Developed by JoomVision.com

TEST DRIVE : NEW NISSAN LEAF ชาร์จครั้งเดียว เที่ยวทั่วกรุง!

 

 

 

 

 

 

   นิสสัน ลีฟใหม่ ที่จัดจำหน่ายในประเทศไทย นับเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 2 ที่ถูกพัฒนาให้สามารถขับได้ไกลมากยิ่งขึ้น พร้อมอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย การดีไซน์ที่ปราดเปรียว ภายใต้เทคโนโลยี นิสสัน อินเทลลิเจนต์ โมบิลิตี ที่มีหัวใจสำคัญ 3 ด้านหลัก ได้แก่ เทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะ (Intelligent Driving) เทคโนโลยีพลังการขับเคลื่อนอัจฉริยะ (Intelligent Power) และเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออัจฉริยะ (Intelligent Integration)  ซึ่งแนวคิดนี้มีจุดมุ่งหมายในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการขับขี่ยานยนต์ รวมถึงการทำให้ยานยนต์เป็นพลังขับเคลื่อนที่สะอาด ปลอดภัย ช่วยเพิ่มพูนคุณภาพชีวิตของคนในสังคม ช่วยให้ผู้คนก้าวไปสู่โลกที่ดีขึ้น

   เทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะ (Intelligent Driving)ที่โดดเด่นใน นิสสัน ลีฟ ใหม่ คือ อี-เพดัล (e-Pedal) และ นิสสัน เซฟตี้ ชิลด์ (Nissan Safety Shield)โดยนิสสัน ยกระดับนวัตกรรมประสบการณ์ขับขี่ด้วย e-Pedal ซึ่งจะเป็นอุปกรณ์มาตรฐานใหม่สำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ผู้ขับขี่ในการออกตัว เร่งความเร็ว ชลอความเร็ว หยุดนิ่งและควบคุมตัวรถให้อยู่กับที่ด้วยการใช้แป้นคันเร่งอย่างเดียว ถือเป็นนวัตกรรมที่สามารถเปลี่ยนรูปแบบการขับขี่ได้อย่างสิ้นเชิง  ด้วยอัตราการชะลอความเร็วที่สูงถึง 0.2G เพียงยกเท้าออกจากคันเร่ง ตัวรถจะลดความเร็วจนหยุดนิ่งได้อย่างนุ่มนวล โดยไม่จำเป็นต้องแตะแป้นเบรก เทคโนโลยี e-Pedal ทำให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องยกเท้าจากแป้นคันเร่งเพื่อเหยียบแป้นเบรกบ่อยครั้งเมื่อต้องการชะลอระดับความเร็วหรือหยุดรถ ซึ่งช่วยลดความเมื่อยล้าและเพิ่มความเพลิดเพลินในการขับขี่

   นอกจากนี้ นิสสัน ลีฟ ใหม่ ยังติดตั้งเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยขั้นสูง ได้แก่ เทคโนโลยีเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning: FCW) เทคโนโลยีช่วยเบรกฉุกเฉิน (Forward Emergency Braking: FEB) กล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitor: IAVM) พร้อมเทคโนโลยีเตือนวัตถุเคลื่อนไหวรอบคัน (Moving Object Detection: MOD)  เทคโนโลยีช่วยควบคุมเสถียรภาพขณะเข้าโค้ง (Active Trace Control: ATC) และเทคโนโลยีช่วยเตือนเมื่อเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Driver Attention Alert: DAA)

   เทคโนโลยีพลังการขับเคลื่อนอัจฉริยะ (Intelligent Power)  หัวใจหลักของเทคโนโลยีพลังการขับเคลื่อนอัจฉริยะในลีฟ ใหม่ คือระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า (e-powertrain) ซึ่งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน พร้อมกับมีแรงบิดและพละกำลังที่สูงขึ้น ระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ให้สมรรถนะที่ต่อเนื่อง และเร้าใจด้วยการส่งกำลังที่ 110 กิโลวัตต์ มากกว่าลีฟ เจนเนอเรชั่นแรกถึง 38 เปอร์เซ็นต์ มีแรงบิดเพิ่มขึ้น 26 เปอร์เซ็นต์เป็น 320 นิวตันเมตร ส่งผลให้มีอัตราเร่งที่ดีขึ้น จาก 0-100 กม/ชม.ในเวลาเพียง 7.9 วินาที ช่วยเพิ่มความสนุกสนานในการขับขี่มากขึ้น

