Developed by JoomVision.com

TEST DRIVE : ALL NEW MAZDA CX-8 รุ่นท็อป 6 ที่นั่ง สำหรับครอบครัวใหญ่

 

 

 

 

 

 

 

 

   All-New Mazda CX-8 เปิดตัวสู่ตลาดเพื่อเป็นทางเลือกในการเดินทางสำหรับครอบครัวใหญ่ ภายใต้ขนาดตัวถังที่ใหญ่โต ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง สะดวกสบาย จากพื้นฐานการออกแบบเบาะนั่ง 3 แถว รองรับผู้โดยสารได้ทั้ง 7 ที่นั่ง และ 6 ที่นั่ง ตอบโจทย์ในการเดินทางที่สะดวกสบายสูงสุด

   แนวทางการออกแบบของ All-New Mazda CX-8ยังคงเน้นความประณีตพิถีพิถัน ภายใต้ปรัชญา KODO design : Soul of Motion ที่เน้นความเรียบง่ายแต่งดงามจากคอนเซ็ปต์ “Less is More” เพื่อลดทอนสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไปเหลือแต่ความสง่างาม เริ่มตั้งแต่ดีไซน์ภายนอกสู่ภายในห้องโดยสาร เลือกใช้เฉพาะวัสดุตกแต่งที่มีคุณภาพสูง  มุ่งเน้นการออกแบบเพื่อรองรับการใช้งานได้หลากหลายตามไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ โดยให้ความสำคัญกับพื้นที่ภายในห้องโดยสาร ความสะดวกสบาย สามารถรองรับการใช้งานจริงของผู้โดยสารในทุกตำแหน่งที่นั่ง โดยมีรูปแบบของห้องโดยสารที่นั่งให้เลือก ทั้งแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง และแบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง ในรุ่น XDL EXCLUSIVE SKYACTIV-Dที่เราเน้นทดลองขับครั้งนี้ ซึ่งห้องโดยสารแบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง จะมาพร้อมเบาะที่นั่งแถวสองแบบ Exclusive Captain Seat 2 ที่นั่ง แยกซ้าย-ขวา พร้อมอัดแน่นไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกกับคอนโซลกลางที่เป็นทั้งกล่องเก็บของ ที่วางแก้วน้ำ ช่อง USB สำหรับชาร์จไฟ 2 ช่อง และม่านบังแดดที่ประตูคู่หลัง เรียกว่าให้ความสบายระดับเอ็กซ์คลูซีฟต่างจากรถยนต์รุ่นอื่นๆในคลาสใกล้เคียงกันอย่างชัดเจน

   ส่วนรุ่นที่มีห้องโดยสารแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง มาพร้อมกับเบาะที่นั่งแถวสองแบบ 3 ที่นั่ง สามารถปรับพับแยกได้แบบ 60:40 พร้อมพนักวางแขน ที่วางแก้วน้ำ และช่อง USB สำหรับชาร์จไฟ 2 ช่อง ตอบโจทย์การใช้งานสำหรับครอบครัวได้เป็นอย่างดี อีกทั้งเบาะที่นั่งแถวสามของทั้ง 2 แบบ ยังสามารถรองรับผู้โดยสารที่มีความสูงได้ถึง 170 ซม. และสามารถปรับพับแยกได้อย่างแบนราบแบบ 50:50 เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการวางสัมภาระได้อย่างหลากหลาย

   การตกแต่งภายในห้องโดยสารเลือกใช้สีโทนเข้ม วัสดุตกแต่ง Real Wood ผสมผสานกับสีเงินซาตินโครม มาพร้อมเบาะหนัง Nappa สีแดง Deep Red ตัดเย็บอย่างประณีตด้วยเส้นด้ายสีน้ำตาลเข้ม เรียกว่าให้ความหรูเทียบชั้นกับรถยุโรป อีกทั้งยังเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก แบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็น เบาะนั่งในตำแหน่งคนขับปรับไฟฟ้าได้ 8 ทิศทาง มาพร้อมระบบปรับเบาะดันหลังไฟฟ้า และระบบบันทึกตำแหน่งของเบาะ 2 ตำแหน่ง ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Tri Zone  พร้อมแผงควบคุมบริเวณเบาะนั่งแถวที่สอง ระบบเสียงคุณภาพ Bose® รอบทิศทาง พร้อมลำโพง 10 ตำแหน่ง รองรับการเชื่อมต่อแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนผ่านระบบ Mazda Connect ที่มาพร้อม Apple CarPlay โดยแสดงข้อมูลผ่าน Center Display จอสีแบบสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว ที่ควบคุมด้วยปุ่มควบคุมอัจฉริยะ Center Commander ติดตั้งบริเวณด้านหลังคอนโซลเกียร์อยู่ในระยะที่หยิบจับใช้งานได้สะดวก

