Developed by JoomVision.com

MOTOR NEWS

MOTOR NEWS : วิดีโอซีรี่ส์ใหม่จากชีวิตจริงเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แฟนฟุตบอลชาวไทยของ อุ้ม ธีราทร บุญมาทัน

 

 

 

 

 

 

 

 

   สยามสปอร์ตเปิดตัววิดีโอซีรีส์เรื่อง 'The Champion Story'ที่รวบรวมไว้ใน 10ตอน เริ่มออกอากาศในวันที่ 25มกราคมนี้ โดยเป็นเรื่องราวที่บันทึกความสำเร็จของ คุณ อุ้มธีราทร บุญมาทันจากการคว้าแชมป์เจลีกร่วมกับสโมสรฟุตบอลโยโกฮาม่า เอฟ มารินอส ในประเทศญี่ปุ่นพร้อมกันกับการใช้ นิสสัน เอ็กซ์เทรล เอสยูวีคันโปรด

   ‘อุ้ม’ ธีราทร ถูกยืมตัวจากสโมสรฟุตบอลเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เพื่อไปร่วมเล่นกับสโมสรฟุตบอลโยโกฮาม่า เอฟ มารินอส ในฤดูกาล 2019ที่ผ่านมา ซึ่งในวิดีโอซีรีส์ชุดนี้ แฟน ๆ ของเขาจะได้รับชมกิจกรรมต่างๆของเขาทั้งในและนอกสนามกับสโมสรฟุตบอลที่บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด ได้ก่อตั้งและเป็นเจ้าของ ซึ่งในการเดินทางของเขาในญี่ปุ่น อุ้มได้รับรถยนต์เอสยูวีอย่าง นิสสัน เอ็กซ์เทรล ที่ทำให้เขาสามารถเดินทางและท่องเที่ยวได้อย่างมีไสตล์ พร้อมกับความปลอดภัยที่ประเทศญี่ปุ่น

   “ธีราทร เป็นฮีโร่ของฟุตบอลไทย เขามีความมุ่งมั่นเพื่อก้าวสู่เป้าหมายที่วางไว้  และไม่เคยยอมแพ้ที่จะเดินตามฝันของเขา นิสสันขอร่วมกับคนไทยทุกคนแสดงความยินดี พร้อมรับแรงบันดาลใจจากเรื่องราวการคว้าแชมป์ครั้งนี้” ราเมช นาราสิมัน ประธาน นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย ซึ่งเป็นตัวแทนของนิสสัน ในประเทศไทยแสดงความยินดีให้กับความทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจของเขาร่วมกับทีมโยโกฮาม่า เอฟ มารินอส ในการคว้าแชมป์เจลีกในฤดูกาลที่ผ่านมา

   คุณอุ้ม ธีราธร บุญมาทัน มีความยินดีที่ได้เป็นนักฟุตบอลไทยคนแรกที่คว้าแชมป์เจลีก รวมถึงโอกาสที่ได้เล่นให้กับทีมโยโกฮาม่า เอฟ มารินอส ที่สามารถคว้าแชมป์เจลีก หลังจากรอคอยมากว่า 15 ปีนับตั้งแต่การชนะครั้งที่สามในปี พ.ศ. 2547

   “ผมขอขอบคุณแฟนๆ ชาวไทยทุกคน สโมสรฟุตบอล และนิสสัน ที่ให้การสนับสนุนอย่างดีเยี่ยม ผมสัญญาว่าจะทำให้ดีที่สุดสำหรับฤดูกาลต่อไป” ธีราทร บุญมาทัน กล่าว

   ทั้งนี้ในระดับโลก นิสสัน เป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของการแข่งขันยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกตั้งแต่ฤดูกาล 2018 ถึง 2021 นอกจากนี้ยังเป็นพันธมิตรระดับโลกของทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557อีกด้วย

   “นิสสัน ให้ความสำคัญกับกีฬาที่ช่วยให้ผู้คนทั่วโลกรวมกันเป็นหนึ่งเดียวและมีความภาคภูมิใจที่ได้เห็น ‘อุ้ม’สนุกไปกับการใช้รถยนต์ของเรา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนอาชีพที่น่าตื่นเต้นของเขาในการเล่นที่ญี่ปุ่น ในฐานะที่เป็นบริษัทในประเทศไทย นิสสัน ในประเทศไทย มีความภาคภูมิใจในธีราธรเป็นอย่างมาก ที่เป็นแบบอย่างให้กับเยาวชนและยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักฟุตบอลไทยคนอื่นๆ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม” ราเมช กล่าวเสริม

   ขณะอยู่ในญี่ปุ่น ธีราธร ขับรถยนต์ นิสสัน เอ็กซ์เทรล เอสยูวีสมรรถนะสูง มาพร้อมเทคโนโลยีขั้นสูงที่ช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุและมอบความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสารทุกคน ทำให้การเดินทางทุกครั้งเป็นไปอย่างราบรื่นและน่าตื่นเต้น รถเอสยูวีนี้ได้รับการคัดเลือกมาเป็นพิเศษสำหรับ ธีราธร ด้วยความเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ด้านกีฬาและความมุ่งมั่นของเขาที่สมบูรณ์แบบ

   ขณะที่ ‘อุ้ม’ ธีราทร บุญมาทัน กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันเป็นปีที่สองให้กับทีมโยโกฮาม่า   เอฟ มารินอส ผู้สนใจสามารถรับชมเรื่องราวของเขาได้ใน 'The Champion Story' บนช่องทางโซเชียลมีเดีย

   ของสยามสปอร์ต อาทิ facebook.com/siamsport, youtube.com/siamsport และ www siamsport.co.th ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคมนี้

 

MOTOR NEWS : ‘‘ซูบารุ ฟอเรสเตอร์’ คว้ารางวัล มาตรฐานความปลอดภัย 5 ดาวด้วยคะแนนรวมสูงสุดในกลุ่ม โดย EURO NCAP

 

 

 

 

 

 

 

