Developed by JoomVision.com

MOTOR NEWS

MOTOR NEWS : บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ประเทศไทย จำกัด และ บริษัท โตโยต้าไดฮัทสุ เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด เข้าร่วมในงานสัมมนา Hydrogen Symposium Thailand

   นายทวารัฐ สูตะบุตร หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงพลังงาน  นายนินนาท ไชยธีรภิญโญ ประธานคณะกรรมการ บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ประเทศไทย จำกัด และ  นายยูคิโอะ โยชิดะ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้าไดฮัทสุ เอ็นจิเนียริ่งแอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน เข้าร่วมในงานสัมมนา "Hydrogen ThailandSymposium" ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือกันระหว่างพันธมิตรจากทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน     นำโดย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัทโตโยต้า มอเตอร์   ประเทศไทย จำกัด บริษัท โตโยต้าไดฮัทสุ    เอ็นจิเนียริ่งแอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด กระทรวงพลังงานสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) บริษัทบางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด และ บริษัท มิตซุยแอนด์คัมปนี   (ไทยแลนด์) จำกัด ที่มีมุมมองในการใช้ไฮโดรเจนเป็นแหล่งพลังงานเพื่อสร้างสังคมคาร์บอนต่ำในประเทศไทย พร้อมวัตถุประสงค์เพิ่อเป็นการเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยีไฮโดรเจนสำหรับประเทศไทย ณ ห้องวิภาวดี   บอลรูม โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2563ที่ผ่านมา

   นายวิทวัส สวัสดิ์-ชูโต ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยีและวิศวกรรม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)  และประธานกลุ่ม Hydrogen Thailand ได้เปิดเผยถึงการจัดงานสัมมนาในครั้งนี้ว่าเพื่อให้เป็นเวทีของการแลกเปลี่ยนข้อมูลและพูดคุย เกี่ยวกับมุมมองด้านไฮโดรเจน โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บริษัท มิตซุยแอนด์คัมปนี (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัทบางกอกอินดัสเทรียลแก๊สจำกัด รวมถึง บริษัท โตโยต้าไดฮัทสุเอ็นจิเนียริ่งแอนด์แมนูแฟคเจอริ่งจำกัดที่มาแบ่งปันความรู้และแนวความคิดริเริ่มของโตโยต้าในการสร้างสังคมที่ใช้ไฮโดรเจน ดังนั้นในการดำเนินงาน และความร่วมมือกันระหว่าง หน่วยงานภาครัฐในการพัฒนานโยบายที่จำเป็น ตลอดจนนักลงทุน สถาบันการศึกษา และลูกค้า จึงมีบทบาทที่สำคัญในการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายได้

   ภายในงานนี้ ทางโตโยต้าได้แสดงถึงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับสังคมในอนาคตที่มีความหลากหลายของแหล่งพลังงาน โดยการนำเทคโนโลยีไฮโดรเจนมาเป็นพลังงานทางเลือกเพิ่มเติม โดยจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อยกระดับความมั่นคงด้านพลังงานทางเลือกให้กับประเทศในอนาคต รวมถึงการนำเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาในประเทศไทย ตลอดจนการพัฒนาระบบนิเวศไฮโดรเจนเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศอีกด้วย โดยทางโตโยต้าจะสนับสนุนโครงการนำร่องเพื่อเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำรวมถึงการใช้ไฮโดรเจนเป็นแหล่งพลังงานสำหรับการขนส่งและความต้องการอื่น ๆ ภายใต้สภาพการใช้งานจริงที่จะดำเนินการในพื้นที่ EEC (ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก) นำโดยรัฐบาลท้องถิ่น ในเร็ววันนี้

   ทั้งนี้ มีความเป็นไปได้สูงมากที่ไฮโดรเจนจะกลายเป็นแหล่งพลังงานหลักที่สำคัญของสังคม เนื่องจากมีอยู่เป็นจำนวนมากและสามารถผลิตได้ด้วยวิธีการที่หลากหลาย นอกจากนี้ไฮโดรเจนยังง่ายต่อการขนส่งและจัดเก็บมากกว่าพลังงานไฟฟ้า โดยการทำให้เป็นของเหลว

   นายปาซานา คุมาร์ กาเนซ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทโตโยต้าไดฮัทสุ เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด กล่าวว่าเรามีความเชื่อมั่นว่าไฮโดรเจนจะกลายเป็นแหล่งพลังงานสะอาดที่สำคัญ ไม่เพียงแค่สำหรับการขนส่ง แต่ยังจะเป็นส่วนสำคัญของสังคมอีกด้วย เนื่องจากการผลิตกระแสไฟฟ้าจากไฮโดรเจน จะไม่มีอะไรถูกปล่อยออกมานอกจากไอน้ำ  ด้วยเทคโนโลยีและความรู้ด้านเซลล์เชื้อเพลิงของโตโยต้า เรามีความยินดีที่ได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนในประเทศไทยเพื่อช่วยให้ประเทศก้าวไปสู่สังคมที่ปราศจากมลพิษ”

