Developed by JoomVision.com

.

MOTOR NEWS

MOTOR NEWS : Toyota Gazoo Racing Motorsport 2022 แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ยนตกรรมที่ดียิ่งกว่า จากสนามแข่งสู่ท้องถนน Pushing the limit to race your ambition

 

 

 

 

 

 

 

 

    มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วย นายสนธยา คุณปลื้ม นายกราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์  และนายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมแถลงข่าวการจัดกิจกรรม “Toyota Gazoo Racing Motorsport2022” เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2565ณ TOYOTAALIVE ถ.บางนา-ตราด กม. 3

   บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัดบุกเบิกวงการ Motorsport ของไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ.2529 ด้วยความมุ่งมั่นที่จะยกระดับให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย โดยเป็นทั้งผู้จัดการแข่งขัน และให้การสนับสนุนตั้งแต่ระดับเยาวชนต่อเนื่องไปจนถึงนักแข่งในระดับอาชีพ พร้อมเปิดโอกาสให้นักแข่งไทยได้มีโอกาสสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ จากความทุ่มเทในการพัฒนาวงการ Motorsport ของไทย ส่งผลให้โตโยต้าก้าวขึ้นเป็นผู้นำอย่างแท้จริง

   มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า“Motorsport ถือเป็นหนึ่งใน DNA ที่สำคัญของโตโยต้า ซึ่งสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ “ยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่า” โตโยต้า เริ่มต้นกิจกรรม Motorsport ในประเทศไทย เมื่อ 37ปีที่แล้ว ภายใต้วัตถุประสงค์ในการสร้างประสบการณ์ความสนุกสนานในกีฬา Motorsport ด้วยการสนับสนุนผู้ที่รักในกีฬาประเภทนี้ รวมทั้งเป็นผู้จัดและผู้ให้การสนับสนุนการแข่งขัน โดยในหลายทศวรรษที่ผ่านมา เราได้พัฒนาบทบาทมาเป็นผู้สนับสนุนนักแข่งชาวไทยให้มีโอกาสได้ไปแข่งขันในระดับนานาชาติ”

   นายสุรศักด์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า “ในวาระ 60 ปี ของโตโยต้า เรามีความยินดีที่จะจัดงาน “Toyota Gazoo Racing Motorsport 2022” ให้คึกคัก และสนุกมากกว่าเดิม และเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่อีกทางหนึ่ง”

 

โตโยต้า กาซู เรซซิ่ง มอเตอร์สปอร์ต2022

Pushing the limit to race your ambition

            ภายใต้แนวคิดของBrand รถแข่งระดับโลก Toyota Gazoo Racingภายใต้ความเชื่อที่ว่าความสำเร็จจากการเข้าร่วมการแข่งขันกีฬา Motorsport สิ่งได้ที่รับจะไม่ใช่เพียงชัยชนะบน Podium เท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสทดสอบสมรรถนะของรถยนต์ในการขับขี่ขั้นสูงสุด ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของรถยนต์รุ่นนั้น ๆ ได้อย่างเต็มที่ รวมถึงเป็นการเปิดประสบการณ์ให้กับนักแข่ง และพัฒนาศักยภาพของทีมแข่ง ในรูปแบบที่ไม่สามารถทดสอบได้ในชีวิตประจำวัน ภายใต้ปรัชญา“ถนนสร้างคน และคนสร้างรถ”(Roads build people, and people build cars)ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเป้าหมายที่ท้าทายในการพัฒนา “ยนตรกรรม ที่ดียิ่งกว่า” (Ever-Better Cars)ของโตโยต้า ที่ได้รับการถ่ายทอด DNA ของกีฬา Motorsportเพื่อส่งต่อในการพัฒนารถยนต์ของโตโยต้า อาทิ รถยนต์โตโยต้าใน GR Series        

Toyota Gazoo Racing Motorsport 2022จะจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Pushing the limit to race your ambition” นั่นคือ “ก้าวข้ามทุกขีดจำกัด ปลุกพลังนักสู้ในตัวคุณ ไปกับการพิสูจน์ที่สุดแห่งขุมพลัง และที่สุดของสมรรถนะรถแข่งโตโยต้าอย่างใกล้ชิด กับรายการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ One Make Raceทั้ง 4 รุ่น ได้แก่

  Yaris One Make Race ครั้งแรกกับHatchback ECO Car  ยอดนิยม Toyota YARIS

กับเครื่องยนต์DUAL VVT-i ขนาด 1,200 ซีซีที่โดดเด่นในด้านคุณภาพ สมรรถนะการขับขี่ที่คล่องแคล่ว ปราดเปรียว ทนทาน ให้ความสนุกสนานในการขับขี่ (Fun-to-Drive)ได้อย่างเต็มที่ มาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่สปอร์ต โฉบเฉี่ยว สำหรับนักแข่งในระดับ New entry

  Hilux REVO One Make Raceด้วยสมรรถนะของรถกระบะสายพันธุ์แกร่ง ขับเคลื่อนด้วยพลังของ

เครื่องยนต์ดีเซล คอมมอนเรล GD Super Power2,400 ซีซี กับบทพิสูจน์ความแกร่ง ทนทาน และช่วงล่างที่เกาะถนนแม่นยำ สำหรับนักแข่งสายดีเซล ที่ชื่นชอบความดิบ หนักแน่น ดุดัน

  Corolla ALTIS GR Sport One Make RaceSignature แห่งคุณภาพ ความทนทาน และความ

น่าเชื่อถือที่ไม่มีใครเทียบ (QDR : Quality Durability Reliability) สนุกสุดเหวี่ยงกับพลังของเครื่องยนต์ Dual VVT-i 1,800ซีซี และโครงสร้าง TNGA ที่ลงตัวทั้งสมรรถนะเครื่องยนต์ ระบบช่วงล่าง ระบบบังคับเลี้ยว ระบบเบรค เป็นไฮไลท์ในการแข่งขันที่สนุกสนาน เร้าใจ ตลอดช่วงการแข่งขันทุกสนาม

  VIOS Lady One Make Race กับสมรถนะของเครื่องยนต์ Dual VVT-i 1,500ซีซี ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นในสมรรถนะการขับขี่ที่คล่องแคล่ว ปราดเปรียวสำหรับนักแข่งมือใหม่ โดยนักแข่งทุกคนจะต้องผ่านการอบรมจากโครงการ Toyota Racing School เพื่อเรียนรู้กฎ กติกา มารยาทที่ถูกต้องในการแข่งขัน ซึ่งเป็นการเตรียมพื้นฐานที่ดีสำหรับนักแข่ง การแข่งขันรุ่นพิเศษสำหรับนักแข่งหญิงโดยเฉพาะ

  รายการแข่งขันรุ่นพิเศษTOYOTA EXECUTIVE CHARITY RACE 2022โดยคณะผู้บริหารระดับสูงของโตโยต้า และตัวแทนชมรมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า กับรถกระบะ Hilux REVO Double Cab 4X2  Z Edition2,400 ซีซีโดยเงินรางวัลจากการแข่งขันจำนวน 200,000 บาท จะมอบให้กับองค์กรการกุศลในจังหวัดบุรีรัมย์

ความสนุกในรูปแบบการขับขี่ (Fun-to-drive)

การโชว์สมรรถนะของรถยนต์โตโยต้า ณ สนามแข่ง

 สำคัญสุด โชว์สมรรถนะกับการวิ่งในสนามเป็นครั้งแรก ของรถไฟฟ้า 100%ที่จะเปิดตัวในปีนี้กับ  Toyota bZ4X

 GR Hot Lap by Toyota Gazoo Racing Team Thailandกิจกรรมสำหรับลูกค้า ได้เข้าร่วมสัมผัสรถยนต์ในตระกูล GR Sport ในสนามแข่งจริงแบบ Exclusive กับนักแข่งมืออาชีพจาก Toyota Gazoo Racing Team Thailandเพื่อพิสูจน์สมรรถนะ และคุณภาพ อันเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์ตระกูล GR Sportทั้ง 5รุ่น

 GR Supra และ GR Yaris Driving Experienceสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ กับการนั่งรถสปอร์ต GR Supra และ GR Yaris แบบExclusiveไปกับนักแข่งมืออาชีพ ลงขับในสนามแข่งจริงสุดเร้าใจ

 Battle Drift Show บทพิสูจน์สมรรถนะของรถสปอร์ตในตำนานอย่าง GR Supra ที่มีสมรรถนะในการขับขี่ที่ดีเยี่ยม ตอบสนอง และควบคุมได้ดั่งใจ พร้อมระบบช่วงล่างที่แข็งแกร่ง แม่นยำ จะมา Battleกับรถกระบะสายพันธุ์แกร่งอย่าง “Hilux REVO” และรถยนต์นั่งแห่งคุณภาพและสมรรถนะ “Corolla Altis GR-Sport”