   ซูบารุ คอร์ปอเรชันเผยล่าสุด ‘ซูบารุ ฟอเรสเตอร์’คว้ารางวัล มาตรฐานความปลอดภัย 5 ดาวด้วยคะแนนรวมสูงที่สุดในกลุ่มรถยนต์ออฟโรด/อเนกประสงค์ขนาดเล็ก ประจำปี2562(Best in Class)*1จากองค์กรทดสอบการชนของรถยนต์ใหม่แห่งยุโรปEURO NCAP*2 ซึ่งเป็นองค์กรระดับนานาชาติที่ได้รับการยอมรับจากค่ายรถยนต์ทั่วโลกว่ามีมาตรฐานและเป็นกลางในการประเมินผล โดยคะแนนจะมาจากการทดสอบซึ่งแบ่งเป็น 4 หัวข้อหลักได้แก่

1.การป้องกันผู้ขับขี่และผู้โดยสารที่นั่งด้านหน้า (Adult Occupant Protection)

2.การป้องกันผู้โดยสารที่เป็นเด็ก (Child Occupant Protection)

3.การป้องกันคนเดินถนนที่ถูกรถทดสอบชน (Pedestrian Protection)

4.ความปลอดภัยในอุปกรณ์ช่วยเหลือต่าง ๆ (Safety Assist)

   โดยการประเมินผลจะสรุปผลคะแนนทั้งหมดและจัดระดับตั้งแต่ 1 ถึง 5 ดาวโดย ‘ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ทำคะแนนรวมสูงที่สุดในกลุ่มรับรางวัล “Best in Class”  นอกจากนี้ยังทำคะแนนได้สูงที่สุดในหัวข้อ การป้องกันผู้โดยสารที่เป็นเด็ก (Child Occupant Protection)และ ความปลอดภัยในอุปกรณ์ช่วยเหลือต่าง ๆ (Safety Assist)

   ประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยของ ‘ซูบารุ ฟอเรสเตอร์’เป็นที่ยอมรับและได้รับรางวัลสำคัญอื่นๆ อีกมากมายทั่วโลก ยกตัวอย่างเช่น ในญี่ปุ่น ‘ฟอเรสเตอร์’ได้รับรางวัลชนะเลิศ*3จากโครงการประเมินรถยนต์ใหม่ของญี่ปุ่น (JNCAP) ประจำปี 2561 ในด้านความปลอดภัยจากการชน*4 และยังทำคะแนนสูงสุดประเภท “ยานพาหนะปลอดภัยขั้นสูง” ระดับ 3 บวก (ASV +++) ประจำปี 2562 จากการประเมินความปลอดภัยเชิงป้องกันโดยโครงการประเมินรถยนต์ใหม่ของญี่ปุ่นอีกเช่นกัน

*1: ทดสอบด้วย ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ อี-บ๊อกเซอร์ ซึ่งเป็นระบบที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ ผสานความสามารถของเครื่องยนต์บ็อกเซอร์แบบสูบนอนเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยังคงไว้ซึ่งความเพลิดเพลินในการขับขี่อันเป็นเอกลักษณ์ของซูบารุ

*2: หน่วยงานอิสระ ซึ่งประกอบด้วยรัฐบาลของประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรป และองค์กรด้านยานยนต์และผู้บริโภคในทวีปยุโรป

*3: รางวัลสำหรับยานพาหนะระดับห้าดาว ซึ่งสามารถทำคะแนนได้สูงสุด ณ การประเมินโดย JNCAP

*4: โครงการประเมินความปลอดภัยของยานพาหนะในญี่ปุ่น ดำเนินการโดยกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยว (MLIT) และสำนักงานความปลอดภัยยานยนต์แห่งชาติและการช่วยเหลือผู้ประสบภัย (NASVA)

   ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่http://www.subaru.asia/th/th/home/

 

MOTOR NEWS : มูลนิธิกลุ่มอีซูซุมอบชุดฝึกระบบปรับอากาศรถยนต์อีซูซุเพื่อการศึกษาให้แก่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

   มูลนิธิกลุ่มอีซูซุโดยคุณนวลปราง อยู่เพชร กรรมการมูลนิธิกลุ่มอีซูซุ มอบสื่อการสอนชุดฝึกระบบปรับอากาศรถยนต์อีซูซุ ให้แก่ ศูนย์เทคโนโลยียานยนต์ โดยความร่วมมือระหว่าง คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และกลุ่มอีซูซุ เมื่อวันที่ 17มกราคม 2563ซึ่งมี   รองศาสตราจารย์ ดร.อิศเรศ ธุชกัลยา รองคณบดีฝ่ายวางแผน และคณะเป็นผู้รับมอบ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรด้านวิศวกรรมศาสตร์ยานยนต์ และเป็นประโยชน์ต่อ   การพัฒนาประเทศต่อไป

 

MOTOR NEWS : 10 ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมยานยนต์ ในทศวรรษที่ผ่านมา

 

 

 

 

 

 

 

   อุตสาหกรรมยานยนต์มีความก้าวล้ำอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ในช่วง 10 ปี      ที่ผ่านมา เราได้เห็นรถยนต์ไฟฟ้าหลากหลายรุ่นวิ่งอยู่บนท้องถนน ได้เห็นรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ      (หรือ รถยนต์ไร้คนขับ) วิ่งทดสอบอยู่ในเมือง บนถนนที่มีการจราจรหนาแน่น และยังเห็นรถยนต์และกระบะที่มีน้ำหนักเบาลง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมรวมทั้งสามารถเชื่อมต่อกับทุกการสื่อสารในทุกเส้นทางได้มากขึ้น นี่คือ 10 เทคโนโลยีสุดล้ำในอุตสาหกรรมยานยนต์ ระหว่างปี 2010 – 2019 ที่ผ่านมา

