก เครต้า

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัดเปิดตัวรถยนต์อเนกประสงค์รุ่นใหม่ล่าสุด ฮุนได เครต้า รถยนต์รุ่นนี้ ไม่เพียงแต่เป็นรถยนต์อเนกประสงค์รุ่นแรกที่ฮุนได นำมาทำตลาด แต่ยังเป็นรุ่นแรกที่ประกอบจากโรงงานประกอบรถยนต์แห่งใหม่ในประเทศอินโดนีเซีย

   ฮุนได เครต้า คือ หนึ่งในรถยนต์อเนกประสงค์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดที่ทำตลาดอยู่ในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก เพราะสไตล์ที่โดดเด่น ดูสปอร์ต พร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่มอบความสนุก เพลิดเพลิน การใช้งานที่หลากหลาย ที่ตอบโจทย์การใช้งานในยุคปัจจุบันได้อย่างลงตัว

   ชื่อรุ่น เครต้า คือความเชื่อมโยง จากชื่อของหมู่เกาะครีต ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องของบรรยากาศที่สงบ ผ่อนคลาย ขณะเดียวกันเต็มไปด้วยพลังงาน และความคึกคักของกิจกรรมบนเกาะ

   “การเปิดตัวของ เครต้า คือการยืนยันและการให้ความเชื่อมั่นว่าฮุนได จะสรรหาผลิตภัณฑ์ที่จะตอบสนองการใช้งานที่หลากหลาย ฮุนไดคือผู้นำในกลุ่มตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่มายาวนานกว่า 10ปี เรามุ่งหวังที่จะเติบโตและประสบความสำเร็จเหมือนกับรุ่นก่อนหน้านี้” มร.ฮิโตชิ คาเนโกะ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด

   มร.คาเนโกะ เสริมว่า “จากการที่รถยนต์ฮุนได ทั้งรุ่นเอชวัน และสตาร์เรีย ล้วนได้สร้างตำนานการเป็นผู้นำกลุ่มในประเทศไทย เราเชื่อมั่นว่าฮุนได เครต้า ก็จะโลดแล่นบนท้องถนนและดำเนินรอยตามความสำเร็จนี้เช่นเดียวกัน

   “ฮุนได ไม่ได้เป็นหนึ่งในบริษัทยานยนต์ชั้นนำที่อยู่ในลำดับที่ห้าของโลกโดยไร้ไม่มีเหตุผล  ลูกค้าทั่วโลกไว้วางใจในคุณภาพและความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์  เพราะไม่ว่ารถยนต์ฮุนไดจะถูกผลิตขึ้นที่ใด ทุกแหล่งการผลิตจะยึดมาตรฐานและเทคโนโลยีเช่นเดียวกันทั่วโลก”

   ฮุนได เครต้า ได้รับการพัฒนาด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเพื่อการก้าวเป็นผู้นำของรถยนต์อเนกประสงค์ระดับพรีเมี่ยมในตลาดอาเซียน เครต้าได้รับการออกแบบที่เน้นความแข็งแกร่งและนำสมัย ขณะเดียวกันออฟชั่นรวมทั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกตอบโจทย์ของการใช้งานของลูกค้าในยุคนี้

   บุคลิกของรถยนต์เครต้า บ่งบอกการผสมผสานความมั่นใจ ความแข็งแกร่งและเส้นสาย ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ เส้นหลังคาและเสา C เน้นความมั่นคง ส่วนภายในออกแบบเน้นความพรีเมี่ยมและร่วมสมัย เพื่อการเป็นรถอเนกประสงค์ที่ดีเยี่ยม

   ฮุนได เครต้า ได้รับการออกแบบกระจังหน้า Parametric Jewel Radiator Grilleที่มีเอกลักษณ์  และด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่ให้ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน หรือ Daytime Running Lights กลมกลืนไปกับแผงกระจังหน้า และจะสังเกตุเห็นได้เมื่อไฟเปิดทำงาน สะท้อนความมีนวัตกรรมของฮุนได ที่นำเทคโนโลยีมาผสานกับการใช้งานได้จริงและไม่เหมือนใคร ส่วนไฟท้ายออกแบบให้มีลักษณะเหมือนบูมเมอแรงและไฟเบรกเพิ่มความล้ำสมัย โดดเด่นและใช้งานได้จริง

   ส่วนที่น่าประทับใจของภายนอกรถยนต์เครต้า คือบริเวณโดยรวมรอบๆ คัน บริเวณกระจกหน้ารถที่เปิดกว้างขณะเดียวกันให้การปกป้อง ล้ออัลลอยแบบ Diamond cut ขนาด 17 นิ้วให้ความรู้สึกสปอร์ต มีมิติ กลมกลืนไปกับรูปลักษณ์ทั้งหมดของตัวรถ

   ในส่วนของบรรยากาศของการออกแบบภายใน เครต้าได้ถ่ายทอดความพรีเมี่ยมที่แตกต่าง บริเวณด้านหน้าแผงหน้าปัดแนวยาวเชื่อมต่อไปกับแผงด้านข้างประตูเสมือนปีกที่โค้งรับกัน ดูเข้ม และมีพลังเหมือนช่วยโอบอุ้มผู้โดยสารในห้องเคบิน บริเวณแผงด้านหน้าติดตั้งหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้วรองรับ Android Auto และ Apple Car Display นอกจากนี้ เครต้ายังถูกออกแบบด้วยการใส่ใจในรายละเอียดทุกด้าน ทำให้รถยนต์รุ่นนี้มีความพิเศษมากขึ้น อาทิ ฝาครอบลำโพงออกแบบพิเศษ ขอบเหล็กหุ้มบริเวณหัวเกียร์ และเส้นไฟเรืองแสงภายในห้องโดยสาร และที่สำคัญพาโนรามิค ซันรูฟ ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า เพิ่มความหรูหรา

   ฮุนได เครต้า มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว มอบพละกำลังสูงสุง 115แรงที่ 6,300 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับเกียร์ IVT พร้อมโหมดการขับขี่ให้เลือก 4 แบบ คือ อีโค Eco, คอมฟอร์ท Comfort, สปอร์ต Sport และสมาร์ท Smart พร้อมปุ่มปรับการขับขี่เฉพาะสภาพถนนหิมะ ทรายหรือโคลน