 กิจกรรมโชว์ Behind the Scene “Pitstop” ครั้งแรกกับการโชว์ศักยภาพของทีมเซอร์วิสคุณภาพ จาก Toyota Gazoo Racing Team Thailand ที่มากประสบการณ์มาโชว์ทักษะการเปลี่ยนยาง และเติมน้ำมัน หรือทำการซ่อมแซมอุปกรณ์ให้กับรถแข่งในเวลาอันรวดเร็วเพื่อลงร่วมการแข่งขันต่อสะท้อนถึงรากฐานฝีมือในการบริการและคุณภาพของโตโยต้า

 Walk about on track กิจกรรมเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ลงมาเดินในสนามแข่ง และได้ถ่ายรูปกับรถแข่ง และนักแข่งอย่างใกล้ชิดก่อนเริ่มการแข่งขัน

กิจกรรมแห่งความสนุกโดนใจวัยมันส์ – ที่ลานกิจกรรม

 Motorsport Display Zoneเชิญชมรถแข่งไฮไลท์อย่าง LexusRC-F GT3, Altis Nurburgring,รถรุ่นไฟฟ้า 100%Toyota bZ4X และ รถรุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 60ปี ของโตโยต้า

 Toyota Gazoo Racing GT Cup และ GR Simulator เกมส์ฝึกทักษะการขับรถแข่งเสมือนจริงบนสนามแข่งระดับโลก    

 Meet & Greet Toyota Gazoo Racing Star Team กับมารี เบิร์นเนอร์ และปังปอนด์ อัครวุฒิ

 พร้อมบูทผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าในพื้นที่ มาแนะนำโปรโมชั่นพิเศษ สำหรับลูกค้าที่สนใจรถใหม่และจองรถในงาน รวมถึงให้คำแนะนำเกี่ยวกับรถยนต์และการบริการ

 

 

กิจกรรมRacing Mania “มหกรรมรวมพลสายพันธ์ไฮลักซ์ รีโว่” ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ– ตอบโจทย์แฟนพันธุ์แท้ ไฮลักซ์ รีโว่ ที่ชื่นชอบการแต่งรถกระบะ ไฮลักซ์ รีโว่

-Racing Mania “มหกรรมรวมพลสายพันธุ์ไฮลักซ์ รีโว่” – กิจกรรมนี้จะจัดควบคู่ไปกับกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตทุกสนาม โดยกิจกรรม Racing Mania ประกอบด้วย Parade onTrack– การเชิญลูกค้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งขบวนพาเหรด ด้วยการนำรถรีโว่แต่งสวยแต่งซึ่ง มาวิ่งสัมผัสสนามจริงFree Run Fun Dragเปิดสนามฟรีให้ลูกค้านำรถมาลองขับในสนามจริง

-พร้อมการแข่งขัน Drag รุ่น Amateur โดยแบ่งเป็นรุ่น Turbo Standard, Turbo ปาก46, Turbo ปาก55 ชิงเงินรางวัลกว่า 100,000 บาท และศึกแห่งศักดิ์ศรี กับรุ่น Super REVO ที่นอกจาก สุดยอดทีมโมดิฟายด์รถ Super Revo Big Ten 10 ทีมที่จะมาร่วมสร้างประวัติศาสตร์ทำสถิติใหม่แล้ว  ปีนี้ได้เปิดโอกาสให้ผู้ท้าชิงจากทีมต่าง ๆ มาร่วมแข่งขันกับทีมSuper RevoBigTenในรุ่น Super REVO เพื่อชิงรางวัลใหญ่กว่า 200,000 บาท รวมถึงเฟ้นหาผู้โชคดีร่วมกิจกรรมใหม่อย่าง REVO Drag Fast Run กับการนั่งรถไฮลักซ์รีโว่ 250/500 แรงม้าที่จะขับโดย Big 10 ในสนาม Drag

-สำหรับสายแต่งจัดเต็ม พบกับคำแนะนำและการแต่งรถจาก Guru สายซิ่ง และห้ามพลาดกับการร่วมส่งรถ ไฮลักซ์ รีโว่ เข้าประกวดความสวยงาม ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 30,000 บาทพร้อมลุ้นรับส่วนลดชุดแต่งซิ่งมูลค่ากว่า  100,000บาท นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมแห่งความบันเทิงต่าง ๆ มากมาย เช่น Race Queen DJ, Concert และ บูท Aftermarket ที่มาพร้อมกับส่วนลดพิเศษ ให้เลือกสรรค์กันในงาน

 

 

Toyota Gazoo Racing AcademyThailand

   Toyota Gazoo Racing Academy โครงการพัฒนาการขับขี่สู่การเป็นนักแข่งระดับมืออาชีพ เริ่มในปี 2012 ภายใต้วัตถุประสงค์ที่จะพัฒนาทักษะการขับขี่ ตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน จนถึงระดับสูง พร้อมผลักดันสู่การขับในสนามแข่งมืออาชีพ ปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมอบรมแล้วกว่า 2,400 คน

   ที่สำคัญ โตโยต้าพร้อมมุ่งมั่นส่งเสริมเยาวชนรุ่นใหม่ด้วยการสานต่อ กิจกรรม The Dream Racer ซีซั่นที่ 2 ทั้งนี้ The Dream Racer ซีซั่น 1 ที่จัดขึ้นในปี 2563มีผู้ร่วมกิจกรรมกว่า 220 คน ในปีนี้ The Dream Racer ซีซั่น 2 จะเกิดขึ้นอีกครั้งภายใต้รูปแบบ Reality Show โดยมีนักแข่งระดับโลกเป็นผู้ฝึกสอน แบบเต็มหลักสูตรของ Toyota Gazoo Racing Academy Thailand เพื่อเฟ้นหานักแข่งหน้าใหม่ผ่านช่องทาง Social Media : “Facebook – Toyota Gazoo Racing Motorsport”

   พิเศษ! สำหรับผู้ที่เข้ารอบจะได้รับโอกาสประลองฝีมือหาผู้ชนะแบบ Time Trial ลงแข่งจับเวลาในสนามจริงที่สนามบุรีรัมย์ และ ผู้ชนะอันดับที่  1  จะได้รับสิทธิ์เป็นนักแข่งรายการ Toyota One Make Race ในกิจกรรม Toyota Gazoo Racing Motorsport 2023 เพื่อก้าวสู่ฝันได้อย่างเต็มขั้น

การแข่งขันในรูปแบบออนไลน์ E-Motorsports ในเกมส์ “TGR GT Cup2022”

   เพื่อตอบสนองกิจกรรมยอดฮิตของเยาวชนรุ่นใหม่ ให้มีส่วนร่วมกับมอเตอร์สปอร์ตมากขึ้น โดยในปีนี้ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมกับ บริษัท โตโยต้า คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเฟ้นหาสุดยอดนักแข่งรูปแบบออนไลน์ ในเกมส์ TGR GT Cup2022ผ่านเกมส์แข่งรถชื่อดัง Gran Turismo7อีกครั้งหนึ่ง เพื่อร่วมประลองฝีมือชิงความเป็นอันดับ 1 กับนักแข่งจากทั่วโลก ซึ่งในปีที่ผ่านมาตัวแทนจากประเทศไทยสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม คว้าอันดับ 1 ของ Asia pacificโดย Gamers ชาวไทยเข้าร่วมการแข่งขันผ่านเครื่อง Play Station โดยสมัครได้ที่ www.toyotagazooracing.com และสามารถร่วมเชียร์ e-motorsport ชาวไทยเข้าร่วมแข่งขันระดับ Asia pacific และระดับโลก ในเดือนกันยายน และพฤศจิกายนตามลำดับ

การสนับสนุน Toyota Gazoo Racing Team Thailand

ร่วมแข่งขันในระดับประเทศ และระดับนานาชาติ

      Toyota Gazoo Racing Team Thailandทีมแข่งรถสัญชาติไทยผู้บุกเบิกกีฬาMotorsport ในประเทศไทย มีประวัติการก่อตั้งยาวนานที่สุดในประเทศ และประสบความสำเร็จสร้างชื่อเสียงในวงการมอเตอร์สปอร์ตอย่างต่อเนื่อง และในปีนี้ยังคงเข้าร่วมรายการแข่งขันในระดับประเทศ อาทิ รายการ Thailand Super Series ที่จะส่ง GR Supraรถสปอร์ตในตำนานเข้าร่วมแข่งขัน รวมถึงรายการ RAAT Thailand Endurance International Championship2022โดยใช้รถแข่ง Corolla ALTIS GR Sport เข้าร่วมการแข่งขัน