   นายทวารัฐ สูตะบุตร หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงพลังงาน  นายนินนาท ไชยธีรภิญโญ ประธานคณะกรรมการ บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ประเทศไทย จำกัด และ              นายยูคิโอะ โยชิดะ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้าไดฮัทสุ เอ็นจิเนียริ่งแอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน เข้าร่วมในงานสัมมนา"Hydrogen ThailandSymposium"ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือกันระหว่างพันธมิตรจากทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน     นำโดย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัทโตโยต้า มอเตอร์   ประเทศไทย จำกัด บริษัท โตโยต้าไดฮัทสุ    เอ็นจิเนียริ่งแอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด กระทรวงพลังงานสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) บริษัทบางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด และ บริษัท มิตซุยแอนด์คัมปนี  (ไทยแลนด์) จำกัด ที่มีมุมมองในการใช้ไฮโดรเจนเป็นแหล่งพลังงานเพื่อสร้างสังคมคาร์บอนต่ำในประเทศไทย พร้อมวัตถุประสงค์เพิ่อเป็นการเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยีไฮโดรเจนสำหรับประเทศไทย ณ ห้องวิภาวดี   บอลรูม โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2563ที่ผ่านมา

   นายวิทวัส สวัสดิ์-ชูโต ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยีและวิศวกรรม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)  และประธานกลุ่ม Hydrogen Thailand ได้เปิดเผยถึงการจัดงานสัมมนาในครั้งนี้ว่าเพื่อให้เป็นเวทีของการแลกเปลี่ยนข้อมูลและพูดคุย เกี่ยวกับมุมมองด้านไฮโดรเจน โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บริษัท มิตซุยแอนด์คัมปนี (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัทบางกอกอินดัสเทรียลแก๊สจำกัด รวมถึง บริษัท โตโยต้าไดฮัทสุเอ็นจิเนียริ่งแอนด์แมนูแฟคเจอริ่งจำกัดที่มาแบ่งปันความรู้และแนวความคิดริเริ่มของโตโยต้าในการสร้างสังคมที่ใช้ไฮโดรเจน ดังนั้นในการดำเนินงาน และความร่วมมือกันระหว่าง หน่วยงานภาครัฐในการพัฒนานโยบายที่จำเป็น ตลอดจนนักลงทุน สถาบันการศึกษา และลูกค้า จึงมีบทบาทที่สำคัญในการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายได้

   ภายในงานนี้ ทางโตโยต้าได้แสดงถึงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับสังคมในอนาคตที่มีความหลากหลายของแหล่งพลังงาน โดยการนำเทคโนโลยีไฮโดรเจนมาเป็นพลังงานทางเลือกเพิ่มเติม โดยจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อยกระดับความมั่นคงด้านพลังงานทางเลือกให้กับประเทศในอนาคต รวมถึงการนำเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาในประเทศไทย ตลอดจนการพัฒนาระบบนิเวศไฮโดรเจนเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศอีกด้วย โดยทางโตโยต้าจะสนับสนุนโครงการนำร่องเพื่อเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำรวมถึงการใช้ไฮโดรเจนเป็นแหล่งพลังงานสำหรับการขนส่งและความต้องการอื่น ๆ ภายใต้สภาพการใช้งานจริงที่จะดำเนินการในพื้นที่ EEC (ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก) นำโดยรัฐบาลท้องถิ่น ในเร็ววันนี้

   ทั้งนี้ มีความเป็นไปได้สูงมากที่ไฮโดรเจนจะกลายเป็นแหล่งพลังงานหลักที่สำคัญของสังคม เนื่องจากมีอยู่เป็นจำนวนมากและสามารถผลิตได้ด้วยวิธีการที่หลากหลาย นอกจากนี้ไฮโดรเจนยังง่ายต่อการขนส่งและจัดเก็บมากกว่าพลังงานไฟฟ้า โดยการทำให้เป็นของเหลว

   นายปาซานา คุมาร์ กาเนซ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทโตโยต้าไดฮัทสุ เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด กล่าวว่าเรามีความเชื่อมั่นว่าไฮโดรเจนจะกลายเป็นแหล่งพลังงานสะอาดที่สำคัญ ไม่เพียงแค่สำหรับการขนส่ง แต่ยังจะเป็นส่วนสำคัญของสังคมอีกด้วย เนื่องจากการผลิตกระแสไฟฟ้าจากไฮโดรเจน จะไม่มีอะไรถูกปล่อยออกมานอกจากไอน้ำ  ด้วยเทคโนโลยีและความรู้ด้านเซลล์เชื้อเพลิงของโตโยต้า เรามีความยินดีที่ได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนในประเทศไทยเพื่อช่วยให้ประเทศก้าวไปสู่สังคมที่ปราศจากมลพิษ”

 

MOTOR NEWS : มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย ผนึกกำลังกลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย พร้อมเครือข่ายธุรกิจ และพนักงานฮอนด้า สานต่อเจตนารมณ์เพื่อสังคมไทย ร่วมทำบุญทอดกฐินสามัคคีปี 2563 สมทบทุนช่วยเหลือผู้ป่วยติดเชื้อไวรัส HIV และผู้ป่วยเอดส์ วัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี

 

 

 

 

 

 

 

   มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทยนำโดย นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานมูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย และ มร. มาซายูกิ อิงาราชิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง จากกลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย เครือข่ายธุรกิจ และพนักงานฮอนด้าผนึกกำลังจัดกิจกรรมทอดกฐินสามัคคีประจำปี 2563ร่วมถวายเงินบริจาคจำนวน 5,321,289บาท ถวายแด่พระราชวิสุทธิประชานาถ หรือหลวงพ่ออลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือผู้ป่วยติดเชื้อไวรัส HIV และผู้ป่วยเอดส์ในด้านสาธารณูปโภค และการพยาบาล  