นอกจากนี้ เครต้า ยังมอบความมั่นใจสูงสุดด้วยระบบความปลอดภัยอัฉริยะบนท้องถนนภายใต้ Hyundai SmartSense ไมว่าจะเป็น

·       ระบบเตือนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ

·       ระบบเตือนและช่วยควบคุมพวงมาลัยเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา

·       ระบบช่วยควบคุมให้รถอยู่ในเลน ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน

·       ระบบกล้องมองหลังแสดงภาพขณะถอยจอด

·       ระบบเตือนและเบรกอัตโนมัติขณะถอยรถ

·       ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ

·       ระบบเตือนการเปิดประตูเมื่อมีรถวิ่งผ่านด้านข้าง

·       ระบบเตือนอาการเหนื่อยล้า

·       ระบบช่วยจำกัดความเร็ว

·       ระบบเตือนให้เช็คผู้โดยสารด้านหลัง

   ฮุนได เครต้า เพิ่มความมั่นใจทุกการขับขี่ด้วยระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังทอร์ชันบีมพร้อมเหล็กกันโคลง  ระบบเบรก ABS ระบบควบคุมเสถียรภาพ ESC ระบบควบคุมการทรงตัว ระบบช่วยออกตัวในทางลาดชัน ระบบแจ้งความดันลมยางอัตโนมัติและถุงลมนิรภัยจำนวน 6 ตำแหน่ง

   ในด้านของความสะดวกสบาย เครต้า ได้รับการติดตั้งหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบดิจิตอลบนจอ แอลอีดี ขนาด 10.25 นิ้ว ความละเอียดสูง ปรับเปลี่ยนสีตามโหมดการขับขี่ เบรกมือไฟฟ้าพร้อมระบบ Auto hold ระบบควบคุมอุณภูมิอัตโนมัติและที่ชาร์จ สมาร์ทโฟนแบบไร้สาย

   ฮุนได เครต้า มีให้เลือก 2 รุ่นคือ SEL และ SEสีตัวถังภายนอก 3 สี คือ สีแดง เรด ดราก้อน สีเทา ไททั้น เกรย์ และสีขาวครีมมี่ไวท์ ส่วนสีภายในมีให้เลือก 2 แบบคือ วันโทนสีดำ และทูโทน สีดำ/น้ำตาลคอนยัค สำหรับตัวถังสีเทาเท่านั้น

   มร.คาเนโกะ ได้กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นกับการเปิดตัวรถยนต์อเนกประสงค์คันแรกในกลุ่มนี้ของฮุนไดเป็นอย่างมาก เราอยากจะขอให้ลูกค้าเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจที่เรายึดมั่นในการส่งมอบแต่รถยนต์คุณภาพ จากการที่เราทำตลาดและประสบความสำเร็จในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ก็น่าจะเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้อย่างชัดเจน ส่วนการสื่อสารที่เราได้เลือกใช้Tagline ว่า Meet Your Next หรือ สู่จุดหมายใหม่ที่มั่นใจกว่า เพราะเราต้องการสื่อสารกับลูกค้าฮุนไดและลูกค้าทุก ๆ ท่าน ให้มั่นใจในแบรนด์และต้อนรับผลิตภัณฑ์ของฮุนไดในกลุ่มเซ็กเมนต์อื่น ๆ

   ควบคู่ไปกับการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ เรายังได้วางแผนขยายเครือข่ายพร้อมกับการทยอยเปิดดำเนินการโชว์รูมเพิ่มขึ้น โดยในปี 2565 นี้ ฮุนได จะมีโชว์รูมให้บริการทั้งสิ้น 43 แห่งทั่วประเทศ เรารักษาสัญญาในการสร้างรากฐานที่มั่นคงเพื่อการเติบโตของธุรกิจในประเทศนี้อย่างแข็งแรง เพื่อให้ฮุนได เป็นแบรนด์ที่ส่งมอบนวัตกรรมเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นให้กับทุก ๆ คน” มร.คาเนโกะ สรุป

   สำหรับโปรโมชั่นพิเศษเมื่อจองรถยนต์เครต้า ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 1 ปี รับประกันคุณภาพนาน 5 ปีหรือ 150,000 กม ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ฟรีค่าแรงบำรุงรักษานาน 5 ปี และพิเศษลูกค้าเก่าฮุนไดรับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท

   ฮุนได เครต้า พร้อมให้ทุกท่านได้สัมผัสและทดลองขับที่โชว์รูมฮุนได ทั่วประเทศ ลูกค้าสามารถแวะชม เครต้าก่อนใครและรับข้อเสนอพิเศษสุด ที่ฮุนได ซิตี้ สเตชั่น ชั้น 3สามย่านมิตรทาวน์ ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคมนี้ หรือแวะไปที่งานบางกอกอินเตอร์ เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ได้ที่ ชาเลนจ์เจอร์ ฮอลล์ เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม – 3เมษายน 2565  ข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ www.hyundai.co.th

 

NEW CARS : ใช้ชีวิตสุดชิค คลิกไปกับ “รถยนต์นั่งอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง พร้อมประตู Slide Door ควบคุมง่ายเพียงคลิกเดียว” SIENTA รุ่นปรับปรุงใหม่ “Chic Clicks”

 

 

 

 

 

 

 

 

   ตโยต้า แนะนำ SIENTA รถยนต์นั่งอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง รุ่นปรับปรุงใหม่ “Chic Clicks” สะดวกสบายยิ่งกว่าด้วยประตูข้างสไลด์อัตโนมัติ ระยะจากพื้นรถถึงพื้นถนนต่ำ ทำให้ก้าวขึ้น-ลงสะดวก ปลอดภัย ควบคุมง่ายเพียงคลิกเดียว ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่เหนือใคร พร้อมความบันเทิงเต็มอรรถรส ด้วยจอ LED ขนาด 8 นิ้ว บริเวณที่นั่งแถวที่ 2-3 มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกสนาน และฟังก์ชันล้ำสมัยใหม่ล่าสุด เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2565

   บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้ทำการเปิดตัวยนตรกรรมอเนกประสงค์สไตล์ Premium Crossover “ALL NEW TOYOTA VELOZ” สู่ตลาดประเทศไทยเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา และโตโยต้าขอขอบคุณลูกค้าที่ได้ให้การต้อนรับ“ALL NEW TOYOTA VELOZ” เป็นอย่างดี ครั้งนี้ โตโยต้า ยังคงกระตุ้นตลาดรถยนต์อย่างต่อเนื่อง เสริมทัพตลาดรถ MPV ในไตรมาสแรกของปี ด้วยการแนะนำรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ 5 ประตู 7 ที่นั่ง ประเภท Compact Multi-Purpose Vehicle สำหรับครอบครัวอีกหนึ่งรุ่น นั่นคือ “SIENTA รุ่นปรับปรุงใหม่”  ซึ่งจะตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกัน

   โตโยต้า “SIENTA รุ่นปรับปรุงใหม่” มอบสมรรถนะการขับขี่ที่คล่องแคล่ว ตอบโจทย์ความต้องการสเปกที่มีความเฉพาะตัว สะดวกสบายกว่าใครด้วย ประตูข้างสไลด์อัตโนมัติ เหมาะกับการใช้งานในเมือง ขึ้น – ลงสะดวกด้วยความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 170 มิลลิเมตร และ มอบความเพลิดเพลินตลอดการเดินทาง ด้วยจอ LED ขนาด 8 นิ้ว บริเวณที่นั่งแถวที่ 2-3  ตกแต่งภายในห้องโดยสารใหม่ ด้วยเบาะหนังและวัสดุกึ่งสังเคราะห์ (สีดำ-เทา)* ดีไซน์สปอร์ต ทันสมัย กว้างขวางตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ปรับเปลี่ยนตำแหน่งเบาะนั่งด้านหลังได้หลายรูปแบบ พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและฟังก์ชันความปลอดภัยขั้นสูงสุด เช่น เครื่องเล่นวิทยุหน้าจอสัมผัส ที่สามารถรองรับการใช้งาน Apple CarPlay และ Android Auto, กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา* แบบ HD ให้ภาพคมชัด มอบทัศนวิสัย และความมั่นใจดีเยี่ยม, กล้องบันทึกภาพหน้าและหลังรถ* สามารถเข้าใช้งานผ่าน Mobile Application Toyota DVR สะดวกยิ่งกว่า ขับสนุก ประหยัดน้ำมัน และมีระบบมาตรฐานความปลอดภัยครบครัน (*สำหรับรุ่น 1.5V)

SIENTA รุ่นปรับปรุงใหม่ “Chic Clicks”
ปรับปรุงใหม่ภายใต้แนวคิด “คลิก ให้ชีวิตสุดชิค” ให้มีความทันสมัย (Chic) และง่ายต่อการใช้งาน แค่เพียงสัมผัส (Click) ดีไซน์ภายนอกมีเอกลักษณ์ โดดเด่นสะดุดตา  ใหม่ การตกแต่งภายในห้องโดยสารด้วยเบาะหนังและวัสดุกึ่งสังเคราะห์ (สีดำ-เทา)* ดีไซน์สปอร์ตทั้งตอบรับไลฟ์สไตล์ได้ดีกว่าเคยด้วยการปรับปรุงอุปกรณ์อำนวยความสะดวก เช่น เครื่องเล่นวิทยุหน้าจอสัมผัส ที่สามารถรองรับการใช้งาน Apple CarPlay และ Android Autoมอบความมั่นใจยิ่งกว่า ด้วย กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา* แบบ HD ให้ภาพคมชัด มอบทัศนวิสัย และความมั่นใจดีเยี่ยม, และกล้องบันทึกภาพหน้าและหลังรถ* สามารถเข้าใช้งานผ่าน Mobile Application Toyota DVR ใหม่ (*สำหรับรุ่น 1.5V)

CLICK IDENTITY…คลิกดีไซน์สุดชิค คลิกทุกไลฟ์สไตล์
- ภายนอก...คลิกกับดีไซน์แตกต่าง
ตอบทุกความต้องการ ลงตัวทุกความโดดเด่น กับดีไซน์ภายนอกสุดโดนใจ และกระจังหน้าโครเมียม  พร้อมล้ออัลลอย 16 นิ้ว ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ Bi-Beam LED และไฟหรี่ LED จัดเต็มไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างได้ทุกเส้นทาง คลิกกับทุกความเป็นคุณ
-ภายใน...คลิกกับฟังก์ชันโดนใจ
-ใหม่ กล้องบันทึกภาพหน้า – หลังรถ (Digital Video Recorder)... เพิ่มความสะดวกสบายด้วยการเข้าถึงภาพและวีดีโอได้แบบเรียลไทม์ผ่านทาง Mobile Application Toyota DVR
-ใหม่ เครื่องเล่นวิทยุหน้าจอสัมผัส... รองรับการใช้งาน Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมระบบเชื่อมต่อ  Bluetooth, ช่องต่อ USB
-ใหม่ เบาะหนังและวัสดุกึ่งสังเคราะห์ (สีดำ-เทา)… ดีไซน์ใหม่ สปอร์ต ทันสมัย กว้างขวางตอบโจทย์ทุกการใช้งาน...
- พวงมาลัยไฟฟ้าพร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและ MID

CLICK ALL STYLE…คลิกกับการเติมเต็มอิสระ SEAT ARRANGEMENT
-FRIEND SPACE ห้องโดยสาร 3 แถว 7 ที่นั่ง… มีพื้นที่กว้าง ให้เพื่อนได้เสมอ
-FLEXIBLE LIFE พับที่นั่งแถว 3 แบนราบ… ลงตัวทั้งโดยสารและขนของ
-FULL FUN พับที่นั่งแถว 2 และแถว 3 แบนราบ… จะเล่นของใหญ่ หรือใส่ของเยอะ ก็เอาอยู่
-FREEFORM ที่นั่งแถว 2 และแถว 3 พับอิสระซ้าย-ขวา… พับแยกอิสระ ปรับได้ทุกรูปแบบ