      นอกจากนี้ในรายการแข่งขันระดับ Internationalคือรายการ ADAC Total  24 Hours Race at Nürburgring เป็นการแข่งขันรถยนต์ 24 ชั่วโมงต่อเนื่อง ในสนามแข่งขันที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นสนามที่ขับยาก ท้าทาย และอันตรายที่สุดสนามหนึ่งในโลก ณ เมืองนูร์เบอร์ก ประเทศเยอรมนี โดยในปีนี้โตโยต้ายังคงส่งรถยนต์  Toyota Corolla Altis GR Sportรถแข่งในตระกูล GR Seriesที่โดดเด่นในด้านคุณภาพ ความทนทาน และความน่าเชื่อถือ (QDR)ที่มีความพร้อมทั้งสมรรถนะด้วยเครื่องยนต์ที่ทนทาน โครงสร้าง TNGA และระบบช่วงล่างที่ได้รับการออกแบบเพื่อการขับขี่แบบสปอร์ต เกาะถนนดีเยี่ยม มีการควบคุมบังคับที่คล่องตัว ตลอดจนระบบมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก

   มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กล่าวปิดท้ายว่า“การจัดกิจกรรมในปีนี้ นอกจากแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของรถยนต์โตโยต้า ทั้งในด้านคุณภาพ ความทนทาน และความน่าเชื่อถือ ผ่านกิจกรรมการแข่งขัน One Make Raceในปีนี้ยังเป็นครั้งแรกที่เราส่ง Corolla ALTIS GR Sportลงทำการแข่งขัน ยิ่งไปกว่านั้นทุกท่านจะได้มีโอกาสพบกับ Toyota GR Supra รถสปอร์ตในตำนานที่พร้อมเปิดประสบการณ์สัมผัสการ Drift อันน่าตื่นเต้น ด้วยการทดลองนั่งคู่กับนักแข่งมืออาชีพผู้ผ่านการแข่งขันระดับโลก ยิ่งไปกว่านั้นเรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่การจัดการแข่งขัน Toyota Gazoo Racing จะสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่กับการแข่งขันทั้ง 5 สนาม ใน 4ภูมิภาค หลังจากที่ซบเซาจากการระบาดของ COVID-19 มาอย่างยาวนาน เราหวังว่ากิจกรรมนี้จะสามารถกระตุ้นการท่องเที่ยวในท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี”

          “นอกจากนั้น เรายังคงเดินหน้าจัดการแข่งขันรายการ Toyota Executive Charity Races เพื่อให้ผู้บริหารระดับสูง รวมทั้งต้วผม และตัวแทนผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า ได้เข้าร่วมการแข่งขันอย่างจริงจัง เพื่อพิสูจน์สมรรถนะของรถกระบะ Hilux REVOที่สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต ตามที่ผมได้กล่าวไว้ในงานเปิดตัว Hilux REVOและ FORTUNERใหม่ พวกเราทุกคนมั่นใจในสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของรถกระบะ Hilux REVOและมีความสุขที่ได้จัดการแข่งขันเพื่อการกุศลในครั้งนี้ โดยเงินรางวัลจากการแข่งขัน จะมอบให้องค์กรการกุศล  

     “สุดท้ายนี้ ผมขอแสดงความขอบคุณต่อเจ้าหน้าที่ภาครัฐทุกท่านที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนพี่น้องสื่อมวลชนบรรดานักแข่งทุกท่าน รวมถึงพันธมิตรคนสำคัญ อาทิ ARTO, YOKOHAMA, TVC, MOTUL, SINGHAและ LENSOกับการสนับสนุนด้วยดีตลอดมา สำหรับกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตในประเทศไทย เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรทุกท่าน หากขาดซึ่งการสนับสนุนเหล่านี้แล้ว Toyota Motorsport คงจะไม่ประสบความสำเร็จในฐานะผู้สนับสนุนการแข่งขันรถยนต์ระดับประเทศ”

เชิญร่วมสัมผัสความสนุกตื่นเต้น“Toyota Gazoo Racing Motorsport 2022”

5 สนาม ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ

       เปิดการแข่งขันสนามแรก          วันที่ 29 มิถุนายน – 3กรกฎาคม          ชลบุรี

       มันส์กันต่อกับสนามที่ 2           วันที่ 9– 11กันยายน                        ภูเก็ต

       สนามที่ 3 และ Executive Raceวันที่ 14 - 16ตุลาคม                        บุรีรัมย์

       เตรียมลุ้นแชมป์กับสนามที่ 4      วันที่ 18- 20พฤจิกายน                   เชียงใหม่

       ชิงแชมป์ประจำปีสนามสุดท้าย    วันที่16– 18ธันวาคม                       บุรีรัมย์

พร้อมติดตามความมันส์ของกิจกรรมต่าง ๆ

“Toyota Gazoo Racing Motorsport 2022”ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย

       กิจกรรม Motorsport, e-motorsports, TGR Academy, Dream Racers

Facebook: Toyota Gazoo Racing Motorsport และ Facebook:  Toyota Motor Thailand

       กิจกรรม Racing Mania

Facebook: Hilux Revo Thailand และ Facebook:  Racing Mania

 

 

 

MOTOR NEWS : MG SUPERCHARGE เพิ่มฟังก์ชัน “PLUG AND CHARGE” สะดวก และง่ายในการใช้บริการ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์ เอ็มจี ในประเทศไทย เพิ่มความสะดวกสบายของการใช้บริการสถานี MG SUPER CHARGE ด้วยฟังก์ชันใหม่ “PLUG AND CHARGE” ที่ช่วยให้การชาร์จรถง่ายมากขึ้น นำร่องให้บริการแล้วกว่า 35 แห่ง ในพื้นที่กรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ เตรียมอัพเกรดให้ครอบคลุมครบทุกสถานีชาร์จที่ล่าสุดมีจำนวน 153 แห่ง ทั่วประเทศไทย เพื่อรองรับกระแสรถยนต์ อีวี ในอนาคต    

   สำหรับ “PLUG AND CHARGE” เป็นฟังก์ชันที่ให้ความสะดวกสบายกับลูกค้าเอ็มจี เพื่อลดขั้นตอนการใช้บริการสถานี MG SUPER CHARGE เพียง 3 ขั้นตอน ดังนี้
1.    ปลดหัวชาร์จออกจากตู้ MG SUPER CHARGE
2.    เสียบหัวชาร์จเข้ากับตัวรถ ตู้ชาร์จจะตรวจสอบข้อมูลและเริ่มการชาร์จโดยอัตโนมัติ
3.    เมื่อชาร์จเสร็จ หรือต้องการหยุดการทำงาน เพียงกดปุ่ม Stop บนหน้าจอ MG SUPER CHARGE และใส่Password*
*สามารถตรวจสอบ Password ได้ใน i-SMART APP

   สำหรับลูกค้าที่เป็นเจ้าของรถ MG ZS EV และ MG EP ก็สามารถใช้งาน “PLUG AND CHARGE” ได้เพียงนำรถเข้าไปที่ศูนย์บริการเอ็มจี ทั่วประเทศ เพื่ออัพเดทฟังก์ชัน และเติมเงินใน MG WALLET ให้เพียงพอสำหรับการชาร์จ ปัจจุบันมีสถานี MG SUPER CHARGE ที่รองรับระบบแล้ว 35 แห่งในกรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ ในอนาคตทาง บริษัทฯ มีแผนอัพเกรดสถานีให้ครอบคลุมครบทุกสถานีภายในปีนี้

    นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฟังก์ชัน “PLUG AND CHARGE” เป็นอีกหนึ่งฟังก์ชันความสะดวกสบายที่เราเพิ่มให้กับลูกค้าเอ็มจี เพราะเป้าหมายของเอ็มจีไม่ใช่เพียงแค่การขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเท่านั้น สิ่งที่เราทำมาโดยตลอดคือการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าให้มีความแข็งแกร่ง ซึ่งสถานีชาร์จเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญ ล่าสุดได้มีการวางแผนผลักดันการขยายเครือข่ายสถานีชาร์จให้มีมากถึง 153 แห่ง ทั่วประเทศ จากการร่วมมือกับ ศูนย์บริการเอ็มจีทั่วประเทศไทย และสถานีบริการน้ำมันบางจาก โดยมีเป้าหมายหลักคือการมีสถานีชาร์จ MG SUPERCHARGE ทุกๆ 150 กิโลเมตร นอกเหนือจากการเพิ่มจำนวนสถานีชาร์จแล้ว การพัฒนาสถานีชาร์จให้ตอบโจทย์การใช้งานได้ดียิ่งขึ้น ก็เป็นเรื่องสำคัญที่เราไม่เคยมองข้าม ฟังก์ชัน “PLUG AND CHARGE” จึงเป็นอีกหนึ่งความสะดวกสบายที่พร้อมส่งมอบให้กับลูกค้าเอ็มจีโดยเฉพาะ”

   สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมของรถยนต์ สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่
Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand

 

MOTOR NEWS : ซูซูกิ อัดโปรโมชั่นร้อนแรง ตอกย้ำความนิยมสปอร์ตแฮทช์แบ็กอีโคคาร์ ที่จำหน่ายไปแล้วมากกว่า 140,000 คัน จอง SUZUKI SWIFT วันนี้ ซูซูกิช่วยผ่อนสูงสุด 10 เดือนหรือผ่อนเริ่มต้น 3,333 บาท หรือรับดอกเบี้ย 0.33%

