Developed by JoomVision.com

TEST DRIVE : NEW MAZDA 2 ลองของ GVC Plus บนสนามแข่งระดับโลก!

 

 

 

 

 

 

 

 

   New Mazda 2รุ่นปรับโฉมล่าสุด บุกตลาดด้วยทางเลือกที่หลากหลายทั้งเครื่องยนต์คลีนดีเซล 1.5 ลิตร และเครื่องยนต์เบนซิน 1.3 ลิตร ภายใต้ตัวถังทั้งแบบซีดาน 4 ประตู และแฮตช์แบค 5 ประตู เน้นตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้า พร้อมเคาะราคาจำหน่าย เริ่มต้นเพียง 546,000 บาท

   ในอดีตที่ผ่านมา Mazda 2 ประสบความสำเร็จอย่างสูง นับตั้งแต่โฉมแรก เริ่มทำตลาดเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2552 มียอดขายสะสมมากกว่า 120,000 คัน ต่อเนื่องสู่เจนเนอเรชั่นที่ 2 ที่มาพร้อมเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ เริ่มจำหน่ายเมื่อเดือนมกราคม 2558 ก็ประสบความสำเร็จ ด้วยการก้าวขึ้นครองอันดับหนึ่งในตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่รวมทั้งอีโค คาร์ และซิตี้  คาร์ ด้วยยอดขายสะสมสูงกว่า 160,000 คัน

   New Mazda2 ได้รับออกแบบภายใต้แนวคิด KODO design เจนเนอเรชั่นใหม่ที่มุ่งเน้นความเรียบง่ายแต่งดงามด้วยคอนเซ็ปต์ “Less is More” ไล่ตั้งแต่ดีไซน์ภายนอก ได้รับการออกแบบใหม่ โดยเน้นใบหน้าดีไซน์ใหม่หมด ทั้ง กระจังหน้าขนาดใหญ่สีดำ โคมไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ LEDกันชนหน้าทรงใหม่ไร้ไฟตัดหมอก โดยรวมจะดูคล้ายกับหน้าตา All-New Mazda 3 และด้านท้ายรถดีไซน์ลูกเล่นการส่องสว่างไฟท้ายใหม่ภายใต้กรอบเลนเดิม และบริเวณกันชนดีไซน์ใหม่ เพิ่มลูกเล่นการตกแต่งโครเมี่ยมบริเวณชายล่างให้ความหรูหรามากขึ้น

   ภายในห้องโดยสารยังคงยึดพื้นฐานเดียวกับรุ่นเดิม แต่อัพเกรดอุปกรณ์ตกแต่งใหม่ให้ดูหรูหราทันสมัยมากขึ้น โดยเฉพาะแผงคอนโซนหน้า แผงประตูด้านข้าง และเบาะดีไซน์ด้วยสีสันใหม่ให้สัมผัสที่ต่างจากรุ่นเดิมพอสมควร และในโซนควบคุมเมื่อล้นตัวลงนั่ง การจัดวางตำแหน่งอุปกรณ์ต่างๆ ยังคงเป็นไปตามคอนเซ็ปต์ HMI (Human-Machine Interface) ช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตามจากถนน และไม่ต้องละมือจากพวงมาลัยเวลาขับรถ โดยติดตั้งอุปกรณ์สนับสนุนการขับขี่ที่น่าสนใจทั้ง Active Driving Display จอสกรีนใสแสดงข้อมูลการขับขี่ในระดับสายตาของผู้ขับขี่ , Sports Paddle Shift ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย และ Cruise Control ระบบควบคุมควมเร็วอัตโนมัติ และเพิ่มความสะดวกสบายด้านการติดต่อสื่อสารไร้ขีดจำกัดด้วยระบบ Mazda Connect ที่รองรับ Apple CarPlay แสดงข้อมูลผ่านหน้าจอสี Center Display แบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ที่ควบคุมด้วย Center Commander ปุ่มควบคุมอัจฉริยะ

   จุดเด่นนอกเหนือการรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปมาสด้า ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาสมรรถนะการขับขี่ของ New Mazda 2รุ่นปรับโฉมให้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะสมรรถนะด้านการควบคุมรถ และยึดเกาะถนนที่ดียิ่งขึ้น โดยพัฒนาขึ้นใหม่บนพื้นฐานของ SKYACTIV-Vehicle Architecture ที่ช่วยให้การขับขี่ทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยการเพิ่มเติมระบบควบคุมขับขี่อัจฉริยะขั้นสูงหรือ G-Vectoring Control Plus (GVC Plus) ระบบเดียวกับที่ติดตั้งใน All New Mazda 3 ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยปรับแรงบิดของเครื่องยนต์ตามการหักเลี้ยวพวงมาลัยของผู้ขับขี่ ควบคู่ไปกับการเบรกที่เหมาะสม เพื่อให้รถขับเคลื่อนไปอย่างนุ่มนวล มีเสถียรภาพ ผู้ขับขี่แก้พวงมาลัยในโค้งน้อยลง ควบคุมรถง่าย และแม่นยำยิ่งขึ้น สามารถเข้าโค้ง และออกจากโค้งได้อย่างนุ่มนวลมากขึ้น

   การทดลองขับรถอีโคคาร์ บนสนามแข่งรถระดับโลก ช้าง อินเตอร์เนชั่นนอล เซอร์กิต เกิดขึ้นจากความตั้งใจจริงของมาสด้า เพื่อชี้ให้เห็นถึงสมรรถนะการขับขี่ของ New Mazda 2ที่มีดีแตกต่างจากรถยนต์ในกลุ่มเดียวกัน