   ไม่เพียงจะมีพละกำลังเพิ่มขึ้น ลีฟ ใหม่ ยังมีระยะทางขับขี่มากขึ้นด้วยเช่นกัน ด้วยชุดแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนชุดใหม่ขนาด 40 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) ให้ระยะทางขับขี่มากถึง 311 กิโลเมตรเมื่อชาร์จไฟฟ้าเต็ม 100 %(ตามมาตรฐาน NEDC (New European Driving Cycle)  สามารถตอบสนองต่อการขับขี่ในชีวิตประจำวันได้อย่างเพียงพอ ขณะที่แบตเตอรี่ได้รับการพัฒนาให้มีความจุพลังงานที่ดีขึ้น แม้มีขนาดเท่าเดิม แต่ปรับปรุงโครงสร้างแต่ละเซลล์ในแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนชนิดอัดซ้อน (laminated lithium-ion battery) ทำให้มีความหนาแน่นของพลังงานเพิ่มขึ้น และที่สำคัญของแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนชุดนี้ยังมีการเพิ่มประสิทธิภาพวัสดุขั้วไฟฟ้า พร้อมการปรับปรุงเคมีใหม่ ทำให้มีความหนาแน่นของพลังงานสูงขึ้น พร้อมกับเพิ่มความทนทานของแบตเตอรี่ทั้งในขณะชาร์จและคลายประจุไฟ

   เทคโนโลยีการเชื่อมต่ออัจฉริยะ (Intelligent Integration)ด้วยระบบ Vehicle-to-grid ของแบตเตอรี่ สามารถสะสมพลังงานให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้จากพลังงานส่วนเกินในเวลากลางวัน เพื่อนำกระแสไฟฟ้ามาใช้งานภายในบ้านช่วงกลางคืน การเชื่อมต่ออัจฉริยะของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจะเปลี่ยนภูมิทัศน์ด้านพลังงานอย่างสิ้นเชิง ทำให้เจ้าของรถลีฟ จะได้รับประโยชน์ต่างๆ จากบริษัทพลังงานที่ต้องการสร้างโครงข่ายไฟฟ้าที่มีความเสถียร เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้า โดยผู้ใช้งานลีฟ สามารถชาร์จไฟเข้าสู่แบตเตอรี่รถยนต์ในช่วงเวลากลางคืน ซึ่งเป็นช่วงที่มีอัตราค่าไฟฟ้าต่ำสุดในบางประเทศ เพื่อนำมาใช้ในช่วงกลางวันเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน

   การออกแบบรูปลักษณ์ภายนอก นิสสัน ลีฟ ใหม่ แรงบันดาลใจจากรถต้นแบบ IDS Concept ที่นำเสนอสู่สาธารณชนเป็นครั้งแรกในงานโตเกียว มอเตอร์โชว์ 2015 ด้วยความสปอร์ต รูปทรงที่ดึงดูดสายตาสะท้อนตัวตนของยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคต ปรัชญาของการออกแบบ คือ ต้องการแสดงถึงเส้นสายที่เรียบง่ายสะอาดตา แต่แฝงไปด้วยความดุดัน รวมไปถึงความโฉบเฉี่ยวของการเล่นแสงเงา สัมผัสได้ถึงยานยนต์ที่เปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง นอกจากนี้เส้นสายหลักในแนวนอน  กันชน และความโดดเด่นของตัวถังช่วงล่างเน้นย้ำให้เห็นถึงจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำของตัวรถ  ทำให้สัมผัสได้ถึงการขับขี่ที่สนุกสนาน และคล่องตัว

   การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวในส่วนของกระจังหน้าแบบ V-Motion, ไฟรูปทรง “บูมเมอแรง” และการออกแบบแนวเส้นหลังคา แสดงให้เห็นการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะในแบบของนิสสัน ลวดลายตาข่ายสีน้ำเงินสว่างแบบสามมิติโดดเด่นสะกดทุกสายตา เสริมความโดดเด่นให้กับกระจังหน้าแบบ V-Motion เสริมความพิเศษเฉพาะตัวในฐานะรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ในขณะที่ไฟหน้าเป็นโปรเจ็คเตอร์แบบคู่ รองรับการทำงานทั้งไฟต่ำ และไฟสูง และเป็นครั้งแรกที่ติดตั้งในรถยนต์ของนิสสัน ช่วยสร้างความรู้สึกทันสมัย พร้อมทั้งเพิ่มวิสัยทัศน์ในการมองเห็น และเพิ่มความปลอดภัยด้วยการเพิ่มระยะการส่องสว่างที่ครอบคลุมมากขึ้น ทำให้ตอบโจทย์ทั้งในเรื่องของดีไซน์ และการใช้งาน

   ชุดไฟท้ายมีความโดดเด่นที่ทำให้ผู้คนที่พบเห็นสามารถจดจำลีฟรุ่นใหม่ได้จากระยะไกล พร้อมติดตั้งสปอยเลอร์ท้ายให้เป็นส่วนหนึ่งของลวดลายกระจก ช่วมเสริมความสปอร์ตและสะดุดตามากยิ่งขึ้น ฝากระโปรงหน้าที่ลาดต่ำผสมผสานอย่างลงตัวกับกระจกด้านหน้าที่ทอดยาวไปจนถึงหลังคา ก่อให้เกิดเส้นเงาที่โฉบเฉี่ยว และทำให้การระบายของอากาศดีขึ้น และการออกแบบใต้ท้องรถ และกันชนท้ายที่มีลักษณะคล้ายดิฟฟิวเซอร์ (Diffuser) ช่วยทำให้ลดแรงต้านอากาศ และอากาศที่ยกตัวรถ ช่วยให้รถมีความมั่นคงยิ่งขึ้น การออกแบบตัวถังตามหลักแอโรไดนามิกส์ รวมถึงกันชนหลังที่เป็นแนวโค้ง ทำให้นิสสัน ลีฟ ใหม่ มีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านทานของอากาศ (drag coefficient) เพียง 0.28 เท่านั้นนอกจากนี้ในการชาร์จไฟสู่รถจะมีช่องเสียบสายชาร์จไฟบริเวณด้านหน้ารถ ซึ่งได้รับการออกแบบใหม่เพื่อให้มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น ด้วยหลักการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ของนิสสัน แสดงให้เห็นว่าช่องเสียบสายชาร์จไฟใหม่ที่ถูกติดตั้งในระดับ 45 องศา ทำให้ผู้ใช้งานที่มีระดับความสูงต่างกันสามารถเสียบสายชาร์จไฟได้อย่างสะดวก

   ภายในห้องโดยสารของ นิสสัน ลีฟ ใหม่ มีความกว้างขวาง และสะดวกสบายมากขึ้น โดยยึดหลักการออกแบบของ    นิสสัน Gliding Wing เป็นแนวทางหลัก การปรับดีไซน์ให้หน้าจอและรูปแบบของไฟแสดงข้อมูลการขับขี่เรียบง่ายขึ้น ทำให้สามารถมองเห็นได้ชัดเจน มีความเรียบหรู สามารถมองเห็นข้อมูลที่จำเป็นในตำแหน่งที่เหมาะสม บริเวณหน้าจอแสดงข้อมูล และสวิตช์ควบคุมต่างๆ ยังถูกปรับเปลี่ยนรูปแบบให้มีความฉลาด และใช้งานง่ายขึ้น ที่โดดเด่นมากที่สุด คือ การผสมผสานระหว่างมาตรวัดความเร็วแบบอนาล็อกกับหน้าจอแสดงผลแบบ multi-information  ด้านซ้าย หน้าจอสีแบบ Thin-film Transistor (TFT) ขนาด 7นิ้ว บอกปริมาณกำลังไฟฟ้าที่ใช้ตามการกำหนดค่ามาตรฐาน โดยคนขับสามารถเลือกแสดงข้อมูลตามที่ต้องการ หน้าจอแสดงผลตรงกลางแบบ Flush-surface ช่วยให้ผู้ขับขี่สะดวกต่อการเลือกระบบความบันเทิง รวมทั้งแสดงให้เห็นการทำงานของเทคโนโลยี Safety Shield ระดับการชาร์จไฟของรถ และพลังงานที่เหลืออยู่ รวมถึงระบบเสียง และข้อมูลระบบนำทาง