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัดเดินหน้ากระตุ้นตลาดต่อเนื่อง ชูความเหนือระดับของ SUZUKI SWIFT สปอร์ตแฮทช์แบ็กอีโคคาร์ รถดีไซน์เด่น สมรรถนะดี ที่จะพาคุณไปค้นพบกับชีวิตที่แตกต่าง พร้อมทางเลือกการตกแต่งในแบบฉบับของตัวเอง พร้อมอัดโปรโมชั่นพิเศษ

   นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศ ไทย) จำกัด เปิดเผยว่า SUZUKI SWIFT นับเป็นรถยนต์รุ่นเรือธงยอดนิยมของซูซูกิที่มีส่วนในการผลักดันยอดขายให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยนับตั้งแต่เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย SUZUKI SWIFT สร้างยอดขายนับตั้งแต่การแนะนำรุ่นแรกออกสู่ตลาดในปี 2553 จนถึงเดือนเมษายน 2565มียอดขายรวมกันมากถึง 147,491 คัน ซึ่งต้องขอขอบคุณลูกค้าชาวไทยทุกท่านที่ยอมรับ และให้การสนับสนุนผลิตภัณฑ์ของเราเป็นอย่างดีมาโดยตลอด

   ทั้งนี้ SUZUKI SWIFT สปอร์ตแฮทช์แบ็กอีโคคาร์ ได้ชื่อว่าเป็นรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่มีเอกลักษณ์อันโดดเด่น เจาะกลุ่มคนหนุ่มสาววัยทำงาน ตอบโจทย์ทั้งรูปลักษณ์ภายนอกและสมรรถนะในการขับขี่ที่ดี  มีความสปอร์ตดุดัน ไฟหน้า LED Projector และไฟหลัง LED ล้ออะลูมิเนียมอัลลอยขนาด 16 นิ้ว ขับขี่สนุกเร้าใจด้วยเครื่องยนต์ K12M ขนาด 1.2 ลิตร ที่เพิ่มเทคโนโลยีหัวฉีดคู่หรือ DUALJET ที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น จึงประหยัดน้ำมันมากกว่า 23 กิโลเมตรต่อลิตร

   ด้านความปลอดภัยมีการนำแพลตฟอร์ม HEARTECT มาใช้เพื่อช่วยให้รถมีน้ำหนักน้อยลงแต่คงความแข็งแกร่งและช่วยประหยัดน้ำมัน รวมถึงโครงสร้างตัวถังแบบ TECT พร้อมระบบกันการสั่นสะเทือน ระบบ TCS ช่วยในการควบคุมรถขณะขับขี่บนถนนลื่นหรือในทางโค้ง และยังเหมาะกับการขับในเมืองด้วยระบบ IDLING STOP ที่ช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันขณะรถหยุดนิ่ง ขับขี่มั่นใจด้วยระบบ Hill Hold Control ที่จะช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน และปลอดภัยมากขึ้นด้วยถุงลมนิรภัย SRS ถึง 6 ตำแหน่ง

   จากความครบครันและสไตล์ที่โดดเด่น จึงส่งให้รถรุ่นนี้เข้าไปอยู่ในใจของผู้บริโภคตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างลงตัว  โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความแตกต่างและไม่เหมือนใคร ทั้งยังเป็นรถที่สามารถนำไปตกแต่งหรือเพิ่มอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีรองรับในท้องตลาด เพิ่มความสวยงามตามสไตล์ของแต่ละบุคคลได้อย่างหลากหลาย เติมเต็มความสนุกให้กับทุกวันของชีวิตได้อย่างลงตัว

   ทั้งนี้ ซูซูกิขอขอบคุณลูกค้าชาวไทยที่ให้การตอบรับอย่างดียิ่ง และเพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณ และช่วยกระตุ้นกำลังซื้อของกลุ่มลูกค้าที่สนใจ ให้สามารถเป็นเจ้าของรถยนต์สปอร์ตแฮทช์แบ็กอีโคคาร์รุ่นนี้ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น  จึงได้นำเสนอแคมเปญพิเศษ สำหรับ ลูกค้าที่จอง SUZUKI SWIFTวันนี้ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2565 ด้วยการเลือกรับข้อเสนอดอกเบี้ยพิเศษ 0.33% หรือเลือกรับผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,333 บาท พร้อม ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่าสูงสุด 30,000 บาท หรือเลือกรับ ซูซูกิช่วยผ่อนสูงสุด 10 เดือน เดือนละ 3,000 บาท  ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 3 ปี  รายละเอียดและเงื่อนไขต่างๆ เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

   SUZUKI SWIFT มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีแดง Ablaze Red Pearl, สีเทาอ่อน Star Silver Metallic, Mineral สีเทาเข้ม Gray Metallic, สีดำ Super Black Pearl สีน้ำเงิน Speedy Blue Metallic ในรุ่น SWIFTGL CVT จำหน่ายในราคาเพียง 562,000 บาท และในรุ่น SWIFT GLX CVT จำหน่ายในราคาเพียง 632,000 บาท โดยสีขาว Pure White Pearl เพิ่ม 5,000 บาทในทั้งสองรุ่น โดยลูกค้าที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิกว่า 127 แห่งทั่วประเทศ

ช่องทางการติดต่อ

www.suzuki.co.th 

www.facebook.com/officialsuzukimotorthailand

SUZUKI Cause We Care: 1800-600-900

 

MOTOR NEWS : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เสริมฐานความแข็งแกร่งจิตวิญญาณแห่งแรลลี่อาร์ทกับกลุ่มแฟนคลับ ผ่านกิจกรรม ‘RALLIART CLUB MEET’

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จำกัด เดินหน้าตอกย้ำจิตวิญญาณแห่งชัยชนะในหมู่แฟน ๆ แรลลี่อาร์ท ด้วยการจัดงาน ‘RALLIART CLUB MEET’ ครั้งแรกในประเทศไทย โดยร่วมมือกับ XO Motorsport ซึ่งภายในงาน ยังเปิดโอกาสให้เหล่าสาวกตัวจริงและผู้คลั่งไคล้แรลลี่อาร์ทกว่า 300 ราย ร่วมจัดแสดงรถแต่งมิตซูบิชิที่แฝงไว้ด้วยจิตวิญญาณแห่งรถแข่ง และหาดูที่ไหนไม่ได้ งานดังกล่าวจัดขึ้น ในวันที่ 27 มีนาคม 2565 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพค เมืองทองธานี

   งาน RALLIART CLUB MEET ในครั้งนี้ มีการจัดแสดงรถแต่งแรลลี่อาร์ทดีไซน์สุดพิเศษที่ปรับแต่งโดยเหล่าผู้หลงใหลในแรลลี่อาร์ทชาวไทย ซึ่งประกอบไปด้วยรถแต่งรุ่นต่าง ๆ เช่น Tommi Mäkinen Lancer Evolution, Triton Full Option Midnight Team racing-commercial Triton และรุ่นอื่น ๆ อีกทั้ง มิตซูบิชิ  มอเตอร์ส  ประเทศไทย  ยังพร้อมส่งความสุขให้เหล่าแฟนคลับด้วยแรลลี่อาร์ทรุ่นปัจจุบัน นอกจากนี้ ท่ามกลางรถยนต์มิตซูบิชิที่หาชมได้ยากกว่า 50 คัน ยังมีการจัดแสดงรถยนต์  มิตซูบิชิ ปาเจโร ปี 1985 ที่ได้ชัยชนะถึง 7 สมัย จากรายการแข่งขัน ดาการ์ แรลลี่ (DAKAR Rally) รวมถึงรุ่นขวัญใจแฟนคลับในตำนานอย่าง Mitsubishi Lancer WRC05 ที่ยังไม่มีรถแข่งรุ่นใดเทียบได้อีกด้วย

   XO Motorsport ไม่เพียงแค่จับมือกับทาง มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในการร่วมกันจัดงาน CLUB MEET ในครั้งนี้เท่านั้น แต่ยังได้ร่วมกันแปลงโฉมรถยนต์รุ่นพิเศษ “Mitsubishi Triton Street Racer” และนำมาจัดแสดงไว้ในงาน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เหล่าแฟนคลับแรลลี่อาร์ทให้เกิดไอเดียการปรับแต่งรถยนต์ตามแบบฉบับของตัวเอง รถยนต์รุ่นพิเศษ Triton Street Racer อัดแน่นไปด้วยการออกแบบทรงสปอร์ตที่เหนือขั้น พร้อมตกแต่งด้วยกล่อง ECU ปรับขึ้นสูงถึง 170 HP ล้ออัลลอยด์ Rotiform สีขาว และอัปเกรดช่วงล่างให้โหลดต่ำด้านหน้า 2.5 นิ้ว และ โหลดต่ำด้านหลัง 3.0 นิ้ว ดีไซน์ภายในรถเวอร์ชันนี้ มาพร้อมด้วยเบาะ Bucker Seat จาก RECARO และพวงมาลัยจาก MOMO ที่ช่วยเสริมความโฉบเฉี่ยว และปลุกจิตวิญญาณแห่งการแข่งขัน