   สำหรับการทดลองขับเป็นครั้งแรกในเมืองไทย เริ่มต้นเดินทางจากจังหวัดเชียงราย ไปยังจังหวัดเชียงใหม่  โดยมี All-New Mazda CX-8 ให้ทดลองขับครบทุกรุ่น ทั้งรุ่นเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.5 ลิตรและขุมพลังสกายแอคทีฟคลีนดีเซล 2.2 ลิตร ที่เราได้ลองขับรุ่นท็อป  XDL EXCLUSIVE SKYACTIV-Dระยะทางประมาณ 290 กิโลเมตร

   All-New Mazda CX-8 XDL EXCLUSIVE ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซลขนาด 2.2 ลิตร (SKYACTIV-D 2.2) เป็นเครื่องยนต์ยอดนิยมที่คุ้นเคยประจำการอยู่ใน CX-5 รุ่นล่าสุด ได้รับการปรับปรุงพัฒนาใหม่ พร้อมระบบวาล์วไอเสียแปรผันอัจฉริยะ VVT และระบบเทอร์โบแปรผัน 2 ขั้น ให้การตอบสนองที่รวดเร็วและแม่นยำยิ่งกว่าเดิมในทุกรอบความเร็ว ให้แรงม้าสูงสุดถึง 190 แรงม้า ที่4,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดถึง 450 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 รอบต่อนาที โดยในรุ่น XDL EXCLUSIVE มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ อัตโนมัติ i-ACTIV AWD ที่ช่วยปรับระบบการขับขี่ให้เหมาะสมกับสภาพถนน พร้อมการันตีความประหยัดน้ำมันสูงถึง 17.5 กิโลเมตรต่อลิตร ส่วนอีกหนึ่งทางเลือกจะเป็นครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.5 ลิตร (SKYACTIV-G 2.5) พร้อมระบบวาล์วแปรผันคู่อัจฉริยะ Dual S-VT ที่ได้รับการพัฒนาให้ตอบสนองดียิ่งขึ้น ให้แรงม้าสูงสุดถึง 194 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดถึง 258 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ให้ความประหยัดน้ำมันสูงสุด 13.5 กิโลเมตรต่อลิตร และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

   สิ่งที่น่าชื่นชมจากการขับขี่ว่ากันตั้งแต่ตำแหน่งการนั่งของผู้ขับให้ความรู้สึกปลอดโปร่ง มองทัศนวิสัยรอบตัวได้ชัดเจน แม้ตำแหน่งของเบาะนั่งจะค่อนข้างต่ำตามจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถ ให้ความรู้สึกคล้ายๆขับรถเก๋งหรูยกสูงพองาม ตรงนี้ยังเป็นข้อดีในเรื่องการก้าวขึ้นลงรถที่สะดวกสบายกว่ารถเอสยูวี หรือ พีพีวี ส่วนเรื่องการบังคับควบคุมรถต้องบอกว่าเป็นรถคันใหญ่ที่ขับง่าย มีความคล่องตัวสูง พวงมาลัยช่วงความเร็วต่ำค่อนข้างเบาแรงในการเลี้ยว แต่มีความแม่นยำสูง และช่วงใช้ความเร็วสูงทั้งทางตรง หรือการขับผ่านโค้ง พวงมาลัยจะหนักตึงมือ นิ่ง เลี้ยวคมกริบ ซึ่งเป็นจุดเด่นเหมือนกับรถมาสด้ายุคใหม่หลายๆรุ่น ขณะที่ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบแม็กเฟอร์สันสตรัท และแบบมัลติลิงค์หรือแขนยึดหลายจุดที่ด้านหลัง ก็ให้สัมผัสที่ดีตามสไตล์เอสยูวีหรูขนานแท้ โดดเด่นด้วยความนุ่มนวล ไม่กระด้าง กระเด้ง นั่งสบายทุกที่นั่ง ตลอดจนการรักษาเสถียรภาพของตัวรถได้อย่างมั่นคง ทรงตัวดีเยี่ยม ทั้งการขับขี่บนทางตรง และการขับเข้าโค้งด้วยความเร็ว แถมการเก็บเสียงต่างๆ จากภายนอกทั้งเสียงลมปะทะ เสียงจากใต้ท้องรถ และเสียงจากเครื่องยนต์ ผ่านเข้ามารบกวนในห้องโดยสารน้อยมากๆทำให้ผู้ขับ และผู้โดยสารรู้สึกผ่อนคลาย พูดคุย หรือฟังเพลงกันได้อย่างเพลิดเพลินตลอดการเดินทาง