- บอกลาปั๊มน้ำมันไปได้เลยวันนี้คุณสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ที่ไม่ต้องเติมน้ำมันเลยตลอดชีวิต รถยนต์ไฟฟ้าเชฟโรเลต โบลต์สามารถวิ่งได้ไกลถึง 259 ไมล์ (ประมาณ 417 กิโลเมตร) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และในปัจจุบันตามเมืองใหญ่ๆ อย่างในกรุงเทพฯ ก็มีสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นทุกวัน หรือเพื่อความสะดวกจะติดตั้งที่ชาร์จไฟไว้ที่บ้านก็ได้ อย่าคิดว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแค่รถขนาดเล็ก รถอเนกประสงค์รุ่นยอดนิยมจากหลายค่ายก็เริ่มพัฒนาให้รองรับระบบไฟฟ้าได้แล้ว รวมถึงรถกระบะที่วิ่งด้วยพลังงานจากแบตเตอรี่ก็ได้รับการพัฒนาขึ้นเช่นกัน

- ลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างง่ายดาย เราสามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการใช้รถยนต์ได้มากกว่าการประหยัดน้ำมันและการลดปริมาณการเผาผลาญน้ำมัน ผู้ผลิตรถยนต์หลายราย รวมถึงจีเอ็ม ใช้ชิ้นส่วนรถยนต์ที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลเพื่อลดปริมาณขยะและลดน้ำหนักของตัวรถ เช่นการนำขวดน้ำพลาสติกรีไซเคิลมาผลิตเป็นฉนวนของเครื่องยนต์สำหรับรถยนต์ รุ่นอิควีนอกซ์  รวมถึงการที่จีเอ็ม ประเทศไทยได้พัฒนาให้เครื่องยนต์ของรถอเนกประสงค์เทรลเบลเซอร์และรถกระบะโคโลราโดรองรับการใช้น้ำมันไบโอดีเซล B20 ได้

- ไม่พลาดทุกการติดต่อสื่อสารในทุกการเดินทาง  สมาร์ทโฟนช่วยให้ผู้คนในปัจจุบันที่ต้องเร่งรีบดินทาง และใช้ชีวิตอยู่นอกบ้านได้รับความสะดวกมากขึ้น ไม่แปลกใจเลยที่ผู้ผลิตรถยนต์หลายรายได้พัฒนาให้รถยนต์สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างชาญฉลาดขึ้น อย่างเช่น        รถอเนกประสงค์เชฟโรเลต แคปติวา ใหม่ ที่มาพร้อมระบบการเชื่อมต่อการสื่อสารและความบันเทิง Chevrolet Linkซึ่งสามารถใช้งานพร้อมกันทั้งบนหน้าจอรถยนต์และหน้าจอโทรศัพท์ระบบแอนดรอยด์ ทำให้สามารถรับสายโดยไม่ต้องละมือออกจากพวงมาลัยรถ พร้อมเข้าถึงแอปพลิเคชันหลากหลายได้ผ่านหน้าจอในรถยนต์ (สามารถรองรับ Apple CarPlay™ได้ในช่วงต้นปี 2563)เชฟโรเลต โคโลราโด และเทรลเบลเซอร์ ก็มีระบบการเชื่อมต่อการสื่อสารและความบันเทิง Chevrolet MyLink ที่มีรูปแบบการใช้งานคล้ายกัน และสามารถรองรับ Apple CarPlay™ได้

- มองเห็นรถทั้งคันจากมุมสูงขอบคุณความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยในปัจจุบันที่ช่วยให้เราสามารถพัฒนารถยนต์ที่เปี่ยมด้วยระบบความปลอดภัยล้ำสมัยขึ้น รถยนต์ที่จีเอ็มผลิตนั้นมาพร้อมระบบช่วยจอดรถระบบไฟหน้าอัตโนมัติ และระบบป้องกันการชนทั้งนี้เพื่อปกป้องผู้ขับขี่และผู้ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงให้มีความปลอดภัย เช่นเดียวกับเทคโนโลยีอันก้าวล้ำในรถอเนกประสงค์แคปติวา ใหม่ที่มีกล้อง 360 องศาให้มองเห็นทุกมุมรอบตัวรถ พร้อมกล้องมุมสูงให้มุมมองในแบบ bird’s eye view ผ่านหน้าจอแสดงผลแบบสัมผัสขนาด 10.4 นิ้ว

- นั่งรถไปกับคนแปลกหน้าซึ่งหากเป็นเมื่อก่อนพ่อแม่คงไม่ยอมให้เราทำแบบนั้นแน่ๆ แต่ปัจจุบันเรามีทางเลือกมากขึ้น อย่างการให้บริการร่วมเดินทาง หรือridesharingไม่ต้องรอเรียกรถแท็กซี่    ผู้ให้บริการรถโดยสารผ่านแอปพลิเคชันอย่าง  Lyft หรือ Grabที่ได้รับความนิยมในบ้านเราสามารถไปรับลูกค้าถึงทีเพื่อเดินทางไปยังจุดหมายที่เขาต้องการ ในอเมริกาถึงกับมีธุรกิจรูปแบบใหม่       เพื่อรองรับการเติบโตของบริการนี้ เช่น Maven Gigที่ให้เช่ารถยนต์เพื่อให้บริการผู้ขับของ Lyft, Seamless, Postmates

- ลดน้ำหนักของรถลงความก้าวหน้าของซอฟต์แวร์ด้านการออกแบบพร้อมด้วยวัสดุที่ล้ำสมัยขึ้น ทำให้บริษัทรถยนต์สามารถนำเทคนิคการลดน้ำหนักมาใช้ในการผลิตรถยนต์ให้มีน้ำหนักเบาลงและประหยัดน้ำมันมากขึ้น โดยการใช้เทคโนโลยีการออกแบบควบคู่ไปกับความก้าวหน้าด้านการผลิต เช่น การพิมพ์แบบสามมิติที่พลิกโฉมการออกแบบและพัฒนารถยนต์ครั้งสำคัญ ก่อให้เกิดผลลัพธ์    ที่ดียิ่งขึ้นทั้งกับลูกค้าที่ได้ครอบครองรถยนต์ที่ดีขึ้นทั้งยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