   มร. เออิอิชิ โคอิโตะ (ฝั่งขวาจากภาพ) กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้นำตำนานแรลลี่อาร์ทกลับมาเมื่อปีที่แล้ว เพื่อปลุกจิตวิญญาณแห่งชัยชนะของแฟนคลับชาวไทยให้ฟื้นคืนชีพอีกครั้งด้วยรถยนต์รุ่น RALLIART สอดคล้องกับแรงบันดาลใจของเรา “Drive your Ambition” เรารู้สึกดีใจที่ได้จัดกิจกรรม RALLIART CLUB MEET เพื่อให้เหล่าแฟนคลับของแรลลี่อาร์ทได้มาพบกัน เพื่อแลกเปลี่ยนความหลงใหลและประสบการณ์ที่มีต่อการตกแต่งรถยนต์มิตซูบิชิ ในอนาคต เราจะจัดงานที่เชื่อมต่อและขยายฐานแฟนคลับของกลุ่มคนรักแรลลี่อาร์ทในประเทศไทยในหลากหลายรูปแบบอย่างต่อเนื่อง เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้นำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ที่เข้ามาเติมเต็ม RALLIART Series ได้แก่ Mitsubishi Triton RALLIART Double-cab และ Mitsubishi Mirage RALLIART ซึ่งผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยและ “ดีเอ็นเอแห่งชัยชนะ” เข้าด้วยกัน รถยนต์ทั้ง 2 รุ่นนี้ เปิดตัวในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ในปีนี้ เพื่อดึงดูดลูกค้าคนรุ่นใหม่ นอกจากนั้นแล้ว รถยนต์ทุกรุ่นของมิตซูบิชิในปัจจุบัน ได้รับการพิสูจน์จากทีมวิจัยและพัฒนาของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ด้วยกระบวนการทดสอบยานยนต์ขั้นสูง พร้อมการขับทดสอบในสภาพแวดล้อมและสถานการณ์จำลองรูปแบบต่าง ๆ เพื่อรักษาและส่งต่อความตื่นเต้นเร้าใจจากสนามแข่งในกลุ่มลูกค้า”

   ภายในงาน แฟนคลับแรลลี่อาร์ทยังได้เพลิดเพลินไปกับการรับชมการจัดแสดงดีไซน์รถยนต์ที่มีเอกลักษณ์และเต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการแข่งขัน โดยกิจกรรมครั้งนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มีความตั้งใจที่จะนำแฟนคลับแรลลี่อาร์ทชาวไทยมาพบปะกัน เช่นเดียวกันกับเปิดโอกาสให้เหล่าผู้หลงใหลในรถยนต์แต่งเหล่านี้ ได้เข้าถึงแรลลี่อาร์ทและดีเอ็นเอของ 'Mitsubishi Motors-ness' ภายใต้ปรัชญา “ความรวดเร็ว” “แข็งแกร่ง” และ “สะดวกสบาย”

   แฟนคลับแรลลี่อาร์ทยังได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์บนเวที และให้สัมภาษณ์สุดเอ็กคลูซีฟเกี่ยวกับความหลงใหลในแรลลี่อาร์ทและคอลเลกชันรถยนต์ที่หารับชมไม่ได้ที่ไหนบนเวทีอีกด้วย

   นอกจากการแนะนำรถยนต์ RALLIART รุ่นใหม่ให้แก่ผู้บริโภคชาวไทยอีกครั้งแล้ว หนึ่งในกลยุทธ์ของ RALLIART ที่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย นำมากระตุ้นความตื่นตาตื่นใจของแฟนคลับชาวไทย คือการนำเสนอสินค้า RALLIART ในหลากหลายรายการ อาทิ เสื้อโปโล หมวก แก้วน้ำ กระเป๋า ร่ม หน้ากากอนามัย สติกเกอร์ ป้ายทะเบียนรถ และอีกมากมายที่จะออกมาจำหน่ายเพิ่มเติมในอนาคต โดยเหล่าคนรักแรลลี่อาร์ทสามารถจับจองสินค้าคุณภาพระดับพรีเมียมในราคาที่คุ้มค่า ผ่านช่องทาง Lazada และผู้จัดจำหน่ายรถยนต์มิตซูบิชิ ทั่วประเทศ ได้ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน 2565 เป็นต้นไป

   มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จะยังคงเดินหน้าสร้างสัมพันธ์กับแฟนคลับแรลลี่อาร์ทชาวไทยอย่างต่อเนื่อง ผ่านการจัดกิจกรรมทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อมอบพื้นที่ให้แก่เหล่าแฟน ๆ ได้ แลกเปลี่ยนความชื่นชอบและหลงใหลกับจิตวิญญาณของการแข่งรถ เฉกเช่นเดียวกันกับมอบประสบการณ์การทดลองขับจริงที่จะช่วยส่งเสริมให้เหล่าแฟน ๆ ได้มีส่วนร่วมและพบเจอกัน พร้อมทั้งบอกเคล็ดลับ เทคนิค และบทเรียนต่าง ๆ ให้แก่แฟนคลับแรลลี่อาร์ทในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ เช่น พื้นที่ต่างจังหวัดและอีกมากมาย ทุกท่านสามารถติดตามรับชมกิจกรรมอื่น ๆ ในอนาคตอันใกล้นี้ได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th และ www.facebook.com/MitsubishiMotorsTH.

 

MOTOR NEWS : วอลโว่ คาร์ นำเสนอโปรโมชั่นสุดพิเศษ Recharge May Deal ให้ลูกค้าที่จับจองรถยนต์วอลโว่รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมเพียง 3 วันเท่านั้น!

   วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) นำเสนอโปรโมชั่นสุดคุ้มในรอบปี Recharge May Deal*สำหรับผู้ที่สั่งจองรถยนต์วอลโว่ รีชาร์จ ปลั๊กอินไฮบริด เฉพาะรุ่น XC60,XC90,S90,S60 และ V60 รับเอกสิทธิ์เหนือชั้นเพิ่มเติมจากข้อเสนอขั้นพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็น ฟรี! ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 นานถึง 5 ปี บริการประกันคุณภาพพร้อมบริการบำรุงรักษา ไปจนถึง การมอบเครื่องชาร์จไฟแบตเตอรี่แรงดันสูงแบบติดผนัง (Wall box) ฟรี!พร้อมสิทธิพิเศษอีกมากมาย ตั้งแต่วันที่ 13- 15 พฤษภาคม 2565 นี้เท่านั้น !

   โดยข้อเสนอพิเศษสุดคุ้มที่วอลโว่นำมาให้แก่ลูกค้าที่สั่งจองรถยนต์วอลโว่ รีชาร์จ ปลั๊กอินไฮบริด รุ่น XC60,XC90  S90,S60 และ V60 ภายในระยะเวลาแคมเปญที่กำหนด ได้แก่

1. ฟรี ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1เป็นเวลา 5ปี**

2. ฟรี บริการประกันคุณภาพ 3ปี หรือ 100,000กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) พิเศษสุด! สามารถซื้อเพิ่ม

    เติมเป็น 5ปี หรือ 150,000กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) ได้ ในราคาพิเศษ 50,000บาท

3. ฟรี บริการบำรุงรักษา 5ปี หรือ 100,000กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)

4. ฟรี บริการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉิน 24ชั่วโมง เป็นเวลา 5ปี

5. ฟรี เครื่องชาร์จไฟแบตเตอรี่แรงดันสูงแบบติดผนัง พร้อมรับประกันอายุการใช้งาน 2ปี และ ฟรีบริการตรวจ

    สภาพระบบไฟฟ้าและติดตั้ง***

6. รับประกันคุณภาพแบตเตอรี่แรงดันสูงเป็นเวลา 8ปี หรือ 150,000กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)

   *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด

   **ค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ชั้น 1พร้อม พ.ร.บ. เป็นเวลา 5ปี สำหรับรถรุ่น S60และ V60 Plug-in Hybrid มีมูลค่า 200,000บาท โดยประมาณ สำหรับรถรุ่น XC60และ S90 Plug-in Hybrid มีมูลค่า 250,000บาท โดยประมาณ และสำหรับรถรุ่น XC90 Plug-in Hybrid มีมูลค่า 300,000บาท โดยประมาณ ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการผ่อนรถ

   ***เครื่องชาร์จไฟแบตเตอรี่แรงดันสูงแบบติดผนัง และการติดตั้งเป็นผลิตภัณฑ์และบริการจากบริษัทคู่ค้า ฟรี บริการติดตั้งเครื่องเพื่อใช้กับกระแสไฟ 1 เฟส 7.4 กิโลวัตต์ ระยะสายไฟ 30 เมตร และสามารถอัพเกรดเป็นการติดตั้งแบบ 3 เฟส 22 กิโลวัตต์ ได้โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แหล่งจ่ายไฟต้องมีขนาด 230 โวลต์ สำหรับกระแสไฟหนึ่งเฟส หรือ 400 โวลต์ สำหรับกระแสไฟสามเฟส บริการฟรีนี้ ไม่ครอบคลุมถึงการอัพเกรดมิเตอร์ไฟฟ้า และสายไฟเพิ่มเติมที่ยาวเกิน 30 เมตร