   การควบคุมรถยังให้ความมั่นใจ ด้วยเทคโนโลยี G-Vectoring Control  (GVC) ด้วยการปรับแรงบิดของเครื่องยนต์ให้ตอบสนองต่อการทำงานของพวงมาลัยเป็นการควบคุมแบบผสมผสานระหว่างแรงเร่งด้านข้าง และตามยาวของตัวรถ พร้อมปรับแรงกดในแนวดิ่งให้เหมาะสมที่ลงสู่ล้อแต่ละล้อ ระบบ GVC จะควบคุมแรงบิดของเครื่องยนต์ให้ลดลงในขณะที่คนขับเริ่มหมุนพวงมาลัยเพื่อเปลี่ยนภาระให้กับล้อหน้า ช่วยเพิ่มความกระชับของล้อหน้าและเพิ่มความสามารถในการตอบสนองของรถ หลังจากนั้นเมื่อผู้ขับรักษามุมพวงมาลัยคงที่ ระบบ GVC จะคืนแรงบิดของเครื่องยนต์โดยอัตโนมัติเพื่อถ่ายโอนภาระไปยังล้อหลัง และช่วยเพิ่มเสถียรภาพของรถ

   ในส่วนของพลังขับเคลื่อนจากเครื่องยนต์ดีเซล SKYACTIV-D อัตราเร่งทั้งช่วงออกตัว และเร่งแซงมาแบบทันใจ ไม่ถึงกับดึงกระชาก แต่ก็ถือว่าว่องไวทันใจเหมาะสมต่อการเป็นรถอเนกประสงค์สำหรับครอบครัว ส่วนช่วงการขับขี่ทางไกลแบบใช้งานจริง ในครั้งนี้ด้วยความหลากหลายของสภาพเส้นทางมีทั้งทางตรงแบบเลนสวน และทางคดโค้งบนเขา ความเร็วการเดินทางจึงไม่คงที่มีการเร่งและลดความเร็วแบบจัดหนักตลอดเวลา ซึ่งเราลองจับค่าความประหยัดจากค่าเฉลี่ยอัตราสิ้นเปลืองบนแผงหน้าปัดในทุกช่วงที่มีการสลับผู้ขับ ตัวเลขจากการใช้งานจริง ถือว่าไม่ธรรมดาทำได้ใกล้เคียงกันในทุกช่วงการเดินทางอยู่ที่ประมาณ 12 -13 กิโลเมตรต่อลิตร ถือว่าประหยัดไม่ธรรมดาจริงๆสำหรับรถเอสยูวีตัวถังใหญ่โตขนาดนี้

ราคาจำหน่าย All-New Mazda CX-8

-2.5 S SKYACTIV-G 2.5 7ที่นั่ง 1,599,000บาท

-2.5 SP SKYACTIV-G 2.5 7ที่นั่ง 1,699,000บาท

-XDL SKYACTIV-D 2.2 7ที่นั่ง 1,899,000บาท

-XDL EXCLUSIVE SKYACTIV-D 2.2 6 ที่นั่ง 2,069,000 บาท

รับจัดกิจกรรมการตลาด ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( PIYA 0819012840 )

Designed by eTDS TechnoSys
Click here to donate

.

ราคาน้ำมัน

Latest News

MOTOR NEWS : บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ยกขบวนรถยนต์มือสองคุณภาพสูง พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ การันตีมาตรฐานคุณภาพ ใน BMW Executive Car Day    บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทยพร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษในงาน BMW Executive Car Day ระหว่างวันที่ 8 – 11 สิงหาคม 2563 ณ... Read more...
MOTOR NEWS : มาสด้าเจาะพื้นที่ทำเลทองแหล่งเศรษฐกิจใจกลางกรุงเทพฯ เปิดโชว์รูมใหม่ย่านรัชโยธินพร้อมให้บริการแบบครบวงจร                มาสด้า เซลส์ ประเทศไทยทุ่มลงทุนขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายเพิ่มเติม ล่าสุดจับมือกลุ่มพระนครเข้าร่วมดำเนินธุรกิจเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการแห่งที่... Read more...
TEST DRIVE : สัมผัสแรก Toyota Corolla CROSS ณ. TOYOTA Driving Experience Park                      Toyota Corolla CROSSได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ ภายใต้ตัวถังแบบเอสยูวีที่มีขนาดใหญ่... Read more...

Feature News

Joomla 1.5
You are here: Home TEST DRIVE TEST DRIVE : ALL NEW MAZDA CX-8 รุ่นท็อป 6 ที่นั่ง สำหรับครอบครัวใหญ่
Orange Green Red