   โดยกิจกรรมทอดกฐินสามัคคีฮอนด้า เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย ได้ผนึกกำลังของคณะผู้บริหารระดับสูง พนักงานจากกลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทยทั้ง 11บริษัท พร้อมด้วยผู้แทนจำหน่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ และบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วน ร่วมนำรายได้จากการบริจาคเพื่อช่วยเหลือวัดพระบาทน้ำพุมาอย่างต่อเนื่องกว่า 27ปี รวมทั้งสิ้นกว่า 138ล้านบาทโดยทางวัดพระบาทน้ำพุได้นำไปใช้ในการช่วยเหลือผู้ป่วยติดเชื้อไวรัส HIV และผู้ป่วยเอดส์ รวมถึงสมทบทุนในการสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน อาทิ ศาลาอเนกประสงค์อาคารเมตตาธรรม (โรงพยาบาลผู้ป่วยโรคเอดส์) เตาเผาขยะติดเชื้อ โรงซักรีด อาคารปฏิบัติธรรม อาคารเรียนสมเด็จพระญาณสังวร อาคารปฏิบัติการด้านการพยาบาล และอาคารสุขขะวรรักษ์  เป็นต้น

   ตลอดระยะเวลาการดำเนินงานของมูลนิธิฮอนด้าประเทศไทยซึ่งเป็นตัวแทนของกลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย ได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือสังคมไทยมาอย่างต่อเนื่องในหลากหลายโครงการ โดยมีพันธกิจหลักในด้านการส่งเสริมการศึกษา การส่งเสริมและอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย และการช่วยเหลือสังคมเพื่อมนุษยธรรมต่างๆ เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ที่มุ่งมั่นในการเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสังคมไทยต่อไป

 

MOTOR NEWS : ซูบารุจับมือสิงห์ จัดแข่งจักรยาน ‘ซูบารุ สระแก้ว -สิงห์ เมาเท่นไบค์ ไทยแลนด์ โอเพ่น 2020’ ปั้นนักปั่นเยาวชนสู่ทีมชาติไทย เฟ้นพลังความท้าทายเพื่อสมรรถนะสูงสุดสู่ความสำเร็จ

 

 

 

 

 

 

   ซูบารุ สระแก้วผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ซูบารุรถยนต์ที่ได้รับรางวัลมาตรฐานด้านความปลอดภัยระดับโลกผนึกพลังร่วมกับ สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จัดการแข่งขันปั่นจักรยาน ‘ซูบารุ สระแก้ว -สิงห์ เมาเท่นไบค์ ไทยแลนด์ โอเพ่น 2020(SUBARU SAKAEO SINGHA MOUNTAIN BIKE THAILAND OPEN 2020)’โดยการแข่งขันแบ่งออกเป็น 17 รุ่นตามอายุ แข่งขันในแบบครอสคันทรี ใช้กฎกติกาตามมาตรฐานสากลของสหพันธ์จักรยานนานาชาติ  (UCI) รับรองโดยสมาคมจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ พัฒนานักกีฬาเยาวชนในจังหวัดสระแก้วและพื้นที่ใกล้เคียง เฟ้นหาดาวรุ่งนักปั่นเยาวชนไทยเสริมทัพทีมชาติไทย

   โดยได้รับเกียรติจากนายวินัย โตเจริญ นายอำเภอตาพระยา พร้อมด้วยนายพรพงษ์ เสาวคนธ์ นายก อบต.ทัพราช ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันท่ามกลางทัพนักกีฬากว่า 200 คนที่เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ แม้คืนก่อนเริ่มการแข่งขันจะมีพายุฝนกระหน่ำทำให้สภาพสนามแข่งเพิ่มความท้าทายมากยิ่งขึ้นแต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อนักปั่นแต่ประการใด ถือเป็นเสน่ห์ของจักรยานเมาเท่นไบค์ ครอสคันทรีอย่างสมบูรณ์แบบ  ซึ่งสอดคล้องกับปรัชญาการพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ของซูบารุที่เน้นด้านสมรรถนะความปลอดภัยเพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้ขับขี่ทั่วโลกไมว่าจะต้องเผชิญกับสภาวะความท้าทายมากแค่ไหนก็ตาม

 

MOTOR NEWS : ร่วมมอบความสุขในเทศกาลท่องเที่ยว แบบปลอดภัยสไตล์ใหม่กับ โครงการ"โตโยต้าถนนสีขาว" ภายใต้แนวคิด "เว้นระยะอีกนิด ชีวิตปลอดภัย"

 

 

 

 

 

 

   บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทยจำกัด เดินหน้ารณรงค์ขับขี่ปลอดภัยสไตล์ใหม่ ภายใต้โครงการโตโยต้าถนนสีขาว ส่งมอบความสุขในเทศกาลท่องเที่ยว ภายใต้แนวคิดการ"เว้นระยะห่างทั้งคน ทั้งรถ" ผ่านข้อความสื่อสาร"เว้นระยะอีกนิด ชีวิตปลอดภัย"  มุ่งเน้นให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเว้นระยะห่างในการขับขี่อย่างเหมาะสม เพื่อลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุในการเดินทางช่วงเทศกาล พร้อมส่งมอบความสุขให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนทุกท่านโดยร่วมกับ แอปพลิเคชันวงใน (Wongnai)มอบส่วนลดสุดพิเศษจากร้านอาหารชื่อดังกว่า 40 แห่งทั่วประเทศ ให้ผู้เดินทางท่องเที่ยวมีความสุขตลอดเส้นทาง

   บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยบนท้องถนน ถือเป็นหนึ่งในนโยบายด้านความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรผ่านโครงการโตโยต้าถนนสีขาว ซึ่งได้ดำเนินงานมากว่า 30 ปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัย ให้ผู้ใช้รถใช้ถนนได้ตระหนักถึงการเคารพกฎวินัยจราจร และแบ่งปันน้ำใจในการใช้รถใช้ถนนร่วมกัน อันจะนำไปสู่การลดอุบัติเหตุ และเป็นส่วนหนึ่งในการสร้าง "สังคมคนขับรถดี"โดยในปีนี้ ภายหลังจากมาตรการผ่อนปรนในสถานการณ์โควิด 19ที่ผ่านมา บริษัทฯ มีความตั้งใจนำวิถีชีวิตแบบใหม่ (New Normal) เข้ามาปรับใช้ในการสื่อสาร เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยการมุ่งเน้นให้มีการเตรียมตัวก่อนการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อความปลอดภัยทั้งคนทั้งรถ อาทิ การเตรียมหน้ากากอนามัย เจลล้างมือ และเช็คสภาพรถยนต์ให้พร้อมก่อนออกเดินทาง การเว้นระยะห่างขณะขับขี่ การเว้นระยะห่างจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การเว้นระยะห่างจากโทรศัพท์มือถือ ตลอดจนการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล เพื่อให้การเดินทางท่องเที่ยวเป็นไปอย่างปลอดภัยตลอดเส้นทาง

   นอกจากนี้ เพื่อเป็นการเติมเต็มความสุขในระหว่างการเดินทางท่องเที่ยว โตโยต้า ได้ร่วมกับ แอปพลิเคชันวงใน (Wongnai)มอบสิทธิประโยชน์สุดพิเศษให้แก่ทุกท่าน ด้วยการมอบส่วนลดร้านอาหาร 10%เมื่อทานอาหารหรือเครื่องดื่มในร้านค้าที่ร่วมรายการ โดยมีร้านอาหารชื่อดังที่เข้าร่วมแคมเปญมากกว่า 40 แห่งทั่วประเทศไทย

   โตโยต้าขอเชิญชวนทุกคนมีส่วนร่วมในการรณรงค์และประชาสัมพันธ์ การเว้นระยะห่างในการขับขี่ “เว้นระยะอีกนิด ชีวิตปลอดภัย” ให้ทุกคนเดินทางอย่างปลอดภัยในช่วงวันหยุด เพื่อส่งมอบความสุขและสร้างรอยยิ้มให้แก่คนไทยทุกคน

โตโยต้า ขับเคลื่อนความสุข

 

มาสด้าทุ่มงบกว่า 120 ล้าน ผุดโชว์รูมใหม่ “อารีมิตรมาสด้ากาฬสินธุ์” เจาะฐานลูกค้าภาคอีสานด้วยบริการที่เอาใจใส่ในทุกรายละเอียด

 

 

 

 

 

 

 

   มาสด้า เซลส์ ประเทศไทยจับมือกลุ่มอารีมิตรนักธุรกิจแถวหน้าที่คร่ำหวอดกับธุรกิจรถยนต์รายใหญ่แห่งภาคอีสาน เร่งเครื่องขยายเครือข่ายธุรกิจวางรากฐานเจาะลึกลงไปในพื้นที่เศรษฐกิจที่กำลังบูม ทุ่มงบกว่า 120 ล้านบาท เปิดโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานแห่งใหม่ “อารีมิตรมาสด้ากาฬสินธุ์” หนึ่งในจังหวัดศักยภาพของภาคอีสานตอนบน ที่เชื่อมโยงเส้นทางการคมนาคมขนส่งสายสำคัญของประชาคมอาเซียน ชูกลยุทธ์มัดใจลูกค้าด้วยการใส่ใจมุ่งมั่นเรื่องของการบริการเพื่อส่งมอบบริการที่ดีที่สุด เน้นการดูแลลูกค้าเป็นรายบุคคล ตั้งเป้าส่วนแบ่งการตลาด 10% พร้อมสร้างมาตรฐานโชว์รูมรถยนต์ที่หรูหราที่สุดในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมเอาใจใส่ดูแลลูกค้าด้วยกลยุทธ์ที่สร้างความแตกต่างตามปณิธานในการทำงาน “เพราะความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า คือมาตรฐานการทำงานของเรา”

   นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า มาสด้าได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการส่งมอบ “การบริการที่เป็นเลิศ” ให้แก่ลูกค้า เพราะเราเชื่อว่าการบริการที่เหนือความคาดหวังจะช่วยสร้างความสัมพันธ์และความผูกพันในกลุ่มลูกค้าของเรา ด้วยเหตุนี้ มาสด้าจึงได้เดินหน้าขยายโชว์รูมและศูนย์บริการให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ภายใต้ภาพลักษณ์ใหม่ที่ทันสมัย หรูหรา สะดวกสบาย เช่นเดียวกับโชว์รูมใหม่แห่งนี้ เพื่อตอบรับต่อจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากกลุ่มอารีมิตรซึ่งเป็นกลุ่มนักธุรกิจระดับชั้นแนวหน้าของจังหวัดมหาสารคาม ที่ประสบความสำเร็จและมีฐานลูกค้าที่เชื่อมั่นในการทำธุรกิจของกลุ่ม “อารีมิตร” อยู่อย่างหนาแน่น ซึ่งจากประสบการณ์ของผู้บริหารและการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากลูกค้าเก่าแล้ว จึงมั่นใจว่ากลุ่มอารีมิตรจะสามารถสร้างประสบการณ์และตอบรับกับความต้องการของลูกค้าในจังหวัดกาฬสินธุ์ได้เป็นอย่างดี

   นายณัฐพล อุตรนคร กรรมการผู้จัดการ บริษัท อารีมิตร กรุ๊ป จำกัดกล่าวว่า กลุ่มบริษัทอารีมิตร มีความเชื่อมั่นในศักยภาพและความแข็งแกร่งของแบรนด์มาสด้าในประเทศไทย เห็นได้จากการเติบโตทั้งปริมาณยอดขายและความน่าเชื่อถือของแบรนด์จากลูกค้า จึงมีความมุ่งมั่นที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการต่อยอดความสำเร็จ โดยได้ทุ่มเงินลงทุนเป็นจำนวนรวมกว่า 120 ล้านบาท เพื่อสร้างโชว์รูมและศูนย์บริการตามมาตรฐานใหม่ของมาสด้า บนถนนสายหลักของกาฬสินธุ์ที่สามารถเดินทางมาเข้ารับบริการได้สะดวก มีพื้นที่ใช้สอยรวมกว่า 1,400 ตารางเมตร พรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน รวมถึงช่องซ่อมบำรุง 6 ช่องซ่อม ซึ่งนอกเหนือจากความโดดเด่นของศูนย์บริการแล้ว ยังมีทีมบริหารและทีมงานคุณภาพที่พร้อมดูแลใส่ใจในทุกรายละเอียดเพื่อมอบ “สิ่งที่ใช่ ในเวลาที่ใช่” ให้แก่ลูกค้าแบบรายบุคคล จึงเชื่อว่าจะสามารถสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี

   สำรับพิธีเปิดโชว์รูมมาสด้าในครั้งนี้ได้รับเกียรติอย่างสูงจากรองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ นายสนั่น พงษ์อักษร ซึ่งจังหวัดกาฬสินธุ์ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญยิ่งสำหรับมาสด้า เนื่องจากมีความอุดมสมบูรณ์ด้านการเกษตร มีระบบเศรษฐกิจที่กำลังเจริญรุ่งเรือง และมีประชากรอาศัยรวมกันกว่า 1 ล้านคน และยังเป็นเส้นทางการคมนาคมขนส่งสายสำคัญ ที่เชื่อมโยงกับเส้นทางการขนส่งสายหลักของอาเซียน จากเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ไปจรด เมืองมะละแหม่ง ประเทศเมียนมาร์ หรือเส้นทางสายเศรษฐกิจ East – West Economic Corridor เชื่อมกลุ่มสมาชิกประชาคมอาเซียนให้เป็นหนึ่งเดียว

   “จากความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจรถยนต์ในจังหวัดมหาสารคาม ทำให้เราเดินหน้าขยายการลงทุนมายังจังหวัดกาฬสินธุ์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยหลักการทำงานของกลุ่มอารีมิตร คือ การมุ่งมั่นในการสร้างยอดขาย ไปพร้อมๆ กับการพัฒนาคุณภาพการบริการหลังการขายสู่ความเป็นเลิศ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าในทุกๆ ด้าน ผ่านแนวคิด ”ความพึงพอใจสูงสุด คือมาตรฐานการทำงานของเรา” โดยได้วางกลยุทธ์การสร้างความแตกต่างผ่านการยกระดับมาตรฐานโชว์รูมในพื้นที่ พร้อมมุ่งสร้างแบรนด์ให้ก้าวสู่ระดับพรีเมียม โดยตั้งเป้ายอดขายในช่วง 3 เดือนแรก ด้วยส่วนแบ่งการตลาดให้ได้มากกว่า 10%“ นายณัฐพล กล่าวเพิ่มเติม

 

MOTOR NEWS : “MOTOR EXPO 2020” ไปได้สวย รถยนต์ บิกไบค์ แบรนด์ดังร่วมลุย จัดโปรบึ้ม ปลุกตลาดปลายปี

 

 

 

 

 

 

 

 

    “IMC สื่อสากล” ปลื้ม ค่ายรถยนต์ จักรยานยนต์ อุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง เชื่อมั่น จองพื้นที่ “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37” คึกคักเกินคาด พร้อมเพิ่มทางเลือกให้ผู้ชม จัดงานคู่ขนานในสื่อดิจิทอล

   คุณขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธาน บริษัท สื่อสากล จำกัด และประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37”  เผยว่า “งานปีนี้มีบริษัทรถยนต์ 31 ยี่ห้อ จาก 8 ประเทศ รถจักรยานยนต์ 22 ยี่ห้อ จาก 11 ประเทศ เข้าร่วมงาน ซึ่งแสดงถึงความเชื่อมั่นในงานของเรา และยังสอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดรถยนต์ภายในประเทศที่เริ่มมีทิศทางดีขึ้น โดยยอดขายรถยนต์ตั้งแต่เดือนมกราคม–สิงหาคม 2563 มีจำนวน 456,822 คัน ลดลง 33.4 % จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และคาดว่าไตรมาสสุดท้าย ที่เราจัดงานในช่วงต้นเดือนธันวาคม รัฐบาลจะควบคุม COVID-19 ได้ดี ส่งผลให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัว ผนวกกับผู้ประกอบการพร้อมใจจัดโปรโมชันกระตุ้นยอดขาย ประชาชนจึงมีโอกาสซื้อยานยนต์ในราคาที่คุ้มค่า”

   อย่างไรก็ตาม ผู้จัดงานยังคงคำนึงถึงความปลอดภัย และสุขภาพของผู้เข้าร่วมงาน จึงเตรียมดำเนินการต่างๆ ตามมาตรการป้องกัน COVID-19 ของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด

   นอกจากนี้ คุณชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงาน ควบคุมงานด้านการบริหารงานทั่วไป งาน“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37” ยังเผยด้วยว่าบริษัทฯ ได้จัดทำ “MOTOR EXPO ONLINE PLATFORM” เป็นงานคู่ขนานในสื่อดิจิทอล เพื่อเปิดประสบการณ์การชมงานรูปแบบใหม่ ผ่าน APPLICATION MOTOR EXPO และเวบไซท์ motorexpo.co.th ก่อนเดินทางมาชมงานจริง โดยจะมีทั้งรีวิวรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ที่จัดแสดงในงาน พร้อมข้อมูลโปรโมชัน และบริการพิเศษที่ผู้จัดงานมอบให้ สามารถเข้าชม PLATFORM ดังกล่าวได้ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 เป็นต้นไป”

   พลาดไม่ได้กับงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคม 2563 และติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง motorexpo.co.th

 

MOTOR NEWS : นิสสันเสริมกำลังฐานการผลิตในประเทศไทย ตอบรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นของรถยนต์นิสสันซึ่งผลิตจากประเทศไทย

   นิสสันเพิ่มกำลังการผลิตและวางแผนจ้างงานเพิ่มขึ้นกว่า 2,000อัตรา สำหรับโรงงานนิสสันในจังหวัดสมุทรปราการซึ่งเป็นฐานการผลิตหลักในอาเซียน ตอบรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นของรถยนต์นิสสันซึ่งผลิตจากประเทศไทย

   "ยอดการผลิตที่เพิ่มขึ้นเป็นผลจากอัตราการเติบโตของการส่งออก โดยเฉพาะในรถยนต์รุ่น นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ และ นิสสัน นาวาราส่วนยอดขายในประเทศ เติบโตจากนิสสัน อัลเมร่า ใหม่ รถยนต์แบบ ซีดานอัจฉริยะสำหรับการใช้งานในเมืองที่สมบูรณ์แบบ และ นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง” คุณราเมช นาราสิมัน ประธานบริษัท นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าว

   โรงงานนิสสันในจังหวัดสมุทรปราการ ผลิตรถยนต์ส่งออกไปกว่า 100 ประเทศทั่วโลก โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ นิสสันยังลงทุนมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาทในการผลิตเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ในประเทศไทย ซึ่งนับเป็นประเทศแรกในโลก ต่อจากประเทศญี่ปุ่น อี-พาวเวอร์ เป็นเทคโนโลยีเอกสิทธิ์ของนิสสัน ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าโดยไม่ต้องชาร์จให้แก่ลูกค้า โรงงานนิสสันในประเทศไทยผลิต นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ สำหรับจำหน่ายในประเทศ และส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย

   “ความต้องการรถยนต์ที่ผลิตจากประเทศไทยที่เพิ่มขึ้น ตอกย้ำคุณภาพของพนักงานนิสสันรวมถึงรถยนต์ของเรา การลงทุนและการจ้างงานเพิ่มขึ้นของนิสสันจะส่งผลดีต่อห่วงโซ่อุปทานการผลิตรถยนต์และเศรษฐกิจไทย” ราเมช กล่าว

   นิสสันจะปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน และคำแนะนำจากภาครัฐ เพื่อปกป้องดูแลสุขภาพของพนักงาน ลูกค้า และสังคม ในระหว่างการแพร่ระบาดของโรคโดวิด 19รวมถึงการกำหนดมาตรการป้องกันเพื่อให้พนักงานปฏิบัติงานอย่างปลอดภัย และเพื่อสุขภาพอนามัยที่ดีของพนักงานในสถานที่ทำงาน

 
 

MOTOR NEWS : เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยกทัพรถยนต์เอสยูวีครบทั้งพอร์ต ชวนสื่อมวลชนร่วมสัมผัสประสบการณ์การขับขี่สุดเร้าใจ บนเส้นทางกรุงเทพฯ-กาญจนบุรี พร้อมทดสอบสมรรถนะทุกรูปแบบที่สนามกรังด์ปรีซ์ มอเตอร์ ปาร์ค