  สำหรับข้อเสนอขั้นพื้นฐานนี้มอบให้เฉพาะรถยนต์วอลโว่รุ่นและสีที่มีจำหน่าย ณ โชว์รูมรถยนต์วอลโว่ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 พฤษภาคม 2565 เท่านั้น โดยกำหนดการส่งมอบรถยนต์วอลโว่ ภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2565

 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมของแคมเปญ Recharge MayDeal ได้ที่ www.volvocars.com/th-th/l/offersหรือสามารถสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และ รายชื่อศูนย์บริการวอลโว่ได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าที่เบอร์ 02-161-4144

 

MOTOR NEWS : รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เยือนสำนักงานใหญ่ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น แสวงหาโอกาสการลงทุน พร้อมเน้นย้ำแผนแม่บทและ การลงทุนยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย

 

 

 

 

 

 

 

   มร. ทาคาโอะ คาโตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่นพร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง และ มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ให้การต้อนรับ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน หม่อมหลวงชโยทิต กฤดากร ผู้แทนการค้าไทยและที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี และ นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในโอกาสเดินทางเยือนสำนักงานใหญ่ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแผนแม่บทยานยนต์ไฟฟ้าของไทย การลงทุนเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต รวมถึงมาตรการของรัฐบาลไทยในการสนับสนุนการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า

   นายสุพัฒนพงษ์ และผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้เยี่ยมชมโชว์รูมของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ซึ่งมีการจัดแสดงรถยนต์ไฟฟ้าหลากหลายรุ่นของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ไว้ รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และรถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่

   “เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับคณะผู้แทนจากประเทศไทย ซึ่งเปิดโอกาสให้คณะผู้บริหารระดับสูงของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้พบปะหารือ พร้อมให้ข้อมูลทิศทางและเทคโนโลยีเกี่ยวกับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าของเราในอนาคต ตลอดการพูดคุยด้วยเนื้อหาสาระที่เกี่ยวกับแผนแม่บทและกลยุทธ์ยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย เราชื่นชมที่รัฐบาลไทยให้การสนับสนุนในเรื่องดังกล่าวอย่างเต็มที่ ทำให้เกิดการปรับตัวสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นแรงผลักดันการขับเคลื่อนตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของเรา การเดินทางเยือนของคณะผู้แทนรัฐบาลไทย ช่วยตอกย้ำถึงทิศทางกลยุทธ์และความมุ่งมั่นของเราที่จะส่งเสริมให้ลูกค้าชาวไทยใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น มิตซูบิชิมอเตอร์สเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของโลกที่ผลิตเพื่อการจำหน่าย ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเป็นเทคโนโลยีหลักในการดำเนินธุรกิจของเรา  เรากำหนดยุทธศาสตร์สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยเริ่มผลิตและจัดจำหน่าย มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ที่มีระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าที่ตอบโจทย์การใช้งานและมีความเหมาะสมที่สุดสำหรับตลาดเมืองไทยในปัจจุบัน”มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

   “เมื่อชาร์จไฟแบตเตอรี่จนเต็ม มิตซูชิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี สามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าอย่างเดียวเหมือนกับรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ด้วยระยะทางสูงสุด 55 กม. รถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมรุ่นนี้ผลิตในประเทศไทยและมีการทำงานเหมือนกับรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริดเมื่อผู้ขับขี่จำเป็นต้องเดินทางไกล มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทยดำเนินกลยุทธ์ขยายระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าอย่างค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากรถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริดไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ บริษัทฯ ยังมีเป้าหมายปรับเครื่องยนต์สำหรับ รถยนต์นั่งทุกรุ่นของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เป็นระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า ในตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นไป”มร. โคอิโตะ กล่าวเพิ่มเติม

   มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ประกาศความร่วมมือกับไปรษณีย์ไทย และบริษัท ปตท. นํ้ามัน และการค้าปลีก (OR) เพื่อดำเนินโครงการนำร่องด้วยการใช้งาน มินิแค็บ มีฟ ในรูปแบบเพื่อการพาณิชย์สำหรับการขนส่งสินค้า ซึ่งเป็นการแสวงหาโอกาสการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในวงกว้างในประเทศไทย โครงการดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางปฏิบัติเพื่อสนับสนุนแผนงานด้านสิ่งแวดล้อมของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ที่มีเป้าหมายลดมลพิษคาร์บอนจากรถยนต์ใหม่ลงร้อยละ 40 และเพิ่มสัดส่วนยอดขายรถยนต์ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าให้ถึงร้อยละ 50 ของยอดขายทั้งหมดภายในปี 2573

   ผู้แทนของรัฐบาลไทย ได้เดินทางเยือนประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ภายใต้วิสัยทัศน์ “นโยบายการลงทุนเอเชีย-ญี่ปุ่นเพื่ออนาคต” ระหว่างวันที่ 19 – 23 เมษายน 2565 โดยในระหว่างการเยือนสำนักงานใหญ่ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ผู้บริหารของทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองและข้อมูลเกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย

 

 

MOTOR NEWS : “จีพีไอ มอเตอร์สปอร์ต” สานต่อความมันส์ “ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบค วันเมคเรซ 2022” ดวล 4 สนามตลอดทั้งปี ออกสตาร์ท พ.ค.นี้

 

 

 

 

 

 

 

 

   "จีพีไอ มอเตอร์สปอร์ต"โดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) โปรโมเตอร์ความเร็วยักษ์ใหญ่ของไทย จับมือ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด สานต่อความมันส์ศึกรถยนต์ทางเรียบรายการ “ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบค วันเมคเรซ 2022" ภายใต้สุดยอดโปรดักชั่นคาร์ “ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบค อาร์เอส” อัพเกรด "เบรก" และ "ยาง" เพิ่มสมรรถนะให้สูงขึ้น นักขับกว่า 30คนพร้อมล่าแชมป์ปีที่ 2ดวลกันทั้งสิ้น 4สนามตลอดทั้งปี ประเดิมสนามแรก 13-15พฤษภาคมนี้ ที่ พีระ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต (พัทยา) พร้อมเปิดให้แฟนเข้าชมในสนามอีกครั้งภายใต้มาตรการคุมเข้ม โควิด-19

   ศึก ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบค วันเมคเรซ 2022 (Honda City Hatchback One Make Race 2022) แถลงข่าวจัดการแข่งขันปีที่ 2อย่างเป็นทางการ เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 5พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมี จีพีไอ มอเตอร์สปอร์ต ฝ่ายจัดการแข่งขันร่วมกับ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เอส.ซี.เอช. อินดัสตรี้ จํากัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผ้าบรค Nexzter, บริษัท บี-ควิก จำกัด, บริษัท โยโกฮามา ไทร์ เซลล์ (ประเทศไทย) จํากัด, บริษัท ริชไวส์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด, PT Maxnitron Motorsport และ S63 OIL (THAILAND) CO., LTD, ATP Tein Kuroki Racing ล้อ Enkei Fujitsubo, Power Lab, HC MOTORSPORT ผู้นำเข้าอุปกรณ์ความปลอดภัยสำหรับนักแข่ง และการแข่งรถยนต์ทุกประเภท และ M1 Autowerk Thailand ร่วมเป็นสักขีพยาน

   นายอโณทัย เอี่ยมลำเนา ประธานจัดการแข่งขัน ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบค วันเมคเรซ เปิดเผยว่า "ปีที่ผ่านมาเราเจอสถานการณ์ โควิด-19เล่นงานอย่างหนัก ทำให้ต้องเลื่อนการแข่งขันหลายครั้ง จีพีไอ มอเตอร์สปอร์ต ในฐานะโปรโมเตอร์ต้องขอบคุณผู้สนับสนุนทุกรายที่เคียงข้างเรา รวมถึง 'พีที แม็กซ์นิตรอน เรซซิ่ง ซีรีส์' ที่ไม่ยอมแพ้ และทำงานหนักจนสามารถทำให้ฤดูกาลแข่งขันเกิดขึ้นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งในปีนี้เราจะจับมือเป็น ซัพพอร์ท เรซ ในรายการนี้อีกครั้ง ในสนามแรกที่ พีระ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต (พัทยา) กลางเดือนพฤษภาคมนี้ และ สนาม 2ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์"