- อัพเดทซอฟต์แวร์สำหรับรถยนต์โดยไม่ต้องไปที่ศูนย์บริการ  ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในปัจจุบันช่วยให้ลูกค้าสามารถดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ต่างๆไปยังรถยนต์ผ่านเครือข่ายออนไลน์วิศวกรรมอิเล็คทริคสมัยใหม่ช่วยให้จีเอ็มสามารถอัพเดทซอฟต์แวร์ของรถยนต์หลายรุ่นตลอดอายุการใช้งานของรถ เมื่อมีการอัพเดทใหม่ๆลูกค้าจะได้รับการแจ้งเตือนผ่านระบบอินโฟเทนเมนต์และสามารถเลือกได้ว่าจะติดตั้งซอฟต์แวร์ล่าสุดหรือปฏิเสธการอัพเดต

- ขับขี่โดยไม่ต้องจับพวงมาลัยในขณะที่เราถูกย้ำเตือนอยู่เสมอว่าห้ามละสายตาจากถนนและจับพวงมาลัยรถตลอดเวลา แต่ต่อไปนี้เทคโนโลยีจะช่วยเราขับรถ ระบบช่วยขับขี่Super Cruise         ซึ่งเป็นเทคโนโลยีของจีเอ็ม      ช่วยให้ผู้ขับสามารถปล่อยมือจากพวงมาลัยรถเมื่อรถวิ่งอยู่บนไฮเวย์ที่กำหนด โดยจีเอ็มได้พัฒนาเซ็นเซอร์และระบบแจ้งเตือนต่างๆ มาช่วยให้คุณขับรถอย่างปลอดภัย โดยมีเส้นทางกว่า 200,000 ไมล์ (ประมาณ 321,869 กิโลเมตร) ครอบคลุมเกือบทั่วสหรัฐอเมริกาที่รองรับระบบนี้

- ลืมพวงมาลัยและคันเร่งไปได้เลย การพัฒนาอย่างต่อเนื่องของรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติกำลังเปลี่ยนโฉมรูปแบบและขีดความสามารถของรถยนต์ที่เราเห็นในปัจจุบันไปอย่างสิ้นเชิง และเร่งไปสู่การขับเคลื่อนแห่งอนาคต

   หลายสิ่งเปลี่ยนแปลงไปในรอบ 10 ปีที่ผ่านมานี้   แต่ที่จีเอ็ม เราไม่เคยหยุดพัฒนาและตื่นเต้น ที่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของอึตสาหกรรมยานยนต์ในปีหน้า ในทศวรรษหน้า และในอนาคตต่อไป เรามุ่งมั่นที่จะสานต่อวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของเราในการพัฒนาโลกในอนาคตให้อุบัติเหตุเป็นศูนย์ ไร้มลพิษ และปราศจากความแออัด (Zero Crashes, Zero Emissions และZero Congestion)

 

MOTOR NEWS : ฮอนด้า จัดกิจกรรม “Honda Exclusive Golf 2020” ชวนลูกค้าฮอนด้าพร้อมคู่ซี้ ร่วมออกรอบดวลวงสวิง ตามรอยโปรกอล์ฟสาวในรายการ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2020

   บริษัทฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัดจัดกิจกรรมพิเศษ “Honda Exclusive Golf 2020”ชวนลูกค้าเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่น ร่วมสัมผัสประสบการณ์ออกรอบสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ตามรอยโปรกอล์ฟในรายการแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2020(Honda LPGA Thailand 2020)ในวันอังคารที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563ณ สนามกอล์ฟ สยามคันทรีคลับ พัทยา โอลด์คอร์ส จ.ชลบุรี พร้อมเรียนรู้เทคนิคกีฬากอล์ฟจากผู้เชี่ยวชาญ อีกทั้งร่วมทดลองขับรถยนต์ฮอนด้าหลากหลายรุ่น อาทิ ฮอนด้า ซิตี้ เทอร์โบ ใหม่ อีกขั้นแห่งยนตรกรรมซิตี้คาร์ ที่พร้อมขับเคลื่อนพาคุณไปไกลเกินกว่าทุกความคาดหมายและเปิดทุกความเป็นไปได้ ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ รุ่นเทอร์โบ และ ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ เป็นต้น นอกจากนี้ภายในงานทุกท่านจะได้ร่วมสนุกไปกับเกมและกิจกรรมต่างๆ เพื่อลุ้นรับของรางวัลพิเศษจากฮอนด้าอีกด้วย

   ลูกค้าเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าที่สนใจ สามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ โดยส่งภาพถ่ายของคุณกับรถยนต์ฮอนด้ารุ่นใดก็ได้พร้อมระบุเหตุผลที่ทำให้คุณอยากเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษครั้งนี้ มาที่ www.honda.co.th/exclusivegolf2020ได้ตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม 2563- 10 กุมภาพันธ์ 2563 ซึ่งรับจำนวนจำกัดเพียง 50 สิทธิ์เท่านั้น (1 สิทธิ์ 2 ท่าน) มูลค่ารางวัลละ 14,810 บาท รวมมูลค่ากว่า 700,000 บาท โดยจะทำการประกาศรายชื่อผู้โชคดีวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 ผ่านทางเว็บไซต์ www.honda.co.th/exclusivegolf2020

หมายเหตุ

-          รายละเอียดและเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

 

MOTOR NEWS : แนวคิด “MOTOR EXPO 2020” “พร้อมขับเคลื่อน ไปในความเปลี่ยนแปลง”

 

 

 

 

 

 

 

 

   “IMC สื่อสากล” แถลงแนวคิดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37” สนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยี และการใช้ยานยนต์อย่างไร้ข้อจำกัด

   ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธาน บริษัท สื่อสากล จำกัด และประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37”เผยถึงความเป็นมาของแนวคิดปีนี้ว่า หลังจากผ่านการพัฒนาอย่างต่อเนื่องกว่าหนึ่งศตวรรษ ยานยนต์กำลังก้าวสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีขับเคลื่อนครั้งใหญ่ ที่ไม่ต้องอาศัยน้ำมันเชื้อเพลิง และเครื่องยนต์ระบบสันดาปภายในอีกต่อไป