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัดยกทัพรถยนต์เอสยูวีครบทั้งพอร์ตแบบจัดเต็มครบครัน ทั้งแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และแบรนด์ Mercedes-AMG ให้สื่อมวลชนร่วมสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่ทั้งหรูหรา สะดวกสบาย และเปี่ยมด้วยสมรรถนะอันทรงพลัง บนเส้นทางกรุงเทพฯ-กาญจนบุรี ก่อนเข้าไปทดสอบสมรรถนะของรถยนต์เอสยูวีทุกรุ่นแบบเต็ม ๆ บนสนามทดสอบสุดเร้าใจของกรังด์ปรีซ์ มอเตอร์ ปาร์ค จังหวัดกาญจนบุรี   โดยมีไฮไลต์เป็น “Mercedes-Benz GLB 200 Progressive” รถยนต์คอมแพ็คเอสยูวี 7 ที่นั่งเพิ่งเปิดตัวในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ที่เปิดให้สื่อมวลชนได้ร่วมทดสอบสมรรถนะเป็นครั้งแรกในประเทศไทย

   มร. โรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า“การจัดกิจกรรมทดสอบรถยนต์ในวันนี้นับว่าเป็นครั้งแรกในรอบ 4ปีที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ขนทัพรถยนต์เอสยูวีแบบครบครันทั้งพอร์ตที่รวมทั้งแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์และแบรนด์ Mercedes-AMG มาให้สื่อมวลชนได้ร่วมทดสอบสมรรถนะและได้สัมผัสประสบการณ์ตรงของการขับขี่รถยนต์อเนกประสงค์ทุกรุ่นของเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่ทั้งหรูหราและเพียบพร้อมด้วยสมรรถนะในการขับขี่ในทุกสภาพถนน โดยเริ่มต้นตั้งแต่เส้นทางการขับขี่จากกรุงเทพมหานครมุ่งหน้าสู่จังหวัดกาญจนบุรี ผ่านวิวทิวทัศน์ที่งดงามตลอดเส้นทาง ก่อนมาสัมผัสการทดสอบสมรรถนะกันแบบเต็ม ๆ อีกครั้งที่สนามทดสอบรถยนต์ภายในกรังด์ปรีซ์ มอเตอร์ ปาร์ค ซึ่งพรั่งพร้อมด้วยบททดสอบรถยนต์ทั้งแบบ       ออนโรดและออฟโรดที่ทุกคนต้องประทับใจแน่นอน”

   “ขณะเดียวกัน การจัดกิจกรรมทดสอบรถยนต์นอกกรุงเทพมหานครในครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการจัดเป็นครั้งแรกหลังการล็อกดาวน์เพื่อลดการแพร่ระบาดของโควิด-19เมอร์เซเดส-เบนซ์มองว่า ยังเป็นโอกาสให้เราได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยกระจายรายได้ให้กับคนไทยในต่างจังหวัด และช่วยกระตุ้นระบบเศรษฐกิจของประเทศได้ด้วยอีกทางหนึ่ง เพราะในหนึ่งทริปที่เราเดินทางพาทัพรถยนต์ของเราออกมาทดสอบการขับขี่ เราได้มีส่วนสนับสนุนร้านอาหาร ร้านค้า ปั๊มน้ำมัน โรงแรม รวมถึงสนับสนุนการทำงานของผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ตลอดเส้นทางจากกรุงเทพฯจนถึงกาญจนบุรีด้วย ซึ่งไม่เพียงเจ้าของรถยนต์เอสยูวีของเมอร์เซเดส-เบนซ์เท่านั้น แต่ผู้ใช้รถยนต์เอสยูวีทุกยี่ห้อก็สามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการกระจายรายได้ให้กับคนไทยในลักษณะนี้ได้ด้วยเช่นกัน เพียงแค่คุณขับรถยนต์อเนกประสงค์ของคุณออกมาจากบ้าน คุณก็ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยคนไทยในช่วงวิกฤติโควิดได้แล้ว ซึ่งสำหรับเมอร์เซเดส-เบนซ์ เรายังจะจัดกิจกรรมในลักษณะนี้อย่างต่อเนื่องในไตรมาสที่ 3และ 4ของปีนี้ด้วย” มร.โรลันด์ กล่าวเพิ่มเติม

   สำหรับรถยนต์เอสยูวีที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ยกทัพมาร่วมทดสอบการขับขี่บนเส้นทางกรุงเทพฯ-กาญจนบุรีในครั้งนี้   มีครบครันทั้งแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ในรุ่น GLA, GLB, GLC, GLEและ GLSรวมถึงแบรนด์ Mercedes-AMGซึ่งได้แก่ Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupeและ Mercedes-AMG GLE 43 4MATIC Coupe

   โดยรุ่นที่เป็นไฮไลต์ของการทดสอบรถยนต์ในทริปนี้คือ “Mercedes-BenzGLB 200 Progressive”รถยนต์    คอมแพ็คเอสยูวี 7ที่นั่งรุ่นใหม่ล่าสุดจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่พร้อมเติมเต็มประสบการณ์ของการได้ออกไปค้นหาและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ด้วยดีไซน์ภายนอกที่โดดเด่น แข็งแกร่ง และสง่างามตามแบบฉบับยนตรกรรมเอสยูวีจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมพื้นที่ห้องโดยสารที่โอ่โถงและกว้างขวางสะดวกสบายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และระบบความปลอดภัยที่ตอบรับกับทุกการใช้งานอย่างอิสระและพร้อมให้นิยามใหม่ของการเดินทางที่เต็มประสิทธิภาพ ไร้ขีดจำกัด และพร้อมโลดแล่นไปกับคุณในทุกเส้นทาง

   ผู้สนใจสามารถขอรายละเอียดเพิ่มเติมและติดต่อนัดหมายเพื่อการทดลองขับรถยนต์เอสยูวีจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ทุกรุ่นได้ที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