   "ส่วนสนาม 3ซึ่งเป็นซัพพอร์ทเรซของรายการ RAAT Endurance Championship 2022จะดวลกันต่อที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ซึ่งเป็นสังเวียนความเร็วระดับโลก ที่ผมเชื่อว่าจะเป็นเรซที่น่าสนใจอย่างมาก ก่อนจะปิดท้ายฤดูกาลในสตรีทเซอร์กิตที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทยอย่าง พีที ประจวบฯ สตรีท เซอร์กิต ในเดือนตุลาคม ภายใต้การแข่งขันซัพพอร์ทเรซของ พีที แม็กซ์นิตรอน เรซซิ่ง ซีรีส์ เช่นเคย"

   ศึก ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบค วันเมคเรซ 2022จะใช้รถแข่งสุดยอดโปรดักชั่นคาร์ “ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบค อาร์เอส” (Honda City Hatchback RS) ซึ่งเป็นรุ่นท็อปมาสร้างเป็นรถแข่งวันเมคเรซสานต่อจากฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งมีจุดเด่นอย่าง เกียร์ Paddle Shift ที่พวงมาลัยมาเพิ่มอรรถรสของการแข่งขันคล้ายกับรูปแบบของฟอร์มูล่าวัน โดยได้รับความร่วมมือจาก KUROKI RACING สำนักสร้างรถแข่งฮอนด้า ชื่อดังในประเทศญี่ปุ่น ออกแบบอุปกรณ์ความปลอดภัยอาทิ โรลเคจ และเซ็ตระบบช่วงล่างแบรนด์ Tein จาก ATP Motorsport ด้านเครื่องยนต์จะไม่สามารถตกแต่งได้เลย แต่ได้มีการปรับเซ็ตโปรแกรมของกล่องควบคุม (ECU) ใหม่ โดย Power Lab เพื่อเพิ่มความแรงให้กับรถแข่ง ซึ่งจะทำให้การแข่งขันเร้าใจมากขึ้น

   ในฤดูกาล 2022ฝ่ายจัดการแข่งขันได้เพิ่มประสิทธิภาพรถแข่ง "ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบค วันเมคเรซ" ในด้านเบรก รวมถึงเรื่องยางที่ร่วมกับ โยโกฮาม่า อัพเกรดมาใช้ยางรหัส AD08ที่ส่งผลให้มีการยึดเกาะมากขึ้น และจากการทดสอบที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ในช่วงต้นปีนี้ ปรากฏว่าสามารถทำความเวลาต่อรอบได้เร็วกว่าเดิมถึง 2-3วินาทีต่อรอบเลยทีเดียว

   ขณะเดียวกัน ศึก ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบค วันเมคเรซ 2022ยังคงมีนักขับลงแข่งขันกว่า 30คน โดยในฤดูกาลนี้มีนักขับหน้าใหม่ 4คัน ยืนยันเข้าร่วมการแข่งขันอย่างเป็นทางการแล้ว ได้แก่ โชคชัย จารุนงคราญ, ฐิติพงศ์  อาจิณภัทรา, สิทธิชัย  อัศวเทศานนท์ และ กฤษฏา ปิณฑะเกษตริน ส่วนกลุ่มนักขับเดิมในปีที่ผ่านมาก็ยังคงไล่ล่าความสำเร็จในฤดูกาลนี้เช่นเคย

   ปรีดา ตันเต็มทรัพย์ แชมป์โอเวอร์ออลล์ประจำปี 2021เปิดเผยว่า "ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบค วันเมคเรซ เป็นการแข่งขันที่เต็มไปด้วยความสนุกและเร้าใจ ปีที่ผ่านมาการลุ้นแชมป์มีความท้าทายมาก เพราะนักขับทุกคนคือใหม่หมด และรถแข่งก็เท่ากันไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ ทำให้ทุกคนต้องงัดฝีมือการขับและกลยุทธ์มาใช้อย่างสุดความสามารถ"

   "ผมภูมิใจมากครับ ที่คว้าแชมป์ประจำปีมาครองได้ในฤดูกาลแรกของ ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบค วันเมคเรซ แน่นอนว่าตำแหน่งนี้ก็จะรอน้องๆ นักขับทุกคนอยู่เช่นกันในปีนี้ ซึ่งในฤดูกาลนี้ผมจะไม่ได้ลงทำการแข่งขัน โดยจะส่งต่อให้กับ คุณพอล กาญจนพาส เจ้าของทีม อิมแพ็ค สปีดพาร์ค ได้ลงป้องกันแชมป์ให้กับเรา"

   ด้าน "น้องมินนี่" สิตาวีร์ ลิ้มนันทรักษ์ นักขับดาวรุ่งสาววัย 18ปี ที่ฉายแววอย่างโดดเด่นในปีที่ผ่านมา เปิดเผยว่า "ปีที่แล้วเป็นปีแรกของหนูกับการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบค่ะ เราขยับมาจากรถคาร์ทและเพิ่มประสบการณ์ในปีที่ผ่านมา ซึ่งความคาดหวังในปีนี้สูงขึ้นคืออยากคว้าแชมป์ประจำปีมาครองให้ได้ ดังนั้น ก็ต้องเตรียมความพร้อมส่วนของตัวเอง และรถแข่งให้ลงตัวมากกว่าเดิม เชื่อว่านักขับรุ่นพี่และอาๆ ก็จะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมเช่นกัน"

   สำหรับ ศึก ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบค วันเมคเรซ 2022จะดวลความเร็วสนามแรก (2เรซ) ระหว่าง        วันที่ 13 -15พฤษภาคม สนามพีระ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต (พัทยา) แฟนมอเตอร์สปอร์ตสามารถติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และชมถ่ายทอดสดการแข่งขันในทาง

Facebook: https://www.facebook.com/HondaOneMakeRaceOfficial  

และ https://www.facebook.com/GPIMotorsport

ตารางแข่งขัน ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบค วันเมคเรซ 2022 :

สนาม 1วันที่ 13 -15พฤษภาคม สนามพีระ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต (พัทยา)

สนาม  2วันที่ 22-24กรกฎาคม  สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต

สนาม  3วันที่ 20-21สิงหาคม สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต

สนาม  4 วันที่ 19-23 ตุลาคม  สนาม พีที ประจวบฯ สตรีท เซอร์กิต

 
 

MOTOR NEWS : นิสสัน นำเสนอเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ ที่ได้รับการพัฒนาให้เพิ่มประสิทธิภาพในการหลีกเลี่ยงการชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยระบบอัตโนมัติพื้นฐานสำหรับการขับขี่ในอนาคต พร้อมช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนน

 

 

 

 

 

 

 

 

   นิสสันประกาศเปิดตัวเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ ซึ่งอยู่ในระหว่างการพัฒนา โดยใช้ข้อมูลแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมของรถที่แม่นยำสูง เพิ่มประสิทธิภาพในการหลีกเลี่ยงการชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งขณะนี้นิสสันมีการใช้รถทดสอบเพื่อสาธิตว่าเทคโนโลยีนี้สามารถดำเนินการหลบเลี่ยงการชนกันโดยอัตโนมัติได้อย่างไร

รถทดสอบที่ติดตั้งเทคโนโลยี ProPILOT Concept Zero

   เทคโนโลยี "การรับรู้เหตุการณ์จริงจากภาคพื้น (ground truth perception) " ของนิสสัน ผสมผสานข้อมูลจาก LIDAR ซึ่งย่อมาจาก Light Detection And Raging หรือ อุปกรณ์ที่ใช้แสงเพื่อตรวจจับและคาดคะเนระยะทางของวัตถุ, สัญญาณเรดาร์ และกล้องประสิทธิภาพสูงรุ่นใหม่ล่าสุด เทคโนโลยีนี้สามารถตรวจจับรูปร่าง และระยะห่างของวัตถุ ตลอดจนโครงสร้างของพื้นที่รอบรถแบบเรียลไทม์ได้อย่างแม่นยำในระดับสูง การใช้ข้อมูลนี้ทำให้ยานพาหนะสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบัน ตัดสินใจ และดำเนินการเลี่ยงการชนที่จำเป็นโดยอัตโนมัติ เทคโนโลยีนี้ยังสามารถตรวจจับการจราจรที่ชะลอตัว สิ่งกีดขวางบนถนนในระยะไกล และดำเนินการเปลี่ยนเลนตามลำดับ ที่สำคัญเทคโนโลยีนี้ยังสามารถให้การสนับสนุนที่เพิ่มขึ้นแก่ผู้ขับขี่ในพื้นที่ที่ไม่มีข้อมูลแผนที่โดยละเอียด

   ทาคาโอะ อาซามิ รองประธานอาวุโส ฝ่ายวิจัยและพัฒนาชั้นนำระดับโลก (Takao Asami, senior vice president, leading global research and development) กล่าวว่า "นิสสันเป็นแบรนด์แรกๆในตลาดที่นำเสนอเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง เมื่อเรามองถึงอนาคตของการขับขี่อัตโนมัติ เราเชื่อว่าสิ่งนี้มีความสำคัญสูงสุด ที่ทำให้เจ้าของรถรู้สึกมั่นใจในความปลอดภัย เรามั่นใจว่า เทคโนโลยีการรับรู้เหตุการณ์จริงจากภาคพื้น (ground truth perception) ที่กำลังพัฒนาของเราจะมีส่วนสำคัญต่อความมั่นใจของเจ้าของรถ และสามารถช่วยลดอุบัติเหตุจราจร และจะเป็นเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติสำหรับอนาคต”