CLICK INNOVATION
-กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา (PVM - PANORAMIC VIEW MONITOR)… แบบ HD เทคโนโลยีสุดล้ำที่ช่วยให้ผู้ขับขี่เห็นมุมมองรอบทิศทางผ่านกล้อง 4 จุด รอบคัน จับภาพแบบเรียลไทม์ ประมวลผลเป็นภาพมุมสูงผ่านหน้าจอ และยังสามารถตรวจจับบุคคลหรือวัตถุใกล้ตัวรถได้ อีกขั้นของเทคโนโลยีที่เพิ่มความปลอดภัยและความมั่นใจในทุกเส้นทางได้อย่างลงตัว
-กล้องหน้า ติดตั้งบริเวณกระจังหน้า… แสดงภาพด้านหน้าตัวรถ เมื่อเข้าโหมดเกียร์ P/N/D* (PVM_P/N/D mode)
-กล้องข้างซ้าย/ขวา ติดตั้งบริเวณกระจกมองข้าง… แสดงภาพด้านข้าง เมื่อเปิดสัญญาณไฟเลี้ยวซ้าย/ขวา (PVM_Turn signal mode) ช่วยเพิ่มความปลอดภัยขณะเปลี่ยนเลนส์
-กล้องหลัง ติดตั้งบริเวณประตูท้ายรถ… แสดงภาพด้านหลังอัตโนมัติ พร้อมเส้นกะระยะ เพื่อช่วยให้การถอยจอดง่ายดายยิ่งขึ้น เมื่อเข้าโหมดเกียร์ R (PVM_R mode)

UTILITY...คลิกกับพื้นที่ลงตัว
•    ระยะจากพื้นรถถึงพื้นถนนต่ำ...ก้าวขึ้น-ลงสะดวก ปลอดภัย สำหรับผู้โดยสารที่เป็นเด็ก และผู้สูงอายุ
•    จอ LED ขนาด 8 นิ้ว สำหรับผู้โดยสารแถวหลัง...
•    ระบบปรับอากาศ ทั้งด้านหน้าและหลัง…
•    พื้นที่สัมภาระท้ายรถขนาดใหญ่ พับ/ปรับเปลี่ยนได้หลากหลาย...พับเบาะได้แบนราบ (Dive-in) เพิ่มพื้นที่วางของเต็มพิกัด

CLICK CONFIDENCE
-    เครื่องยนต์ 2NR-FE… DOHC Dual VVT-i 4 สูบ 16 วาล์ว 1.5 ลิตร
กำลังสูงสุด 108 แรงม้า (79 กิโลวัตต์) ที่ 6,000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 140 นิวตันเมตร ที่ 4,200 รอบต่อนาที
- คลิกกับการควบคุมที่มั่นใจ PERFORMANCE & SAFETY…
    ระบบ ABS (Anti-lock Braking Assist)… ป้องกันล้อล็อกขณะเบรกกะทันหัน ช่วยควบคุมรถในเวลาคับขัน
    ระบบกระจายแรงแบรก EBD (Electric Brake-force Distribution)… ช่วยปรับความสมดุลของแรงเบรกที่ล้อหน้าและล้อหลังให้เท่ากัน โดยจะทำงานร่วมกันกับระบบ ABS
    ระบบเสริมแรงแบรก BA (Brake Assist)… เพิ่มแรงเบรกมากขึ้น เพื่อหยุดรถในระยะที่สั้นกว่าเมื่อเบรกกะทันหัน
    ระบบควบคุมการทรงตัวอัจฉริยะ VSC (Vehicle Stability Control)... ควบคุมให้รถทรงตัวอย่างมั่นคง แม้ในทางโค้งหรือถนนที่เปียกลื่น
    ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน HAC (Hill-start Assist Control)... ป้องกันการไหลของรถ ในจังหวะออกตัวบนทางลาดชัน
    ระบบป้องกันการออกตัวฉุกเฉิน DSC (Drive Start Control)… ควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ ในกรณีที่มีการออกตัวผิดวิธี จากการเปลี่ยนเกียร์แบบกะทันหัน
    ถุงลมเสริมความปลอดภัยด้านหน้า (SRS Airbags) 3 ตำแหน่ง... ปกป้องผู้ขับขี่และผู้โดยสาร โดยช่วยลดแรงกระแทกจากการชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    กุญแจป้องกันการโจรกรรม Immobilizer… ป้องกันกุญแจเลียนแบบ ไม่ให้สามารถสตาร์ทเครื่องยนต์ได้ เมื่อรหัสของกุญแจและเครื่องยนต์ไม่ตรงกัน
    สัญญาณกะระยะถอยหลัง… เตือนเมื่อตรวจพบบุคคลหรือวัตถุใกล้ตัวรถ ขณะถอยจอด
-ACCESSORIES คลิกกับอุปกรณ์ตกแต่งแท้ เติมเต็มความเป็นคุณ…
    แผงบังแดดข้าง Side Visor
    ตาข่ายเก็บของท้ายรถ Cargo Net
    กล้องบันทึกภาพหน้า-หลังรถ DVR Front & Rear สำหรับรุ่น 1.5G
    หลอดไฟส่องแผนที่แบบ LED - LED Map Lamp
    ชุดครอบที่จับประตูโครเมียม Chrome Door Housing
    แผ่นรองพื้นเรียบท้ายรถ Luggage Board
อุปกรณ์ตกแต่งแท้โตโยต้ารับประกันสูงสุด 3 ปี หรือ 100,000 กม. (โปรดศึกษารายละเอียดจากคู่มือการรับประกันคุณภาพ และการบำรุงรักษารถยนต์)

   นายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวถึงแผนการตลาดว่า “SIENTA เป็นรถ Stylish Multi-Tasker โดดเด่นด้วยประตูข้างสไลด์อัตโนมัติ, ระยะจากพื้นรถถึงพื้นถนนต่ำ ก้าวขึ้น-ลงสะดวก พร้อมความบันเทิงเต็มอรรถรส ด้วยหน้าจอ LED ขนาด 8 นิ้ว บริเวณที่นั่งแถวที่ 2-3 กลุ่มลูกค้าเป้าหมายจึงเน้นที่ ผู้ที่มีสมาชิกในครอบครัว เป็นลูกเล็ก รวมทั้ง ผู้ที่ต้องดูแลผู้สูงอายุ หรืออาศัยอยู่กับคุณพ่อ คุณแม่ และคนที่รักสัตว์เลี้ยงเป็นชีวิตจิตใจ ตอบรับการใช้งานของไลฟ์สไตล์คนเมือง ไม่ว่าจะเป็นการออกไปทำกิจกรรมในเมือง การขนของใช้ส่วนตัว รวมทั้งการออกไปพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูง”