   บริเวณคอนโซลด้านหน้าได้รับการออกแบบให้รองรับการใช้งานแบบอเนกประสงค์ มีที่รองแก้วแบบคู่จัดวางตามแนวยาวที่นั่งระหว่างผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า ทำให้มีพื้นที่จัดเก็บเพิ่มขึ้นที่ฐานของคอนโซลกลาง ซึ่งเหมาะสำหรับการวางสมาร์ทโฟนหรือกระเป๋าสตางค์ รวมทั้งการใช้งานสวิตช์ไฟฟ้า ช่องจ่ายไฟ 12โวลต์และพอร์ตยูเอสบีที่สะดวกง่ายดายมากขึ้น เครื่องปรับอากาศและระบบทำความร้อนที่ประหยัดพลังงาน ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร แม้ว่าความจุพลังงานของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนจะเพิ่มขึ้น  แต่ขนาดของแบตเตอรี่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงดังนั้นห้องโดยสารจึงรองรับผู้โดยสาร 5 คนได้อย่างสบาย นอกจากนี้พื้นที่วางสัมภาระด้านหลังได้รับการออกแบบใหม่เพื่อเพิ่มพื้นที่มากขึ้น โดยมีความจุ 435 ลิตร สามารถเก็บกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ 2 ใบ หรือกระเป๋าเดินทางขนาดกลาง หรือกระเป๋าสัมภาระพกพาขึ้นเครื่อง 3 ใบ

   การทดลองขับจริงเป็นครั้งแรกในเมืองไทย แบ่งออกเป็น 2 ส่วน เริ่มจากการทดสอบสมรรถะอย่างเต็มรูปแบบบนลานกว้างในรูปแบบของจิมคาน่าในช่วงเช้า ซึ่งเป็นการพิสูนจ์สมรรถนะของอัตราเร่ง และแรงบิดสูงสุดอย่างต่อเนื่อง พร้อมความสามารถของเทคโนโลยี e-Pedal ที่ช่วยควบคุมความเร็วรถทั้งการเร่ง และเบรกด้วยคันเร่งเพียงอย่างเดียว ในสถานีการขับขี่รูปแบบต่างๆทั้งโค้งแคบๆและการขับแบบสลาลม ซึ่งเทคโนโลยี e-Pedal ถือเป็นการปฏิวัติการขับขี่จากรถยนต์ที่คุ้นเคย โดยเปลี่ยนวิธีการขับขี่ด้วยการเร่งความเร็ว ชะลอความเร็ว และหยุดรถด้วยการใช้คันเร่งเพียงอย่างเดียว

   การควบคุมรถบนสนามจิมคาน่า ของ นิสสัน ลีฟ ใหม่ ยังจัดว่าขับสนุก ควบคุมง่าย มีความคล่องตัวสูง เป็นผลมาจากการพัฒนาโครงสร้างต่างๆ ของรถให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ว่าจะเป็น ระบบพวงมาลัยไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพมากขึ้น มีการตอบสนองต่อสภาพพื้นผิวถนนที่ดียิ่งขึ้น เนื่องมาจากการพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ใหม่ ระบบควบคุมทำงานเชื่อมต่อกับเซ็นเซอร์วัดองศาการเลี้ยวของพวงมาลัย และระบบกันสะเทือนแบบทอร์สชั่น บาร์ (Torsion Bar) ที่มีอัตราการยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์ นอกเหนือจากนี้ชุดยางซับแรงกระแทกที่ใช้วัสดุยูรีเธนสำหรับระบบกันสะเทือนหลังได้ถูกแทนที่ด้วยวัสดุใหม่ที่ผลิตจากยางที่ช่วยลดแรงกระแทก และแรงสั่นสะเทือน เมื่อต้องขับขี่บนสภาพถนนที่ขรุขระ รวมไปถึงเทคโนโลยีควบคุมการขับขี่อัจฉริยะ (Intelligent Ride Control) ช่วยให้มอเตอร์ไฟฟ้ามีการทำงานที่แม่นยำมากขึ้นในการสร้างแรงบิดที่เหมาะสมเมื่อเข้าโค้ง