   พลังงานทดแทนน้ำมันที่มีบทบาทสูงสุดในปัจจุบัน ได้แก่ ไฟฟ้า โดยเริ่มจากระบบไฮบริด พลัก-อิน ไฮบริด กระทั่งสามารถผลิตยานยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้าล้วน ที่ประหยัด และไร้มลพิษได้สำเร็จ แม้จะยังอยู่ระหว่างการพัฒนา แต่ตลาดยานยนต์ไฟฟ้าก็กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในหลายประเทศทั่วโลก

   นอกจากพลังไฟฟ้าแล้ว ผู้ผลิตยังพยายามแสวงหาพลังงานประเภทอื่นมาใช้แทนน้ำมัน ทั้งไฮโดรเจน เซลล์เชื้อเพลิง พลังแสงอาทิตย์ ฯลฯ ซึ่งยานยนต์ที่โลดแล่นด้วยพลังงานเหล่านี้เริ่มมีการผลิตเชิงพาณิชย์แล้ว และคาดว่าจะเป็นทางเลือกที่สมน้ำสมเนื้อกับยานยนต์พลังไฟฟ้าในอนาคต

   อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน เครื่องยนต์ระบบสันดาปภายในยังคงเป็นขุมพลังหลักของยานยนต์ส่วนใหญ่ โดยผู้ผลิตสามารถลดมลพิษที่เกิดจากการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง อันเป็นจุดอ่อนของระบบได้อย่างน่าพอใจ

   ขณะเดียวกัน ในมุมมองของผู้บริโภค ถึงเทคโนโลยีจะเปลี่ยนไป แต่วัตถุประสงค์ของการขับเคลื่อนมิได้เปลี่ยนแปลง นั่นคือการเดินทางจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

   ที่สำคัญ ไม่ว่ายานยนต์อนาคตจะขับเคลื่อนด้วยพลังงานจากน้ำมัน ไฟฟ้า ไฮโดรเจน เซลล์เชื้อเพลิง หรือแสงอาทิตย์ และไม่ว่ามนุษย์จะเป็นผู้บังคับควบคุม หรือยานยนต์จะขับเคลื่อนได้เอง เสน่ห์ของยานยนต์ ทั้งความสะดวกสบาย ความปลอดภัย ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึง ความสวยงามของรูปลักษณ์ และความน่าทึ่งของเทคโนโลยี ก็ยังชวนหลงใหล ทำให้เราไม่มีวันเบื่อหน่ายที่จะขับเคลื่อนไปพร้อมกับมัน

   “ด้วยเหตุนี้ เราจึงกำหนดแนวคิดของงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37” ว่า “พร้อมขับเคลื่อน ไปในความเปลี่ยนแปลง - Whatever Changes will be…Move on”เพื่อเป็นกำลังใจให้บรรดาผู้ผลิต สร้างสรรค์ยานยนต์ที่ใช้พลังงานประเภทต่างๆ อย่างไร้ข้อจำกัดและนำมาแสดงในงานซึ่งจะจัดขึ้น ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคม 2563 และติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ motorexpo.co.th

 

MOTOR NEWS : เอ็มจี เผยยอดการผลิต NEW MG ZS ทะลุ 30,000 คัน หลังยอดขายทะยานต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้ารุกตลาดส่งออก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัดผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ฉลองความสำเร็จของรถยนต์ SUV ยอดนิยมจากเอ็มจี NEW MG ZS ที่มียอดการผลิตสะสมในประเทศไทย 3 ปี สูงถึง 30,611 คัน และยอดขายสะสมกว่า 28,380 คัน (ข้อมูล ณ เดือนธันวาคม 2562)ทั้งยังได้รับรางวัลถึง 2รางวัล จาก 2องค์กรชั้นนำและพร้อมเดินหน้าส่งออก NEW MG ZSสู่ตลาดต่างประเทศ

   นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัดเปิดเผยถึงความสำเร็จของการแนะนำ NEW MG ZSสู่ตลาดเมืองไทยว่า “ในปี 2560 เราได้แนะนำ NEW MG ZS  สมาร์ทเอสยูวี รุ่นแรกของเอ็มจี ที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART ซึ่งสามารถสร้างการจดจำ  ให้กับแบรนด์เอ็มจี และทำให้บริษัทฯ เป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักของตลาด SUV เมืองไทย โดยมียอดขายที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันรวมกว่า 28,380 คัน และมียอดการผลิตสะสมสูงถึง 30,611 คัน สะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับ และไว้วางใจจากลูกค้าชาวไทย ยิ่งไปกว่านั้น NEW MG ZS ยังได้รับรางวัลการันตีคุณภาพ ถึง 2 รางวัล    ได้แก่ รางวัลคุณภาพรถยนต์ใหม่ จากผลการศึกษาคุณภาพรถใหม่ในประเทศไทย ประจำปี พ.ศ. 2562   โดย เจ.ดี. พาวเวอร์ (J.D. Power 2019 Thailand Initial Quality StudySM (IQS))และรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยม  แห่งปี “Car of the Year” 2 ปีซ้อน ในปี พ.ศ. 2561 – 2562 โดยบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ถือเป็นการตอกย้ำถึงคุณภาพของรถรุ่นนี้ได้เป็นอย่างดี”

เส้นทางความสำเร็จ NEW MG ZS

   NEW MG ZSถือเป็นรถยนต์ในกลุ่มรถอเนกประสงค์ขนาดเล็ก (B-SUV Segment) ที่มีความเป็นสมาร์ทเอสยูวี จากระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART ซึ่งสามารถสั่งการระบบต่างๆ ภายในรถด้วยเสียงภาษาไทยรุ่นแรกของโลก รวมทั้งมีความโดดเด่น ด้วยสมรรถนะ สิ่งอำนวยความสะดวก พร้อมระบบความปลอดภัยที่ให้มาอย่างครบครัน           ในราคาที่เข้าถึงได้