   “ทางด้านการสื่อสารการตลาด เราจะเน้นการสื่อสารไปยังกลุ่มลูกค้า โดยสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็น Cinema graph, Online Material และทางวิทยุ เพื่อสร้างการรับรู้ ผ่านจุดขายหลักของ SIENTA ที่เป็น “รถยนต์ 7 ที่นั่ง ที่โดดเด่นด้วยประตู Slide Door ควบคุมง่ายเพียงคลิกเดียว” ภายใต้แนวคิด Toyota SIENTA “Chic Clicks” 

สำหรับความพร้อมในการส่งมอบรถ สำหรับรุ่น1.5G พร้อมส่งมอบ ตั้งแต่ 17 มีนาคมนี้ เป็นต้นไป ส่วนในรุ่น1.5 V จะพร้อมส่งมอบ ตั้งแต่ 24 มีนาคมนี้ เป็นต้นไป
เลือกเป็นเจ้าของ SIENTA รุ่นปรับปรุงใหม่ 4 สี
 - Citrus Mica Metallic        -  Silver Metallic
 - Super White II                           - Attitude Black Mica
และ 2 เกรด ในราคาสุดคุ้ม
    1.5 V เกียร์อัตโนมัติ        ราคา    889,000 บาท**        
    1.5 G เกียร์อัตโนมัติ        ราคา    775,000 บาท**
**ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน รวมชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ  

สัมผัสและทดลองขับ Toyota SIENTA รุ่นปรับปรุงใหม่ “Chic Clicks”
พร้อมรับข้อเสนอมากมาย
ครั้งแรก! ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43
ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม - 3 เมษายน 2565
ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี
และที่ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ ได้ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม เป็นต้นไป

ติดตามข้อมูลผลิตภัณฑ์และกิจกรรมการตลาดเพิ่มเติมได้ที่
https://www.toyota.co.th/
Facebook: Toyota Motor Thailand
LINE ID: @ToyotaThailand

“60 ปี โตโยต้า ร่วมขับเคลื่อนอนาคต”

 
 

NEW CARS : Fun to drive ไปกับ C-HR HEV GR Sport ใหม่ “Race Your Irresistible Ambition” ความเร้าใจที่ยากเกินต้านทาน

 

 

 

 

 

 

 

 

   โตโยต้า แนะนำ Sub-Compact SUVใหม่ล่าสุด เสริมทัพGR Seriesกับ“C-HR HEV GR Sport ใหม่”  รุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด ขนาด 1.8 ลิตรปรับปรุงการออกแบบทั้งภายนอก และภายในภายใต้แนวคิดGR Sport  เติมเต็มความรู้สึกสนุกสนานในการขับขี่(Fun-to-drive) พร้อมสัมผัสสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกและเร้าใจยิ่งกว่า ด้วยช่วงล่างปรับจูนใหม่แบบสปอร์ต ที่ผสานกับประสิทธิภาพช่วงล่างหลังอิสระแบบปีกนกคู่ ให้สมรรถนะในการขับขี่ดีเยี่ยม และขับสนุกได้มากยิ่งขึ้น เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2565

   บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัดแนะนำน้องใหม่ล่าสุดใน GR Series หลังจากแนะนำรถในซีรีย์นี้ ซึ่งผลิตในประเทศไทย จำนวน 4 รุ่น ล้วนแต่ประสบความสำเร็จ ได้รับความนิยมจากลูกค้าที่ชื่นชอบสมรรถนะการขับขี่แบบสปอร์ต ด้วยยอดจองรวมทุกรุ่นกว่า 9,000คัน (ข้อมูลถึง 28 กุมภาพันธ์ 2565)ในวันนี้           โตโยต้ามีความยินดี แนะนำ “C-HR HEV GR Sport ใหม่”เสริมทัพรถยนต์นั่งสายพันธุ์ Racingสะกดทุกสายตาด้วยดีไซน์ภายนอก และภายในแบบสปอร์ต สวยเกินต้าน พร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกและเร้าใจยิ่งกว่าพัฒนาขึ้นจากเทคโนโลยีสปอร์ตจากสนามแข่งที่ให้อารมณ์ในการขับที่แตกต่างสัมผัสสมรรถนะในการขับขี่ที่เร้าใจกว่าที่เคย ด้วยช่วงล่างปรับจูนใหม่แบบสปอร์ต Upgrade คอยล์สปริง และช็อคแอบซอร์บเบอร์ เพื่อสมรรถนะในการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ ให้การควบคุมคล่องแคล่วยิ่งกว่า ทรงตัวดีขึ้น เข้าโค้งได้อย่างมั่นใจและขับสนุกได้มากยิ่งขึ้น เพิ่มอรรถรสในการขับแบบสปอร์ตผสานความสนุกสนานในการขับขี่ จากสถาปัตยกรรมยานยนต์ TNGAที่แข็งแกร่ง จุดศูนย์ถ่วงต่ำ และช่วงล่างด้านหลัง Double Wishbone โดย “C-HR HEV GR Sport ใหม่” จะมอบประสบการณ์ Fun-to-driveอีกแบบ ที่เร้าใจยากเกินต้านทาน

   ดีไซน์ภายนอกแบบสปอร์ตกับแพ็กเกจชุด GR Sportประกอบด้วย สเกิร์ตรอบคัน, ชุดตกแต่งกันชนหน้า, ล้ออัลลอย18นิ้ว ดีไซน์ใหม่, ไฟตัดหมอกแบบ LED, พร้อมสัญลักษณ์ GR ที่กันชนหน้า และ GR Sport บริเวณท้ายรถภายในตกแต่งด้วยสีดำ Total Look และสี Gun Metallic สปอร์ตเข้มเต็มสไตล์ GRเบาะนั่งดีไซน์พิเศษ เดินด้ายสีเทา พร้อมสัญลักษณ์ GR, พวงมาลัยหุ้มหนังแบบเจาะรูพร้อมสัญลักษณ์ GR, ระบบสตาร์ทอัจฉริยะ Push Start พร้อมสัญลักษณ์ GR