   จากนั้นในช่วงบ่ายจะเป็นการทดลองขับแบบใช้งานจริง ตามสภาพการจราจรในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ด้วยการชาร์จไฟฟ้าเต็ม 100 % เราต้องขับขี่เดินทางไปเช็คอินตามจุดต่างๆได้ครบถึง 4 จุดหมาย ไม่ว่าจะเป็น การขับขึ้นลานจอดรถ 10 ชั้น ของห้างฟอร์จูน ร่วมเล่นเกม หยุดรถด้วยเทคโนโลยี e-Pedal ก่อนจะลุยเข้าเมืองไปยังจุดแวะต่างๆไม่ว่าจะเป็น สยามสแควร์ ชิมชาไข่มุก ,สถานีดับเพลิงบางรัก ชิมโรตี  แล้วเดินทางออกนอกเมืองสู่อำเภอนครชัยศรี จ.นครปฐม แวะพักผ่อนจิบกาแฟในบรรยากาศริมน้ำ ที่ร้านกาแฟ RIVA ต่อด้วยการแวะเช็คอินที่ ช่างชุ่ย ถ่ายรูปกับเครื่องบิน ปิดท้ายด้วยการฝ่ารถติดช่วงเย็นเข้ากลับมาที่จุดออกสตาร์ทลาน G Land พระราม 9 ซึ่งการทดลองขับในช่วงนี้ นิสสัน ลีฟ คันที่เราขับชาร์จเมื่อไฟฟ้าเต็ม 100 % แผงหน้าปัดแสดงระยะทางวิ่งสูงสุด 260 กิโลเมตร เริ่มออกเดินทางเวลา 12.32. น. หลังจากขับขี่ฝ่าการจราจรทุกรูปแบบ แทบไม่มีการดับเครื่องยนต์ จนกลับมาถึงจุดหมายเวลา 4.27 น. รวมระยะทางวิ่งรวม 109 กิโลเมตร แผงหน้าปัดแสดงสถานะกำลังไฟฟ้าที่เหลืออยู่ 58 % พร้อมประเมินระยะทางวิ่งให้ไปต่อได้อีกถึง 159 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าให้ความคุ้มไม่ธรรมดา เพราะการชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้ง จะเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 200 บาท เฉลี่ยแล้วการเดินทางครั้งนี้เราเสียค่าใช้จ่ายน้อบนิดกิโลเมตรละไม่ถึง 1 บาท

   การทำตลาดในเมืองไทย ภายใต้ราคา 1.99 ล้านบาท ยังมาพร้อมการประกันคุณภาพรถยนต์เป็นเวลา 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร รับประกันระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเป็นเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร และรับประกันการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่เป็นเวลา 8 ปีหรือ 160,000 กิโลเมตร

รับจัดกิจกรรมการตลาด ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( PIYA 0819012840 )

Designed by eTDS TechnoSys
Click here to donate

.

ราคาน้ำมัน

Latest News

MOTOR NEWS : ฮุนไดร่วมใจมอบสิ่งของบริจาคช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม                บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัดห่วงใยผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม มอบสิ่งของบริจาคช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยที่... Read more...

Feature News

Joomla 1.5
You are here: Home TEST DRIVE TEST DRIVE : NEW NISSAN LEAF ชาร์จครั้งเดียว เที่ยวทั่วกรุง!
Orange Green Red