   NEW MG ZSเปิดตัว ในช่วงปลายปี พ.ศ.2560 ซึ่งมียอดการผลิตเพียง 970 คัน หลังจากนั้น ในปี พ.ศ. 2561 – 2562NEW MG ZSได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากตลาดเมืองไทย ทำให้การผลิตเติบโตอย่างก้าวกระโดด ส่งผลให้มียอดการผลิตรวม ณ สิ้นปีที่ผ่านมาสูงถึง 30,611คัน และมีตัวเลขยอดขายรวมอยู่ที่ 28,380 คัน ซึ่งทำให้ NEW MG ZS เป็นหนึ่งในผู้นำของกลุ่มรถอเนกประสงค์ขนาดเล็ก (B-SUV Segment)ในประเทศไทยอีกด้วย

   พร้อมกันนี้NEW MG ZSยังได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับสูงสุดของกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์สมรรถนะสูงขนาดเล็ก จากผลการศึกษาคุณภาพรถใหม่ในประเทศไทย ประจำปี พ.ศ. 2562 โดย เจ.ดี. พาวเวอร์ (J.D. Power 2019 Thailand Initial Quality StudySM (IQS))และ ได้รับรางวัล BEST SUV UNDER 1,600 c.c.รถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี “Car of the Year” ถึง 2 ปีซ้อน ในปี พ.ศ. 2561 – 2562 โดยบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)ซึ่งถือเป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จและตอกย้ำให้เห็นถึงคุณภาพและมาตรฐานของรถยนต์เอ็มจี

เดินหน้าต่อยอดความสำเร็จ ประเดิมส่งออก NEW MG ZS สู่ประเทศอินโดนีเซีย

   ในปี พ.ศ. 2563 นี้ เอ็มจี จะเดินหน้าขยายตลาดสู่ต่างประเทศ ด้วยการเริ่มส่งออก NEWMG ZSไปยังประเทศอินโดนีเซีย

   “จากความพร้อมของโรงงานผลิตรถยนต์เอ็มจี ในปีนี้ ทางเอ็มจี ประเทศไทย จึงเดินหน้ารุกตลาดต่างประเทศอย่างเต็มตัวเพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานที่วางไว้ ว่าจะเป็นฐานการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาเพื่อส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ โดยเราได้เริ่มส่งออก รถยนต์รุ่น NEWMG ZSไปยังประเทศอินโดนีเซียเป็นประเทศแรก เนื่องจากเราเห็นถึงโอกาสทางการตลาดในประเทศอินโดนีเซีย ที่ผู้บริโภคมีความสนใจและใช้งานรถยนต์อเนกประสงค์เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ทางเอ็มจีกำลังศึกษาตลาดและเตรียมความพร้อมเพื่อที่จะส่งออกรถยนต์เอ็มจีไปยังประเทศอื่นๆ  ในภูมิภาคอาเซียน ต่อไป” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว

เอ็มจี พร้อมต้อนรับสมาชิกใหม่ ด้วยโปรโมชั่นพิเศษ ฉลองความสำเร็จสำหรับรุ่น NEW MG ZS

   เอ็มจี ได้สร้างสรรค์แคมเปญโปรโมชั่นพิเศษ เพื่อฉลองความสำเร็จของ NEW MG ZSสำหรับสมาชิกใหม่ที่กำลังสนใจ เข้ามาเป็นครอบครัวเอ็มจี โดยลูกค้าที่จองภายในวันที่ 1- 31 มกราคม 2563 และรับรถกับผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีอย่างเป็นทางการ ภายในวันที่ 31 มกราคม 2563 จะได้รับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้

·         ดาวน์เริ่มต้นที่  33,950บาท

·         รับสิทธิ์ MG ช่วยผ่อน 3,000 บาท ระยะเวลา 12เดือน มูลค่า 36,000บาท

·         ฟรี ประกันภัยชั้น 1พร้อม พ.ร.บ. นาน   1ปี

·         ฟรี ชุดพรมปูพื้น มูลค่า 990 บาท

รวมมูลค่ากว่า 58,000บาท

   ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 หรือที่เว็บไซต์ www.mgcars.com

 
 

MOTOR NEWS : โตโยต้าแถลงยอดขายรถยนต์ปี 2562 คาดการณ์ตลาดรวมในประเทศปี 2563 อยู่ที่ 940,000 คัน และตั้งเป้าหมายการขายโตโยต้าที่ 310,000 คัน

 

 

 

 

 

 

 

 

   มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แถลงสถิติการจำหน่ายรถยนต์ปี2562 พร้อมคาดการณ์ตลาดรถยนต์ไทยปี 2563เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2563 ณ โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ

   มร.ซึงาตะ กล่าวว่า ยอดขายรถยนต์รวมในประเทศไทยปี 2562ลดลง 3% โดยมียอดขายอยู่ที่ 1,007,552คัน แต่อย่างไรก็ตามครั้งนี้ยังถือได้ว่าเป็นครั้งที่สี่ในประวัติศาสตร์ของตลาดรถยนต์ไทยที่มียอดขายถึงระดับหนึ่งล้านคัน ถึงแม้ว่าตลาดรถยนต์มีการหดตัวอย่างเห็นได้ชัดในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนับตั้งแต่เดือนกันยายนผ่านมา”

   สำหรับแนวโน้มตลาดรถยนต์ของปี 2563 มร.ซึงาตะ คาดการณ์ว่า“ปีนี้นับเป็นปีที่ท้าทายอีกปีหนึ่งสำหรับตลาดรถยนต์ไทย เนื่องจากตลาดรถยนต์ยังคงเผชิญกับหลายปัจจัย จากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอนและมาตรการควบคุมสินเชื่อรถยนต์ที่มีความเข้มงวดมากขึ้น ดังนั้นเราจึงคาดการณ์ว่าตลาดรถยนต์รวมในประเทศจะอยู่ที่ 940,000 คัน ลดลงประมาณ 7% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา”