   มอบความมั่นใจกับระบบความปลอดภัย Toyota Safety Senseล้ำสมัย ไม่ว่าจะเป็น ระบบควบคุม และปรับลดระดับความเร็วได้ถึง 0 กิโลเมตร/ชั่วโมง และสามารถเร่งความเร็วกลับสู่ระดับที่ตั้งไว้เมื่อไม่มีรถขวางหน้า พร้อมระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน(All-speed Dynamic Radar Cruise Control with Lane Tracing Assist), ระบบช่วยเตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยหน่วงกลับอัตโนมัติ (Lane Departure Alert with Steering Assist) ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (Pre-collision system) และระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ (Automatic High Beams)

   พร้อมสีภายนอกภายใต้แนวคิด GR Sport3สี ได้แก่ สีดำ Attitude Black Mica / Silver roof (หลังคาสีเงิน), สีขาวมุก Platinum White Pearl / Black roof (หลังคาสีดำ) และสีแดง Premium Red / Black roof

TOYOTA GAZOO RACING…SPIRIT TO PUSH THE LIMITS

สไตล์ที่ท้าทายทุกความรู้สึก

Toyota Gazoo Racing เริ่มต้นจากโตโยต้าเข้าร่วมแข่งขันกีฬามอเตอร์สปอร์ต เพื่อทดสอบสมรรถนะขั้นสูงสุดของรถยนต์โตโยต้า ในสนามแข่งขันทั่วโลกผ่าน Toyota Gazoo Racing จากจุดเริ่มต้นเพื่อทดสอบสมรรถนะขั้นสูงสุดของรถยนต์ สู่การนำความรู้และเทคนิคที่ได้จากการแข่งขัน มาสร้างสรรค์รถยนต์รุ่นพิเศษ GR Series เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่แบบมืออาชีพ

C-HRHEV GR Sport ใหม่

-Race Your Irresistible Ambition...ความเร้าใจที่ยากเกินต้านทาน

C-HR HEV GR Sport สวยเกินต้าน และให้การขับขี่ที่เร้าใจอย่างไร้ขีดจำกัด เฉี่ยว คม ดุดัน ไม่ใช่แค่ดีไซน์ แต่คือสไตล์การขับขี่ ด้วยเทคโนโลยีสปอร์ตจากสนามแข่งให้สัมผัสที่แตกต่างสะท้อนตัวตนของคนที่หลงไหลในสมรรถนะการขับขี่แบบสปอร์ต

-ใหม่ดีไซน์ภายนอกแบบสปอร์ตกับแพ็กเกจชุด GR Sport

-          สเกิร์ตรอบคัน

-          ชุดตกแต่งกันชนหน้า

-          ล้ออัลลอย18นิ้ว ดีไซน์ใหม่สไตล์ GR

-          ไฟตัดหมอกแบบ LED

-          สัญลักษณ์ GR บริเวณกันชนหน้า และ GR Sport บริเวณท้ายรถ

 

-ใหม่ STUNNING INTERIOR... ดีไซน์ภายในตกแต่งด้วยสีดำ Total Look และสี Gun Metallic สปอร์ตเข้มเต็มสไตล์ GR

-          เบาะนั่งดีไซน์พิเศษ เดินด้ายสีเทาสุดเท่ โดดเด่นด้วยสัญลักษณ์ GR

-          พวงมาลัยหุ้มหนังแบบเจาะรูพร้อมสัญลักษณ์ GR

-          Push Start ระบบสตาร์ทอัจฉริยะ พร้อมสัญลักษณ์ GR

 

-ใหม่ ช่วงล่างปรับจูนใหม่ เพื่อการขับขี่ที่เร้าใจกว่าเดิม

พัฒนาคอยล์สปริง และช็อคแอบซอร์บเบอร์ ที่ออกแบบเพื่อรุ่น GR Sport โดยเฉพาะ ผสานกับประสิทธิภาพช่วงล่างหลังอิสระแบบปีกนกคู่ ให้สมรรถนะที่ดีเยี่ยม เสริมการขับขี่ให้คล่องแคล่วยิ่งกว่า ทรงตัวดีขึ้น เข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ และขับสนุกได้มากกว่าที่เคยรู้สึก 

 

-เครื่องยนต์ HYBRID ขนาด 1.8 ลิตร

ผสาน 2 พลังขับเคลื่อน มอเตอร์ไฟฟ้ากับเครื่องยนต์ ให้การตอบสนองเต็มกำลัง พร้อมอัตราประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง24.4 กม. / ลิตร* (*ข้อมูลอ้างอิงจาก ECO Sticker)

 

- BEYOND CONFIDENCE SAFETY

·       ระบบความปลอดภัย TOYOTA SAFETY SENSE

-          ALL-SPEED DYNAMIC RADAR CRUISE CONTROL WITH LANE TRACING ASSIST...ระบบควบคุม และปรับลดระดับความเร็วได้ถึง 0 กม./ชม. และสามารถเร่งความเร็วกลับสู่ระดับที่ตั้งไว้เมื่อไม่มีรถขวางหน้า พร้อมระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน

-          LANE DEPARTURE ALERT WITH STEERING ASSIST... ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยหน่วงกลับอัตโนมัติ

-          PRE-COLLISION SYSTEM...ระบบความปลอดภัยก่อนการชน

-          AUTOMATIC HIGH BEAMS ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ

 

 

   นายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ เปิดเผยว่า“C-HR HEV GR Sport ใหม่ เป็นอีกผลิตภัณฑ์ของโตโยต้า ใน SeriesGR Sportที่ผลิตขึ้นในประเทศไทย ณ โรงงานประกอบรถยนต์โตโยต้าเกตเวย์     จ.ฉะเชิงเทรา ด้วยแรงบันดาลใจในการพัฒนาจาก DNA ของการเข้าร่วมการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตภายใต้แนวคิดของ Gazoo Racing ที่ว่า “จากสนามแข่ง สู่ท้องถนน” นี่คืออีกหนึ่งผลิตผลของความมุ่งมั่นในการสร้างยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่า “Ever-Better Car”เพื่อตอบสนองความต้องการที่เหนือความคาดหมายของลูกค้า”