   นิสสันได้ร่วมมือกับบริษัทที่ล้ำสมัยในการวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีนี้ และแบ่งปันความรู้ อุปกรณ์แบบ LIDARในเจเนอเรชันถัดไป ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญ และกำลังถูกรวมเข้ากับระบบของนิสสัน โดยร่วมมือกับ Luminar1 ซึ่งใช้เทคโนโลยีชั้นนำของโลก ในด้านการควบคุมการหลีกเลี่ยงการชนขั้นสูง การพัฒนาเทคโนโลยี การตรวจสอบความถูกต้องที่มีความแม่นยำสูง ซึ่งสภาพแวดล้อมดิจิทัลเป็นสิ่งสำคัญ ด้วยเหตุนี้ นิสสันจึงร่วมมือกับ Applied Intuition2 ซึ่งมีเทคโนโลยีการจำลองที่ล้ำสมัย

   ภายใต้วิสัยทัศน์ระยะยาว Nissan Ambition 2030 นิสสันกำลังทำงานเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีควบคุมยานพาหนะโดยมุ่งเป้าไปที่การลดอุบัติเหตุ โดยใช้เทคโนโลยีของ LIDAR สำหรับรุ่นต่อไป นิสสันเชื่อว่าในยุคที่จะมาถึงของการขับขี่แบบอัตโนมัติ เทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่สามารถหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุที่ซับซ้อนได้สูงนับเป็นสิ่งสำคัญ นิสสันตั้งเป้าที่จะพัฒนาเทคโนโลยีการรับรู้เหตุการณ์จริงจากภาคพื้นให้เสร็จสิ้นภายในกลางทศวรรษที่ ​​2020 โดยจะวางจำหน่ายในรถยนต์รุ่นใหม่บางรุ่นก่อน และจะมีในเกือบทุกรุ่นภายในปีงบประมาณ 2030

1= Luminar บริษัทเทคโนโลยีด้านยานยนต์ระดับโลก โดยในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา Luminar ได้สร้างแพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ขั้นสูงเพื่อรองรับพันธมิตรในอุตสาหกรรมมากกว่า 50 ราย ซึ่งรวมถึงค่ายยานยนต์ชั้นนำทั่วโลก ผู้สนใจสามารถข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Luminar ได้ที่นี่

2 = Applied Intuition ทีมวิศวกรรมและทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้นำความเป็นอิสระออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้น ปลอดภัยขึ้น และง่ายต่อการใช้มากขึ้น ชุดผลิตภัณฑ์ของบริษัทเน้นที่การจำลอง การตรวจสอบความถูกต้อง และการจัดการบันทึกของการขับขี่ นำเสนอโครงสร้างพื้นฐานที่ซับซ้อนซึ่งสร้างขึ้น ผู้สนใจสามารถข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่นี่

 

 

MOTOR NEWS : วอลโว่ บัส เพิ่มทางเลือกให้ลูกค้า เคาะตั้ง 3 ผู้ประกอบตัวถังรถวอลโว่ บัส ในประเทศไทย

   บริษัท วอลโว่ บัส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายรถบัสสายพันธุ์แกร่งจากประเทศสวีเดนอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ประกาศแต่งตั้งผู้ประกอบตัวถังรถวอลโว่ บัส จำนวน 3ราย ได้แก่บริษัท เชิดชัย มอเตอร์เซลส์ จำกัด บริษัท เชิดชัย คอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัท พานทอง กลการ จำกัด ให้เป็นโรงงานประกอบตัวถังวอลโว่ บัส อย่างเป็นทางการในประเทศไทย

   นายเดชชัย กุลกรินีธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอลโว่ บัส (ประเทศไทย) เปิดเผยว่าการแต่งตั้งครั้งนี้ เป็นไปตามแผนดำเนินการของการจัดตั้งบริษท วอลโว่ บัส (ประเทศไทย) จำกัด ที่เป็นบริษัทที่ก่อตั้งโดยวอลโว่ กรุ๊ป แห่งประเทศสวีเดน โดยภายหลังการจัดตั้งบริษัทฯ ในประเทศไทยแล้ว ทางวอลโว่ กรุ๊ป มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตลาดรถบัสในประเทศไทยของวอลโว่ บัส ให้เติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งการเพิ่มผู้ประกอบตัวถังรถวอลโว่ บัส จากเดิมที่มีเพียงบริษัท เชิดชัย มอเตอร์เซลส์ จำกัด โดยการเพิ่มเติมผู้ประกอบตัวถังวอลโว่ บัส เพิ่มเติมอีก 2รายนั้น เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพการประกอบตัวถังวอลโว่ บัส ให้ได้มาตรฐานสากล อีกทั้งยังเป็นเพิ่มทางเลือกในการสรรหาผู้ประกอบตัวถังวอลโว่ บัส เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกที่เหมาะกับธุรกิจของลูกค้า

   “ในธุรกิจหลักของวอลโว่ บัส เรานั้น เราจะขายเพียงแชสซีส์ให้กับลูกค้าเราโดยตรง แต่การประกอบตัวถังรถนั้น จะเป็นความอิสระของลูกค้าที่จะเลือกผู้ประกอบตัวถัง แต่ต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของเราเพื่อให้คุณภาพตัวถังสอดคล้องกับแชสซีส์คุณภาพระดับโลกของวอลโว่ บัส แต่ที่ผ่านมา เราไม่มีทางเลือกให้ลูกค้าของเราเลย ดังนั้น เราจึงถือโอกาสที่เราก่อตั้งบริษัทสาขาในประเทศไทยในครั้งนี้ ทำการเพิ่มผู้ประกอบตัวถังวอลโว่ บัส เพิ่มเติมเพื่อให้ลูกค้ามีอิสระในการเลือกสรรผู้ประกอบตัวถังที่เหมาะสมกับธุรกิจของลูกค้าแต่ละราย” นายเดชชัย กล่าว

   ปัจจุบัน ลูกค้าวอลโว่ บัส ประกอบไปด้วยกลุ่มธุรกิจหลัก4 กลุ่มได้แก่ผู้ประกอบการโดยสารท่องเที่ยว ผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง ผู้ให้บริการรถรับส่งพนักงานตามโรงงานอุตสาหกรรมและรถโดยสารขององค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน

   บริษัท เชิดชัย มอเตอร์เซลส์ จำกัด ถือเป็นพันธมิตรของวอลโว่ บัส มาอย่างยาวนานกว่า 20ปี ในขณะที่บริษัท เชิดชัย คอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นผู้ประกอบตัวถังรถบัสที่มีคุณภาพสูง ผ่านการคัดเลือกของวอลโว่ บัส และบริษัท พานทองกลการ จำกัด เป็นผู้ประกอบรถโดยสารมาอย่างยาวนานจนเป็นที่ยอมรับของธุรกิจรถโดยสาร ซึ่งผู้ประกอบตัวถังรถทั้ง 3รายนี้ วอลโว่ บัส จะให้คำปรึกษาและแนะนำขั้นตอนและกระบวนการประกอบรถวอลโว่ บัส ตามมาตรฐานสากลภายใต้เครื่องหมายการค้าของวอลโว่ บัส

   นายเดชชัย กล่าวว่าผู้ประกอบตัวถังวอลโว่ บัส ทั้ง 3ราย จะมีส่วนสำคัญในการยกระดับการให้บริการแก่ลูกค้าวอลโว่ บัส ให้ได้ตามมาตรฐานสากล อีกทั้งจะเป็นด่านแรกในการสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าวอลโว่ บัส ซึ่งมีส่วนสำคัญในการผลักดันตลาดรถวอลโว่ บัส ให้ได้ตามเป้าหมาย

   “แม้ว่าตอนนี้เรายังอาจจะเจอวิกฤติโควิดอยู่ แต่เราหวังว่าวิกฤตินี้จะจบลงเร็ว ๆ นี้ ดังนั้นการแต่งตั้งโรงงานประกอบตัวถังวอลโว่ บัส ทั้ง 3รายครั้งนี้ ถือเป็นการเตรียมความพร้อมในการกลับมาของธุรกิจท่องเที่ยว” นายเดชชัย กล่าว

 
 

Page 1 of 151

รับจัดกิจกรรมการตลาด ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( PIYA 0819012840 )

Designed by eTDS TechnoSys
Click here to donate

.

 

Latest News

MOTOR NEWS : MG SUPERCHARGE เพิ่มฟังก์ชัน “PLUG AND CHARGE” สะดวก และง่ายในการใช้บริการ                            บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และบริษัท... Read more...

Feature News

Joomla 1.5
You are here: Home MOTOR NEWS
Orange Green Red