   มร.ซึงาตะ กล่าวว่า“สำหรับยอดขายโตโยต้าในปี 2562 สามารถสร้างยอดขายเพิ่มขึ้นสวนทางกับ       สถานการณ์ตลาดที่หดตัวลง โดยโตโยต้ามียอดขายอยู่ที่ 332,380 คัน เพิ่มขึ้นประมาณ 6% ครองส่วนแบ่งการตลาด 33.0% เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 2.8จุด โดยปัจจัยหลักมาจากการตอบรับที่ดีของลูกค้าและจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่และรุ่นปรับปรุงใหม่ของรถยนต์นั่งอย่าง New Camry และ New Corolla Altisรวมไปถึงกิจกรรมส่งเสริมการขายของ Yaris และ ATIVตลอดจนรถเพื่อการพาณิชย์ อย่าง Hilux Revo Z Edition,Commuter และ Majesty”

   มร.ซึงาตะ กล่าวเพิ่มเติมว่า “สำหรับเป้าหมายของโตโยต้าในปี2563 โตโยต้ามีเป้าหมายการขายที่     310,000คัน ด้วยส่วนแบ่งการตลาดที่ 33.0% ลดลงประมาณ 7% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และเพื่อบรรลุเป้าหมายนี้เราจะเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้วยการเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น พร้อมยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์โตโยต้าด้วยการดูแลเอาใจใส่ลูกค้านับตั้งแต่วันแรกที่ซื้อรถยนต์ ตลอดจนวันสุดท้ายของการใช้งาน”

   ด้านการส่งออกในปี 2562 โตโยต้าได้ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปจำนวน 264,775 คัน ลดลง 10% ทั้งนี้ปริมาณการผลิตสำหรับการขายภายในประเทศและการส่งออกมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 570,850 คัน ลดลง 3% สืบเนื่องจากสภาวะทางเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวยในหลายภูมิภาค เช่น โอเชียเนีย อเมริกากลางและอเมริกาใต้

 

   สำหรับเป้าหมายการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปของโตโยต้าในปีนี้ คาดการณ์ไว้ว่าปริมาณการส่งออกจะอยู่ที่ 263,000 คัน ลดลงจากปีที่ผ่านมา 1% อันเนื่องมาจากสถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศคู่ค้ายังไม่คลี่คลาย นอกจากนี้แผนการผลิตสำหรับการขายภายในประเทศและการส่งออกจะอยู่ที่ 556,000 คัน ลดลง 3%

   มร.ซึงาตะ กล่าวเพิ่มเติมว่า“ปัจจุบันอุตสาหกรรมยานยนต์ได้ก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการปฏิรูปในรอบศตวรรษ โดยโตโยต้ามุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงองค์กรจากเดิมที่เป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ สู่การเป็น “องค์กรแห่งการขับเคลื่อน” (Mobility Company) ซึ่งหมายความว่าเราจะมุ่งเดินหน้าพัฒนาการบริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คนในสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

   ตลอดระยะเวลากว่า 57ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โตโยต้ามีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะเดินหน้าพัฒนาให้เกิด “สังคมที่ดียิ่งขึ้น”(Ever-Better Society)  ผ่านโครงการต่างๆ อาทิ โครงการพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมผ่านการแนะนำรถยนต์ไฮบริดในหลากหลายรุ่น รวมไปถึงการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฮบริดในประเทศไทย และการพัฒนาไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 4ไม่เพียงเท่านี้ โตโยต้ายังพัฒนาระบบการจัดการแบตเตอรี่ไฮบริดแบบครบวงจร ซึ่งเราเชื่อว่าความพยายามทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำการสร้างสรรค์สังคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

   นอกจากนี้โตโยต้ายังเน้นย้ำต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยในด้านต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากโครงการที่มีมากกว่า 30ปี นั่นคือ“โตโยต้า ถนนสีขาว”โครงการที่มุ่งมั่นในการส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เพื่อนำไปสู่การสร้าง “สังคมคนขับรถดี”(Good Driver Society)โดยเฉพาะในปีที่ผ่านมากับ “หลักสูตรการขับขี่ปลอดภัย ประหยัดพลังงาน และรักษาสิ่งแวดล้อม” (Safe Eco Driving)ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้แทนจำหน่าย ประชาชน นักศึกษาและผู้ขับขี่รถสาธารณะ โดยปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมโครงการมากกว่า 70,000 คน ซึ่งเป็นความตั้งใจของโตโยต้าในการที่จะมีบทบาทสำคัญในการสร้าง “สังคมคนขับรถดี” (Good Driver Society)  

   สำหรับโครงการด้านสิ่งแวดล้อม โตโยต้ามีอีกหนึ่งกิจกรรมที่สำคัญคือ“โตโยต้า ปลูกป่าชายเลน” (Toyota Mangrove Reforestation) ซึ่งเราดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องภายใต้ชื่อ“โตโยต้า เมืองสีเขียว” (Toyota Green Town)โดยในปีนี้โตโยต้าวางแผนที่จะปลูกป่าชายเลนเพิ่มขึ้นอีก 50,000ต้น ส่งผลให้จำนวนต้นไม้ที่เราปลูกนับตั้งแต่เริ่มต้นโครงการในปี 2547 มีรวมทั้งหมดถึง 692,000ต้น 

   นอกจากนี้ เรายังเดินหน้าจัดกิจกรรมเก็บขยะชายเลน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยเรามีเป้าหมายเก็บขยะให้ได้ 20 ตันในปีนี้ ซึ่งเมื่อรวมกันทั้งหมดแล้วนับได้ว่าเราจะสามารถช่วยให้มีการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 9,100ตัน ในขณะเดียวกัน ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์สังคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน                   เราได้ตั้งเป้าหมายที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมให้กับชุมชนในท้องถิ่นต่างๆ ผ่านศูนย์การเรียนรู้ 2 แห่งของเรา ได้แก่ “โตโยต้าไบโอโทป” (Toyota Biotope) ที่โรงงานประกอบรถยนต์โตโยต้า บ้านโพธิ์ และ “โตโยต้า เมืองสีเขียว อยุธยา”(Toyota Green Town Ayutthaya)ซึ่งประชาชนได้ให้ความสนใจศูนย์การเรียนรู้ทั้ง 2 แห่งนี้เป็นอย่างดี โดยมีจำนวนผู้เข้าเยี่ยมชมรวมตั้งแต่เปิดศูนย์ฯ กว่า 77,000 คน