   “และในวันนี้ผมมีความยินดีที่จะแนะนำ C-HR HEV GR Sport ใหม่ เติมเต็มอารมณ์สปอร์ตได้ดียิ่งขึ้น ด้วยการตกแต่งแบบสปอร์ตทั้งภายนอก ภายใน และปรับจูนช่วงล่างใหม่เพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ สำหรับผู้ที่มองหาความแตกต่าง ชื่นชอบอารมณ์การขับขี่ที่สนุกสนาน ด้วยสมรรถนะอันเร้าใจ และประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงดีเยียม”  

   “พร้อมกันนี้โตโยต้ามีความยินดีมอบข้อเสนอสุดพิเศษ เพื่อให้ลูกค้าเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น ด้วยข้อเสนอที่ตรงใจ ตอบโจทย์ความต้องการได้ดียิ่งขึ้น

เชิญพบกับประสบการณ์การซื้อ และการใช้งานรูปแบบใหม่อย่างเต็มรูปแบบ

เพื่อให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของ “C-HR HEV GR Sport” ได้ง่ายยิ่งขึ้น โตโยต้าขอนำเสนอ ประสบการณ์การซื้อรูปแบบใหม่เพื่อเป็นทางเลือกที่เหมาะสมให้แก่ลูกค้า ได้แก่

-          โปรแกรมKINTOความชาญฉลาดใหม่ของการใช้รถจากโตโยต้า กับข้อเสนอใหม่ที่ให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถได้ง่ายขึ้นเมื่อครบสัญญา เลือกผ่อนต่อเป็นเจ้าของ หรือ เลือกรถคันใหม่*(*เมื่อครบสัญญา ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของได้ โดยมีค่าผ่อนชำระใกล้เคียงเดิม) ไม่ต้องมีคนค้ำ ไม่ต้องดาวน์”

เลือกเป็นเจ้าของ C-HR HEV GR Sportใหม่ที่โดดเด่นด้วย 3 สี

Žสีดำ Attitude Black Mica                  / Silver roof (หลังคาสีเงิน)

Žสีขาวมุก Platinum White Pearl *        / Black roof (หลังคาสีดำ)

Žสีแดง Premium Red                       / Black roof (หลังคาสีดำ)

*สำหรับสีพิเศษ Platinum White Pearl เพิ่ม 7,000 บาท

ในราคาพิเศษสุดคุ้มเหนือสมรรถนะ

Žใหม่HEV GR Sport                        ราคา  1,189,000 บาท****

ŽHEV PremiumSafety**                    ราคา  1,139,000 บาท****

พร้อมรับเงื่อนไขพิเศษในการซื้อ

-ดอกเบี้ยต่ำ 0.99% และรับฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care

พร้อมแพ็กเกจการรับประกันรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริดในรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด ที่ครอบคลุมทั้งแบตเตอรี่และระบบไฮบริด กับการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10ปี และรับประกันระบบไฮบริด 5ปี พร้อมข้อเสนอพิเศษ กับแพ็กเกจขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถใหม่รวมมูลค่าทั้งสิ้นมากกว่า 97,500บาท

**รุ่น HEV Premium Safety มี 5 สี ได้แก่

§  The Silver roof (หลังคาสีเงิน): สีดำ Attitude Black Mica / Silver roofและสีน้ำเงิน Nebula Blue / Silver roof 

§  The Black roof (หลังคาสีดำ): สีขาวมุก Platinum White Pearl * / Black roof, สีแดง Premium Red / Black roofและสีเงิน Metal Stream Metallic / Black roof

*สำหรับสีพิเศษ Platinum White Pearl เพิ่ม 7,000 บาท

****ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน รวมราคาชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษจากบริษัท TAC จำกัด

หมายเหตุ: เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

สัมผัส และทดลองขับ C-HR HEV GR Sport ใหม่ พร้อมรับข้อเสนอมากมาย

ครั้งแรก! ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43

ระหว่างวันที่ 23มีนาคม - 3เมษายน 2565

ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3อิมแพ็ค เมืองทองธานี

และร่วมกิจกรรมพิเศษ ที่ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ

ระหว่างวันที่ 25 - 27 มีนาคม 2565

ติดตามข้อมูลผลิตภัณฑ์และกิจกรรมการตลาดเพิ่มเติมได้ที่

https://www.toyota.co.th/

Facebook:Toyota Motor Thailand

LINE ID: @ToyotaThailand

“60 ปี โตโยต้า ร่วมขับเคลื่อนอนาคต”

 

NEW CARS : มินิ ประเทศไทย เปิดตัว MINI Electric Collection Edition รุ่นพิเศษกับหลังคา Multitone จำนวนจำกัดสำหรับแฟนมินิในไทย

 

 

 

 

 

 

 

    หลังจากที่เปิดตัวรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้ารุ่นแรก พร้อมการตอบรับอย่างดียิ่งจากแฟน ๆ ในไทย มินิ ประเทศไทย รุกต่อเนื่องรับกระแสการขับเคลื่อนด้วยยานยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มพรีเมียมคอมแพค ด้วยการเปิดตัว “มินิ Electric Collection Edition”(multitone roof) เสริมความโดดเด่นด้วยหลังคาเฉดสีพิเศษ กับตัวถังสีใหม่ ได้แก่ สีเทา Rooftop Grey Metallic และ สีน้ำเงิน Island Blue Metallic ให้ความสปอร์ตมากขึ้น และการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมความสนุกเร้าใจสไตล์โกคาร์ทในตำนาน และยังคงผสานประสิทธิภาพแห่งการขับขี่ โลดแล่นไปสู่อนาคตที่ดียิ่งขึ้นด้วยพลังงานสะอาด โดย มินิ Electric Collection Editionนี้มาให้ลูกค้าในไทยได้เป็นเจ้าของ จำนวนจำกัดเพียง 40 คันเท่านั้นในราคา 2,459,000บาท พร้อมแพ็คเกจ MSI standard