 

MOTOR NEWS : บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ขยายเวลาจัดงาน BMW Xpo 2020 มุ่งสู่โค้งสุดท้ายของการมอบพลังแห่งทางเลือก ยกทัพยนตรกรรมพรีเมียมมุ่งสู่เซ็นทรัลเวิลด์ในวันที่ 17-22 ตุลาคมนี้

 

 

 

 

 

 

 

 

   หลังจากที่ได้มอบความตื่นตาตื่นใจให้กับแฟน ๆ ในทั้งสี่มุมเมืองทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑลตลอดทั้งเดือนกันยายนที่ผ่านมา บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทยเตรียมขยายเวลาจัดแสดง BMW Xpo 2020 พร้อมยกขบวนยนตรกรรมพรีเมียมจากบีเอ็มดับเบิลยูสู่ใจกลางเมือง ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างวันที่ 17-22 ตุลาคม 2563 ส่งงานมหกรรมประจำปีสำหรับคนรักบีเอ็มดับเบิลยูเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของปี พร้อมมอบพลังแห่งทางเลือกและข้อเสนอสุดพิเศษให้แฟน ๆ ได้เลือกเป็นเจ้าของยานยนต์เหนือระดับจากบีเอ็มดับเบิลยูอีกมากมาย

   งาน BMW Xpo 2020ในปีนี้ เป็นครั้งแรกในรอบ 11ปีที่จัดขึ้นในรูปแบบใหม่ ขยายพื้นที่การนำเสนอประสบการณ์ยนตรกรรมพรีเมียมด้วยการออกเดินทางไปหาลูกค้าถึงที่ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร โดยมีไฮไลท์ครบครันทั้งบีเอ็มดับเบิลยู M850i xDrive Convertibleบีเอ็มดับเบิลยู Z4 และบีเอ็มดับเบิลยู X6 รวมทั้งรถยนต์พรีเมียมยอดนิยมในดวงใจของแฟน ๆ อย่างบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5และบีเอ็มดับเบิลยู X1ที่ล้วนมาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ เพื่อมอบพลังแห่งทางเลือกและความสุนทรีย์จากการขับขี่ในแบบฉบับของบีเอ็มดับเบิลยูให้แก่ลูกค้าอย่างเต็มรูปแบบ

   มหกรรม BMW Xpo2020มาพร้อมกับข้อเสนอสุดพิเศษที่คัดสรรมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยู ด้วยทางเลือกที่หลากหลายกว่าเคย โดยลูกค้าที่เลือกจองรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูภายในงาน BMW Xpo 2020 และมีกำหนดส่งมอบรถภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2563 จะได้รับข้อเสนอพิเศษมากมาย*เช่น:

·         บัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 10,000 บาท สำหรับรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู X1 บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 2 และบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3

·         บัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 20,000 บาท สำหรับรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 4 บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 บีเอ็มดับเบิลยู X3 บีเอ็มดับเบิลยู X4 บีเอ็มดับเบิลยู X5 บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 6 Gran Turismo และบีเอ็มดับเบิลยู Z4

·         บัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 30,000 บาท สำหรับรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 บีเอ็มดับเบิลยู X6 บีเอ็มดับเบิลยู X7 บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 8 และทุกรุ่นในตระกูล บีเอ็มดับเบิลยู M และบีเอ็มดับเบิลยู i

·         ลูกค้าที่จองรถยนต์รุ่นใดก็ได้ในงาน BMW Xpo 2020 จะได้รับโมเดลรถยนต์ BMW Miniature Cars ฟรี

   นอกจากนี้ ลูกค้าที่เลือกเป็นเจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูรุ่นต่าง ๆ ต่อไปนี้ ภายใต้ข้อตกลงทางการเงินกับบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย และมีกำหนดส่งมอบรถยนต์ภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2563 จะได้รับข้อเสนอพิเศษดังนี้:

   ผู้ที่สนใจสามารถดูข้อเสนอพิเศษและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bmw.co.th/th/topics/offers-and-services/special-offers/bmw-xpo-2020.html

*บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

 
 

Page 1 of 83

รับจัดกิจกรรมการตลาด ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( PIYA 0819012840 )

Designed by eTDS TechnoSys
Click here to donate

.

 

Latest News

MOTOR NEWS : บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ประเทศไทย จำกัด และ บริษัท โตโยต้าไดฮัทสุ เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด เข้าร่วมในงานสัมมนา Hydrogen Symposium Thailand    นายทวารัฐ สูตะบุตร หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงพลังงาน  นายนินนาท... Read more...
MOTOR NEWS : ซูบารุจับมือสิงห์ จัดแข่งจักรยาน ‘ซูบารุ สระแก้ว -สิงห์ เมาเท่นไบค์ ไทยแลนด์ โอเพ่น 2020’ ปั้นนักปั่นเยาวชนสู่ทีมชาติไทย เฟ้นพลังความท้าทายเพื่อสมรรถนะสูงสุดสู่ความสำเร็จ                ซูบารุ สระแก้วผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ซูบารุรถยนต์ที่ได้รับรางวัลมาตรฐานด้านความปลอดภัยระดับโลกผนึกพลังร่วมกับ... Read more...

Feature News

Joomla 1.5
You are here: Home MOTOR NEWS
Orange Green Red