   เริ่มต้นสถานีแรก ด้วยการลองของจริง New Mazda 2 รุ่นเครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซล (SKYACTIV-D) พิกัด 1.5 ลิตร เทอร์โบแปรผันอินเตอร์คูลเลอร์ กำลังสูงสุด 105 แรงม้า แรงบิดสูง 250 นิวตัน-เมตร เริ่มทดลองอัตราเร่งช่วงออกตัว พร้อมการบังคับเลี้ยวกระทันหันแบบเลนเชนจ์ โดยแบ่งเป็น 2 รอบ รอบแรกยกคันเร่งหมดปล่อยรถไหลเข้าเลนเชนจ์ ตรงนี้ระบบ GVC Plus ไม่ทำงานเพราะยกคันเร่งหมดจึงรับรู้ถึงแรงเหวี่ยง และอาการท้ายสบัดให้ทราบชัดเจน ต่อด้วยรอบสองออกตัวด้วยความเร็วเท่ากัน แต่จังหวะที่ทำเลนเชนจ์มีการเลี้ยงคันเร่งเข้าไปเล็กน้อย ผลลัพธ์ที่ได้ค่อนข้างต่างกันชัดเจน เมื่อไม่ยกคันเร่งหมด GVC Plusจะมาช่วยเสริมการควบคุมรถให้ตัวรถนิ่ง และหักเลี้ยวได้ง่ายเป็นธรรมชาติมาก

   ต่อด้วยการทดสอบ New Mazda 2เครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน (SKYACTIV-G) พิกัด 1.3 ลิตร กำลังสูงสุด 93 แรงม้า แรงบิดสูงถึง 123 นิวตัน-เมตร โดยเน้นการขับควบคุมรถผ่านโค้งที่ยากที่สุดในสนามช้าง โดยทำความเร็วแบบต่อเนื่องคนละ 3 รอบ ตรงนี้แสดงเห็นถึงประสิทธิภาพที่แท้จริงของระบบGVC Plus โดยรอบแรกขับเข้าโค้งแบบยกคันเร่งหมดที่ความเร็วประมาณ 80-90 กม./ชม. ระหว่างเลี้ยวรู้สึกทันทีว่าคุมรถยากมีอาการเบาลอยๆ พอควบคุมรถได้แต่ต้องใช้แรงแต่งพวงมาลัยเยอะ ส่วนอีก 2 รอบขับเข้าโค้งด้วยความเร็วเท่าๆกัน แต่กดคันเร่งเลี้ยงความเร็วไว้ตั้งเข้าจนออกโค้ง เมื่อไม่ยกคันเร่งหมดแน่นอน GVC Plus จะเข้ามาช่วยเสริมการควบคุมรถ จึงรู้สึกได้ว่าเข้าโค้งง่ายขึ้น

   สุดท้ายเป็นการขับรอบสนามช้าง เริ่มด้วยเครื่องยนต์เบนซิน อัตราเร่งมาแบบเรื่อยๆเนียนๆช่วงทางตรงยาวก่อนเข้าโค้ง 2 ทำได้ประมาณ 120 กม./ชม.จากนั้นเบรคเบาๆก่อนเข้าโค้ง พร้อมกดเลี้ยงคันเร่งผ่านโค้ง เพื่อให้ GVC Plus เข้ามาช่วยเสริม ก็สามารถขับผ่านไปได้ด้วยดี การควบคุมรถจัดว่าง่าย นิ่ง แม่น เอาตัวรอดจากโค้งได้อย่างปลอดภัยไม่เครียด ต่อด้วยการลองของรุ่นดีเซล ทันทีที่กดคันเร่งรับรู้ถึงกำลังแรงม้า และแรงบิด ที่แสดงออกมาอย่างหนักแน่น ช่วงสุดทางตรงโค้ง 2 ความเร็วจึงพุ่งทะลุเกิน 150 กม/ชม.ก่อนเข้าโค้งจึงต้องใช้เบรคหนักกว่า พร้อมกดเลี้ยงคันเร่งเข้าสู่โค้งในลักษณะเดียวกัน ซึ่งก็ควบคุมรถผ่านโค้งต่างๆทำได้ไม่ยาก ถ้าเลี้ยงคันเร่งในโค้งได้เนียนๆ ตั้งแต่เข้าจนออกโค้ง ต้องบอกว่าขับสนุกไม่ธรรมดาจริงๆครับ

รับจัดกิจกรรมการตลาด ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( PIYA 0819012840 )

Designed by eTDS TechnoSys
Click here to donate

.

ราคาน้ำมัน

Latest News

MOTOR NEWS : บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ยกขบวนรถยนต์มือสองคุณภาพสูง พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ การันตีมาตรฐานคุณภาพ ใน BMW Executive Car Day    บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทยพร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษในงาน BMW Executive Car Day ระหว่างวันที่ 8 – 11 สิงหาคม 2563 ณ... Read more...
MOTOR NEWS : มาสด้าเจาะพื้นที่ทำเลทองแหล่งเศรษฐกิจใจกลางกรุงเทพฯ เปิดโชว์รูมใหม่ย่านรัชโยธินพร้อมให้บริการแบบครบวงจร                มาสด้า เซลส์ ประเทศไทยทุ่มลงทุนขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายเพิ่มเติม ล่าสุดจับมือกลุ่มพระนครเข้าร่วมดำเนินธุรกิจเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการแห่งที่... Read more...
TEST DRIVE : สัมผัสแรก Toyota Corolla CROSS ณ. TOYOTA Driving Experience Park                      Toyota Corolla CROSSได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ ภายใต้ตัวถังแบบเอสยูวีที่มีขนาดใหญ่... Read more...

Feature News

Joomla 1.5
You are here: Home TEST DRIVE TEST DRIVE : NEW MAZDA 2 ลองของ GVC Plus บนสนามแข่งระดับโลก!
Orange Green Red