   คุณประภัสรา อร่ามวงศ์สมุทร ผู้อำนวยการ มินิ ประเทศไทย กล่าวว่า “นอกจากการเป็นผู้บุกเบิกยนตรกรรมไฟฟ้าสำหรับการขับขี่ในตัวเมืองในเซกเมนต์พรีเมียมคอมแพค เรายังเป็นผู้ริเริ่มด้านนวัตกรรมของการดีไซน์หลังคาที่ไม่ซ้ำใครอีกด้วย นอกจาก ‘มินิ Electric Collection Edition’จะสะท้อนการรังสรรค์ความเป็นมินิได้อย่างสมบูรณ์แบบ หลังคาเฉดสีที่ไล่เรียงกันใน 3 เฉดสีอย่างกลมกลืนนี้ยังสื่อถึงตำนานความหลากหลายทางสีสันซึ่งมินิได้สืบทอดมาอย่างยาวนาน รวมถึงเอกลักษณ์ของการออกแบบที่คัดสรรมาสำหรับรุ่น multitone roofซึ่งผสานกันอย่างสวยงามลงตัวกับสีของตัวถังรถ ด้านสมรรถนะของการขับขี่ก็ยังคงไว้ซึ่งความสนุกสนานเฉพาะตัวในแบบมินิ พร้อมให้ประสบการณ์ในการก้าวไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน และยังตอบโจทย์การเดินทางภายในเมืองที่สะอาด ปลอดมลพิษเช่นเดิม”

   เทคนิคการทำสีแบบใหม่โดยโรงงานรถยนต์มินิ ที่ประเทศอังกฤษในเมืองอ็อกซ์ฟอร์ด ทำให้เกิดปรากฏการณ์การสร้างสรรค์สีของหลังคาแบบไล่โทนสี หรือ multitone roofโดยเริ่มจากการลงสีอ่อนอย่างสีฟ้า Pearly Aquaเป็นสีแรก จากนั้นจึงใช้สีน้ำเงิน San Marino Blue แต่งแต้มบริเวณด้านหน้าของหลังคาและสีดำ Jet Black ที่ด้านหลัง ทำให้เกิดการไล่สีที่มีลักษณะพิเศษของ Multitone Roof ซึ่งกระบวนการพ่นสีที่เป็นนวัตกรรมใหม่นี้ได้ผนวกรวมเข้ากับกระบวนการผลิตที่โรงงานมินิ ในเมืองอ็อกซ์ฟอร์ดอย่างสมบูรณ์ ทั้งนี้การไล่โทนสีในแต่ละคันอาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อยจากขั้นตอนการลงสีในกระบวนการผลิต สร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่ซ้ำใครให้แก่รถยนต์มินิแต่ละคันที่เป็น Multitone Roof

   นอกจากการพัฒนาด้านนวัตกรรมและการขับขี่แล้ว มินิยังได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิด Big Love ซึ่งเกิดจากทัศนคติเชิงบวกต่อการใช้ชีวิต และการสร้างแรงบันดาลใจในทุกสิ่งที่ทำทั้งต่อเพื่อนมนุษย์และโลก เพื่อความยั่งยืนต่อไปในอนาคต จนเกิดเป็นความร่วมมือกับ 3 ศิลปินนักวาดภาพประกอบชั้นนำของไทยซึ่งล้วนแสดงผลงานในเวทีระดับโลกและร่วมงานกับแบรนด์ระดับโลกมาแล้ว ในการผสมผสานไลฟ์สไตล์สู่งานศิลปะภายใต้แนวคิดดังกล่าว ซึ่งได้จัดแสดงผลงานสร้างสีสันในงานเปิดตัวมินิ Electric Collection Editionด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลบนทีวีดีไซน์กรอบรูปสุดเก๋อย่าง The Frame และโปรเจ็คเตอร์พกพาอัจฉริยะใหม่ล่าสุด The Freestyle จากซัมซุง พันธมิตรของมินิ ประเทศไทย นำโดย

·         ปอม ชาน - คุณธัชมาพรรณ จันทร์จำรัสแสง ผู้สร้างสรรค์ผลงาน Love is Infinity หรือความรักเป็น
สิ่งที่ไม่มีวันสิ้นสุด เฉกเช่นเดียวกับการขับขี่ และท่องโลกอันกว้างใหญ่

·         Bloody Hell Big Head หรือคุณเบนซ์ ธนวัต ศักดาวิษรักษ์ ด้วยผลงานอันเป็นเอกลักษณ์กับการใช้รูปทรงเรขาคณิตมาสร้างสรรค์เป็นภาพวาดกราฟฟิก ผ่านภาพวาด The Road that connect us ซึ่งเป็นการใช้ถนนเป็นตัวเชื่อมระหว่างผู้คน เพื่อเข้าถึงความหลากหลาย และ WE ARE THE UNIVERSE ซึ่งแสดงถึงความเท่าเทียมกันโดยไม่มีการแบ่งแยก

·         Juli Baker and Summer หรือคุณป่าน ชนารดี ฉัตรกุล ณ อยุธยา เจ้าของลายเส้นและงานออกแบบแสนสดใส และได้รับรางวัล Thailand Influencer Award 2019 ด้าน Art and Design จาก Tellscoreนำเสนอผ่านภาพ CELEBRATE FREEDOM สะท้อนความหมายของ ‘Big Love’ และความหลากหลาย
ที่มองเห็นคุณค่าของสิทธิเสรีภาพของผู้คน ผ่านภาพสายรุ้ง นก ผีเสื้อ และดอกไม้

   ลูกค้าที่สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “มินิ Electric Collection Edition”(multitone roof) ได้ที่ www.mini.co.th หรือติดต่อผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของมินิทั่วประเทศ

 
 

Page 1 of 27

รับจัดกิจกรรมการตลาด ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( PIYA 0819012840 )

Designed by eTDS TechnoSys
Click here to donate

.

 

Latest News

MOTOR NEWS : MG SUPERCHARGE เพิ่มฟังก์ชัน “PLUG AND CHARGE” สะดวก และง่ายในการใช้บริการ                            บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และบริษัท... Read more...

Feature News

Joomla 1.5
You are here: Home NEW CARS
Orange Green Red