   และอีกหนึ่งความมุ่งมั่นในการส่งเสริมเศรษฐกิจที่ยั่งยืน โดยเรามีโครงการ“โตโยต้าธุรกิจชุมชนพัฒน์” (Toyota Social Innovation) เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบริหารธุรกิจและหลักปฏิบัติของโตโยต้าให้ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มผลกำไรและพัฒนาเศรษฐกิจในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่ผ่านมาเราได้ถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ธุรกิจชุมชน 19แห่งทั่วประเทศ และในปีนี้เราวางแผนที่จะขยายการดำเนินการเพิ่มเติมอีก 13แห่ง ผมเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้ จะเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืนได้ในท้ายที่สุด”

   มร.ซึงาตะ กล่าวปิดท้ายว่า “อย่างที่ทุกท่านทราบ โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ได้เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิก ภายใต้แนวคิดเพื่อทำในสิ่งที่คิดว่าเป็นไปไม่ได้...ให้เป็นไปได้ (Start Your Impossible)โดยมีฐานะเป็นผู้สนับสนุนด้านการขับเคลื่อนในระหว่างช่วงการแข่งขัน ซึ่งโตโยต้าไม่เพียงแต่จะสนับสนุนยานพาหนะในการสัญจรไปมาเท่านั้น แต่จะยังมอบการบริการอื่นๆ     ที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อน ตลอดจนผลิตภัณฑ์ที่สนับสนุนการขับเคลื่อน ซึ่งรวมไปถึงหุ่นยนต์ด้วย  ทั้งนี้การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกจะจัดขึ้นในวันที่ 24 กรกฎาคม – 9 สิงหาคมนี้ ตามมาด้วยกีฬาพาราลิมปิกซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่          25 สิงหาคม – 6 กันยายนนี้

   สำหรับโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ได้ผนึกกำลังร่วมกับกลุ่มพันธมิตรภายใต้โครงการ “The Power of Unity” เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมปีที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการเตรียมความพร้อมให้กับนักกีฬาชาวไทยก่อนการแข่งขัน พร้อมส่งกำลังใจให้ทัพนักกีฬาไทยสู้ศึกโอลิมปิกและพาราลิมปิกที่กำลังจะมาถึง ตลอดจนเฉลิมฉลองความสำเร็จของฮีโร่ชาวไทยผู้นำชื่อเสียงกลับมาสู่ประเทศ  ซึ่งในขณะนี้การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและ  พาราลิมปิกเริ่มใกล้เข้ามาแล้ว และเรากำลังอยู่ในช่วงของการคัดเลือกตัวนักกีฬา ผมขอให้ทุกท่านมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสู่ความสำเร็จในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิก 2020 ด้วยการส่งแรงเชียร์และกำลังใจให้กับบรรดานักกีฬาชาวไทยทุกคน

   นอกจากนี้ โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ยังได้ให้การสนับสนุนรถโตโยต้า คอมมิวเตอร์ รุ่นใหม่ล่าสุดสำหรับนักกีฬาโอลิมปิก และรถโตโยต้า คอมมิวเตอร์ เวลแค็บ ที่มีการปรับแต่งพิเศษสำหรับนักกีฬาพาราลิมปิก   ยิ่งไปกว่านั้น จากการที่โตโยต้ามีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเทคโนโลยีการขับเคลื่อน เราจึงตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ความสามารถที่มีในการช่วยพัฒนาอุปกรณ์ในการฝึกซ้อมของนักกีฬาพาราลิมปิก ที่สำคัญเรามีความยินดีที่จะมอบโอกาสให้นักกีฬาพาราลิมปิกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวโตโยต้า เริ่มต้นด้วยการรับนักกีฬาพาราลิมปิก 4 คนเข้ามาเป็นพนักงานของบริษัทฯ

   ทั้งหมดนี้คือความภาคภูมิใจของเราที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนเคียงข้างสังคมไทย”

 

MOTOR NEWS : ปนัดดา เจณณวาสิน ผู้บริหารอีซูซุ รับรางวัลเกียรติยศ "บุคคลตัวอย่างแห่งปี 2563" สาขาอุตสาหกรรมยานยนต์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   คุณปนัดดา เจณณวาสินกรรมการรองผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด    รับมอบรางวัล "บุคคลตัวอย่างแห่งปี" ประจำปี 2563สาขาอุตสาหกรรมยานยนต์ จาก   พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรีและเลขาธิการมูลนิธิพระดาบสด้วยประวัติอันทรงคุณค่าและผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน โดยคณะกรรมการพิจารณาจากคุณสมบัติของบุคคลที่เหมาะสม เป็นผู้ที่มีความสามารถนำความรู้ไปปฏิบัติจริง มีวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศในการบริหารงานกิจการต่าง ๆ ให้สำเร็จ

   โดยอาศัยความรู้ความสามารถของตนเองและความร่วมมือของผู้อื่น ประพฤติตนอยู่ในกรอบของคุณงามความดี มีคุณธรรมจริยธรรม อีกทั้งมีการตอบแทนคุณแผ่นดินในรูปแบบต่าง ๆ สมควรยกย่องให้เป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคมและสาธารณชน   ณ หอประชุมกองทัพอากาศ 

 
 

More Articles...

Page 5 of 52

รับจัดกิจกรรมการตลาด ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( PIYA 0819012840 )

Designed by eTDS TechnoSys
Click here to donate

.

ราคาน้ำมัน

Latest News

MOTOR NEWS : โครงการโตโยต้า ถนนสีขาว นำนักศึกษาที่ชนะการประกวด “Campus Challenge 2019” ศึกษาดูงานด้านความปลอดภัยทางถนน ณ ประเทศญี่ปุ่น                  โครงการโตโยต้า ถนนสีขาว นำนักศึกษาที่ชนะการประกวด “Campus Challenge 2019” ศึกษาดูงานด้านความปลอดภัยทางถนน... Read more...

Feature News

Joomla 1.5
You are here: Home MOTOR NEWS
Orange Green Red