Developed by JoomVision.com

TEST DRIVE : NEW NISSAN ALMERA 1.0 TURBO ลงตัวตามแบบฉบับอีโคคาร์ยุคใหม่

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัดได้เชิญสื่อมวลชนร่วมทดสอบขับขี่ NEW NISSAN ALMERA แบบใช้งานจริงรวมระยะทางกว่า 200กิโลเมตร บนเส้นทางผ่านอุทยานแห่งชาติทั้งสามแห่งในเขตจังหวัดภูเก็ต และพังงา เลียบชายฝั่งทะเลอันดามัน เพื่อพิสูจน์สมรรถนะของเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.0 ลิตร ใหม่

   การดีไซน์รูปลักษณ์โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบ V-Motion ไฟหน้าทรงบูมเมอแรง แบบLEDพร้อม LED Signature Lightด้านข้างตัวถังเน้นการดีไซน์ที่โค้งมนตัดกับเส้นสายที่โฉบเฉี่ยว พร้อมติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว ประกบกับยางหน้ากว้าง ขนาด 195/65R15 ท้ายรถเด่นที่เสาด้านหลังตัวรถถูกออกแบบให้กลมกลืน เสมือนหลังคาลอยตัว ช่วยเติมเต็มรูปลักษณ์ให้สง่างามยิ่งขึ้น และไฟท้ายแบบ Signature Light ทรงบูมเมอแรงในสไตล์เดียวกับชุดไฟหน้า พร้อมไฟเบรกแบบ LED

   ภายในห้องโดยสารดีไซน์สวยงาม หรูหรากว่ารุ่นเดิม ทั้งแง่ของสไตล์การออกแบบ และวัสดุที่มีคุณภาพดีขึ้น ตกแต่งภายในด้วยโทนสีดำ และเสริมด้วยวัสดุตกแต่งคอนโซลกลางสีเปียโน แบล็ค และวัสดุสีเงิน เพิ่มความสปอร์ตและหรูหรา คอนโซลกลางติดตั้งหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว สามารถเชื่อมต่อได้มากขึ้นด้วยเทคโนโลยี NissanConnect บนหน้าจอแสดงผลใหม่พร้อมช่องเชื่อมต่อ Bluetooth, USB  และ AUX IN สำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วง พร้อมลำโพงคุณภาพดี 6 จุด และระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์สมาร์ทโฟนอย่าง Apple CarPlay โซลควบคุมน่าชื่นชมกับพวงมาลัย 3 ก้านรูปทรงสปอร์ต แบบ D-Shape จับถนัดมือสามารถปรับสูงต่ำได้ตามสรีระ พร้อมระบบมัลติฟังก์ชัน สามารถควบคุมระบบการทำงานของเครื่องเสียงและระบบเชื่อมต่ออื่นๆ ได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส โดยที่ผู้ขับไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย ช่วยเสริมความปลอดภัยในการขับขี่  มองไปที่แผงหน้าปัด มาตรวัดออกแบบใหม่เป็นแบบเรืองแสง Fine Vision Meterแบบ Digitalผ่านหน้าจอ TFTหน้าจอสีขนาด 7 นิ้ว มองเห็นชัดเจนดี แสดงผลข้อมูลการขับขี่ที่เป็นประโยชน์ไว้อย่างครบถ้วน

   NEW NISSAN ALMERA ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบ 1.0 ลิตรใหม่ 3สูบ แถวเรียงแบบ DOHCขนาด 1.0 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 100 พีเอส (Ps) พร้อมแรงบิดสูงสุดถึง 152 นิวตันเมตร (Nm) แสดงผลตั้งแต่รอบ 2,400 ถึง 4,000 รอบ/นาที ผสานการทำงานกับชุดเกียร์อัตโนมัติ XTRONIC CVT พร้อม D-Step Logic ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์นุ่มนวล แต่ให้อัตราเร่งต่อเนื่องและทันใจ ตอบสนองอัตราเร่งแซงที่ดีขึ้น ช่วยให้การขับขี่มีประสิทธิภาพและประหยัดเชื้อเพลิงได้ดีขึ้นกว่าเดิม และด้วยเทคโนโลยี D-Step Logic ช่วยเติมเต็มการขับขี่ให้น่าตื่นเต้น การส่งกำลังที่มีความละเอียดยิ่งขึ้น ตอบสนองคันเร่งได้เป็นอย่างดี พร้อมการเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็วทันใจในทุกจังหวะความแรง จุดเด่นเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.0ลิตร ใหม่ ยังเต็มไปด้วยนวัตกรรมทางเทคนิคมากมายเช่น ลูกสูบแบบ Delta Cylinder Head , หัวฉีดแบบ Central Injector และ Turbocharger ที่ควบคุมไอเสียด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงเทคโนโลยีเคลือบบนกระบอกสูบแบบ Mirror Bore Coating เช่นเดียวกับที่ใช้ในรถซูเปอร์สปอร์ตอย่าง Nissan GT-R ช่วยเพิ่มความทนทาน ช่วยลดการสึกหรอ และน้ำหนักของกระบอกสูบ รวมถึงปรับปรุงเรื่องการระบายความร้อน และการเผาไหม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

   สมรรถนะการขับขี่ค่อนข้างน่าพอใจกับความคล่องตัวในการขับขี่ช่วงความเร็วต่ำ พวงมาลัยไฟฟ้าเซ็ทมาเหมาะสม เบาแรง เลี้ยวง่าย ควบคุมรถได้อย่างแม่นยำ ทั้งการเลี้ยวในพื้นที่แคบตามแยกต่างๆ ขณะที่ช่วงล่างภายใต้พื้นฐาน ด้านหน้าเป็นแบบ อิสระ แม็คเฟอร์สัน สตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลัง เป็นแบบ ทอร์ชัน บีม พร้อมเหล็กกันโคลง การปรับเซ็ทออกมาดีเมื่อขับขี่ในเมืองด้วยความเร็วต่ำให้ความนุ่มนวล นั่งสบายในระดับที่ใช้ได้ และเมื่อเจอพื้นถนนเป็นหลุม หรือรอยต่อถนนต่างๆ การซับแรงกระแทกก็ทำได้ดี การขับขี่ย่านความเร็วสูง หรือการขับผ่านทางโค้งด้วยความเร็ว ก็ยังควบคุมรถได้สบายๆ ช่วงล่างยึดเกาะพื้นถนนได้ดี ออกแนวนุ่ม แต่ไม่ถึงกับย้วยให้ขาดความมั่นใจ

   อัตราเร่งช่วงออกตัว การเร่งความเร็วแม้เครื่องจะเล็ก แต่ได้เทอร์โบมาช่วยจึงรีดความเร็วออกมาได้อย่างต่อเนื่อง 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ประมาณ 13-14 วินาที และช่วงส่งต่อความเร็วของเกียร์ซีวีที เมื่อขับใช้งานปกติยังเด่นที่ความนุ่มนวล ราบเรียบ ส่วนของการเบรค หรือ ชะลอความเร็ว จากระบบเบรกหน้าดิสก์ หลังดรัม โดยรวมจัดว่าทำงานได้ดีในทุกจังหวะความเร็ว เบรคไม่จับไวจนหน้าทิ่ม ช่วงความเร็วสูง หรือการเบรคกระทันหัน ต้องลงน้ำหนักเท้าลึกหน่อย เมื่อเบรคจับแล้ว หยุดไวในระดับที่วางใจได้

   การทดลองขับเราลองวัดค่าเฉลี่ยอัตราสิ้นเปลืองบนแผงหน้าปัดตั้งแต่ออกจากภูเก็ต ลัดเลาะไปจนถึง พังงา ระยะทาง 100 กม.แรก ตัวเลขที่ออกมาน่าพอใจอยู่ที่ 15.2 กม./ลิตร ส่วนช่วงขากลับลองเซ็ทใหม่ ขับไปเรื่อยๆสบายๆ ค่าเฉลี่ยความประหยัดเมื่อถึงจุดหมายทำได้ 21.6 กม./ชม.ใกล้เคียงตัวเลข 23.3 กม./ลิตร ที่นิสสันเคลมไว้ ซึ่งถือว่าประหยัดคุ้มค่าสอบผ่านตามมาตรฐานอีโคคาร์ยุคใหม่

ในส่วนของเทคโนโลยีเสริมความปลอดภัยในการขับขี่ จากนิสสัน อินเทลลิเจนต์ โมบิลิตี ที่ใส่มาเต็มๆในรถรุ่นนี้ เราได้สัมผัสการใช้งานจริงจากการขับขี่ในบางช่วง โดยระบบที่แสดงประสิทธิภาพให้เห็น และช่วยเสริมความปลอดภัยให้เห็นอย่างชัดเจน คือ ระบบเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Warning – BSW)ช่วยเตือนเวลาเปลี่ยนช่องทางการขับขี่ ทันทีที่สัญญาณไฟเลี้ยวถูกเปิดระบบจะส่งเสียงสัญญาณพร้อมไฟกระพริบเตือนให้รู้ล่วงหน้าว่ามีรถคันอื่นอยู่ในช่องทางด้านข้างซึ่งผู้ขับอาจมองไม่เห็นและอีกระบบที่ได้ลองใช้งานจริงๆคือ เทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitor)ช่วยให้ผู้ขับมองเห็นพื้นที่ข้างรถได้รอบทิศทางผ่านกล้อง 4 จุด รอบคัน  กล้องทุกตัวจะจับภาพขณะเคลื่อนไหวจริง และนำไปประมวลผล จากนั้นแสดงผลเป็นภาพจากมุมสูงผ่านหน้าจอบนคอนโซลให้เห็นระยะที่ปลอดภัยรอบตัวรถอย่างชัดเจน  พร้อมทำงานร่วมกับสัญญาณเตือนวัตถุ และบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน Moving Object Detection ซึ่งจะส่งสัญญาณเตือนเมื่อใกล้วัตถุต่างๆช่วยเพิ่มความปลอดภัยของตัวรถรอบคัน ส่วนเทคโนโลยีเสริมความปลอดภัยด้านอื่นๆที่ไม่มีโอกาสได้ลองของจริง ก็มีทั้ง  เทคโนโลยีสัญญาณเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์ด้านหน้าขณะขับขี่อัจฉริยะ (Intelligent Forward Collision Warning ) ,เทคโนโลยีช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ (Intelligent Emergency Braking )และเทคโนโลยีตรวจจับวัตถุด้านหลังรถขณะถอย (Rear Cross Traffic Alert ) โดยรวมถือว่าจัดสรรมาให้เยอะเกินหน้าเกินตารถยนต์รุ่นอื่นๆที่อยู่ในคลาสเดียวกัน

รับจัดกิจกรรมการตลาด ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( PIYA 0819012840 )

Designed by eTDS TechnoSys
Click here to donate

.

 

Latest News

MOTOR NEWS : เมอร์เซเดส-เบนซ์ มอบทองคำมูลค่ากว่า 1 ล้านบาทให้ลูกค้าผู้โชคดีที่ออกรถยนต์ “The new GLB”    มร.โรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด มอบทองคำ 96.5%น้ำหนักรวม... Read more...

Feature News

Joomla 1.5
You are here: Home TEST DRIVE TEST DRIVE : NEW NISSAN ALMERA 1.0 TURBO ลงตัวตามแบบฉบับอีโคคาร์ยุคใหม่
Orange Green Red